ตอนที่ 1032
1032 / 2060
อ่าน 13 นาที
Chapter 1032
เผยแพร่เมื่อ 4 เม.ย. 2569 00:01
มีเพลเยอร์มากมายที่ต่อต้านจักรวรรดิซาฮารัน ไม่สิ เพลเยอร์ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกในเชิงลบต่อจักรวรรดิซาฮารันด้วยซ้ำ จะมีคนสมัยใหม่สักกี่คนที่เห็นดีเห็นงามไปกับภาพลักษณ์ของจักรวรรดิที่เลือกปฏิบัติและกดขี่เผ่าพันธุ์หรือวัฒนธรรมอื่น โดยยกย่องว่าตนเองคือคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว? แม้จะมีเพลเยอร์จำนวนมากเข้าร่วมกับจักรวรรดิเพื่อใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มี ทว่ามันกลับยากที่จะหาคนที่ยอมอุทิศตัวให้กับจักรวรรดิอย่างแท้จริง
มีเพียงเรื่องประหลาดอยู่เรื่องหนึ่ง เหล่าเพลเยอร์ชาวจีนที่ร้ายกาจมักจะชื่นชอบจักรวรรดิซาฮารัน จักรวรรดิซาฮารันไม่ถูกมองในแง่ลบเพราะภาพลักษณ์ของจักรวรรรดิไม่ได้แตกต่างจากประเทศจีนเท่าไหร่ที่มักจะกดดันประเทศรอบข้าง ในสายตาของพวกเขา อุดมการณ์ของจักรวรรดินั้นน่านับถือและท่าทีของจักรวรรดิก็เป็นเรื่องปกติ ในทางกลับกัน พวกเขามองว่าจักรวรรดิช่างองอาจกล้าหาญ
แน่นอนว่าไม่ใช่คนจีนทุกคนที่จะเป็นเหมือนกัน แต่มันคือเรื่องจริงที่คนจีนจำนวนมากสนับสนุนจักรวรรดิโดยนิยามว่าจักรวรรดิซาฮารันคือ ‘เมืองจีนแห่งซาทิสฟาย’ แรงเกอร์ชาวจีนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ก็เช่นเดียวกัน สำหรับพวกเขา จักรวรรดิคืออีกเวอร์ชั่นหนึ่งของประเทศจีน และขุนนางของจักรวรรดิที่ใช้อำนาจได้อย่าง ‘เหมาะสม’ ก็คือวัตถุแห่งความอิจฉา และเหล่าดยุกก็คือที่สุดของขุนนางในจักรวรรดิ
“ทำไมเกริดถึง...”
ทว่าพวกเขากลับกำลังปกป้องเกริด กษัตริย์ของประเทศเล็กๆ ไม่สิ มันไม่ใช่แค่ระดับการปกป้องธรรมดา
“ฝ่าบาท ทรงต้องขุ่นเคืองพระทัยมากแน่ๆ ที่พวกกระจอกพวกนี้บังอาจหันอาวุธมาทางท่าน โปรดระงับพระทัยเถิด พวกเราจะจัดการพวกมันเอง”
แตกต่างจากเสือเขี้ยวดาบที่ปีนขึ้นโขดหินได้อย่างง่ายดาย เจ้ายูนิคอร์นสองหัว (Two-headed hippo - ต้นฉบับแปลว่า ฮิปโปสองหัว แต่พฤติกรรมคือสัตว์พาหนะ) กลับปีนเขามาได้อย่างทุลักทุเลเพราะค่าความว่องไวที่ต่ำเตี้ย ดยุกเกร็นฮัลลงจากหลังมันมาด้วยอาการหอบเหนื่อยและปฏิบัติกับเกริดราวกับเป็นผู้บังคับบัญชา ท่าทีของเขามันทำให้ดูเหมือนว่าเกริดคือองค์จักรพรรดิเสียเอง
“อะ... อะไรนะ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?”
มันเป็นเรื่องจริงที่เกริดโดดเด่นในหมู่เพลเยอร์ แต่เขาก็ดูธรรมดามากเมื่อเทียบกับพวก NPC ยิ่งไปกว่านั้น ตามหน้าประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า เจ็ดดยุกแห่งจักรวรรดิคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปตะวันตก เมื่อเทียบกับเจ็ดดยุกแล้ว เกริดยังขาดคุณสมบัติในทุกๆ ด้าน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ยังทำสงครามกับจักรวรรดิอยู่เลย อัศวินของเกริดถึงกับสังหารราชาเวหา ริกัล ไปแล้วด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างจักรวรรดิและเกริดไม่มีทางที่จะดีได้เลย มันเป็นเรื่องปกติที่เจ็ดดยุกควรจะแสดงความเป็นศัตรูหรือดูหมิ่นเกริดสิ
‘แล้วทำไมพวกดยุกถึงได้ปฏิบัติกับเกริดดีขนาดนี้? ไม่เข้าใจเลยแฮะ’
แรงเกอร์ชาวจีนที่ได้รับคำสั่งให้มาที่ซากโบราณสถานแห่งนี้ล้วนเป็นระดับมือเก๋า พวกเขานึกถึงกรณีต่างๆ มากมาย แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามนึกเท่าไหร่ ก็ไม่อาจเดาได้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเกริดและเจ็ดดยุกก่อตัวขึ้นมายังไง
จางเจี้ยนที่กำลังอึ้งพึมพำออกมา “หรือว่าเขาจะมีทักษะล้างสมอง...”
มีข่าวลือว่าในหมู่ลับคลาส (Hidden Class) มีใครบางคนที่สามารถใช้ทักษะล้างสมองได้ ทักษะนี้ใช้ได้ผลเฉพาะกับ NPC เท่านั้น และว่ากันว่าคนคนนั้นสามารถรับเควสที่ให้ผลประโยชน์แก่ตนได้โดยการควบคุม NPC ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ยิ่งเลเวลหรือระดับของคุณภาพ NPC สูงเท่าไหร่ ความสำเร็จและประสิทธิภาพของทักษะล้างสมองจะลดลงแบบทวีคูณ นั่นหมายความว่าทักษะล้างสมองใช้ไม่ได้ผลกับ NPC ระดับเนมด์ (Named NPC) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันไม่มีทางได้ผลกับเหล่าดยุกที่เป็น NPC ระดับเนมด์ชั้นแนวหน้าได้หรอก
นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่เกริดจะเป็นเพลเยอร์ที่มีทักษะล้างสมองก็น้อยมาก ความสัมพันธ์ระหว่างเกริดและเจ็ดดยุกไม่มีทางสร้างขึ้นมาได้ด้วยลูกไม้ตื้นๆ แบบนั้น ผลที่ตามมาคือแรงเกอร์ชาวจีนพากันสับสนอย่างหนัก
“ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าด้วยกฎหมายที่เคร่งครัดของจักรวรรดิซาฮารัน โทษประหารชีวิตในทันทีสำหรับคนที่ขวางทางเหล่าดยุกแห่งจักรวรรดิ” ดยุกเกร็นฮัลพูดคำตัดสินที่รุนแรงและเอาแต่ใจออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเขาก็ชักดาบออกมา
คนพวกนี้คือแรงเกอร์ชาวจีนที่สนับสนุนจักรวรรดิ ทว่าพวกเขากลับคิดว่าจักรวรรดิจักรวรรดินั้นไม่ยุติธรรมทันทีที่ตนเองกลายเป็นเหยื่อ
“นี่มันการตัดสินใจที่เอาแต่ฝ่ายเดียวชัดๆ!”
“นั่นสิ! คุณจะฆ่าคนเพียงเพราะขวางทางเนี่ยนะ!”
การเห็นแก่ตัวเพียงเพราะตนเองมีพละกำลังมากกว่า—มันช่างไม่ยุติธรรมเลยสำหรับคนที่อยู่ในสถานะที่ไร้พลังอำนาจ แรงเกอร์ชาวจีนตระหนักถึงความจริงที่ชัดเจนนี้และเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทว่าพวกดยุกกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เกร็นฮัลกำลังจะลงมือสังหารแรงเกอร์ชาวจีนในตอนที่เลาเอลวิ่งเข้ามาขัดจังหวะ “โปรดใจเย็นก่อนครับ”
แน่นอนว่าเลาเอลไม่ได้ชอบขี้หน้าแรงเกอร์ชาวจีนพวกนี้ พวกเขาต้องการฮุบซากโบราณสถานไว้เพียงผู้เดียวและพยายามจะฆ่าปาร์ตี้ของเกริด ทำให้ยากที่เขาจะยกโทษให้ ทว่าในอีกทางหนึ่ง เลาเอลได้เรียนรู้ถึงความยากของสถานที่แห่งนี้หลังจากได้เจอสาวกผู้เรียนรู้วิชาลับ 10 อย่างมาแล้ว เขาวินิจฉัยว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะครอบครองวิชาลับทั้งหมดในซากโบราณสถานแห่งนี้ด้วยพละกำลังของพวกเขาและเหล่าดยุกเพียงลำพัง
“มันจะไม่ดีกว่าเหรอครับถ้าเราใช้กำลังของพวกเขาแทนที่จะฆ่าทิ้งเปล่าๆ?” เลาเอลพยายามโน้มน้าวเหล่าดยุก เขามั่นใจว่าแรงเกอร์ชาวจีนจะให้ความร่วมมือหากไว้ชีวิตพวกเขาที่นี่ เลาเอลคำนวณไว้แล้วว่าคนพวกนี้จะไม่กล้าเรียกร้องสิทธิ์ในวิชาลับที่จะพบในภายหลังแน่นอน
ทว่าเหตุการณ์นี้กลับเกิดขึ้นก่อนที่เลาเอลจะทันได้โน้มน้าวดดยุกสำเร็จ
“ฉันไม่มีเจตนาจะร่วมมือกับพวกนาย ต่อให้ต้องตายก็ตาม” ฮ่าวกล่าวออกมา เขาถือหอกไว้ในมือข้างหนึ่งและโซ่ในอีกข้างหนึ่งพลางตะโกนก้อง “เราจะสู้จนตัวตาย!”
“บ้าไปแล้ว! พูดเรื่องบ้าอะไรน่ะ?”
แรงเกอร์ชาวจีนคนอื่นๆ ต่างพากันใช้ความคิดอย่างบ้าคลั่ง
“มันดีกว่าเยอะที่จะร่วมมือกับกิลด์โอเวอร์เกียร์เพื่อสำรวจซากโบราณสถาน ดีกว่ามาตายเปล่าแบบนี้!”
“ถ้าเราตาย เราจะถูกเนรเทศออกไปนอกทะเลแดงนะ! ลืมไปแล้วเหรอว่าเราลำบากแค่ไหนกว่าจะมาถึงที่นี่? เราน่ะโชคดีนะที่ข้ามทะเลมาได้ แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะกลับมาได้อีกรอบ!”
แรงเกอร์ชาวจีนพากันแตกตื่น พวกเขาแทบจะกรีดร้องออกมาพลางไม่อยากเชื่อว่าการตัดสินใจของฮ่าวนั้นถูกต้อง ถึงอย่างนั้น ฮ่าวก็ไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนของเขา นั่นเป็นเพราะเขารู้ดีว่าหากเขาร่วมมือกับกิลด์โอเวอร์เกียร์เพื่อสำรวจซากโบราณสถานและครอบครองวิชาลับได้สำเร็จ แรงเกอร์ชาวจีนพวกนี้จะต้องเรียกร้องสิทธิ์ในวิชาลับเหล่านั้นแน่นอน ในตอนนี้พวกเขาพูดจามีเหตุผลเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ แต่พวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนท่าทีให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ทุกเมื่อ เขาเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
‘ในตอนนั้น ฉันจะถูกบังคับให้ต้องเลือกข้างฝ่ายพวกเขา’
ตำแหน่งของฮ่าวในเมืองจีนยังคงง่อนแง่น เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนยีนทรยศเพียงเพราะเขายอมจำนนต่อเกริด และพรรคคอมมิวนิสต์ก็ได้เตือนเขาเรื่องนี้มาแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์บอกให้ฮ่าวเป็นผู้นำการสำรวจเพื่อทดสอบอุดมการณ์ของเขา ทันทีที่จีนและกิลด์โอเวอร์เกียร์เริ่มแย่งชิงสิทธิ์ในวิชาลับ ฮ่าวไม่รู้เลยว่าจะมีบทลงโทษอะไรรอเขาอยู่หากเขาไม่เลือกข้างฝ่ายจีน
‘หากฉันเลือกข้างฝ่ายจีน มันจะยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกเป็นศัตรูกับเกริดมากขึ้น’
นั่นเป็นเรื่องที่ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ เกริดคือหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาชื่นชม เขาไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาพังทลายลง นี่คือเหตุผลทั้งหมด
‘ฉันจะหยุดเรื่องนี้ก่อนที่มันจะบานปลายจนควบคุมไม่ได้’
ฮ่าวผู้เด็ดเดี่ยวตะโกนใส่กลุ่มแรงเกอร์ชาวจีน “พวกเรามาที่นี่เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น! การมาร้องขอชีวิตเนี่ยนะคือวิธีการที่จะแข็งแกร่งขึ้น? มันคือการดูถูกชัดๆ! นี่คือการลดตัวลงต่ำ! พวกนายอยากจะเผชิญกับความพิโรธของท่านผู้นำงั้นเหรอ?!!!”
“...!” แรงเกอร์ชาวจีนคนอื่นๆ มีสีหน้าที่บิดเบี้ยวทันทีที่ได้ยินคำนั้น สำหรับพวกเขา ท่านผู้นำคือตัวตนที่น่านับถือและน่าหวาดกลัว
“ชิ... ตายในการต่อสู้ยังดีซะกว่า” เหลียวเว่ยเดาะลิ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เธอเชื่อว่าคนจีนไม่ควรจะร้องขอชีวิต ผู้นำของกิลด์โอเวอร์เกียร์ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเกริด เขาคือคนเกาหลี
‘มีข่าวลือว่าท่านผู้นำไม่พอใจที่พวกเราทำผลงานได้แย่กว่าเกาหลีใต้ในงานแข่งระดับนานาชาติ เขาจะต้องโกรธจัดแน่ถ้าได้ยินว่าพวกเราไปร้องขอชีวิตจากคนเกาหลี’
ประสิทธิภาพอาจจะต่ำเตี้ยที่สุด ทว่ามีทางเลือกเพียงทางเดียว—สู้จนตัวตาย แรงเกอร์ชาวจีนตัดสินใจและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“...” เกริดและพีคซอร์ดเฝ้าดูสถานการณ์และรับรู้ถึงเจตนาของฮ่าว พวกเขาคือคนเกาหลีและคุ้นเคยกับนิสัยของคนจีนเป็นอย่างดี ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าฮ่าวกำลังกังวลเรื่องอะไรและทำไมเขาถึงยั่วยุให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ เลาเอลเองก็รับรู้ได้ในภายหลัง สายตาของเหล่าดยุกหันมาทางเลาเอล
“เจ้าต้องการจะไว้ชีวิตพวกมันไหม?”
“...ไม่ครับ เชิญจัดการให้เรียบร้อยเลย”
“หืม”
เกร็นฮัลและมอร์สพยักหน้าและยืนเคียงข้างกัน เกร็นฮัลถือดาบไว้ในมือ ขณะที่มอร์สมสวมถุงมือเหล็กทั้งสองข้าง ทั้งคู่จ้องมองไปที่ฮ่าว ปีกคู่หนึ่งงอกออกมาจากแผ่นหลังของฮ่าว พลังแฝงของมังกรในร่างกายของเขาเริ่มพุ่งพล่าน
“มาแสดงพลังของประเทศจีนให้เห็นกันเถอะ” ฮ่าวดูเหมือนจะพ่นลมหายใจออกมาเป็นเปลวเพลิง
“โอ้วววว!” พลังของแรงเกอร์ชาวจีนพุ่งสูงขึ้น แม้พวกเขาจะตราหน้าว่าฮ่าวเป็นคนทรยศ ทว่าพวกเขาก็ยอมรับในฝีมือของเขาอย่างสูง โซ่เส้นหนึ่งพุ่งเข้าใส่เกร็นฮัลราวกับงูพิษที่ดุร้าย ทว่ากลับถูกโล่สะกดไว้ได้ ในเวลาเดียวกัน เหม่ยเสี่ยวก็เหวี่ยงผ้าผืนหนึ่งออกมามัดโล่ที่กำลังสั่นไหวเอาไว้
“อืม!” เกร็นฮัลที่แปลกใจในพลังของโซ่ที่ฮ่าวเหวี่ยงมาถึงกับชะล่าใจ ปล่อยให้โล่ของเขาถูกดึงออกไปโดยผ้าที่เคลื่อนไหวได้ พี่น้องตระกูลฮ่าวนั้นยอดเยี่ยมและเทียบได้กับเหล่าสาวกที่เรียนรู้วิชาลับ 5 อย่าง เพลเยอร์ชาวจีนพากันโถมโจมตีใส่ดยุกเกร็นฮัลไม่หยุดยั้ง
ภาพที่อาวุธและทักษะนับสิบโถมเข้าใส่คนเพียงคนเดียวราวกับคลื่นสึนามินั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจ นี่คือช่วงเวลาที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมจีนถึงถูกจัดเป็นมหาอำนาจในเกมซาทิสฟายรองจากสหรัฐอเมริกา สมาชิกโอเวอร์เกียร์คาดหวังว่าเกร็นฮัลจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต่อให้เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม แม้เพลเยอร์นับสิบจะตายไปจากการลอบโจมตีของมอร์ส แต่จำนวนแรงเกอร์ชาวจีนยังเหลืออยู่อีกกว่า 150 คน มมันไม่ใช่กองกำลังที่อ่อนแอเลย
โดยเฉพาะแรงกดดันที่มาจากฮ่าวนั้นมหาศาลมาก พลังของมังกรห่อหุ้มอยู่ที่ปลายหอกของเขาและบรรจุพลังทำลายล้างที่ทำให้แม้แต่เกริดยังต้องชะงักไปชั่วครู่
ทว่าคู่ต่อสู้นั้นแข็งแกร่งเกินไป เกร็นฮัลเมินเฉยต่อการโจมตีที่พรั่งพรูมาทางเขาและกวัดแกว่งดาบออกไป สร้าง ‘ปราณดาบแสงจันทร์’ (Moonlight Energy Blade) สาดกระแทกออกมา ทักษะทั้งหมดของแรงเกอร์ชาวจีนถูกบดขยี้จนหมดสิ้นก่อนจะเข้าถึงตัวเกร็นฮัลเสียอีก
“...!!”
แขนซ้ายของฮ่าวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรถูกตัดขาด และร่างของแรงเกอร์ชาวจีนก็เริ่มกลายเป็นเถ้าถ่าน เกริดรู้สึกทึ่งเมื่อได้เห็นภาพที่เหนือชั้นนั้น
‘พวกเขาระงับฝีมือที่แท้จริงเอาไว้สินะ’
มันคือการโต้กลับที่มีระยะและพลังอำนาจเหนือชั้นกว่าทักษะ ‘หมุนวน’ (Revolve) มาก นี่คือตัวตนของแสงที่เกร็นฮัลปลดปล่อยออกมา เกริดมั่นใจมาก...
หากสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่น้ำตกทั้ง 53 สาย เกร็นฮัลคงสามารถสังหารสาวกผู้เรียนรู้วิชาลับ 10 อย่างได้เพียงลำพังแล้ว แน่นอนว่าไม่มีอะไรการันตีว่าเกริดจะชนะพวกเขาได้เหมือนกัน
‘ปราชญ์ศัสตราวุธ ราเชล และดยุกแห่งดาบ ลิมิต มีเลเวลสูงกว่าเกร็นฮัลเล็กน้อย พวกเขาจะเทียบเท่ากับสาวกที่เรียนลับ 10 อย่างไหมนะ?’
เกริดรู้สึกขนลุกซู่และมั่นใจว่า ต่อให้เป็นเจ็ดดยุกที่แข็งแกร่งเหล่านี้และเหล่าสาวก ก็ยังต้องยอมสยบต่อหน้ายางบันที่ชื่อการัม เขาต้องจัดการกับการัมให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเพื่อที่จะไปเคลื่อนไหวในทวีปตะวันออกได้อย่างเต็มที่ แต่เขาไม่แน่ใจเลยว่าจะทำยังไงดี
‘ฉันแข็งแกร่งขึ้นก็จริง แต่ทำไมฉันยังรู้สึกว่าตัวเองยังห่างชั้นอยู่อีกนะ?’
ไม่ว่าจะคิดยังไง ระบบการเติบโตตามธรรมชาติของพวก NPC มันคือการขี้โกงชัดๆ มันช่างโหดร้ายสำหรับเพลเยอร์เหลือเกิน หรือว่าเพลเยอร์จะไม่มีวันก้าวข้ามพวก NPC ไปได้เลย? เกริดกำหมัดแน่นและแอบส่งกำลังใจให้ฮ่าวอยู่ลึกๆ
การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้น กองทัพของแรงเกอร์ชาวจีนที่เกริดยังไม่แน่ใจว่าจะชนะได้ไหมกำลังล้มตายลงต่อหน้าพลังทำลายล้างของทั้งเกร็นฮัลและมอร์ส มีเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง ถึงกระนั้นเขาก็สูญเสียแขนซ้ายไปแล้ว และเกล็ดตามร่างกายก็กำลังหลุดลอกออกมา
“โอววววว!”
แทนที่จะใช้หอกที่หักไปแล้ว เล็บของฮ่าวกลับยื่นยาวออกมาเป็นใบมีดและแทงทะลุหน้าอกของเกร็นฮัลได้สำเร็จ
“เอื้อก...?” เกร็นฮัลครวญครางออกมา ขณะที่มอร์สและบาซาร่าต่างพากันตกตะลึงอย่างมหาศาล เกริดเองก็ช็อกไปเหมือนกัน เมื่อเขาเห็นฮ่าว ความสิ้นหวังของเพลเยอร์ที่ไม่สามารถก้าวข้าม NPC ได้ก็เปลี่ยนเป็นความหวังว่ามันสามารถทำได้ รอยยิ้มที่พึงพอใจในผลงานของฮ่าวส่งมาถึงเกริด ‘ฉันติดหนี้นายไว้เยอะเลยนะ’ แววตาของฮ่าวสื่อความหมายเช่นนั้น
เกริดพยักหน้าตอบรับในใจ ‘ด้วยความยินดี ใจของนาย... ฉันได้รับมันไว้แล้ว’
ดาบของเกร็นฮัลกำลังจะฟาดฟันลงที่คอของฮ่าว ทันใดนั้น...
[ผลของฉายา ‘ราชันหลากเผ่าพันธุ์’ (Different Species’ King) ทำงาน]
[ผลของฉายา ราชันหลากเผ่าพันธุ์ จำกัดการใช้งานได้เพียง 3 ครั้ง คุณแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการใช้มัน?]
เกริดใช้ผลของฉายาที่ได้รับจากการดูดซับเผ่านักเนตรปีศาจเป็นครั้งแรก
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

