ตอนที่ 1046
1046 / 2060
อ่าน 15 นาที
Chapter 1046
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 03:09
“เดี๋ยวก่อนนะ รอไปก่อนเถอะ พวกเราต้องรอดูสถานการณ์กันอีกซักนิด”
การปรากฏตัวของคราเกลพร้อมกับราเชลและคิรินัสนั้นได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก คนส่วนใหญ่ต่างพากันคาดเดาความสำเร็จของการปราบบอสในครั้งนี้และมุ่งหน้ามายังป้อมธาเลเรน พวกเขาต้องการที่จะได้รับประโยชน์จากการปราบบอสที่จะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว คู่ต่อสู้คือมหาจอมปีศาจ พวกเขาจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่แน่นอนแม้จะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ใช่แล้ว หากไม่ใช่เพราะป้อมธาเลเรนทำการตัดขาดเวทมนตร์วาร์ป ป่านนี้แรงเกอร์ทั่วทั้งทวีปก็คงจะมารวมตัวกันที่ป้อมธาเลเรนกันหมดแล้ว
‘ว่าแต่ ทำไมถึงได้มีภาพที่แสนจะงี่เง่าแบบนี้เกิดขึ้นกันล่ะ?’
บ็อกซ์ (Box) แรงเกอร์ของอาณาจักรฮาเก้น คือ ‘ลิงเกอร์’ (Linker) อันดับ 1—คลาสที่ถูกจัดว่าเป็นคลาสที่เก็บเลเวลได้ยากที่สุดรองลงมาจากอาชูร่า (Asura) เขาคือมือขวาที่ใกล้ชิดที่สุดของซีบัลในช่วงที่ซีบัลยังรุ่งเรือง และเขาก็ได้กลายเป็นหัวหน้าหลังจากที่ซีบัลทิ้งสมาคมงู (Snake Guild) และจากอาณาจักรฮาเก้นไป
ในปัจจุบัน เขามาที่ป้อมธาเลเรนเพื่อที่จะ ‘ขอเกาะ’ การปราบเบริธไปฟรีๆ เขาอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับป้อมธาเลเรน ดังนั้นเขาจึงสามารถมาถึงที่เกิดเหตุได้ทันเวลา บ็อกซ์จินตนาการถึงภาพเบริธที่กำลังปางตายและถูกล้อมรอบไปด้วยแรงเกอร์นับหมื่น ทว่าทันทีที่เขามาถึงที่เกิดเหตุ ภาพเบื้องหน้ากลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เห็นแรงเกอร์ที่จะมาปราบเบริธเลยซักคน
ความจริงแล้ว เขาเห็นเพียงไม่กี่คนอย่างเช่นตัวเขาเองที่กำลังแอบซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของหุบเขา มันเป็นเพราะกำแพงเวทมนตร์นั่นไงล่ะ แรงเกอร์คนอื่นๆ เลยยังมาไม่ถึงที่นี่เพราะกำแพงเวทมนตร์นี้
‘บ้าชะมัด’
สถานการณ์มันแย่มาก สุดยอดนักหอกแห่งทวีปที่ถูกสื่อทั่วโลกยกย่องให้เป็นเอ็นพีซีที่แข็งแกร่งที่สุด เริ่มที่จะต้องดิ้นรนต่อสู้กับเบริธอย่างยากลำบากแล้ว กลุ่มของคราเกลเองก็ยังคงติดพันอยู่กับการต่อสู้กับพวกปีศาจ ในบรรดาปีศาจเหล่านั้น มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างระดับ ‘ธรรมดา’ และ ‘หัวกะทิี’ และพวกปีศาจระดับหัวกะทินั้นก็ไม่ได้ถูกฟาดฟันด้วยดาบของคราเกลได้ง่ายๆ เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีศาจประเภทพืชที่มีท่อจำนวนมากงอกออกมาจากร่างกายของพวกมันนั้นดูจะรับมือได้ยากเป็นพิเศษ ทันทีที่มีควันพวยพุ่งออกมาจากท่อเหล่านั้น สมรภูมิก็จะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ จากนั้นเมื่อมีเสียงดังลอดออกมาจากท่อ เหล่าทหารของอาณาจักรฮาเก้นก็จะถูกล้างสมองและหันมาโจมตีกันเอง ในขณะเดียวกัน พวกปีศาจที่คล้ายแมลงก็จะพากันดื่มน้ำหวานที่ไหลออกมาจากท่อและได้รับพละกำลังเพิ่มขึ้นชั่วคราวและพากันมุ่งเป้าโจมตีไปที่คราเกล
พละกำลังและความฉลาดของพวกมันนั้นเหนือกว่าบรรดาบอสมอนสเตอร์ในฟิลด์ทุกระเบียบนิ้ว พวกมันคือขุมพลังหลักของกองทัพเบริธ บ็อกซ์ที่คิดว่าการปราบบอสครั้งนี้คงจะล้มเหลวแน่นอนได้เเต่เดาะลิ้นและจ้องมองไปที่เหล่าขุนนางบนกำแพง
‘ไอ้พวกโง่เอ้ย ไม่ยากจะเชื่อเลยว่าพวกมันจะสร้างบาเรียตัดขาดเวทมนตร์วาร์ปในสถานการณ์ที่ต้องเพิ่งพาหยิบยืมมือคนอื่นแบบนี้’
ถึงอย่างนั้น บ็อกซ์ก็พอจะรู้เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของพวกเขาอยู่บ้าง อันตรายมันจะใหญ่หลวงเกินไปหากอนุญาตให้คนนอกเข้าถึงได้ ความยากในการปราบบอสอาจจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากการปรากฏตัวของกองกำลังที่เป็นศัตรูอย่างพวกกลุ่มลัทธิยาตัน หรือพวกที่หวังจะเห็นอาณาจักรฮาเก้นพินาศย่อยยับ
ทว่า พวกเขากำลังจะตายกันหมดแบบนี้เหรอ? บ็อกซ์รู้สึกว่าราชวงศ์ฮาเก้นนั้นช่างน่าเวทนาที่ปิดกั้นความหวังเพียงเพื่อที่จะป้องกันความเสี่ยงบางอย่าง ก็กะแล้วล่ะ พวกเขาคือหนึ่งในอาณาจักรที่เล็กที่สุดบนทวีปก็เพราะความขี้ขลาดและโง่เขลาแบบนี้นี่แหละ
“ล้มเหลวแน่นอน”
สุดยอดศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ...
คิรินัสและราเชลถูกเล่นงานกลางพายุห่าฝนโลหะที่แหลมคม คราเกล, สองพี่น้องฮ่าว, อเล็กซานเดอร์ และแรงเกอร์ชาวรัสเซียต่างพากันเปลี่ยนขบวนทัพราวกับว่าพวกเขาได้ยอมแพ้ไปแล้ว เขาเมินเฉยต่อพวกปีศาจเบื้องหน้าและจ้องมองไปที่คิรินัสและราเชลที่กำลังถอยร่น
‘พวกเราเข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้นี้ไม่ได้หรอก’
นอกจากการตายและเสียค่าประสบการณ์แล้ว พวกเขาก็คงจะต้องอับอายขายหน้าที่มีชื่อติดอยู่ในโผของผู้ล้มเหลวในการปราบบอส ชื่อเสียงของสมาคมงูก็จะป่นปี้ไปหมด
...บ็อกซ์เกือบจะพาเหล่าสมาชิกสมาคมไปตายเสียแล้ว เขาถอนหายใจและสั่งการลูกน้องว่า “กลับกันเถอะ ที่นี่ไม่มีความหวังเหลืออยู่แล้ว”
“ท่านไม่อยากช่วยซีบัลแล้วเหรอครับ?”
สมาคมงู—ซีบัลเป็นคนก่อตั้งมันขึ้นมา ทว่าตอนนี้สมาคมที่มีชื่อเสียงนี้ถูกนำโดยบ็อกซ์ สมาชิกสมาคมต่างพากันเหลือบมองเข้าไปในใจของบ็อกซ์ เบื้องหน้าเขาอาจจะตะโกนปาวๆ ว่าจะมาขอเกาะฟรี ทว่าเหตุผลที่บ็อกซ์มาที่นี่ก็คือซีบัล มันเป็นเพราะความรู้สึกเก่าๆ ที่บ็อกซ์มีต่อคนคนเดียวที่เขาเคยรับใช้มาตลอด ทว่าบ็อกซ์คือผู้นำสมาชิกสมาคมกว่า 300 คน เขาไม่ได้หัวรั้นพอที่จะพาคนของเขาไปตายเพราะความรู้สึกส่วนตัวหรอกนะ
“ซีบัลเหรอ? ข้าไม่สนตาแก่ที่รีไทร์ไปแล้วคนนั้นหรอก” บ็อกซ์ทำเป็นพูดจาไม่แยแสและเริ่มขยับตัว ทิศทางที่เขามุ่งหน้าไปคือด้านนอกหุบเขา ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับเมืองที่เขาเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ เขากำลังจะทิ้งอาณาจักรฮาเก้นไปแล้ว
‘ฉันไม่อยากจะเสียชื่อเสียงและผลงานที่อุตส่าห์สะสมมาในอาณาจักรฮาเก้นหรอกนะ แต่ก็ต้องตัดใจล่ะ ฉันจะโอนไปอยู่จักรวรรดิซาฮารันแทน’
อาณาจักรเล็กๆ มันก็มีข้อดีของมัน มีผู้เล่นที่ทำกิจกรรมอยู่น้อย และมีโอกาสมากมายที่จะผูกขาดเควสระดับสูงและพื้นที่ล่าสัตว์ เมื่อเทียบกับอาณาจักรที่มีประชากรเยอะแล้ว การแข่งขันในทุกภาคส่วนของอาณาจักรฮาเก้นนั้นถือว่าต่ำมาก นี่คือสภาพแวดล้อมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับแรงเกอร์อย่างบ็อกซ์ ยอมเป็นหัวสุนัขดีกว่าเป็นหางมังกร บ็อกซ์อยากจะใช้ชีวิตเยี่ยงผู้นำในอาณาจักรฮาเก้น มากกว่าที่จะต้องไปเป็นพวกชั้นแรงงานในจักรวรรดิ
ทว่า สถานการณ์ล่าสุดของเบริธได้เปลี่ยนความคิดของเขาไปอย่างสิ้นเชิง เขาตระหนักได้ทันทีเมื่อได้เห็นการล่มสลายของอาณาจักโรเทมอน (Rotemon Kingdom) มันช่างโง่เขลาเหลือเกินที่จะใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรที่ไม่สามารถปกป้องผู้คนของตนเองได้ มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกอาณาจักรที่ดีกว่าเสมอ
‘มันแตกต่างกันนะ ระหว่างการไปเคาะประตูบ้านคนอื่นตอนที่ตัวเองเร่ร่อนอยู่บนถนน กับการไปเคาะประตูบ้านคนอื่นตอนที่ประตูบ้านตัวเองยังเปิดอยู่น่ะ’
เขาต้องรีบไปที่จักรวรรดิก่อนที่อาณาจักรฮาเก้นจะล่มสลาย และเขาต้องไปเจรจาในขณะที่มูลค่าของเขายังสูงอยู่ บ็อกซ์กำลังเดินไปตามริมแม่น้ำในขณะที่รูจมูกของเขาเริ่มขยายพองขึ้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เขาก็เห็นแต่ผู้คนมุ่งหน้าไปยังหุบเขา พวกเขาต้องการจะเกาะการปราบเบริธไปง่ายๆ พวกเขาไม่มีทางฝันเลยว่าการปราบบอสครั้งนี้จะล้มเหลว
‘เดี๋ยวพวกแกก็ได้เดินกลับมาด้วยความเสียใจแน่ หือ?’
บ็อกซ์รู้สึกยินดี เขาพบขบวนผู้คนที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับเขา พวกเขาคือเหล่าผู้อพยพ พวกเขาเล็งเห็นถึงการล่มสลายของอาณาจักรฮาเก้นและกำลังทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไป บ็อกซ์รู้สึกโล่งใจเมื่อได้เห็นพวกเขา เขาไม่ใช่คนเดียวที่ทิ้งประเทศนี้ไป มีผู้คนมากมายเหมือนเขาที่เลือกที่จะยอมแพ้ ทางเลือกของเขาน่ะมันฉลาดแล้ว และเขาก็ไม่ใช่กบฏซะหน่อย...
ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของบ็อกซ์
“...” บ็อกซ์กำลังนำสมาชิกสมาคมไป ทว่าจู่ๆ เขาก็หยุดอยู่กับที่ บางทีอาจเป็นเพราะเขาพบว่าตัวเองอยู่ในขบวนผู้อพยพ เขาจึงเริ่มรู้สึกผิดต่อทางเลือกของตนเอง คำถามนี้ทำให้บ็อกซ์รู้สึกไม่สบายใจในหัวใจเลย มันทำให้เขานึกถึงอดีต
ในช่วงเริ่มต้นของ Satisfy อาณาจักรฮาเก้นคือประเทศแรกที่เขาเลือก เขาเติบโตขึ้นมาจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนชาวฮาเก้น ในตอนนั้น เขาได้พบกับซีบัลและสมาคมงู เขามาเป็นเขาในทุกวันนี้ได้ก็เพราะฮาเก้น เขาต้องการเห็นฮาเก้นล่มสลายจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?
“...”
ทำไมเขาถึงได้มานั่งโหยหาอดีตที่โง่เง่าแบบนี้กันนะ? ทำไมเขาถึงได้เอาแต่หันหลังกลับไปมองทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร? สมาชิกสมาคมพูดกับบ็อกซ์ที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหินว่า “กลับกันเถอะครับ”
“...”
“หากพวกเราจากไปแบบนี้ พวกเราจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ”
“...บ้าชะมัด”
สุดท้ายแล้ว...
“เออ กลับกันเถอะ”
หากเขาวิ่งหนีทุกครั้งที่เจอวิกฤติ ในที่สุดเขาก็จะไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไป ทว่าในวินาทีที่บ็อกซ์หันหลังกลับไปทางเดิมนั่นเอง
“นี่นาย”
“...?”
เงาขนาดมหึมาทอดทับตัวเขา และเขาได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้น ว่าแต่ เสียงนี้มันคุ้นๆ นะ
“...!!” ดวงตาของบ็อกซ์ค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น
ชายผมดำที่นั่งอยู่บนหลังฮิปโปโปเตมัสขนาดเท่าภูเขาเลากำลังก้มมองมาที่เขา “นายมาจากป้อมปราการเหรอ? สถานการณ์ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง?”
“...” ความทรงจำเก่าๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัวของบ็อกซ์ เขาไม่มีวันลืมชายที่อยู่ตรงหน้าได้เลย ผู้ซึ่งเป็นสาเหตุของความล้มเหลวเพียงไม่กี่ครั้งของเขา
“...หากเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาต้องตายกันหมดแน่ครับ” บ็อกซ์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังคว้าฟางเส้นสุดท้ายในขณะที่เขาพูดกับชายคนนี้—ชายผู้ซึ่งกลายมาเป็นคนเหนือคนคนใหม่
“สงสัยฉันต้องรีบหน่อยแล้วสินะ” ชายที่เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของบ็อกซ์เอ่ยขึ้น จากนั้นเขาก็บอกกับเพื่อนพ้องของเขาว่า “ฉันจะล่วงหน้าไปก่อนนะ พวกนายตามมาให้เร็วที่สุดล่ะ เฟเกอร์, ปิอาโร่ ไปกันเถอะ”
“เคลื่อนที่ว่องไว!” (Quick Movements)
ชายคนนั้นตะโกนชื่อทักษะและหายวับไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ มีคนห้าคนที่มีความเร็วตามเขาทัน มีเอ็นพีซีที่ยิ่งใหญ่อยู่สี่คนที่มีชื่อสีทองสว่างไสว ว่าแต่ ชื่อของเอ็นพีซีพวกนั้นมันคุ้นๆ แฮะ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาบ็อกซ์พร้อมกับรอยยิ้ม ความงดงามที่ทรงเสน่ห์ที่สุดในโลกแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับพละกำลังที่ไม่อาจต้านทานได้ “นายน่ะ ตามพวกเรามาสิ นายคือลิงเกอร์อันดับ 1 ใช่ไหมล่ะ น่าจะมีประโยชน์นะ”
“ผม...”
“อย่าพูดจาไร้สาระแล้วตามมาซะดีๆ”
ดวงตามของหญิงสาวเริ่มคมกริบ และบ็อกซ์ก็พยักหน้าตอบรับแต่โดยดี
***
『 การปราบบอสครั้งนี้ก็ล้มเหลวอีกแล้วค่ะ ถึงอย่างนั้น ฉันก็อยากจะปรบมือให้กับพวกเขานะคะ 』
『 ใช่ครับ พวกเขาต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว 』
ผลลัพธ์มันช่างว่างเปล่าเมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ที่งดงาม ถึงกระนั้น ก็มีผู้คนเพียงน้อยนิดในโลกที่จะปฏิเสธผลงานของคราเกลได้ พวกเขาหยุดยั้งการรุกคืบของกองทัพปีศาจที่ไม่มีใครเคยหยุดมันได้ และยังสร้างบาดแผลที่แสนสาหัสให้กับเบริธที่เคยหัวเราะเยาะผู้คน
มันสมควรได้รับความเลื่อมใส พวกเขาคือเหล่าฮีโร่ที่ยืนหยัดเพื่อผู้คนที่กำลังทนทุกข์ทรมาน แม้จะรู้ดีว่ามันคือการต่อสู้ที่ยากลำบาก ในอาณาจักรอื่นๆ เหล่านักข่าวพากันชื่นชมปาร์ตี้ของคราเกล ผู้ชมนับร้อยล้านคนต่างพากันปรบมือให้พวกเขาทว่ากลับไม่มีเสียงโห่ร้องยินดี
““วิญญาณช่างมากมายเหลือเกิน””
เบริธรวบรวมศพของเหล่าทหารอาณาจักรฮาเก้นและอัญเชิญกองทัพที่สี่ออกมา ผู้คนต่างพากันหดหู่เมื่อได้เห็นเบริธสร้างขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
“หลีกไป!” คราเกลกำลังขวางเส้นทางของเบริธ
เขายังไม่ได้ก้าวข้ามคิรินัสและราเชลไปได้ ทว่าเขาก็ยังคงก้าวเดินต่อไป คราเกลซ่อนคนทั้งคู่ไว้ข้างหลังและเผชิญหน้ากับเบริธเพียงลำพัง คิรินัสตะโกนว่า “เจ้าล้อข้าเล่นเหรอไง? ข้าจะเปิดทางหนีให้เอง เพราะฉะนั้นเจ้าหลบไปซะ!”
นับตั้งแต่คนรักเพียงคนเดียวของเขาอย่างอาเรีย (Aria) ได้กลายเป็นจักรพรรดินี คิรินัสก็สูญเสียเป้าหมายในการใช้ชีวิตไป ในวันที่เธอตาย ชีวิตของคิรินัสก็ไร้ซึ่งความหมาย เขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถตายได้ คิรินัสไม่มีเจตนาที่จะเสียสละลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจและเพิ่งจะรับมาเป็นคนสุดท้าย โสดาบันแห่งดาบผู้ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ
คราเกลส่ายหัว “ท่านก็รู้ว่าผมมันพวกอมตะ สำหรับผมแล้ว ความตายคือสิ่งที่ผมจ่ายไหวครับ”
‘ทว่าท่านแตกต่างออกไป ความตายคือจุดจบของท่าน’ คราเกลส่งข้อความนี้ผ่านสายตาไปหาคิรินัส
“เจ้าอาจจะเป็นผู้อมตะ แต่ข้าก็รู้ว่าความตายมันก็ยังหมายถึงความสูญเสียอยู่ดี ถึงมันจะไม่ใช่จุดจบ ทว่าเจ้าก็จะอ่อนแอลง”
“ผมจ่ายไหวครับ”
“ไม่หรอก โสดาบันแห่งดาบไม่ควรจะพังทลายลงแบบนี้”
“...”
“โสดาบันแห่งดาบคือตะเกียงเจ้าพายุของมนุษยชาติ พวกเขาไม่ควรจะเห็นเจ้าถูกเล่นงานแบบนี้”
ราเชลเองก็มายืนเคียงข้างคิรินัส “เกมมันยังไม่จบหรอกค่ะ ฉันจะต้องคว้าตำแหน่งสุดยอดนักหอกแห่งทวีปมาครองให้ได้”
“...” คราเกลขมวดคิ้ว เขาถอนหายใจให้กับมนุษย์ที่ต้องการจะเสียสละตัวเองเพื่อผู้เล่น สุดท้ายแล้ว...
“ผมขอฝากทั้งคู่ด้วยนะครับ” คราเกลบอกกับฮ่าวและอเล็กซานเดอร์ ฮ่าวและอเล็กซานเดอร์พยักหน้าและคว้าข้อมือของคิรินัสและราเชลเอาไว้
“ไปเถอะครับ ท่านจะมาตายเพื่อคราเกลไม่ได้หรอก”
“มีชีวิตรอดต่อไป เพื่อที่จะได้ฝึกฝนคราเกลให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีกสิคะ”
““พวกแกเอาแต่เล่นตลกกันอยู่ได้””
ห่าฝนใบมีดสิ้นสุดลง เบริธเฝ้ามองเหล่ามนุษย์ที่กำลังคุยกันอยู่เบื้องหน้าและส่ายหัวประหนึ่งว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระเอามากๆ
““ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมดทุกคนนั่นแหละ มันเปล่าประโยชน์ที่จะมานั่งวิจารณ์กันเองแบบนั้น””
วงเวทนับร้อยปรากฏขึ้นรอบตัวเบริธ มันคือสัญญาณเตือนของการโจมตีที่แสนจะทรงพลัง
““โลกอีกใบหนึ่งมันมีไว้ให้พวกเรามาต้อนสัตว์เพียงเท่านั้นแหละ””
วงเวทนับร้อยเริ่มเปลี่ยนองค์ประกอบของหุบเขาทั้งใบให้กลายเป็นโลหะ ใบมีดนับหมื่นเล่มผุดออกมาจากภูมิประเทศทุกรูปแบบ
““มนุษย์น่ะเป็นแค่ปศุสัตว์สำหรับพวกข้า””
ดวงตาสีขาวของเบริธโค้งงอเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
““สิ่งที่พวกแกต้องทำก็คือกลายเป็นอาหารซะ นั่นแหละคือความหมายของโชคชะตา””
ศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุเสร็จสมบูรณ์ ใบมีดนับหมื่นเล่มเล็งเป้าไปที่กลุ่มของคราเกล นี่คือครั้งแรกที่การโจมตีระดับสูงสุดของมหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 เบริธ ได้ถูกเปิดเผยออกมา มันเกิดขึ้นหลายเดือนหลังจากที่เบริธปรากฏตัวออกมาบนโลกใบนี้
“บ้าชะมัด!” ซีบัลสบถออกมาและรีบขึ้นขับไรเดอร์สทันที เขาอยากจะฝากรอยแค้นไว้บนตัวไอ้บ้านี่ซักนิดก็ยังดี ก่อนที่จะต้องตาย
『 อา... อาาา... 』
มันคือภาพที่ชวนให้ตื่นตระหนก เหล่านักข่าวพากันพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นใบมีดนับหมื่นเล่มลอยล่องอยู่กลางอากาศ พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี ท่ามกลางพละกำลังที่แสนจะมหาศาลของเบริธ สติปัญญาและคำพูดของพวกเขาก็พลันไร้ความหมายไปสิ้น
- มันก็วนลูปกลับมาที่เดิมจริงๆ สินะ
- ใช่แล้ว เป็นเกมถัดไปที่พังพินาศ
เหล่าผู้ชมต่างพากันเริ่มถอดใจแล้ว เมื่อได้เห็นว่าเบริธสามารถเอาชนะดยุกแห่งจักรวรรดิผู้เลื่องชื่อได้อย่างง่ายดาย พวกเขาต่างพากันละทิ้งความฝันและความหวังไปจนหมดสิ้น ใครจะไปหยุดเบริธได้หลังจากที่มันอัญเชิญกองทัพที่สี่ออกมากันล่ะ? พวกเขาคิดว่าต่อให้เป็นจักรวรรดิซาฮารันในตอนนี้ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
““จงไปสู่สุคติซะ””
มันคือคำสาปที่ร้ายกาจที่สุดของเบริธ ในวินาทีที่ใบมีดนับหมื่นเล่มกำลังจะพุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มของคราเกล
“วิชาดาบทัพสองแสน - ทำลายทัพ” (200,000 Army Crushing Sword)
การระเบิดครั้งยิ่งใหญ่อุบัติขึ้น ใบมีดนับหมื่นเล่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
““....!?”” เบริธตกใจยิ่งกว่าตอนที่เห็นโสดาบันแห่งดาบปรากฏตัวเสียอีก สายตาของคราเกลเบนไปที่ทางด้านข้าง และกล้องนับร้อยตัวก็หันตามเขาไป บนหน้าจอถ่ายทอดสดทุกช่องทั่วโลกปรากฏชื่อของเขาออกมา
[เกริด] (Grid)
ชื่อของชายผมดำที่กำลังโบกสะบัดถูกบันทึกไว้ได้ และมีเอ็นพีซีที่มีชื่อเสียงสี่คนยืนอยู่เคียงข้างพวกเขา นั่นคือสี่จตุรเทพที่มีชื่อเสียงของเกริดใช่ไหมนะ? ผู้คนที่อยู่ในภวังค์ต่างพากันจดจ้องมองไปที่ชื่อของเอ็นพีซีเหล่านั้น จากนั้นพวกเขาก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง พวกเขาพากันขยี้ตาไปมาสองสามรอบแล้วตรวจสอบชื่อของเอ็นพีซีเหล่านั้นอีกครั้งให้แน่ใจ
แล้วพวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่ามันคือเรื่องจริง ราชาอมตะ เกร็นฮัล, ราชาสัตว์ป่า มอร์ส และมงกุฎทองคำ บาซาร่า—เหล่าดยุกแห่งจักรวรรดิซาฮารันกำลังยืนเคียงข้างเกริดอยู่ สิ่งที่ตลกที่สุดก็คือ พวกเขาทุกคนกำลังมองเกริดประหนึ่งว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด
- ...นี่มันคือสุดยอดผลงานจริงๆ
คนเหนือคนคือเป้าหมายของความอิจฉาริษยาและเป็นเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ผู้เฝ้าชมมองเห็นอนาคตของพวกเขาผ่านตัวเกริดและเลิกประณามว่าเกมนี้น่าเบื่ออีกต่อไป หัวใจของผู้คนทั่วโลกต่างพากันเต้นระรัว
“ผมรออยู่พอดีเลยครับ” จากนั้นคราเกลก็ปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขาสะสมไว้ออกมา ดาบนับร้อยปรากฏขึ้นรอบตัวคราเกล มันคือทักษะการใช้งาน ‘ควบคุมดาบ’ (Control Sword) ที่แข็งแกร่งขึ้นกกว่าในช่วงที่มีการแข่งขัน National Competition หลายเท่าตัว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.





