ตอนที่ 1009
1009 / 2060
อ่าน 17 นาที
Chapter 1009
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 16:44
เหล่าอดีตจักรพรรดิล้วนเชื่อมั่นว่า ยิ่งเลเวลของประชากรสูงขึ้นเท่าไหร่ ชาติก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้จักรวรรดิไม่ได้มั่งคั่งอย่างที่ควรจะเป็น จักรวรรดิหยิบยื่นสวัสดิการและผลประโยชน์ให้แก่ประชากรของตนมากขึ้น ในขณะที่ออกไปพิชิตและขูดรีดเอาจากผู้อื่น พวกเขาหวังว่าประชากรจะเกิดความภาคภูมิใจในตนเองในฐานะพลเมืองของจักรวรรดิและมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตนเอง ซึ่งนั่นย่อมจะช่วยให้จักรวรรดิเติบโตขึ้นตามไปด้วย นี่คือการลงทุนที่จักรวรรดิทำต่อเนื่องมานานหลายพันปี
ฟิ้วววววว!
เรนฮัด (Rainhud) นักธนูผู้เก่งกาจคือหนึ่งในพรสวรรค์ที่จักรวรรดิภาคภูมิใจ ยอดนักธนูที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นคนนี้สามารถรับรู้ได้ถึงสายลมที่พัดโชยมาจากแดนไกลและจดจำคลื่นความถี่ของอากาศได้เป็นอย่างดี
“...” เรนฮัดจับจ้องไปที่แสงวาบบนท้องฟ้าแล้วลดสายตาลง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังขอบฟ้าและพบกับกระแสพลังเวทสีน้ำเงิน เขาจับตำแหน่งของยูร่าได้ในทันที สายธนูของเขาถูกดึงรั้งไว้จนตึง เขาไม่มีเจตนาที่จะปล่อยให้ศัตรูที่บังอาจยิงธนูใส่จักรวรรดิรอดไปได้เลย
เรนฮัดปล่อยสายธนูออกไป กระสุนที่เปล่งประกายซึ่งพุ่งตรงไปยังศูนย์รวมกำลังของพวกพ้องเกิดระเบิดขึ้นจากการปะทะเข้ากับม่านพลังเวทมนตร์ แสงจ้าที่เกิดขึ้นนั้นบดบังทัศนวิสัยของเรนฮัดไปชั่วขณะ
“อึก...!” เรนฮัดเสียจุดเล็งยิงไป และลูกธนูที่เขายิงออกไปก็เบาบางกว่าปกติ ลูกธนูของเรนฮัดซึ่งเดิมทีควรจะปักทะลุตัวยูร่าไปแล้ว กลับถูกสกัดเอาไว้ได้กลางอากาศ มันคือลูกธนูที่ทำมาจากจัฟฟ่า (Jaffa) เรนฮัดจำมันได้ในทันที มันคือลูกธนูของยัยผู้หญิงที่เขาเคยฆ่าไปถึงสองครั้งแล้วนั่นเอง
“แก!”
ความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักธนูไม่ใช่การยิงไม่โดนเป้าหมาย ทว่ามันคือการที่ตนเองน่ะกลายเป็นเป้าหมายเสียเอง ความอับอายที่เขาสัมผัสได้เมื่อลูกธนูที่เขายิงไปกลายเป็นเป้าหมายของคนอื่นนั้นมันช่างรุนแรงเหลือเกิน ข้ออ้างที่ว่าเขาเสียสายตาไปเพราะแสงวาบนั่นน่ะมันใช้ไม่ได้ผลหรอก เรนฮัดต้องชดใช้ในเรื่องนี้ให้ได้ เขาจึงเริ่มง้างสายธนูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
การระดมยิงเวทมนตร์ของนอลล์บนท้องฟ้าทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เรนฮัดเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ เขาจึงรีบหันสายตากลับไปมองแล้วก็พบกับฉากที่แสนจะไร้สาระ ยัยนักธนูสาวสติแตกของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์กำลังควบอูฐมุ่งหน้าตรงมาทางนี้
“ยัยนั่นอยากจะฆ่าตัวตายเหรอไง?”
เรนฮัดพยายามเล็งไปที่นักธนูสาวคนนั้น ทว่าเขาก็ต้องชะงักไป นั่นเป็นเพราะหงส์แดงที่ผุดขึ้นมาจากเบื้องหลังของนักธนูสาวคนนั้น ความร้อนแรงที่หงส์แดงแผ่พุ่งออกมาปกคลุมดูเหมือนจะหลอมละลายทะเลทรายแห่งนี้ไปให้สิ้นซากเลยทีเดียว
“มันไม่มีประโยชน์หรอก! อย่าไปหลงกลมันนะ!”
“มันก็แค่นั้นแหละ!”
ทหารคนอื่นๆ เมินเฉยต่อหงส์แดงตัวนั้น เมื่อไม่กี่วันก่อน หงส์แดงที่ยิงมาจากระยะไกลน่ะถูกม่านพลังเวทมนตร์สกัดเอาไว้ได้ ทว่าในตอนนี้ระยะห่างมันใกล้เกินไปเสียแล้ว มันคือระยะห่างที่ม่านพลังเวทมนตร์ซึ่งใช้สกัดกั้นเหล่านักซุ่มยิงน่ะไม่สามารถแสดงผลออกมาได้เลย
เรนฮัดหน้าถอดสี และเขาก็รีบยิงธนูออกไปทันที เขาตั้งใจจะลอบสังหารนักธนูสาวก่อนที่การโจมตีของหงส์แดงจะมาถึง
“โอ้วววววว!” ทันใดนั้น ชายผิวสีคนหนึ่งก็วิ่งกรูเข้ามาพร้อมโล่และคอยปกป้องนักธนูสาวเอาไว้ เขาคือชายที่มีความอดทนสูงส่งและไม่ล้มหัวฟาดพื้นลงไปง่ายๆ แน่นอน
“บ้าชะมัด!” เรนฮัดสบถด่าสัตว์ประหลาดที่อยู่บนท้องฟ้า พลังโจมตีของพรรคพวกของเรนฮัดไม่ได้รวมศูนย์กันอยู่อันเนื่องมาจากนอลล์ เสียงกรีดร้องของเหล่าทหารดังกึกก้องในขณะที่พวกเขาถูกทะเลเพลิงกลืนกินไปจนหมดสิ้น เสาควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเรนฮัดก็ต้องสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง นี่คือวินาทีที่ฝีมือของนักธนูคนนี้เริ่มอ่อนแอลง
“กั๊วะ...! กัวาาาาาก!” เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดของเรนฮัดพุ่งตรงไปที่จิซูก้ะ แต่นี่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตครั้งใหม่
[★เควสต์ลับ★ 'ความแค้นของยอดนักธนู' (Expert Archer’s Grudge) ปรากฏขึ้น!]
[ความแค้นของยอดนักธนู]
[★ เควสต์ลับ ★
ยอดนักธนูผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใครทราบชื่อกำลังแบกรับความแค้นอันยิ่งใหญ่ต่อตัวคุณและกำลังวางแผนจะล้างแค้น ในอนาคต เขาจะมีชีวิตอยู่เพื่อตามล่าสังหารคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
จงมีชีวิตรอดจากการลอบยิงให้ได้!
เงื่อนไขการเคลียร์เควสต์: มีชีวิตรอดจากการลอบยิงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้ 10 ครั้ง
รางวัลการเคลียร์เควสต์: ทุกครั้งที่คุณรอดชีวิต ค่าพลังความคล่องตัว (Agility) และค่าพลังการรับรู้ (Sensing) ของคุณจะเพิ่มขึ้น]
“แบบนี้มันก็ดีไม่ใช่เหรอคะ?”
จิซูก้ะล่าถอยกลับไปโดยได้รับความช่วยเหลือจากยูร่า เธอสามารถเยียวยาความเจ็บปวดจากการที่ต้องตายไปถึงสองครั้งในสงครามนี้ได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง วิกฤตการณ์มากมายในช่วงสงครามได้ทำให้สมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่กำลังได้รับความเจ็บปวดพากันเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล
***
ในเกมแซททิสฟายนั้นมีลำดับชั้นของคลาสอาชีพมากมายนับไม่ถ้วน บางคลาสก็ถูกจับตามองโดยผู้คนบนยอดพีระมิด ในขณะที่บางคลาสที่อยู่ก้นพีระมิดกลับถูกเมินเฉย คลาส 'พลปืนใหญ่' (Artillery) คือหนึ่งในคลาสที่เป็นตัวแทนของกลุ่มที่มีสถานะต่ำต้อย คำว่า 'ผู้ด้อยโอกาส' น่ะอาจจะดูเป็นการกล่าวเกินจริงไปบ้าง
ปัจจุบันแซททิสฟายยังไม่มีปืนใหญ่แบบพกพาได้ อย่างพวกบาซูก้า (Bazooka) แม้จะมีข่าวลือว่าสามารถหาซื้อปืนใหญ่แบบพกพาได้จากเมืองของพวกคนแคระหรือจากทวีปตะวันออกก็ตาม ทว่ามันก็ไม่สำคัญหรอก... เพราะพวกมันไม่ได้ถูกวางขายทั่วไปตามท้องตลาด ด้วยเหตุนี้ เหล่าพลปืนใหญ่จึงต้องใช้ปืนใหญ่กระบอกมหึมาเป็นอาวุธ และต้องใช้คนอย่างน้อยสามคนในการควบคุมปืนใหญ่เพียงกระบอกเดียว ยิ่งไปกว่านั้น กระสุนส่วนใหญ่มักจะถูกเหมาซื้อไปโดยจักรวรรดิและอาณาจักรต่างๆ หมดแล้วด้วย
ใช่แล้ว ด้วยเหตุผลสารพัดอย่าง ทำให้เหล่าพลปืนใหญ่กลายเป็นคลาสที่แสนจะครึ่งๆ กลางๆ ที่แม้แต่อาวุธของตัวเองยังแทบจะใช้ไม่ได้เลย การออกล่ามอนสเตอร์ทั่วไปจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทางเดียวที่เหล่าพลปืนใหญ่จะอัปเลเวลได้ก็คือการสมัครเข้าร่วมกองทัพเท่านั้น
“ไอ้คลาสขยะนี่มันทำอะไรไม่ได้เลยแม้จะมีสงครามเกิดขึ้นก็ตาม”
อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับพลปืนใหญ่ 'ลอสต์จัสติซ' (Lost Justice)—เธอหาได้มีความภาคภูมิใจในอันดับหนึ่งของเธอเลยแม้แต่น้อย จากผู้เล่นกว่าสองพันล้านคน มีผู้เล่นเพียง 10,000 คนเท่านั้นที่เลือกคลาสพลปืนใหญ่ อันที่จริงแล้วเธอมีเลเวลเพียง 180 ซึ่งถือว่าเท่ากับเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นส่วนใหญ่เท่านั้นเอง มันคือเลเวลที่เธอได้รับมาจากการเข้าร่วมกองทัพจักรวรรดิและทำเควสต์ฝึกฝนปืนใหญ่ทุกวัน ทักษะความชำนาญอาวุธปืนของเธอก็เพิ่งจะถึงระดับก้าวเข้าสู่ระดับมาสเตอร์ (Beginner Master) เท่านั้น ใช่แล้ว ระดับเบจินเนอร์มาสเตอร์...
มันช่างไร้ค่าไร้ราคานักเมื่อเทียบกับพลปืนใหญ่ที่เป็น NPC ในกองทัพจักรวรรดิที่มีพลปืนที่เป็น NPC เฝ้าอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ตำแหน่งของลอสต์จัสติซจึงต่ำต้อยอย่างยิ่ง หลักฐานก็คือเธอไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมสงครามเลยแม้แต่หนึ่งเดือนเต็มหลังจากสงครามกับอาณาจักรโอเวอร์เกียร์เริ่มต้นขึ้น
“เฮ้อ...” เธอต้องมานั่งดูดนิ้วเล่นทั้งที่สงครามครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ลอสต์จัสติซมองว่าสงครามคือโอกาสทอง ทว่าความจริงที่เธอสัมผัสได้คือความสิ้นหวัง เธอขบคิดถึงเรื่องนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และเธอก็เริ่มคิดขึ้นมาอีกครั้งว่า 'เราควรจะเปลี่ยนคลาสดีไหมนะ?'
มันแทบจะกลายเป็นนิสัยไปแล้วล่ะ สาเหตุที่เธอยังไม่ยอมเปลี่ยนคลาสไปจนถึงตอนนี้นั้นเป็นเพราะความภาคภูมิใจล้วนๆ เธอภูมิใจเกินกว่าจะหันหลังให้กับการทุ่มเทและความเหนื่อยยากที่ผ่านมาตลอดหลายปี สาเหตุที่เธอเลือกเป็นพลปืนใหญ่แต่แรกน่ะมันก็ง่ายนิดเดียว เธอแค่คิดว่าการยิงปืนใหญ่อยู่ห่างออกไปจากระยะไกลน่ะมันปลอดภัยดีก็เท่านั้นเอง
[มีคำขอเป็นเพื่อนจาก 'ลอเอล' (Lauel) ส่งมาถึงท่าน]
“...?”
เธอกำลังเฝ้ามองไปยังขุนเขาที่ห่างไกล พลางถอนหายใจและดึงผมตัวเองเล่น ลอสต์จัสติซที่จมอยู่กับความเศร้าสร้อยอย่างหนักหนาทันใดนั้นเธอก็ต้องสงสัยในสายตาของตนเอง เธอได้รับคำขอเป็นเพื่อนงั้นเหรอ? มีคนอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอเนี่ยนะ? มันคือเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาเลยตั้งแต่เป็นพลปืนใหญ่มา
“อะ-เอ๊ะ?” ลอสต์จัสติซรีบกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนทันที เธอไม่ได้สนใจหรอกนะว่าคนที่ขอเป็นเพื่อนจะเป็นใคร เธอแค่รู้สึกดีใจ ตื่นเต้น และประหลาดใจสุดๆ ไปเลย
[ผู้เล่น 'ลอเอล' ได้กลายเป็นเพื่อนของท่านแล้ว]
- สวัสดีครับ คุณคือคุณลอสต์จัสติซใช่ไหมครับ? ผมชื่อลอเอล จากอาณาจักรโอเวอร์เกียร์และกิลด์โอเวอร์เกียร์ครับ
- อา ค่ะ ยะ-ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฮุฮุ
เธอแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันที่เธอจะได้ใช้ระบบซิบ (Whisper) นั้นจะมาถึงแล้ว! ประสบการณ์ที่ได้คุยกับคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนนั้นมันช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการโทรศัพท์คุยกันมากเลยล่ะ
- ...เอ๊ะ? ลอสต์จัสติซที่กำลังหัวเราะร่าด้วยความตื่นเต้นจู่ๆ เธอก็ตีสีหน้าว่างเปล่าออกมา -กะ-กิลด์โอเวอร์เกียร์งั้นเหรอคะ?
ตัวตนที่อยู่ในโลกคนละใบกับเธอเลย—สมาชิกกิลด์โอเวอร์เกียร์คือซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่เป็นเจ้าของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์และกำลังร่วมศึกสงครามกับจักรวรรดิอยู่น่ะนะ ลอสต์จัสติซจดจำว่าพวกเขาคือเหล่าคนดังที่เธอจะได้เห็นเพียงแค่ในทีวีเท่านั้น และในตอนนี้ พรรคพวกของโอเวอร์เกียร์ แขนขวาของเกริดเนี่ยนะที่กำลังซิบหาเธออยู่เนี่ย?
“นี่มันแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเปล่าเนี่ย?”
มันคือสถานการณ์ที่แทบไม่อยากจะเชื่อเลย ลอสต์จัสติซรีบเปิดรายชื่อเพื่อนของเธอขึ้นมาดู ข้อมูลของลอเอล เพื่อนคนเดียวของเธอปรากฏขึ้นมาต่อหน้าต่อตา
[ลอเอล]
[เลเวล: 335
กิลด์: กิลด์โอเวอร์เกียร์
อาณาจักร: อาณาจักรโอเวอร์เกียร์]
“เลเวลสะ-สามร้อยสามสิบห้า!”
เลเวลเฉลี่ยของยอดฝีมือระดับท็อปในตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 370 ทว่าเมื่อเทียบกับระดับนั้นแล้ว เลเวลของลอเอลนั้นค่อนข้างจะต่ำทีเดียว เนื่องจากการที่ต้องคอยรับใช้ชาติ เขาจึงไม่มีเวลาออกล่าเลยเพราะต้องมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการจัดการกิจการภายใน ทว่าในมุมมองของลอสต์จัสติซน่ะ เลเวลของลอเอลน่ะมันมหาศาลมาก เลเวลระดับนั้นน่ะมันเหมือนกับอยู่อีกมิติหนึ่งไปเลย
- ทะ-ทะ-ท่านคือตัวจริงเหรอคะเนี่ย!
- ฮ่าๆ นี่คิดว่าผมเป็นตัวปลอมงั้นเหรอครับ? ก็นะ ผมเป็นคนดังน่ะครับ เลยมักจะถูกแอบอ้างได้ง่ายๆ หึๆ
- ...อา ค่ะ แล้วท่านมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะ?
ลอสต์จัสติซหาได้นึกชอบพอในตัวลอเอลตั้งแต่แรกแล้ว ชายผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนหอคอยงาช้างน่ะมันทำให้ใครหลายคนรู้สึกเหนื่อยหน่ายได้นะเนี่ย ลอเอลเริ่มสับสนเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เคยตื่นเต้นของลอสต์จัสติซน่ะมันเริ่มเย็นชาลงอย่างรวดเร็ว เขาจึงรีบเข้าประเด็นทันที -พวกเรากำลังรับสมัครพลปืนใหญ่เพื่อเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์ครับ
- ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ เอ๊ะ? -ท่านมารับสมัครพลปืนใหญ่เพื่อเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์เนี่ยนะ? ทำไมล่ะคะ?
- เป็นเรื่องจำเป็นน่ะครับ
- ตะ-แต่นั่นมันกิลด์โอเวอร์เกียร์ กิลด์ที่เก่งที่สุดในโลกเชียวนะคะ ส่วนพลปืนใหญ่น่ะมันเป็นแค่คลาสขยะชัดๆ เลย
- ขยะเหรอครับ... ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอนครับ พลปืนใหญ่น่ะคือสิ่งที่กิลด์โอเวอร์เกียร์ต้องการเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะครับ
- นี่ไม่ได้หลอกกันใช่ไหมคะ?
- แน่นอนครับ
- ...
แน่นอนว่ามันไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวงได้หรอก มันคงเป็นการเสียเวลาปลาๆ สำหรับคนระดับลอเอลที่จะมาล่าเหยื่อลวงๆ แบบเธอ ลอเอลพูดต่อไปว่า -มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่แถบชายขอบของจักรวรรดิ สถานที่ซึ่งเผ่าอูล (Ul Clan) เคยอาศัยอยู่ ตอนนี้มันกลายเป็นเมืองที่พังทลายไปหมดแล้วล่ะครับ ถ้าคุณเดินทางไปถึงที่นั่นแล้วซิบหาผม ผมจะส่งคนไปรับพวกคุณเองครับ
***
การพัฒนาปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์น่ะเป็นผลงานที่แสนยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าลอเอลกลับกำลังปวดหัวตึ้บ เกริดมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งไป นั่นก็คือความขาดแคลนของพลปืนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทัพของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์นั้นพึ่งพาระบชุดผลิตจำนวนมากของเกริดมากกว่าปืนใหญ่ และพวกเขาก็ละเลยการฝึกฝนพลปืนใหญ่ไปเลย อาณาจักรโอเวอร์เกียร์มีพลปืนใหญ่เพียง 100 นายเท่านั้น และจำนวนเพียงน้อยนิดนั้นก็ยังไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเลย พวกเขาต้องเสียกระสุนปืนไปมากมายเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่ และนั่นก็นับว่าเป็นเงินมหาศาลเลยทีเดียว
'มันน้อยจนน่าใจหายเลยนะเนี่ย'
พลปืนใหญ่ 100 นายสามารถควบคุมปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ได้เพียง 33 กระบอกเท่านั้น มันคงจะแตกต่างออกไปหากมีเพียงเกริดคนเดียวเท่านั้นที่สร้างปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ได้ ทว่าเหล่าช่างตีเหล็กเองก็สามารถผลิตปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ออกมาได้เช่นกัน เมื่อพิจารณาจากปริมาณเหล็กดำที่มีอยู่แล้ว ในอนาคตเราสามารถผลิตปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ได้นับร้อยกระบอกเลยทีเดียว เราต้องสมัครพลปืนใหญ่เพิ่มเยอะๆ ซะแล้วสิ
จากนั้นลอเอลก็ฉุกนึกถึงพวกผู้เล่นขึ้นมาได้ ลอเอลเปลี่ยนหน้าต่างจัดอันดับเป็นการจัดอันดับคลาสอาชีพ แล้วเข้าไปที่หมวดหมู่ 'พลปืนใหญ่' จากนั้นก็ระบุรายชื่อผู้เล่นพลปืนใหญ่อันดับ 1 ถึง 100 ออกมา แล้วเขาก็ต้องหน้าถอดสี
'ผู้เล่นอันดับ 1 ของโลกมีเลเวลเพียง 180 เองเหรอเนี่ย'
ส่วนอันดับที่ 100 มีเลเวลเพียง 113 เท่านั้นเอง มันเหมือนกับเขากำลังมองดูรายชื่อจัดอันดับเมื่อห้าปีก่อนเลยแฮะ
'กาลเวลาของพวกพลปืนใหญ่หยุดหมุนไปตั้งนานแล้วงั้นเหรอ?'
มันเป็นความคิดที่แสนจะประหลาด ลอเอลส่ายหัวไปมาแล้วส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้กับผู้เล่นทั้ง 100 คนนั้นทันที เริ่มตั้งแต่ลอสต์จัสติซอันดับที่ 1 ไปจนถึงอันดับที่ 100 จากนั้นเขาก็ต้องพบกับเหตุการณ์ที่แสนน่าสนใจ ทั้ง 100 คนพากันกดรับคำขอเป็นเพื่อนจากลอเอลทันที ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิกิริยาในระบบซิบก็รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด พวกเขาทุกคนดูเหมือนคนที่กำลังหิวโหยเอามากๆ เลยล่ะ
“แบบนี้นี่เอง...”
เดิมทีลอเอลตั้งใจจะยื่นเงื่อนไขดีๆ ให้แก่พลปืนใหญ่เหล่านั้น เขาคิดว่าเขาควรจะหว่านล้อมพวกเขาด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุดเพราะเขาเป็นผู้เสียเปรียบ ทว่าเขาเปลี่ยนใจทันทีหลังจากที่ได้รับรู้ความจริงที่เหล่าพลปืนใหญ่เป็นอยู่ ลอเอลจึงยื่นข้อเสนอให้พวกเขาเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์ไปดื้อๆ เลย และพลปืนใหญ่ทั้ง 100 คนก็พากันตกปากรับคำอย่างรวดเร็ว
'ถึงเวลาสร้างโอเวอร์เกียร์ 4 (Overgeared Four) แล้วสินะ'
นั่นคือชื่อของกิลด์ใหม่ กิลด์พลปืนใหญ่ของโอเวอร์เกียร์นั่นเอง
'ประเด็นสำคัญก็คือใครจะเป็นคนกุมบังเหียนเป็นหัวหน้ากิลด์ดีนะ...'
ใครจะเป็นคนที่คอยสั่งการเหล่าพลปืนใหญ่กว่า 100 คนนี้ดี? ลอเอลขบคิดพิจารณาถึงบทบาทที่เหล่าพลปืนใหญ่จะต้องได้รับในอนาคต เขาครุ่นคิดถึงตัวผู้นำที่พวเขาต้องการ
'สมรภูมิรบหลักของเหล่าพลปืนใหญ่ก็คือสนามรบ ไม่ใช่การออกหาของป่า เพื่อที่จะควบคุมพวกเขาได้ ผมต้องการผู้นำที่สามารถอ่านเกมในสนามรบขาด พลปืนใหญ่มีความคล่องตัวต่ำ พลังป้องกันก็แสนจะอ่อนแอ และพวกเขาไม่ควรจะตกเป็นเป้าสายตาของศัตรูด่วย...'
พวกเขาจำเป็นต้องมีความสามารถในการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีความใจเย็นพอที่จะกำหนดตำแหน่งการยิงที่สมเหตุสมผล การมีความสามารถในการอ่านทิศทางลมก็เป็นเรื่องที่ดีนะ ใครกันนะที่จะเป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติครบถ้วนขนาดนี้? หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งลอเอลก็ได้ข้อสรุป
“ไม่มีใครเลยแฮะ”
สมาชิกโอเวอร์เกียร์แต่ละคนก็ล้วนแต่มีนิสัยที่แสนจะเฉพาะตัว ทั้งเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและความเอาแต่ใจตัวเองอย่างหาที่สุดไม่ได้ ในกิลด์แรกน่ะไม่มีใครที่มีปัญญาจะไปเป้นผู้นำเหล่าพลปืนใหญ่พวกนี้ได้เลย
“มันช่วยไม่ได้ล่ะนะ”
เขาคงต้องฝากความภาคภูมิใจในตัวเหล่าพลปืนใหญ่เหล่านี้ไว้กับโทบัน ผู้ที่เคยทำหน้าที่เป็นเสนาธิการทหารของกิลด์เซดาร์มาแล้ว โทบันมีประสบการณ์ในเรื่องการวิเคราะห์สมรภูมิในสงครามและยังมีทักษะในการปกป้องพรรคพวกอีกด้วย แม้เขาจะไม่สมบูรณ์แบบ ทว่าเขาก็สามารถดูแลเหล่าพลปืนใหญ่ได้ดีจนกว่าทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอยนั่นแหละ
'ในอนาคตผมต้องหันมาให้ความสนใจสมาชิกกิลด์ให้มากกว่านี้แล้วล่ะ'
โอเวอร์เกียร์ 1, กองกำลังโอเวอร์เกียร์... ไม่สิ โอเวอร์เกียร์ 2... และสุดท้ายก็คือเงามืดโอเวอร์เกียร์ (Overgeared Shadows) ปัจจุบันมีกิลด์ทั้งหมดสามกิลด์และมีสมาชิกกิลด์รวมทั้งสิ้น 913 คน ลอเอลจดจำความสามารถและลักษณะเด่นของพวกเขาทั้งหมดได้ ทว่าเขากลับละเลยรายละเอียดเกี่ยวกับความหลังหรือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาไป
ข้ออ้างที่เขาใช้อยู่เสมอก็คือการที่เขาไม่มีเวลานั่นแหละ เขาเข้าใจสมาชิกยุคแรกเริ่มอย่างถ่องแท้ แต่หาได้มีเวลาไปปฏิสัมพันธ์กับเหล่าสมาชิกใหม่ๆ ไม่เลย ปัญหาสำคัญก็คือเกริดเองก็เป็นเหมือนกับเขานี่แหละ ลอเอลยังพอมีความฉลาดในการจดจำชื่อ ใบหน้า และคุณสมบัติพื้นฐานของสมาชิกได้ทั้งหมด ทว่าเกริดน่ะมันแตกต่างออกไป เกริดหาได้จดจำชื่อหรือใบหน้าของเหล่าสมาชิกกิลด์ได้เลย ลอเอลสังหรณ์ใจว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเสียแล้ว
'หากเราถูกกระแสภายนอกซัดกระหน่ำใส่ เราก็ต้องเสริมความแข็งแกร่งลงไปที่ภายในให้ได้มากที่สุด'
ลอเอลรีบมุ่งไปที่โรงตีเหล็กทันที เกริดและเหล่าช่างตีเหล็กกำลังพยายามผลิตสิ่งที่มโหฬารยิ่งกว่าส่วนสูงของพวกเขาเสียอีก
“ท่านบอกว่าจะไปเชิญเหล่าพลปืนใหญมางั้นเหรอครับ? ลำบากท่านแย่เลยนะครับ”
การพัฒนาของเขาไปไกลขนาดไหนแล้วกันนะ? ลอเอลทึ่งมากที่เกริดรับรู้ถึงการมาเยือนของเขาได้ทั้งที่มีเสียงดังโหมกระหน่ำอยู่ขนาดนี้
“หึๆ สมแล้วที่เป็นชายที่ได้รับการยกย่องจากผม...” ลอเอลหัวเราะร่าพลางเอามือปิดใบหน้าข้างหนึ่งไว้ และเกริดก็เมินเขาไปดื้อๆ และนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่เขาต้องเรียนรูจากประสบการณ์แล้วว่าห้ามส่งเสียงตอบโต้กลับไปเมื่อจู่ๆ ลอเอลก็เริ่มพูดเรื่องไร้สาระออกมา และมันก็เป็นไปตามคาด
“ฮะแฮ่ม ผมคิดว่าเราควรจะก่อตั้งโอเวอร์เกียร์ 4 ขึ้นมานะครับ” ลอเอลแสร้งไอด้วยความเขินอายแล้วเริ่มเข้าประเด็นหลัก
“เพราะเรื่องพลปืนใหญ่ที่จะมาร่วมงานกับเราในครั้งนี้งั้นเหรอครับ?”
“ใช่ครับ”
“ก็นะ ก่อตั้งมันขึ้นมาสิครับ”
“ตกลงครับ ยิ่งไปกว่านั้น เรามาจัดงานเลี้ยงฉลองในโอกาสก่อตั้งกิลด์ที่สี่ขึ้นมาด้วยกันเถอะครับ”
“...งานเลี้ยงงั้นเหรอครับ?”
พวกเขากำลังทำสงครามกันอยู่นะเนี่ยนะ?
ลอเอลหัวเราะร่าเมื่อเห็นท่าทีที่ดูจะงเป็นเรื่องไร้สาระของเกริด “ผมจะเชิญสมาชิกโอเวอร์เกียร์ทุกคนมาที่เรย์ดันแล้วจุดพลุฉลองกันครับ”
“เพื่อที่จะแสดงให้จักรวรรดิได้เห็นถึงความเยือกเย็นของพวกเรางั้นเหรอครับ?”
“ใช่ครับ มันคือการแสดงความยิ่งใหญ่ตามปกติ ผลลัพธ์ของมันจะชัดเจนมากเลยล่ะ ขวัญกำลังใจของทหารจักรวรรดิจะดิ่งลงเหวทันทีเมื่อเห็นพวกเรามัวแต่จัดงานปาร์ตี้ทั้งที่อยู่ในสภาวะสงคราม”
“นั่นสินะ งั้นก็เอาตามนั้นเถอะครับ”
งานเลี้ยงฉลองคงจบลงด้วยการดื่มอวยพรสั้นๆ เท่านั้นแหละ
ทว่าถ้อยคำต่อไปของลอเอลน่ะ มันเปรียบเสมือนดั่งสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมาใส่เกริดที่กำลังครุ่นคิดในแง่บวกอยู่นั่นเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


