ตอนที่ 1429
1429 / 2354
อ่าน 7 นาที
Chapter 1429 The Birth of Evil God
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:25
**บทที่ 1429 การจุติของเทพมาร**
"ฝะ...ฝ่าบาท! เจ้าสารเลวโอหังนั่นมันเข่นฆ่าเหล่าทหารที่เราส่งไปสิ้นซากอีกแล้วพ่ะยี่ค่ะ! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป กองกำลังสำรองของพวกเราคงมลายหายไปในน้ำมือมันจนหมดสิ้น!" แม่ทัพสูงสุดแห่งกองทัพสวรรค์หมอบกราบรายงานต่อจักรพรรดิสวรรค์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
จักรพรรดิสวรรค์ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงกรีดลึกด้วยความโทสะ หากมิใช่เพราะกองกำลังหลักถูกตรึงอยู่ใน 'สงครามทวยเทพและเซียนแห่งสรวงสวรรค์' เขาคงบดขยี้ 'เทียนเซียน' ให้แหลกลาญไปนานแล้ว แต่ทว่าในยามนี้เขากลับมีทางเลือกเพียงน้อยนิด ต้องจำใจส่งเพียงกองกำลังสำรองออกไป เพราะหากเขาลดทอนกำลังหลักแม้เพียงเศษเสี้ยว ศัตรูในมหาสงครามอาจฉวยโอกาสพลิกผันกระแสสงครามได้ทันที
เป็นเวลากว่าหกปีแล้วที่เทียนเซียนบังอาจลุกขึ้นมาต่อกรกับจักรพรรดิสวรรค์อย่างเปิดเผย ทหารสวรรค์นับหมื่นนายต้องสังเวยชีวิตให้แก่คมดาบของชายผู้นี้ ซึ่งดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวขึ้นในทุกสมรภูมิ
'หากข้าไม่จัดการเจ้าลูกสุนัขนี่โดยเร็ว มันจะกลายเป็นหนามยอกอกที่ทิ่มแทงข้าจนถึงตายแน่' เดิมทีจักรพรรดิสวรรค์ปรารถนาจะดึงตัวเทียนเซียนมาเป็นพวกเพื่อเผด็จศึกสงครามให้รวดเร็วขึ้น แต่เขากลับดำเนินพลาดจนทำให้เทียนเซียนกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่พร้อมจะลากดึงสงครามนี้ให้ยาวนานออกไป
ความตระหนักที่ว่าเทียนเซียนอาจเป็นชนวนเหตุแห่งความล่มสลายของตน ผลักดันให้จักรพรรดิสวรรค์ตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง
"บังอาจนัก! เพียงเจ้าเมืองกระจอกๆ กลับกล้าลองดีกับข้า จักรพรรดิสวรรค์ผู้นี้เชียวหรือ?!" จักรพรรดิสวรรค์แผดคำรามลั่น ดวงตาสีเลือดวาวโรจน์ "แม่ทัพสูงสุด! ข้าไม่สนว่าเจ้าจะต้องใช้วิธีไหน หรือมือจะเปื้อนเลือดเพียงใด! ข้าต้องการให้เจ้าสารเลวนั่นสิ้นหวัง! ข้าต้องการให้มันเสียใจที่บังอาจขวางทางข้า! ในระหว่างที่ใช้ทหารเบี่ยงเบนความสนใจของมัน เจ้าจงลอบเข้าไปในเมือง... แล้วลบชื่อคนรักของมันออกไปจากโลกใบนี้เสีย!"
"น้อมรับบัญชาฝ่าบาท!" แม่ทัพสูงสุดตอบรับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความลังเล แม้คำสั่งนั้นจะอำมหิตเพียงใดก็ตาม
หนึ่งเดือนต่อมา ทหารสวรรค์นับหมื่นนายเคลื่อนพลมาถึงเมืองเซียนด้วยบรรยากาศที่อึมครึมและชั่วร้ายกว่าครั้งไหนๆ
เมื่อเทียนเซียนเห็นเช่นนั้น เขาจึงพุ่งทะยานออกจากเมืองเพื่อเข้าปะทะเช่นเคย โดยไม่ลืมทิ้งทหารฝีมือดีจำนวนหนึ่งไว้คอยคุ้มกันเมืองและภรรยาสุดที่รักของเขาเพื่อความปลอดภัย
ทว่า... แม่ทัพสูงสุดคือตัวตนที่แม้แต่ทหารที่แกร่งที่สุดของเทียนเซียนรวมกลุ่มกันก็มิอาจต่อกรได้แม้เพียงปลายนิ้ว เขาลอบเร้นเข้าสู่เมืองเซียนโดยไร้ร่องรอย มุ่งตรงไปยังจวนที่พักของเทียนเซียน ก่อนจะลงมือสังหารเหล่าองครักษ์อย่างเงียบเชียบและก้าวเท้าเข้าสู่ตัวอาคาร
ภายในห้องพัก หญิงสาวนางหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง นางลูบไล้ท้องที่กลมโตซึ่งดูเหมือนจะปริแตกออกมาได้ทุกเมื่อด้วยแววตาอ่อนโยน
"ใครน่ะ?!" ซิ่วเม่ยสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ว่าค่ายกลคุ้มกันรอบอาคารถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน
วินาทีต่อมา ประตูห้องถูกถีบจนพังพินาศ ร่างของชายผู้หนึ่งที่อาบโชกไปด้วยโลหิตเดินเข้ามาอย่างย่ามใจ ในมือถืออาวุธที่มีหยาดเลือดหยดแหมะลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง
"จะ...เจ้าเป็นใคร?" ซิ่วเม่ยรู้ได้ทันทีว่านางไม่มีทางสู้ชายผูี้ได้เลย และไม่มีความหวังแม้แต่จะหลบหนี
"ข้าคือเพชฌฆาตของเจ้า" แม่ทัพสูงสุดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจ
"เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้...?" นางเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"เพราะสามีของเจ้าบังอาจล่วงเกินผู้ที่มิควรล่วงเกิน และบัดนี้เขาต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพงจากการกล้าต่อต้านองค์จักรพรรดิสวรรค์"
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางสู้ แต่ซิ่วเม่ยกลับไม่ปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ นางกลับยิ้มออกมาบางๆ "ข้าประหลาดใจนัก ที่พวกเจ้าใช้เวลานานเพียงนี้กว่าจะหาตัวข้าพบ"
"เหอะ" แม่ทัพสูงสุดแค่นเสียงดูแคลนขณะค่อยๆ ย่างสามตาเข้าหานาง
การที่จักรพรรดิสวรรค์ยอมส่งแม่ทัพสูงสุดมายังเมืองเซียนในช่วงเวลาวิกฤตของสงครามเช่นนี้ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อความได้เปรียบในสมรภูมิใหญ่ ทว่าจักรพรรดิสวรรค์กลับเห็นว่าเทียนเซียนนั้นคุกคามเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้
และนี่คือเหตุผลที่เขาสั่งให้แม่ทัพสูงสุดลอบสังหารเพียงซิ่วเม่ยเท่านั้น เพราะหากลงมือสังหารเทียนเซียน ตัวตนของแม่ทัพสูงสุดอาจถูกเปิดเผยต่อศัตรูของกองทัพสวรรค์ได้
'อา... ข้าขอโทษนะท่านพี่... ที่ข้าเป็นภรรยาและแม่ที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้...' ซิ่วเม่ยรู้ดีว่าการขัดขืนมีแต่จะสูญเปล่า นางจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนึกถึงใบหน้าของเทียนเซียนและห้วงเวลาแห่งความสุขที่เคยมีร่วมกัน
ในขณะเดียวกัน เมื่อเทียนเซียนสัมผัสได้ว่าค่ายกลรอบบ้านของเขาถูกทำลายลงในระหว่างการสู้รบกับกองทัพสวรรค์ เขาก็สละทิ้งสนามรบทันทีเป็นครั้งแรกในชีวิตชายชาติทหาร แล้วพุ่งทะยานกลับสู่เมืองด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด
'ขอให้ข้ากลับไปทันทีเถิด!' เขาอ้อนวอนต่อสรวงสวรรค์ในใจจนกระทั่งถึงบ้าน
เมื่อมาถึง เขาเมินเฉยต่อซากศพที่เกลื่อนกลาดรอบบ้าน พุ่งพรวดเข้าไปข้างในทันที
"ซิ่วเม่ย! เจ้าปลอดภัยดีไหม?!" เทียนเซียนแผดเสียงเรียกขณะโถมกายเข้าไปในห้องนอนของนาง
ทว่า ฝีเท้าของเขากลับหยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องนั้น...
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโศกนาฏกรรมที่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกหัวระแหง เปรอะเปื้อนทั้งผนัง เพดาน และเครื่องเรือน และที่ใจกลางห้องนั้น... คือร่างที่ไร้วิญญาณซึ่งถูกตัดแขนขาออกอย่างโหดเหี้ยม
แต่ความสยดสยองที่แท้จริงกลับอยู่ที่ท้องของนาง... มันถูกกรีดแหกออกอย่างทารุณ เผยให้เห็นร่างทารกตัวน้อยที่ไร้ลมหายใจซุกซ่อนอยู่ภายใน
เมื่อเห็นภาพอันอเนจอนาถนี้ เทียนเซียนก็ทรุดเข่าลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ใบหน้าของเขาว่างเปล่าด้วยความช็อกและสิ้นหวังอย่างที่สุด
"ซะ...ซิ่วเม่ย..."
"อ๊า... อ๊าาาา! อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา!!!"
เทียนเซียนแผดเสียงร้องโหยหวนดุจสัตว์ป่าที่บาดเจ็บสาหัส เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั้งเมือง น้ำตาไหลบ่าออกจากดวงตาดุจสายธารท่ามกลางพายุฝน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานของโลหิตในอึดใจต่อมา
ทันใดนั้น เทียนเซียนหยุดเคลื่อนไหวและล้มคว่ำลงกลางกองเลือดเบื้องหน้า ทว่าเขามิได้หมดสติไป ในทางตรงกันข้าม สติของเขากลับแจ่มชัดอย่างน่าประหลาด และบางสิ่งที่ลี้ลับเหนือจินตนาการกำลังเกิดขึ้นภายในจิตใจ ความทรงจำจากชีวิตที่เขาไม่เคยรู้จักพรั่งพรูเข้ามาในหัวดุจน้ำป่าหลาก
เนิ่นนานผ่านไป เทียนเซียนค่อยๆ พยุงกายขึ้นจากพื้น พลางพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบ
"เทียนหยาง... หวงเสี่ยวลี่... ชูร่า..."
เมื่อสติสัมปชัญญะกลับคืนมา ความพิโรธของเทียนเซียนก็ปะทุขึ้นดุจมหาพายุคลั่ง เขากำหมัดแน่นจนกระดูกภายในแตกละเอียดด้วยแรงอาฆาต
เจตนาฆ่าและรังสีเลือดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาอย่างมหาศาล จนกลายเป็นหมอกสีแดงเข้มปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลบัดนี้เปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว ราวกับถูกย้อมด้วยโลหิตสดๆ
"จักรพรรดิสวรรค์!!! ข้าจะไม่มีวันรามือ จนกว่าจะได้เข่นฆ่าทุกคนรอบกายเจ้า และอาบโลหิตของเจ้าให้สาแก่ใจ!!!"
และแล้ว... ตัวตนที่จะสั่นประสาทสรวงสวรรค์ในนามของ 'เทพมาร' ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นบัดนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
