Chapter 1915
1915 / 2354
7 min read
Chapter 1915 Sublime Painter
Published Apr 5, 2026, 01:53 AM
บทที่ 1915 จิตรกรผู้สูงส่ง
ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทักทายเพียงครู่ เจ้าสำนักอวิ๋นจึงนำทางซุนหลิงไฉมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลัก โดยมีสีเม่ยลี่และถันซ่งอวิ๋นติดตามไปเบื้องหลังตามคำอนุญาตของเจ้าสำนัก
“มีเพียงข้าที่เป็นผู้สยบมารเพียงคนเดียวที่นี่งั้นหรือ? แล้วคนจากถ้ำสยบมารเล่า?”
“มีเพียงท่านคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้สยบมาร ณ ที่แห่งนี้”
“เช่นนั้นรึ ข้าเองก็แอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน”
รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าสำนักอวิ๋นขณะเอ่ยตอบ “ตามตรงนะ ข้าได้ติดต่อทั้งตระกูลสยบมารและถ้ำสยบมารไปแล้ว ทว่ามีเพียงตระกูลสยบมารเท่านั้นที่ตอบรับคำขอของข้า... ข้าต้องขออภัยด้วยหากกระทำการสิ่งใดที่ไม่ควรลงไป”
ซุนหลิงไฉส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง “หาเป็นเช่นนั้นไม่ ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีกฎข้อใดห้ามมิให้ท่านติดต่อขุมกำลังอื่น ข้าเองก็มิได้ขัดข้องหากต้องร่วมมือกับพวกเขา หากมันจะช่วยให้เราจัดการกับพวกลัทธิบูชามารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
นางหันไปมองสีเม่ยลี่และถันซ่งอวิ๋นพลางเอ่ยถาม “แล้วพวกเจ้าคือใครกัน? ดูเหมือนจะไม่ใช่ศิษย์ของสำนักนี้สินะ”
“พวกเราเป็นเพียงแขกที่มาเยือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากท่านต้องการความช่วยเหลือ พวกเราก็ยินดีจะยื่นมือเข้าช่วยอย่างเต็มใจ” ถันซ่งอวิ๋นตอบ
นางมิได้เสนอตัวเพียงเพราะมิตรภาพที่มีต่อเจ้าสำนักอวิ๋นเท่านั้น แต่นี่คือเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร—ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง—นางรู้สึกถึงพันธสัญญาที่ต้องยืนหยัดต่อต้านพวกลัทธิบูชามาร ผู้ที่ละทิ้งศีลธรรมและมนุษยธรรมเพื่อไขว่คว้าพลังอันโสมม การกระทำของพวกมันมิได้คุกคามเพียงสำนักหรือตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แต่กำลังสั่นคลอนสมดุลของโลกหล้าทั้งใบ
เมื่อมาถึงยังตำหนักหลัก เจ้าสำนักอวิ๋นจึงเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้ซุนหลิงไฉฟังโดยละเอียด
“ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ลักพาตัว พวกลัทธิบูชามารเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่หญิงพรหมจารีโดยเฉพาะ” เจ้าสำนักอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“หญิงพรหมจารี?” ซุนหลิงไฉเลิกคิ้วขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นความสงสัยระคนกังวล
เจ้าสำนักอวิ๋นพยักหน้าพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คราแรกเราเชื่อว่าพวกลัทธิบูชามารเพียงแค่ลักพาตัวศิษย์ของเรารูปแบบสุ่ม ทว่าในภายหลังเรากลับพบรูปแบบที่ชัดเจน ศิษย์ที่รอดพ้นจากการถูกจับกุมแม้จะอยู่ในเหตุการณ์ล้วนไม่ใช่หญิงพรหมจารี... มีเหตุผลใดที่พวกมันต้องเจาะจงเพียงเหล่าหญิงบริสุทธิ์เช่นนี้?”
ซุนหลิงไฉครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ความจริงแล้ว มิใช่เพียงสำนักเมฆาเยือกแข็งเร้นลับของท่านที่ตกเป็นเป้าหมาย เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้ากำลังถูกลักพาตัวในสเกลที่ยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้เราจะยังไม่ทราบเหตุผลแน่ชัด แต่ก็พอจะมีข้อสันนิษฐานอยู่บ้าง”
“ข้อที่ชัดเจนที่สุดคือ พวกมันต้องการเครื่องสังเวยเพื่อทำบางสิ่ง”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกลัทธิบูชามารจะเอาพวกนางไปเป็นอาหารให้พวกปีศาจ?” สีเม่ยลี่ตั้งข้อสังเกต
ซุนหลิงไฉพยักหน้า “มันก็เป็นไปได้ แต่ไม่มีเหตุผลใดที่พวกมันจะเลือกเฉพาะหญิงพรหมจารี เพราะพวกปีศาจนั้นไม่มีรสนิยมในการกิน พวกมันเขมือบทุกอย่างที่ขวางหน้า”
“หากพวกมันมุ่งเน้นเพียงหญิงบริสุทธิ์ บางทีอาจจะเป็นการประกอบพิธีกรรมที่ต้องใช้พรหมจารีเป็นเครื่องเซ่นไหว้ ข้าพพอจะรู้มาบ้างว่ามีวิชาต้องห้ามบางอย่างที่ต้องการหญิงบริสุทธิ์เพราะพลังปราณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพวกนาง” ถันซ่งอวิ๋นกล่าวเสริม
“ใช่แล้ว ตระกูลสยบมารเองก็เชื่อว่าพวกลัทธิบูชามารกำลังรวบรวมหญิงพรหมจารีเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ส่วนจุดประสงค์ของพิธีกรรมนั้น... เราคงได้แต่คาดเดา”
“แล้วเราจะหยุดพวกลัทธิบูชามารเหล่านี้ได้อย่างไร? หากไม่รู้ที่กบดานของพวกมัน เราก็ทำได้เพียงตั้งรับตามสถานการณ์เท่านั้น” ถันซ่งอวิ๋นเอ่ยถาม
ซุนหลิงไฉหยิบเข็มทิศโลหะสีดำออกมา “นี่คือสมบัติที่สามารถตรวจจับไอพญามารในละแวกใกล้เคียงได้”
“เป็นเครื่องมือที่สะดวกดีแท้” สีเม่ยลี่เอ่ยชม
“มันเพิ่งถูกพัฒนาขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และการใช้งานยังค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะระยะการตรวจจับ ทว่ามันจะพัฒนาขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเราใช้งานมันไปเรื่อยๆ” ซุนหลิงไฉอธิบาย
“ระยะการตรวจจับของมันไกลแค่ไหน?” เจ้าสำนักอวิ๋นถาม
“ประมาณหนึ่งร้อยลี้”
“นั่นมันไม่ไกลเท่าไหร่นัก...”
“แม้จะไม่ไกล แต่มันสามารถตรวจจับได้แม้กระทั่งกลิ่นอายมารที่เจือจางที่สุด—”
ท่ามกลางบทสนทนา ทันใดนั้นเข็มทิศในมือซุนหลิงไฉก็เปล่งแสงสีแดงวาบ พลางสั่นระรัวด้วยไอพลังที่น่าขนพองสยองเกล้า ชั่วอึดใจต่อมา แสงสีแดงก็ควบแน่นขึ้นเหนือเข็มทิศ กลายเป็นรูปศรแหลมคมชี้ตรงไปยังทิศทางหนึ่งอย่างมั่นคง
“เข็มทิศทำงานแล้ว?! แสดงว่ามันตรวจพบกลิ่นอายมารอยู่ใกล้ๆ นี่งั้นหรือ?!” เจ้าสำนักอวิ๋นผุดลุกขึ้นด้วยความตระหนก
ซุนหลิงไฉพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
“ลูกศรนั่น... มันชี้ไปยังทิศทางของทะเลสาบหยินสุดขั้วไม่ใช่หรือ?” สีเม่ยลี่เอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นทิศทางของศรแสง
“ใช่แล้ว! รีบไปที่ทะเลสาบหยินสุดขั้วเร็วเข้า!” เจ้าสำนักอวิ๋นร้องบอกด้วยความร้อนรน
ในขณะเดียวกัน ณ ทะเลสาบหยินสุดขั้ว เหล่าศิษย์ต่างพากันจ้องมองไปยังผืนน้ำนิ่งสงบมานานหลายชั่วโมงแล้ว
“เขาลงไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ป่านนี้คงตายไปแล้วกระมัง?”
“ถ้าตายแล้ว ทำไมศพถึงไม่ลอยขึ้นมาล่ะ?”
“งั้นเขาก็คงยังไม่ตาย...”
เหล่าศิษย์ต่างตกอยู่ในความไม่อยากจะเชื่อ พวกนางจินตนาการไม่ออกเลยว่าบุรุษผู้หนึ่งจะสามารถทนทานอยู่ภายใต้ทะเลสาบหยินสุดขั้วได้นานถึงเพียงนี้ “เขามีกายาหยินฝ่าฝืนสวรรค์แน่ๆ! ไม่แน่ว่าเขาอาจจะครอบครอง 'กายาเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์' อันเป็นตำนานก็ได้!” ศิษย์คนหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ
“เป็นไปไม่ได้” ศิษย์อีกคนโต้แย้งทันควันพลางส่ายหน้า “กายานั้นมีเพียงสตรีเท่านั้นที่จะกำเนิดมาพร้อมกับมันได้ ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีบุรุษคนใดครอบครองมันมาก่อน”
ทันใดนั้น ศิษย์อีกคนก็เอ่ยขึ้น “เฮ้ ดูตรงนั้นสิ”
ทุกคนต่างหันขวับไปมองตามสายตาของนาง ทันใดนั้นสายตาทุกคู่ก็ถูกตรึงไว้ที่ชายป่า
ณ ที่แห่งนั้น กลุ่มเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทหลายร่างยืนนิ่งสงัด อาภรณ์สีมืดมิดแทบไม่ไหวติงแม้จะมีลมหนาวกรรโชกผ่าน “ดูเหมือนวันนี้เราจะมีแขกมาเยือนเยอะทีเดียว”
“ตั้งสติซะ! พวกมันแผ่ซ่านไปด้วยจิตมุ่งร้าย และไม่ได้คิดจะปิดบังเลยสักนิด”
ศิษย์สองคนที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่บนผืนน้ำพลันทะยานร่างขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนกลุ่มใหม่
“พิจารณาจากรูปลักษณ์ที่น่าสงสัยและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้... พวกเจ้าต้องเป็นพวกลัทธิบูชามารแน่ๆ มาที่นี่เพื่อลักพาตัวพวกเรางั้นรึ?”
“ลัทธิบูชามาร?!” ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันตื่นตัวและหวาดหวั่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ในขณะเดียวกัน พวกลัทธิบูชามารก็มิได้เสียเวลาไปกับการสนทนาแม้แต่คำเดียว
โดยปราศจากคำเตือนใดๆ พวกมันพุ่งทะยานเข้าหาเหล่าศิษย์ประดุจเงาอสูร ชุดคลุมสีดำโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงผ่านความหนาวเหน็บอันตายด้านของทะเลสาบหยินสุดขั้วเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อเห็นดังนั้น ศิษย์คนหนึ่งจึงรีบหยิบยันต์สีแดงออกมาแล้วฉีกมันทิ้งทันที
“ข้าส่งสัญญาณแจ้งสำนักแล้ว! เราแค่ต้องยื้อเวลาไว้จนกว่าพวกท่านจะมาถึง!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.