Chapter 2202
2202 / 2354
6 min read
Chapter 2202: The Chaotic Sect’s Response
Published Apr 5, 2026, 02:04 AM
บทที่ 2202: การเคลื่อนไหวของสำนักโกลาหล
“สิ่งที่นักปรุงยาเซินกล่าวมานั้นถือว่ามีเหตุผล หากทั้งสองคนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าอสุราจริง และเราพลั้งมือสังหารพวกเขาลงไป ย่อมหมายถึงจุดจบอันดับสูญของขุมอำนาจเราอย่างไม่ต้องสงสัย” หนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมห้องโถง
“ถ้าเช่นนั้นเราควรจัดการกับพวกเขาอย่างไร? โอกาสที่พวกเขาจะเป็น ‘สหาย’ กับเผ่าอสุรานั้นช่างน้อยนิดจนแทบจะเป็นศูนย์ และหากเราไปรบกวนเผ่าอสุราพร่ำเพรื่อ มันอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพวกเขาได้” ผู้อาวุโสอีกท่านแย้งขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
“เหตุใดเราไม่ชะลอการติดต่อกับเผ่าอสุราไว้ก่อน แล้วเฝ้าสังเกตการณ์พวกเขาไปสักระยะก่อนจะตัดสินใจ?”
“นั่นเป็นความคิดที่ดี เราแค่ประวิงเวลาไปก่อน หากสุดท้ายแล้วพวกเขากลายเป็นเพียงตัวปัญหา เราค่อยลงมือสังหารก็ยังไม่สาย”
แม้ท่าทีของเหล่านักปรุงยาอัคคีจะดูระแวดระวังจนเกินเหตุ แต่มันก็เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอันลึกซึ้งที่พวกเขามีต่อเผ่าอสุรา ในแดนบรรพกาลแห่งนี้ แม้แต่การเข้าหาเพื่อยืนยันตัวตนเพียงเล็กน้อย ก็เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากคำว่า ‘ง่ายดาย’ อย่างยิ่ง
“ข้าจะไปแจ้งให้พวกเขาพราบ” นักปรุงยาเซิน ผู้ซึ่งนำทางหยวนและมู่เสวี่ยเหลียนมายังฐานบัญชาการเอ่ยขึ้น
ในขณะที่เหล่าผู้อาวุโสยังคงขบคิดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นักปรุงยาเซินก็ได้ย้อนกลับไปยังเรือนรับรองของหยวน
“เราจะส่งคนไปตรวจสอบตัวตนของเจ้ากับเผ่าอสุราในเร็วๆ นี้” นักปรุงยาเซินกล่าวกับหยวน
“แล้วต้องใช้เวลานานเพียงใด?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ... แต่เมื่อเราได้รับคำตอบแล้ว จะรีบแจ้งให้เจ้าทราบทันที”
หยวนหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางเอ่ย “มันไม่ควรใช้เวลานานเกินสองสามชั่วโมง หรืออย่างมากก็แค่ไม่กี่วัน พวกเจ้าไม่มีวิธีติดต่อกับพวกเขาโดยตรงเลยหรือ?”
นักปรุงยาเซินมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง “มีเพียงท่านผู้นำของเราเท่านั้นที่มีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับเผ่าอสุรา แต่ถึงกระนั้น เขาก็จะใช้มันเฉพาะในยามวิกฤตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น”
หยวนถอนหายใจออกมาอย่างแรง “เหตุใดการติดต่อกับพวกเขาถึงได้ยากเย็นปานนี้?”
นักปรุงยาเซินนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำใด
“เอาเถอะ ในเมื่อทำได้เพียงรอ ข้าก็จะรอ แต่อย่าให้มันเนิ่นนานจนเกินไปนัก”
“ขอบใจที่เจ้าเข้าใจ”
ขณะเดียวกัน ณ สำนักโกลาหล ผู้บ่มเพาะเพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตมาได้ได้รายงานสถานการณ์ต่อเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?! เพียงเซียนแท้จริงตัวจ้อยกลับสังหารผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติเทพถึงสี่คนอย่างนั้นหรือ?! เจ้าคาดหวังจะให้ข้าเชื่อเรื่องเหลวไหลเช่นนี้จริงๆ หรือ!” เจ้าสำนักโกลาหลแผดเสียงคำรามด้วยโทสะ หลังจากได้รับฟังรายงานจากผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว
“ข้าขอเอาดวงวิญญาณเป็นเดิมพันว่ามันคือความจริง!”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
“เจ้าสำนักจู! เราต้องล้างแค้นให้อาวุโสจื่อและคนอื่นๆ!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งโพล่งขึ้นมาทันควัน
“ไอ้สารเลวนั่นบังอาจสังหารคนของสำนักโกลาหล! แถมยังเป็นถึงระดับผู้อาวุโส!”
เมื่อได้ยินว่าพวกเขาต้องการล้างแค้น ผู้บ่มเพาะคนนั้นก็รีบละล่ำละลักบอก “ไม่! เราไม่ควรทำเช่นนั้น!”
ทุกคนในห้องหันมามองเขาด้วยสายตาเย็นชาและขุ่นเคือง
“อาวุโสเจียง เจ้าพูดบ้าอะไรออกมา? เจ้ากำลังบอกว่าเราไม่ควรล้างแค้นให้อาวุโสจื่อและคนอื่นๆ อย่างนั้นหรือ? เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?!”
“หรือว่าเจ้าถูกไอ้สารเลวนั่นล้างสมองไปแล้ว อาวุโสเจียง?”
“พวกท่านไม่เข้าใจ! ชายคนนั้นไม่ใช่คน! เขาสังหารทุกคนได้ในชั่วพริบตา และทำได้อย่างง่ายดายเกินไป! อีกอย่าง... เขาอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าอสุรา!” อาวุโสเจียงตะโกนก้อง
“เ-เผ่าอสุราอย่างนั้นหรือ...?”
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนไปในทันที เพียงแค่ได้ยินชื่อของเผ่าอสุรา
“อาวุโสเจียง” เจ้าสำนักเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับสั่นสะท้าน “หากตัดเรื่องเผ่าอสุราออกไป เจ้ากำลังจะบอกว่าเซียนเพียงคนเดียวแข็งแกร่งกว่าสำนักโกลาหลทั้งสำนัก จนเราไม่ควรไปล่วงเกินเขาอย่างนั้นหรือ?”
“นั่นมัน...” อาวุโสเจียงจนแต้มด้วยคำพูด
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ส่ายหน้าและตอบกลับว่า “ไม่... หากเขาไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับผู้นำเผ่าอสุรา ก็ไม่มีทางที่คนเพียงคนเดียวจะคุกคามสำนักโกลาหลของเราได้ ข้าต้องขออภัย ดูเหมือนข้าจะขวัญเสียจนคิดอะไรไม่รอบคอบ”
“ดีมาก ทีนี้กลับมาที่เรื่องเดิม เจ้าบอกว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับเผ่าอสุรา เจ้ามั่นใจเรื่องนี้เพียงใด?”
“เรื่องนั้น... พูดตามตรง ข้าไม่มั่นใจนัก เขาให้ข้านำทางไปยังพฤกษาเพลิง หากเขามีความเกี่ยวข้องกับเผ่าอสุราจริง เขาคงไม่จำเป็นต้องให้ข้านำทางไปที่นั่น ทว่า... กลิ่นอายบางอย่างในตัวเขาทำให้ข้านึกถึงคนของเผ่าอสุราขึ้นมา”
เจ้าสำนักลุกขึ้นยืนพลางประกาศกร้าว “ไม่ว่าเขาจะเกี่ยวข้องกับเผ่าอสุราหรือไม่ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่สังหารคนของข้าไปถึงสี่คนลอยนวลไปได้เด็ดขาด จงรวบรวมอาวุโสทั้งหมด เราจะไปทวงแค้นให้พี่น้องของเรา!”
“น้อมรับคำสั่ง!”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ ฐานบัญชาการของเหล่านักปรุงยาอัคคี
“ท่านผู้นำ! เกิดเรื่องด่วนแล้ว! เจ้าสำนักโกลาหลพร้อมสมาชิกจำนวนมากบุกมาถึงหน้าประตูของเรว!”
“สำนักโกลาหลหรือ? พวกมันต้องการอะไรจากเรา?” ผู้นำเหล่านักปรุงยาอัคคีตื่นตระหนกกับข่าวที่ได้รับทันที
“พวกมันต้องการพบท่าน และนั่นคือทั้งหมดที่เรารู้!”
“พวกสารเลวโอหัง คิดจะเปิดสงกับเราหรืออย่างไร?”
ผู้นำนักปรุงยาอัคคีออกไปเผชิญหน้ากับสำนักโกลาหลในเวลาต่อมา
“เจ้าสำนักจู นี่มันหมายความว่าอย่างไร? การยกขบวนอาวุโสมามากมายโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเช่นนี้... เจ้าคิดจะรุกรานเราหรือ? เจ้าไม่ยำเกรงเผ่าอสุราบ้างหรืออย่างไร?”
เจ้าสำนักจูตอบกลับอย่างรวดเร็ว “อย่าได้กังวลไปเลย ท่านผู้นำหยาง วันนี้สำนักโกลาหลไม่มีธุระกับเหล่านักปรุงยาอัคคี เรามาที่นี่เพื่อไอ้สารเลวที่เพิ่งมาถึงที่นี่—คนที่คิดจะไปที่พฤกษาเพลิง มันยังอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่?”
“...”
ผู้นำหยางตอบกลับ “ใช่ เขายังอยู่ที่นี่ แล้วเจ้ามีธุระอะไรกับเขา?”
“ไอ้สารเลวนั่นสังหารผู้อาวุโสของเราไปถึงสี่คน และเรามาที่นี่เพื่อลากคอมันมาตดใช้กรรม!”
“ว่าอย่างไรนะ...?” ผู้นำหยางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้รับรู้ข้อมูลนี้
“เจ้าแน่ใจนะว่าจำคนไม่ผิด? ชายคนนั้นเป็นเพียงเซียนแท้จริง ส่วนอาวุโสของพวกเจ้าล้วนอยู่ในขอบเขตจุติเทพเป็นอย่างต่ำ แต่เจ้ากลับบอกว่าเขาเป็นคนสังหารพวกนั้นถึงสี่คนเนี่ยนะ?” เขาย้อนถามด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
