ตอนที่ 1049
1049 / 2060
อ่าน 14 นาที
Chapter 1049
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 03:09
““ไอ้เด็กนี่!””
““ช่างเสียเกียรติจริงๆ!””
““คาอ้าาา!””
การเชื่อมโยงวิชาดาบอย่างไม่หยุดยั้งทำให้เบริธรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดนับตั้งแต่ที่มันลืมตาดูโลก มันบิดเอวที่ผอมยาวไปมาและแผดร้องออกมาในขณะที่ถูกทิ่มแทง ทว่าครั้งนี้มันกลับล้มเหลว มันตามความเคลื่อนไหวของเกริดไม่ทัน สายลมที่พัดผ่านพลันเปลี่ยนเป็นพายุคลั่ง นี่คือระลอกคลื่นที่เกิดจากความเร็วที่เหนือชั้นของเกริด
มันเป็นเวลานานแล้วที่เกริดหายไปจากสายตาของมัน เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงของอัศนีบาตและบรรลุกระบวนท่าสุดท้ายของร่ายรำดาบ
“หุ้มคลุมยอดเขา” (Pinnacle)
เกริดฟาดฟันเข้ากลางศีรษะของเบริธพอดิบพอดี
ผิวพรรณของเกริดกลายเป็นสีขาวซีดจาง และปากของเขาบิดเบี้ยวอย่างไร้ความปรานีในขณะที่มีปราณปีศาจพวยพุ่งออกมาจากร่างกายประหนึ่งหมอกควัน ‘แปลงกายปีศาจ’ (Blackening)—พละกำลังที่เกริดสะสมมาตลอดหลายปีนี้ได้กลายเป็นขุมพลังที่ช่วยเสริมแกร่งให้กับเขา ขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่อาจพันธนาการเขาได้อีกต่อไป
‘อาโมแร็กต์!’ (Amoract) เบริธกัดฟันกรอดเมื่อสังเกตเห็น ‘ตุ้มหูของดาร์คบัส’ (Dark Bus’ Earrings) ที่อยู่ที่ใบหูของเกริด มหาจอมปีศาจแห่งความขัดแย้ง อาโมแร็กต์—ไอ้เศษสวะนี่ ที่อ้างว่าเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของยาตัน ทว่ากลับมอบพละกำลังสารพัดอย่างให้กับพวกมนุษย์โดยใช้ชื่ออ้างว่า ‘เพื่อปีศาจทั้งปวง’ มันมอบเครื่องมือให้กับลัทธิยาตันเพื่อที่จะเข้าควบคุมเผ่าพันธุ์มนุษย์ และตุ้มหูนี่ก็คือหนึ่งในนั้น
‘เจ้าโง่เอ้ย!’
มันเป็นเรื่องที่งี่เง่าจริงๆ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะพละกำลังถูกมอบให้แก่พวกมนุษย์ เบริธในตอนนี้ต้องทนรับกับความอัปยศนี้ก็เพราะไอ้มนุษย์เฮงซวยบางคนไม่สามารถรักษาเครื่องมือที่ได้รับมาให้ดีพอนั่นเอง
‘อาโมแร็กต์ อาโมแร็กต์! อาโมแร็กต์!! นี่มันเป็นเพราะแกนั่นแหละ เครื่องมือนรกที่แกทิ้งเอาไว้ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ต่อหน้าข้าในตอนนี้! หากไม่มีแก ข้าไม่มีทางต้องมาอับอายขายหน้าแบบนี้แน่!’
ใช่แล้ว เบริธมองว่าเหตุผลที่เกริดวิวัฒนาการไปได้ขนาดนี้คือผลจากการแปลงกายปีศาจเพียงอย่างเดียว มันไม่รู้เรื่องการลืมตาตื่นของเกริดเลยซักนิด มันเข้าใจผิดไปเพราะเกริดดเปิดใช้งานการแปลงกายปีศาจในวินาทีที่เขาบรรลุมหากาพย์พอดี
จากนั้นเกริดก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทันทีหลังจากนั้น เขาก็แสดงกระบวนท่าสุดท้ายของ ‘หุ้มคลุมยอดเขาสังหาร’ (Pinnacle Kill)
[เอฟเฟกต์ ‘เสริมแกร่งอาวุธ’ (Enchant Weapon) ของบราฮัมแสดงผล]
[พละกำลังโจมตีของอาวุธที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 60% เป็นเวลา 5 วินาที และมีพลังในการเจาะทะลุเกราะเพิ่มขึ้นอีก 20%]
เดิมที เวทมนตร์เสริมแกร่งอาวุธที่ติดมากับวิชาดาบแพ็กม่านั้นเพิ่มพลังโจมตีเพียง 50% ตราบเท่าที่ยังร่ายรำดาบอยู่ ทว่าตอนนี้ ‘วิชาดาบของเกริด’ ได้รับการเสริมแกร่งจากเอฟเฟกต์ของมหากาพย์ และมันก็ได้เพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์เสริมแกร่งอาวุธให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เวทมนตร์เสริมแกร่งอาวุธห่อหุ้มรอบ ‘ดาบส่องสว่าง’ (Enlightenment Sword) และส่องแสงเจิดจรัสออกมา
วิชาดาบของเกริดทิ้งประวัติศาสตร์เอาไว้ประหนึ่งทางช้างเผือกที่ส่องแสงระยิบระยับ ผู้คนมากมายต่างพากันหลงใหลในภาพลักษณ์ที่งดงามนั้น ในทางกลับกัน สำหรับเบริธแล้วมันคือภาพลักษณ์ที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
““ไอ้เวทมนตร์นั่นมันคืออะไรกันแน่?!!””
ทุกครั้งที่เกริดร่ายรำดาบ เวทมนตร์สารพัดท่า—ซึ่งแฝงไปด้วยความเร้นลับที่หาได้ยากในหมู่มนุษย์—จะถูกร่ายออกมาด้วย มันก็เป็นเพียงเวทมนตร์พื้นฐานเท่านั้น พละกำลังของมันจึงไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก ทว่ามันกลับสามารถเอาชนะแนวคิดเรื่องการป้องกันและความต้านทานจากศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุของเบริธได้อย่างหมดจด เบริธไม่เคยได้รับความเจ็บปวดมากมายมหาศาลเท่ากับวันนี้มาก่อน ร่างกายของมันประหนึ่งชิ้นเนื้อในโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกสับและแทงจนพรุน
เลือดไหลนอง และพลังชีวิตของมันก็ลดลงต่ำกว่า 45% แล้ว ในช่วงที่เกริดปรากฏตัวครั้งแรก พลังชีวิตของเบริธยังเหลืออยู่มากกว่า 50% เล็กน้อย นั่นหมายความว่าเกริดคนเดียวได้สร้างความเสียหายไปแล้วนับพันล้านหน่วย
ไม่มีใครที่ไม่ประทับใจ ผู้คนต่างพากันเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง พวกเขาจินตนาการถึงภาพมหาจอมปีศาจที่เคยทำให้ผู้เล่นสั่นสะท้านมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังจะถูกส่งตัวกลับนรกไปแล้ว และพวกเขาก็เตรียมพร้อมที่จะต้อนรับความพินาศของมันเพื่อมอบความสงบสุขกลับคืนมา
เกริดเปิดใช้งาน ‘โทสะช่างตีเหล็ก’ (Blacksmith’s Rage) และกดดันเบริธต่อไป ทว่าการดิ้นรนของเบริธนั้นก็น่ากลัวไม่แพ้กัน มันใช้ศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุล้อมรอบตนเองด้วยหนามโลหะนับร้อยเล่ม ในวินาทีที่เกริดฟาดฟันเข้าใส่เบริธ หนามเหล่านั้นก็พุ่งออกมาทิ่มแทงเข้าใส่ร่างกายของเกริดทันที
“อึก...!”
[พระองค์ได้รับความเสียหาย 19,500 หน่วย]
ความเสียหายที่สะท้อนกลับมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เปลี่ยนร่างกายของเกริดให้กลายเป็นสภาพยับเยินในพริบตา ทว่าเกริดกลับไม่ยอมหยุดยั้งและพุ่งเข้าโจมตีเบริธอีกครั้ง เขาเหวี่ยงดาบออกไปในขณะที่ร่างกายแยกออกเป็นสองร่างเกริดได้รับความเสียหายใหม่จากการสะท้อนกลับที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาแยกออกเป็นสี่ร่างในขณะที่ดาบพุ่งเข้าทิ่มแทงกลางหัวใจของเบริธแม่นยำ
มันคือ ‘พลังของเบเรียล’ ที่สถิตอยู่ในรูนแห่งความมืด เกริดมีทัศนวิสัยถึงสี่ช่องทาง ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกสับสนเลย เขาพิจารณาทุกมุมมองและควบคุมร่างกายของตนเองและร่างแยกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา” (Linked Kill Flower Pinnacle)
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
ภูติตแห่งแสงอัญเชิญเวทมนตร์ ‘แฟลช’ (Flash) ในขณะที่เกริดทั้งสี่ร่างร่ายรำดาบออกมาพร้อมๆ กัน
[เอฟเฟกต์ ‘เสริมแกร่งอาวุธ’ ของบราฮัมแสดงผล]
ดาบที่ส่องแสงเจิดจรัสทั้งสี่เล่มพุ่งเข้าถล่มร่างกายของเบริธไปถึง 28 ครั้งซ้อน
““....!”” เบริธไม่อาจแม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้องออกมาได้ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจเทียบเคียงได้กับครั้งไหนๆ เลย ความทุกข์ทรมานที่ไร้จุดสิ้นสุดกำลังรอคอยมันอยู่
““....!?””
เวทมนตร์ ‘ใบมีดสายลม’ นับสิบสายฉีกกระชากบาเรียโลหะออกเป็นชิ้นๆ กลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานโปรยปรายลงไปในช่องว่างระหว่างกำแพงหนามและพุ่งเข้าทิ่มแทงบาดแผลของเบริธ การระเบิดครั้งยิ่งใหญ่อุบัติขึ้น หากเกริดและเบริธต่อสู้กันบนพื้นดินแทนที่จะเป็นบนฟากฟ้า การระเบิดครั้งนี้คงจะทำให้พื้นดินพังทลายลงและฝังกลบหุบเขานี้ลงไปแน่นอน
[คริติคอล!]
[เอฟเฟกต์จากฉายา ‘นัดเดียวจอด!’ ทำงาน ความเสียหายคริติคอลเพิ่มขึ้น 40%!]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 8,990,600 หน่วย]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 899,060 หน่วย]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 899,060 หน่วย]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 899,060 หน่วย]
[เอฟเฟกต์ของ ‘คำบัญชาเทพ’ (God’s Command) รีเซ็ตระยะเวลาคูลดาวน์ของทักษะ!]
มันคือวินาทีหลังจากที่บทจบของร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขาแสดงผลลัพธ์ออกมา เกริดทั้งสี่ร่างที่ก้าวถอยหลังออกไปเพื่อดึงดาบกลับมา พลันเริ่มร่ายรำดาบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า...
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
“ร่ายรำผสานสังหารเบ่งบาน - หุ้มคลุมยอดเขา”
เขาแสดงจังหวะการเคลื่อนไหวเหมือนกับครั้งก่อนไม่มีผิด
““...ตำนาน””
เบริธจ้องมองหอกทั้งสี่ที่พุ่งเข้ามาและตระหนักได้ทันทีว่า มนุษย์ตรงหน้าไม่ได้วิวัฒนาการไปโดยการหยิบยืมพละกำลังของเผ่าพันธุ์ปีศาจมาใช้เลยซักนิดเดียว
***
『 ว้าว... ว้าวววว... 』
เหล่านักข่าวทั่วทั้งโลกต่างพากันลืมหน้าที่ของตนไปเสียสนิทตลอดช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แทนที่จะมานั่งพากย์สถานการณ์ในสมรภูมิให้ผู้ชมฟัง พวกเขากลับเอาแต่ตะโกนอุทานออกมาซ้ำๆ มันคือท่าทีของ ‘ผู้ชม’ อย่างแท้จริง เหล่าโปรดิวเซอร์ต่างพากันทำสีหน้ามืดมนเพราะคิดว่าผู้ชมจะต้องตำหนิพวกเขาแน่นอน ทว่าความจริงแล้วมีผู้ชมเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมานั่งตำหนิสื่อในตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้ว เหล่าผู้ชมเองก็ตกอยู่ในภวังค์ไม่ต่างจากเหล่านักข่าวนั่นแหละ ผู้ชมต่างพากันจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของเกริดและไม่รู้ตัวเลยว่าพวกนักพากย์กำลังเงียบกริบไปแล้ว หากพวกนักพากย์ขยับปากพูดออกมาล่ะก็ ผู้ชมคงจะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญจนต้องกดปุ่มปิดเสียงแน่นอน
- ช่องแชทในเกมเป็นยังไงบ้างนะ?
หลังจากการระเบิดสองครั้งซ้อนสิ้นสุดลง เบริธก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นและสมรภูมิก็เข้าสู่ช่วงพักรบชั่วคราว จากนั้นข้อความนี้ก็ปรากฏขึ้นในช่องแชทของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง มันคือสัญญาณเริ่มต้น
- บ้าไปแล้ว
- พระเจ้า พระเจ้าช่วย!
- ฉันไม่ค่อยชอบกริตนะ แต่คราวนี้ฉันต้องยอมรับเลยจริงๆ...
ผู้ชมต่างพากันได้สติกลับมาและเริ่มถล่มช่องแชทจนระงบ แม้แต่เว็บไซต์สตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ยังไม่อาจรับมือกับคลื่นข้อความที่หลั่งไหลเข้ามาได้ จนเกิดอาการกระตุกไปชั่วขณะ สถานีโทรทัศน์นับพันแห่งต่างพากันโกลาหลไปพร้อมๆ กัน
บนหน้าจอ...
“แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...” ผิวพรรณของเกริดที่กำลังหอบหายใจอย่างหนักเริ่มมีสีสันกลับคืนมาในขณะที่ภาพลักษณ์สีขาวค่อยๆ จางหายไป ‘แปลงกายปีศาจ’ สิ้นสุดลงแล้ว เกริดรวบรวมร่างแยกกลับคืนมาพร้อมกับท่าทีที่ดูเหนื่อยล้า ม้าสีขาวที่มีชื่ออันแสนจะพิลึกกึกกืออย่าง ‘โอเวอร์เกียร์คอร์น’ (Overgeared Corn) กำลังเลียเกริดด้วยลิ้นของมัน
ผู้ชมไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไรเป็นพิเศษ พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าเกริดจะพ่ายแพ้ลงได้ยังไง ยังมีเหล่าดยุกอยู่ข้างกายของเกริดอีกนะ และผู้คนต่างเชือว่าเกริดจะต้องปราบเบริธได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน
““...”” เบริธที่เคยถูกกักขังไว้ที่พื้นค่อยๆ พยุงร่างกายขึ้นมา ตัวตนที่เคยถูกมองว่าเป็นความจริงแท้ ผู้ซึ่งเคยมอบความสิ้นหวังให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน ตอนนี้กลับมีสภาพที่แสนจะดูยับเยิน หลอดพลังชีวิตของมันยังเหลืออยู่ราวๆ 40% ทว่าภาพลักษณ์ของมันช่างดูน่าเวทนาเหลือเกิน
ในทางกลับกัน ฝั่งตรงข้ามกลับมีสี่ดยุก, สุดยอดนักหอกแห่งทวีปคิรินัส, คราเกล และซีบัล การต่อสู้คงจะจบลงในเร็วๆ นี้แน่นอน มหาจอมปีศาจคงจะตายลงในอีกไม่ช้า ในวินาทีที่ความเชื่อมั่นของผู้คนเพิ่มพูนขึ้นนั่นเอง
““...ข้าไม่อาจใช้ร่างกายนี้ได้อีกต่อไปแล้วสินะ”” เบริธพรึมพรำออกมาพร้อมกับแฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง ใช่แล้ว มันคือเสียงของเบริธไม่ผิดแน่ ทว่าปากของเบริธกลับยังปิดสนิทอยู่
“...?” เหล่าผู้ชมและเกริดต่างก็พากันสงสัย จากนั้นพวกเขาก็มาตระหนักได้ในภายหลัง เจ้าของเสียงที่พวกเขาได้ยินอยู่นี่ก็คือ ‘ไอ้นั่น’
“...!” ผู้ชมพากันตกตะลึง และเกริดก็เริ่มตั้งท่าระวังตัว ม้าที่แสนจะดูขี้โรค—ไอ้ตัวที่แบกเบริธไว้บนหลังมาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่เบริธปรากฏตัวครั้งแรก พลันอ้าปากออกมา
““นี่มันคือเสื้อผ้าชุดโปรดของข้าเลยนะเนี่ย””
มันเริ่มที่จะเข้ารูปเข้ารอยแล้ว เบริธพลันอ้าปากกว้างออกมา ปากนั่นยืดออกประหนึ่งยางและกว้างกว่าสองเมตร พลันกลืนกินตัวตนที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ ‘เบริธ’ เข้าไป เนื้อหนังพลันถูกบดขยี้ และกระดูกก็แตกหักดังกร๊อบ ภายในปากของเบริธ ร่างแยกของเบริธถูกเคี้ยวจนละเอียดและกลืนลงคอไป
“เอื๊อก” เบริธเรอออกมา เลือดสีขาวไหลรินจากมุมปากที่แสนจะยาวเหยียดนั่น โครงสร้างกระดูกของเบริธเริ่มบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่น่าสยดสยอง หัวไหล่และกระดูกเชิงกรานของมันแผ่ออกไปทางซ้ายและขวา พร้อมกับกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นทั่วทั้งร่างกาย นิ้วสามนิ้วโผล่ออกมาจากกีบเท้าหน้าของม้า และขาหลังจากมันก็พลันหนาเตอะจนสามารถยืนสองขาได้
ในไม่ช้า มันก็มีความสูงกว่าสี่เมตร เงาขนาดใหญ่พาดทับตัวของเกริด เจ้าม้าก้มมองลงมาที่เกริด
““จงภาคภูมิใจเอาไว้เสียเถอะ ที่เจ้าสามารถทำให้ข้าต้องเปิดเผยร่างกายที่แท้จริงออกมาได้ ข้าได้ยินมาว่าบรรดาตำนานของยุคนี้ต่างก็ยังเป็นผู้ที่ยังไม่สมบูรณ์แบบทั้งนั้นเลยนี่นะ””
มันคือจุดเริ่มต้นของเฟสที่สาม แตกต่างจากภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้ ร่างกายที่แท้จริงของเบริธที่มีท่อนบนเป็นมนุษย์และท่อนล่างเป็นม้าพลันแผ่แรงกดดันที่แสนมหาศาลออกมา
- ...ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากเลยแฮะ
ผู้ชมที่เต็มไปด้วยความหวังพลันกลับมารู้สึกกังวลอีกครั้ง เบริธพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มนุษย์น่ะจะทรงพลังขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม ศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุที่เมื่อก่อนต้องผ่านขั้นตอนของการ ‘รวบรวมวัตถุดิบ’ และ ‘สร้างวัตถุดิบใหม่’ บัดนี้มันสามารถทำได้ในพริบตาโดยไม่ต้องมีสัญญาณเตือนใดๆ และพุ่งเข้าใส่เกริดทันที หอกโลหะพุ่งมาถึงตรงหน้าของเกริดแล้ว
ความเร็วของศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุของเบริธนั้นทัดเทียมกับความเร็วที่เกริดเคยแสดงออกมาในสถานะแปลงกายปีศาจเลยทีเดียว เกริดพยายามจะหลบหลีกมันโดยใช้ปีกมังกร ทว่าเขากลับต้องหยุดลง นั่นเป็นเพราะดาบนับสิบเล่มพุ่งวนรอบตัวเขาและช่วยปกป้องเขาเอาไว้
““...เหอะ”” เบริธสบถออกมา ชายที่มีบุคลิกดูคลุมเครือมายืนอยู่ข้างๆ เกริด เบริธรู้จักตัวตนของคนคนนี้ดี นั่นคือโสดาบันแห่งดาบ เบริธตระหนักถึงความหนักแน่นของชื่อนี้เป็นอย่างดี ทว่าโสดาบันแห่งดาบก็เป็นเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้น
““แกไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก...”” เบริธยักไหล่ในขณะที่พูด ทว่าดวงตาของมันก็พลันเบิกกว้าง
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดาบนับสิบที่เคยวอร์ดล้อมรอบตัวเกริด กลับพุ่งเข้าปักคาอยู่บนร่างกายของเบริธได้ล่ะเนี่ย? คราเกลไม่ได้สนใจท่าทีที่แสนจะประหลาดใจของเบริธเลย ดวงตาของเขาดิ่งลึกราวกับกาแล็กซี่ที่ไม่อาจประเมินได้ เขากำลังจ้องมองเพียงแค่เกริดเท่านั้น
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะครับ คุณไปพักผ่อนเถอะ”
เมื่อคราเกลพูดจบ ปิอาโร่, คิรินัส และสามดยุกก็พากันมาก้าวเดินเคียงข้างเขา มีเพียงคนเดียวที่แตกต่างออกไป ราเชลยังคงยืนนิ่งอยู่ไกลๆ จ้องมองไปที่ปิอาโร่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“ข้าจะปกป้องฝ่าบาทเองค่ะ แม้ว่าฝ่าบาทจะแข็งแกร่งกว่าข้าก็ตาม” ปิอาโร่ประกาศกร้าว
“อืม” เกริดพยักหน้าตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจและชนกำปั้นกับคราเกล “ฝากด้วยล่ะ”
อีกฝ่ายคือคราเกล แตกต่างจากเกริด คราเกลเป็นคนฉลาด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องใช้อธิบายอะไรให้ยืดยาว เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าเฟส ‘อัญเชิญนรก’ (Summon Hell) ยังเหลืออยู่ และเขาต้องทำความเสียหายให้เบริธให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่สมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่มีคราบของยูร่าและรูบี้จะมาถึง เหนือสิ่งอื่นใด...
“ครับ เขาก็เป็นคนสำคัญสำหรับผมเหมือนกัน” คราเกลเองก็เต็มใจที่จะปกป้องปิอาโร่
กำปั้นของคราเกลและเกริดปะทะกัน
“ดาบในใจ” (Heart Sword)
จากนั้นวิชาดาบที่ยังไม่สมบูรณ์ของ ‘อาณาเขตขั้นสูงสุด’ ก็ได้ถูกแผ่ออกมาโดยคราเกลในสถานะโสดาบันแห่งดาบในปัจจุบัน หัวไหล่ของเบริธถูกฟันจนกระจุย
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.






