ตอนที่ 1043
1043 / 2060
อ่าน 12 นาที
Chapter 1043
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 03:09
เดบิเรียน (Debirion) เทพแห่งการล่า คือหนึ่งในบรรดาเทพพื้นถิ่นจำนวนมากที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากตำนานปรัมปรา สถานะของเขานั้นด้อยกว่าเมื่อเทียบกับเรเบคก้า (Rebecca), เฮ็กเซเทีย (Hexetia) และเซราทูล (Zeratul) อย่างมาก ในจักรวรรดิซาฮารัน การบูชาเขาถูกจัดว่าเป็นพวกนอกรีต เขาเป็นตัวตนที่อยู่ในระดับประมาณนี้เท่านั้น ทว่าสำหรับซีบัลแล้ว เดบิเรียนคือเป้าหมายแห่งความศรัทธาอันแรงกล้า
“จงขยาย!”
[ด้วยความโปรดปรานของเดบิเรียน พลังโจมตีในโหมด PvE เพิ่มขึ้นอย่างมาก และค่าประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]
เอฟเฟกต์ติดตัว (Passive) ถูกเปิดใช้งานทันทีที่เขาเข้าสู่การต่อสู้ นี่คือแรงผลักดันที่ทำให้ซีบัลสามารถครองอันดับ 2 มาได้อย่างยาวนานในอดีต ‘ทูตของเดบิเรียน’ (Debirion’s Envoy) คือคลาสที่เชี่ยวชาญด้านการล่าและการเติบโต ดังนั้นซีบัลจึงมั่นใจมากว่าเขาจะสามารถก้าวข้ามคราเกลได้ทันทีที่ได้รับคลาสนี้มา ทว่ามันก็มีข้อจำกัดที่ชัดเจนมากในโหมด PvP ดังนั้นซีบัลจึงจำใจต้องเปลี่ยนคลาสไปเป็น ‘Sky Rider’ (อัศวินขี่นภา) ทั้งน้ำตา การสูญเสียเหรียญทองให้เกริดในรายการแข่งปราบบอสของการแข่งขัน National Competition นั้นคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด ทันทีที่ซีบัลกลายเป็น Sky Rider เขาก็สูญเสียคุณสมบัติทั้งหมดของคลาสทูตของเดบิเรียนไปสิ้น
ถึงกระนัน เดบิเรียนก็ยังเป็นเทพที่เปี่ยมไปด้วยความรัก แทนที่จะลงโทษหนึ่งในผู้ศรัทธาเพียงไม่กี่คนที่ทิ้งเขาไป เดบิเรียนกลับมอบพรและอนุญาตให้ซีบัลได้ใช้ทักษะการล่าที่ยอดเยี่ยมต่อไป เป้าหมายใดๆ ก็ตามที่ถูกจัดว่าเป็น ‘มอนสเตอร์’ ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใด ก็ล้วนแต่ต้องพ่ายแพ้ต่อหน้าซีบัล
“จงขยาย!”
หน้าที่ของ ‘พลองทองคำ’ (Golden Cudgel) นั้นอธิบายได้ง่ายๆ เลยก็คือ มันสามารถขยายใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้ แค่นั้นเอง ทว่าความยากในการใช้งานมันนั้นอยู่เหนือระดับสูงสุด และพลองทองคำก็ถูกจัดว่าเป็นอาวุธที่แย่ที่สุด ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือแรงสะท้อนกลับในวินาทีที่ปริมาตรและน้ำหนักพุ่งสูงขึ้น
[เปิดใช้งานทักษะ ‘Lengthen’ (ยืดขยาย) จนถึงขีดสุด!]
[พลังโจมตีของพลองทองคำ +8 เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และจะเกิดการโจมตีคริติคอลโดยไม่มีเงื่อนไข ความเสียหายคริติคอลจะแรงขึ้นเป็นสามเท่า]
[เป้าหมายถูกทำลายแล้ว!]
[อาวุธที่พระองค์ใช้งานมีน้ำหนักมากเกินไป พระองค์ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้]
[กล้ามเนื้อแขนขวาฉีกขาด และกระดูกแตกละเอียด!]
[พระองค์ไม่สามารถขยับแขนขวาได้!]
“อึก...!” ดวงตาของซีบัลเริ่มแดงก่ำ และเขาก็กัดฟันแน่น แขนขวาที่ใช้พลองทองคำบดขยี้เหล่าปีศาจพลันกลายเป็นสีดำสนิทและบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่แปลกประหลาด พละกำลังที่ปลายนิ้วเลือนหายไป หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงต้องปล่อยพลองทองคำหลุดมือและสูญเสียสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไปแน่ ด้วยข้อจำกัดที่แสนรุนแรงนี้ คลาสทูตของเดบิเรียนจึงไม่สามารถดึงศักยภาพทั้งหมดของพลองทองคำออกมาได้ ทว่าตอนนี้มันแตกต่างออกไปแล้ว
“เพกาซัส!”
ม้าที่ปรากฏอยู่ในเทพนิยายประหนึ่งยูนิคอร์น—มันคือหนึ่งในสิ่งที่ตัดสินให้ซีบัลได้กลายเป็น ‘Blue Sky Rider’ (อัศวินขี่นภาสีคราม) เพกาซัสเลียแขนขวาของเขาราวกับคุ้นเคยกับงานนี้มาเป็นอย่างดี จากนั้นแขนขวาที่ห้อยย้อยไร้เรี่ยวแรงของซีบัลก็ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้เวลาเพียงสองวินาทีเท่านั้นในการผ่านกระบวนการทั้งหมดนี้ ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใช้กว่าสองพันล้านคน ซีบัลสามารถควบคุมอาณาเขตแห่งเวลาและรับรู้ถึงสัมผัสที่ปลายนิ้วที่ค่อยๆ กลับคืนมาได้ เขาตะโกนออกมาทันทีว่า “จงเล็กลง!”
พลองทองคำหดสั้นลงอย่างรวดเร็วราวกับสปริงที่ยืดหยุ่นและกลับสู่ขนาดเดิม
“อึก...!” ซีบัลไม่สามารถทนรับแรงสะท้อนของพลองทองคำได้และถอยหลังไปสองสามก้าว เขาหยุดลงเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขาของไรเดอร์ส จากนั้นเขาก็ดื่มโพชั่นและตะโกนบอกทหารบนกำแพงว่า “รักษาขบวนทัพไว้!”
มีเผ่าพันธุ์ปีศาจนับร้อยชนิด พวกเขามีเผ่าพันธุ์ที่หลากหลายราวกับมอนสเตอร์ และกองทัพของเบริธเองก็เช่นกัน ปีศาจบางตัวดูเหมือนแมลง และบางตัวก็ดูเหมือนสัตว์ป่า ปีศาจที่คล้ายแมลงนั้นมีขนาดเล็กแต่รวดเร็วพอที่จะปีนกำแพงขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา ในขณะเดียวกัน ปีศาจที่คล้ายสัตว์ป่าจะมีขนาดใหญ่ เทอะทะและเชื่องช้า ทว่าพวกมันก็มีความทนทานสูงมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ซีบัลจะทำร้ายพวกมันด้วยพลองทองคำ ปีศาจที่รอดชีวิตได้ปีนขึ้นไปบนกำแพงและพ่นเพลิงหรือพิษออกจากปากใส่เหล่าทหาร
“เฮฮฮ!”
เหล่าทหารที่กำลังฮึกเหิมเพราะซีบัลต่างพากันถูกเปลวเพลิงกลืนกินและแผดเผา ในขณะเดียวกัน ทหารที่กำลังโยนหินลงไปข้างล่างกำแพงต่างก็ต้องช็อคเมื่อทหารองครักษ์ที่คุ้มกันพวกเขาอยู่หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ขบวนทัพของเหล่าทหารเริ่มพังทลาย และความเร็วในการปีนป่ายของพวกปีศาจก็เพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ตัวที่เคยหดหัวหนีจากการโจมตีของซีบัลต่างก็พากันหัวเราะร่าและสยายปีกพึ่บพั่บ
พวกมันคือปีศาจขนาดเล็กที่คล้ายกับแมลงวัน แมลงวันเหล่านั้นพ่นน้ำลายออกมา และเข็มนับร้อยที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าก็พุ่งเข้าใส่เหล่าทหารประหนึ่งห่าฝน
“ปกป้องเหล่าทหารเร็ว!”
เหล่าขุนนาง รวมถึง ‘เอิร์ลเฟลนิทิอุม’ (Earl Flenitium) ต่างพากันกระโดดข้ามกำแพงและใช้เวทมนตร์ ม่านบาเรียที่โปร่งใสเริ่มสกัดกั้นการโจมตีของปีศาจที่จะเข้าหาเหล่าทหาร พวกเขาคือเสาหลักของอาณาจักรฮาเก้น เหล่าขุนนางที่เคยเมินเฉยต่อราชวงศ์ที่สิ้นหวังจากการบุกของเบริธ คืออดีตนายจ้างและเพื่อนพ้องเก่าของซีบัล พวกเขาเชื่อมั่นในตัวซีบัลตั้งแต่วันที่เขายังเป็นเพียงผู้เล่นหน้าใหม่และมอบเควสมากมายที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเขา และเขาก็สามารถทำตามความไว้วางใจของพวกเขาได้เสมอมา หากไม่มีพวกเค้า ก็คงไม่มีซีบัลในวันนี้
“อย่าพยายามเกินตัวนักล่ะ”
ซีบัลมองไปที่เหล่าขุนนางที่อยู่ข้างหลังเขาแล้วยิ้มออกมา เขาได้สัมผัสถึงวันเวลาที่ผันผ่าน เหล่าขุนนางที่เคยอยู่เหนือผู้เล่นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนนี้กลับต้องมาเพิ่งพาผู้เล่นแทน... วันเวลาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“เพกาซัส ไปจัดการพวกหมูตอนในช่วงช่องว่างนี้กันดีกว่า”
เพกาซัสพาซีบัลขี่หลังและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปีศาจที่กำลังปีนข้ามกำแพงมาปรากฏแก่สายตาของซีบัล
‘ไอ้พวกนี้นี่เอง’
ซีบัลเล็งเป้าไปที่มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นแนวหน้าของกองทัพปีศาจ ปีศาจเหล่านั้นมีรูปร่างใหญ่โตราวกับหมี ถูกปกคลุมด้วยขนสีเทา และมีสี่ใบหน้าในหัวเดียว รูปลักษณ์ของพวกมันช่างแปลกประหลาด ทว่าพวกมันก็มีความทนทานสูงมาก ลูกธนูและหินส่วนใหญ่ที่เหล่าทหารถูกยิงออกมาจากกำแพงต่างก็ถูกร่างกายของพวกมันขวางไว้ได้หมด และพวกมันยังช่วยปีศาจตัวอื่นๆ อีกด้วย พวกมันคือแทงค์เกอร์แห่งนรกนั่นเอง ซีบัลตัดสินใจว่าเขาควรจะจัดการพวกมันก่อนเป็นอันดับแรกและเหวี่ยงพลองทองคำออกไป
“จงขยาย!”
ขนาดและน้ำหนักของพลองทองคำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล และเส้นเลือดที่แขนขวาของเขาก็ปูดโปนและระเบิดออก ถึงอย่างนั้น ซีบัลก็ยังทนรับความเจ็บปวดเอาไว้ แขนขวาของเขาเละเทะไปหมดในวินาทีที่พลองทองคำร่วงหล่นลงมาบนหัวของเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์
เพกาซัสร้องออกมาด้วยความกังวลขณะที่ซีบัลสั่นเทิ้ม ดวงตาของมอนสเตอร์ยักษ์ต่างพากันจ้องมองมาที่ซีบัลพร้อมๆ กัน มอนสเตอร์ยักษ์เหล่านั้นไม่ได้ตายทันทีที่โดนซีบัลฟาดด้วยพลองทองคำ พลังชีวิตของพวกมันแค่ลดลดงไปเท่านั้น
“ไอ้พวกสกปรกนี่มันอึดจริงๆ”
มอนสเตอร์ยักษ์พวกนี้ไม่ใช่ระดับหัวกะทิ (Elite) พวกมันจัดอยู่ในระดับธรรมดา (Normal) ทว่าพวกมันกลับทนทานต่อการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของพลองทองคำได้ ซีบัลรู้สึกหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นภาพกองทัพปีศาจวิ่งข้ามทุ่งราบและปีนกำแพงขึ้นมา แทนที่จะหยุดยั้งการบุกของเบริธได้ เขาอาจจะถูกปีศาจพวกนี้รุมกินโต๊ะก่อนที่จะได้เจอเบริธเสียอีก
‘...เรานี่มันของตกรุ่นจริงๆ สินะ’
เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ซีบัลไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบากหรืออุปสรรคใดๆ ในช่วงเวลาที่เขามุ่งหวงจะเป็นอันดับ 1 ของทำเนียบจัดอันดับ เขาเคยทนรับสถานการณ์ที่น่าท้อแท้ยิ่งกว่าตอนนี้มามากนัก แน่นอนว่ามันมีหลายสิ่งที่เขาต้องอดทนและล้มเหลวที่จะก้าวผ่านมันไป เขาได้ลิ้มรสความล้มเหลวมามากพอที่จะตระหนักถึงความจริงและกลายเป็นคนในทุกวันนี้
‘วันนี้อย่าเพิ่งฝืนจนถึงขีดจำกัดเลย’
มันไม่มีความแน่นอนเลยว่าเขาจะสามารถขับไล่ฝูงปีศาจร้ายเหล่านี้ไปได้ ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ควรจะท้อถอย เขาต้องสู้ต่อไป ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปเป็นไอ้บ้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะ ความกล้าหาญของเขาจะช่วยปลุกเร้าขวัญและกำลังใจของอดีตพรรคพวกและเหล่าทหารได้
“โอ้ววววววว!” เสียงคำรามที่กึกก้องดังระงมไปทั่วสมรภูมิ พื้นดินสั่นสะเทือนทุกครั้งที่ซีบัลเหวี่ยงพลองทองคำ แขนขวาของเขาหักไปนับครั้งไม่ถ้วน และออร่าของเพกาซัสก็หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็วในขณะที่คอยฟื้นฟูให้เขา ในที่สุด มอนสเตอร์ยักษ์ที่อยู่แนวหน้าของกองทัพปีศาจก็ล้มลงทีละตัว ลูกธนูที่ถูกยิงโดยทหารบนกำแพงเริ่มพุ่งเข้าใส่กองทัพปีศาจได้ในที่สุด
“เฮฮฮ!”
“ซีบัล พวกเราเชื่อมั่นในตัวคุณนะ!”
ขวัญและกำลังใจของทหารพุ่งสูงขึ้นทันที สีหน้าของเหล่าขุนนางที่กำลังรับมือกับพวกแมลงวันเริ่มสดใสขึ้น พวกเขามีความหวังว่าจะสามารถปกป้องประเทศไว้ด้วยมือของพวกเขาเองได้
ในทางกลับกัน สีหน้าของเพกาซัสกลับดูเจ็บปวด ลิ้นที่เลียแขนของเจ้านายสั่นเทิ้ม ปีกสีขาวที่กระพืออยู่บนท้องฟ้าเริ่มจะนิ่งสนิทลง
“แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...”
ซีบัลกำลังอยู่ในช่วงนกใกล้สิ้นปีก หน้าต่างพลังกายของเขากำลังกระพริบเป็นสีแดง
“ยัง... ยังหรอก”
ขออีกแค่นิดเดียว อย่างน้อยๆ เขาก็อยากจะยืนหยัดให้ได้จนกว่าจะกำจัดพวกพลแม่นปืนของกองทัพปีศาจไปได้ ทว่าการมองเห็นของเขาก็เริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ นี่คือจุดจบแล้วสินะ ในที่สุด สายตาของซีบัลก็มองกลับไปยังไรเดอร์สที่ยืนนิ่งอยู่ภายในป้อมปราการ เดิมทีเขาวางแผนที่จะบังคับไรเดอร์สตอนที่เผชิญหน้ากับเบริธ ทว่าตอนนี้เขากำลังจะตาย แผนจึงต้องเปลี่ยนไป
‘ใช้ไรเดอร์สบุกฝ่าฝูงปีศาจเข้าไปสังหารเบริธแทนล่ะกัน’
ซีบัลผู้มุ่งมั่นลูบหัวเพกาซัสเบาๆ เพกาซัสรับรูถึงเจตจำนงของเจ้านายและหันหัวกลับด้วยความโศกเศร้า ในพริบตาที่มันร่อนตัวพุ่งลงไปหาไรเดอร์สนั่นเอง
““น่ารังเกียจ น่ารังเกียจจริงๆ แกคิดว่าข้าจะปล่อยให้มนุษย์กระจอกๆ อย่างแกทำตามใจชอบไปได้นานแค่ไหนกัน?””
กลิ่นเหม็นเน่าที่แสนสาหัสโชยมาพร้อมกับเสียงที่ดังเข้าสู่หูของซีบัล มันคือเสียงที่เขาเคยได้ยินผ่านรายการถ่ายทอดสดมาแล้วกว่าร้อยครั้ง—เสียงของมหาจอมปีศาจเบริธ
““แกทำทหารของข้าบาดเจ็บ และแกต้องชดใช้ด้วยชีวิต””
“...!”
ดวงตาของซีบัลเบิกกว้าง มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากที่จะได้ยินเสียงของเบริธทั้งๆ ที่เบริธอยู่ห่างไกลขนาดนั้น นอกจากนี้เขายังช็อคที่เห็นฝุ่นควันที่ลอยขึ้นมาจากการต่อสู้ก่อตัวกลายเป็นโลหะที่แข็งแกร่ง
““จงหยุดอยู่แค่นั้นแล้วตายซะ””
โลหะที่แหลมคมมารวมตัวกันและหมุนวนจนกลายเป็นพายุ มันฉีกกระชากเนื้อหนังที่แข็งแกร่งของเหล่าปีศาจและพุ่งเข้าหาซีบัล เพกาซัสพยายามบินอย่างเต็มกำลังเพื่อจะทนรับพายุโลหะนั้นให้ได้ ทว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพกาซัสได้ใช้พละกำลังส่วนใหญ่ไปหมดแล้วและขาดแคลนพลังกาย
“เพกาซัส กลับไปซะ”
มันเพียงพอแล้วที่ซีบัลจะตายเพียงคนเดียว เขาคงจะได้รับความเสียหายมากกว่าเดิมหากเพกาซัสต้องมาตายไปด้วย เพกาซัสส่ายหัวอย่างดื้อรั้นและเมินคำสั่งของซีบัล ซีบัลจึงทำการยกเลิกการอัญเชิญและเริ่มร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
‘ถึงจะตายเร็วกว่าที่วางแผนไว้ แต่ก็ยังมีโอกาสอีกครั้งล่ะนะ’
ซีบัลได้ตั้งค่าป้อมธาเลเรนเป็นจุดฟื้นคืนชีพเอาไว้แล้ว ต่อให้เขาตาย เขาก็สามารถคืนชีพได้ทันที และพลังกายของเขาก็จะฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยม
‘ฉันจะกลับมาสู้ใหม่’
แน่นอนว่าการตายเป็นครั้งที่สองย้อมหมายถึงเขาจะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าระบบได้ ในระหว่างที่เขาไม่อยู่ อาณาจักรฮาเก้นคงจะต้องต่อสู้อย่างยากลำบากขึ้น ทว่ามันก็ช่วยไม่ได้ พายุโลหะพุ่งเข้ามาใกล้ในขณะที่ซีบัลใกล้จะถึงพื้นดินอยู่รอมร่อ เขาจะตายเพราะถูกพายุกลืนกินหรือตายเพราะความสูงของการตกกันแน่นะ? ในวินาทีที่ซีบัลมีความคิดเล็กๆ น้อยๆ นี้ คนคนหนึ่งก็คว้ามือของซีบัลเอาไว้แล้วดึงเขาขึ้นมา
จากนั้นเสียงที่ทุ้มต่ำและเย็นชาเขาก็ได้ยิน “พักผ่อนซะเถอะ”
มันคือเสียงที่ไม่มีวันลืม ซีบัลเคยรู้สึกอิจฉาและริษยา จากนั้นเขาก็รู้สึกทึ่งและโหยหา มันคือเสียงของอดีตผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดเหนือใครอื่นทั้งปวง
“คราเกล...!”
ผ้าคลุมสีเงินที่มีลายปักมังกรทองขนาดใหญ่โบกสะบัดไปตามสายลม ผ้าไหมที่นุ่มนวลโอบล้อมร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของซีบัลเอาไว้
“ฉีกกระชากนภา” (Tearing the Sky)
กรงเล็บของสัตว์ร้ายที่ทรงพลังถูกสลักลงบนท้องฟ้า พายุโลหะหยุดชะงักอยู่กับที่ สิ่งนืคือสิ่งที่เกือบจะฉีกร่างของซีบัลออกเป็นชิ้นๆ ทว่าตอนนี้มันกลับเปลี่ยนทิศทางของมันเอง มันย้อนกลับไปยังทิศทางเดิมที่มา กวาดล้างกองทัพปีศาจและเข้าปกคลุมเบริธ ทว่าวินาทีก่อนที่มันจะถึงตัวเบริธ โลหะเหล่านั้นที่รวมตัวเป็นพายุก็กลับกลายเป็นฝุ่นผงและสลายไป
““ดาบ...””
“ดาบตัดพื้นที่” (Space Sword)
““...โสดาบัน””
โลกทั้งใบถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ปฐพี ผืนเวหา ปีศาจนับพัน และรวมถึงเบริธ—ทั้งหมดต่างถูกฟาดฟันจนขาดวิ่น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

