Chapter 3501
3501 / 5804
12 min read
Chapter 3501 - Seeing the Sun Again
Published Apr 11, 2026, 10:37 AM
บทที่ 3501 – หวนคืนสู่แสงตะวันอีกครา
กาลเวลาล่วงเลยไปเพียงชั่วธูปหนึ่งดอกดับมอด เป่ยลี่โม่ก็ฉุดกระชากร่างของหยางไคออกมาจากขุมนรกน้ำแข็ง ก่อนจะเหวี่ยงร่างเขากระแทกพื้นดินเบื้องล่างอย่างไร้ความเมตตา
ในพริบตานั้นเอง พันธนาการที่สะกดปราณจักรพรรดิภายในร่างพลันมลายหายสิ้น พลังอำนาจเริ่มไหลเวียนสอดประสานไปตามเส้นชีพจรอย่างเสรี หยางไคสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย พลางเร่งโคจรพลังอย่างดุดันเพื่อขับไล่ไอเย็นสุดขั้วที่แทรกซึมลึกถึงกระดูกให้พ้นไปจากร่าง เมื่อเขางเงยหน้าขึ้นทอดสายตามองแสงสว่างรำไรที่พาดผ่านมาจากเบื้องไกล ความรู้สึกประหนึ่งได้หวนกลับมามองเห็นแสงตะวันอีกครั้งก็เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจ
ช่วงเวลาที่ถูกจองจำอยู่ในคุกน้ำแข็งช่างเป็นความรู้สึกที่อึดอัดขัดข้องจนแทบสิ้นใจ
“สำหรับการซ่อมแซมประตูมิติเขตแดน เจ้าจงไปที่นครศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเองแล้วตามหาไป๋หยา เขาจะเป็นผู้ประสานงานทุกอย่างกับเจ้า!” ทิ้งคำสั่งไว้เพียงเท่านั้น เป่ยลี่โม่ก็ทะยานร่างจากไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหยางไคอีก
ราชาปีศาจเผ่าหินผู้พิทักษ์คุกน้ำแข็งโลกันตร์เยือกแข็งสืบเท้าเข้ามาใกล้ พลางประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “น้องชายหยาง ก่อนหน้านี้ข้าเพียงทำตามหน้าที่ หากล่วงเกินสิ่งใดไป โปรดให้อภัยข้าด้วย” ตลอดหลายปีที่เขาเฝ้าพิทักษ์คุกน้ำแข็งแห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนเป็นๆ เดินออกจากที่นี่ได้ และที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าคือคนผู้นี้ถูกนำตัวออกมาโดยท่านศักดิ์สิทธิ์สูงสุดด้วยองค์เอง
หากท่านศักดิ์สิทธิ์มิได้ให้ความสำคัญกับมนุษย์ผู้นี้ เหตุใดนางต้องลงแรงมาด้วยตนเอง? ดังนั้นในสายตาของราชาปีศาจเผ่าหิน มนุษย์ผู้นี้คือบุคคลที่ควรค่าแก่การผูกมิตรเป็นที่สุด
หยางไคเพียงหรี่ตามองพลันแค่นเสียงเย็นชาออกมาจากลำคอ เขาตวัดแขนเสื้อคลาหนึ่งแล้วเดินจากไปโดยประสานมือไว้เบื้องหลังอย่างเย่อหยิ่ง ทิ้งให้ราชาปีศาจเผ่าหินยืนค้างเติ่งด้วยใบหน้าปั้นยาก ก่อนที่มันจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้นอาฆาต
มันก็แค่สวะมนุษย์ตัวหนึ่ง มีสิทธิ์อันใดมาทำตัวโอหังบังอาจเช่นนี้!
หยางไคหาได้รุดหน้าไปยังนครศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปหิมะโปรยในทันที แต่เขากลับมุ่งหน้าไปหาเหล่าผู้ติดตามของตนก่อน ทหารหมื่นนายที่เขานำติดตัวมาได้ปักหลักรออยู่ภายนอกวังน้ำแข็งนับตั้งแต่เขามาถึง ด้วยเหตุที่เขาถูกเป่ยลี่โม่โยนเข้าคุกน้ำแข็งอย่างกะทันหัน จึงมิอาจล่วงรู้ชะตากรรมของพวกเขาได้เลย คนอื่นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเขามิได้ใส่ใจนัก แต่สำหรับหลี่ซือฉิงนั้นเขาจำต้องดูแล
เมื่อมาถึงจุดที่กองทัพตั้งค่าย หยางไคจึงได้ทอดถอนใจด้วยความโล่งอก
ทหารหมื่นนายยังคงปักหลักมั่นคงในตำแหน่งเดิมราวกับมิได้เคลื่อนไหวไปที่ใดตลอดหลายวันที่ผ่านมา และไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สูญหายไป
เมื่อเห็นเงาร่างของหยางไคปรากฏขึ้น ถูเชี่ยหลัว, เหออิน, ปาจา และเหล่าราชาปีศาจคนอื่นๆ ต่างรีบเร่งเข้ามมาต้อนรับด้วยความยินดีพร้อมเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
การเคลื่อนไหวขององครักษ์หิมะโปรยเมื่อไม่กี่วันก่อนทำให้พวกเขาขวัญกระเจิงไปหมด ทุกคนต่างคิดว่าหยางไคไปล่วงเกินเป่ยลี่โม่จนทำให้นำพาหายนะมาสู่พวกเขาทั้งหมด ทว่าพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าองครักษ์หิมะโปรยเหล่านั้นเพียงแค่ล้อมกรอบคุมขังพวกเขาไว้ไม่กี่วัน ก่อนจะถอนกำลังออกไปอย่างปุบปับเมื่อไม่นานมานี้เอง
และทันทีที่กองกำลังองครักษ์จากไป หยางไคก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี
หยางไคสอบถามสารทุกข์สุกดิบและสถานการณ์ที่พวกเขาเผชิญในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพียงสังเขป เขาคาดการณ์ว่าเป่ยลี่โม่คงเพียงต้องการสกัดกั้นมิให้เหออินและคนอื่นๆ ส่งข่าวถึงยวี่หรูเมิ่ง แม้ว่ายวี่หรูเมิ่งจะสามารถใช้ ‘วิญญาณจุติ’ ผ่านเสี่ยวอู่ได้ในยามคับขัน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเงื่อนไขในการทำเช่นนั้นคืออะไร
หลี่ซือฉิงลอบส่งสายตาห่วงใยมายังหยางไคจากเบื้องหลัง เขาเพียงกวาดสายตามองนางครู่หนึ่งพลางพยักหน้าให้เบาๆ ก่อนจะเลือกป๋อหยาและเหออินให้ร่วมเดินทางเข้าสู่นครศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามหาไป๋หยา ส่วนคนอื่นๆ ให้รอรับคำสั่งอยู่ ณ ที่เดิม
หลี่ซือฉิงดูเหมือนอยากจะตามไปด้วยใจจะขาด แต่นางกลับถูกเสี่ยวอู่ฉุดรั้งแขนเสื้อไว้เสียก่อน
นครศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งร้อยลี้ ช่างง่ายดายต่อการเดินทาง ป๋อหยาเคยมาที่นี่มาก่อน ย่อมไม่มีทางหลงทางอย่างแน่นอน
หลังจากย่างกรายเข้าสู่นครศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสามก็สอบถามทิศทางจนพบคฤหาสน์อันโอ่อ่าของไป๋หยา ในขณะที่คนรับใช้รุดไปแจ้งผู้เป็นนาย หยางไคก็นั่งรออยู่ในห้องรับรองด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น
ไม่นานนัก ไป๋หยาก็เดินออกมาด้วยความรีบร้อน ทันทีที่เห็นหยางไค เขาก็ประสานมือคารวะ “ทำให้พี่หยางต้องรอเสียแล้ว”
หยางไคเงยหน้ามองพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “พี่ไป๋หยา ท่านช่างไร้น้ำใจยิ่งนัก”
เขามารู้รายละเอียดในภายหลังว่า ในตอนที่เขาถูกฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเล่นงานที่ตำหนักของเป่ยลี่โม่นั้น เป็นเพราะปทุมอุ่นวิญญาณช่วยขจัดฤทธิ์ยาออกไปเขาจึงมิได้เสียกิริยาไปมากกว่านั้น และในยามนั้นไป๋หยาเองก็ต้องได้รับผลกระทบจากฤทธิ์ยาเช่นกัน มิฉะนั้นคงไม่รีบร้อนจากมาเช่นนั้น
หยางไคมั่นใจว่าในยามนั้นไป๋หยาต้องสังเกตเห็นความผิดปกติแน่นอน ขนาดกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์ยังยากจะต้านทานฤทธิ์ยาอันโอหังนั้นได้ หากหยางไคมิได้มีปทุมอุ่นวิญญาณปกปักรักษา ป่านนี้เขาคงยังนอนอยู่บนหน้าท้องของสตรีสักนางเป็นแน่
ไป๋หยาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “โปรดให้อภัยข้าเถิดพี่หยาง วันนั้นข้าเองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน ข้าไร้หนทางช่วยจริงๆ” เขาแสร้งทำเป็นห่วงใย “ท่านศักดิ์สิทธิ์มิได้ลงทัณฑ์อันใดท่านใช่หรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าท่านทำให้ท่านศักดิ์สิทธิ์พิโรธจนถูกโยนเข้าคุกน้ำแข็งโลกันตร์ แถมยังเป็นชั้นที่สิบแปดเสียด้วย!”
“แม้จะอยู่แต่ในนครศักดิ์สิทธิ์ แต่ข่าวคราวของพี่ไป๋หยากลับรวดเร็วยิ่งนัก” หยางไคแค่นเสียง
มุมปากของไป๋หยากระตุกเล็กน้อย “หรือว่าพี่หยางจะตำหนิที่ข้ามิได้อ้อนวอนแทนท่าน? เรื่องนี้ข้าขอให้พี่หยางโปรดเข้าใจ ท่านศักดิ์สิทธิ์มีเหตุผลส่วนตนในการกระทำเสมอ ข้าซึ่งเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาย่อมมิอาจสอดปาก!”
แน่นอนว่าลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกขบขัน [ข้ากับเจ้ามิได้เกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย เหตุใดข้าต้องเสี่ยงตายไปล่วงเกินท่านศักดิ์สิทธิ์เพื่อเจ้าด้วย?]
“ช่างเถิด!” หยางไคโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ข้ารู้ว่าพี่ไป๋หยาหวังดีแต่ไร้กำลังจะช่วย และข้าก็มิได้คิดจะโทษท่าน อย่างไรเสียมันก็เป็นเพียงประสบการณ์ที่น่าหวาดเสียวแต่มิได้มีอันตรายถึงชีวิต”
ไป๋หยาจึงเอ่ยถามต่อ “พี่หยาง ท่านไปทำให้ท่านศักดิ์สิทธิ์พิโรธเรื่องอันใดหรือ? ถึงขั้นต้องถูกโยนเข้าคุกน้ำแข็งโลกันตร์เยือกแข็ง... สถานที่บ้าบอนั่นมิใช่ที่ที่ใครจะเข้าออกได้โดยง่าย”
หยางไคมองเขาด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม “หากพี่ไป๋หยาใคร่รู้ถึงเพียงนั้น ก็จงไปถามท่านศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเองเถิด ข้ามิอาจเอ่ยถึงเรื่องนี้ได้”
ไป๋หยาหัวเราะแห้งๆ แน่นอนว่าเขาไม่มีความกล้าพอที่จะไปถามเป่ยลี่โม่ ไม่ว่าหยางไคจะทำสิ่งใดลงไป มันต้องเป็นเรื่องที่ทำให้นางโกรธแค้นจนถึงขีดสุด มิฉะนั้นเขาคงไม่ถูกโยนเข้าคุกน้ำแข็งแน่ หากไป๋หยาบุ่มบ่ามไปถาม ก็เท่ากับเป็นการหักหน้าท่านศักดิ์สิทธิ์ และคนต่อไปที่จะได้เข้าคุกน้ำแข็งก็คงจะเป็นเขานั่นเอง
“กลับเข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า!” หยางไคใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ “ข้าพำนักอยู่ที่ทวีพหิมะโปรยมานานพอสมควรแล้ว แต่เพราะถูกท่านศักดิ์สิทธิ์กักขังไว้จึงทำให้เสียเวลาไปมาก บัดนี้นางปล่อยตัวข้าออกมาแล้ว ย่อมถึงเวลาที่จะต้องมุ่งเน้นไปที่ประตูมิติเขตแดนเสียที ท่านศักดิ์สิทธิ์กำลังยุ่งอยู่กับธุระของนาง จึงสั่งให้ข้ามาพบพี่ไป๋หยาเพื่อหารือสถานการณ์ และกำชับให้พี่ไป๋หยาให้ความร่วมมือกับข้าอย่างเต็มที่ หากมีการล่าช้าแม้เพียงนิด... จะไม่มีการละเว้น” แน่นอนว่าประโยคสุดท้ายเขาเป็นคนเติมเข้าไปเองตามใจชอบ อย่างไรเสียการอ้างอำนาจเบื้องสูงก็ทำได้ไม่ยาก ถึงไป๋หยาจะไปถามเป่ยลี่โม่จริงๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร
ไป๋หยาตอบรับอย่างรวดเร็ว “ท่านศักดิ์สิทธิ์ได้ฝากฝังเรื่องนี้ไว้กับข้าล่วงหน้าแล้ว หากพี่หยางต้องการสิ่งใด โปรดเอ่ยมาได้เลย ข้าจะประสานงานให้อย่างสุดความสามารถ”
หยางไคพยักหน้า “อันดับแรก ข้าต้องการข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับทวีปที่สูญหายไป ประตูมิติเขตแดนที่สาบสูญ และประตูมิติเขตแดนที่เริ่มสั่นคลอนในเขตปกครองของท่านศักดิ์สิทธิ์”
ไป๋หยาเลื่อนแหวนมิติวางตรงหน้าเขา “ข้าเตรียมการไว้ให้หมดแล้ว ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในนั้น เชิญพี่หยางตรวจสอบดูเถิด”
หยางไคมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะรับแหวนมิติมาตรวจสอบด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ เขาพบแผ่นหยกจำนวนมากอยู่ภายใน ซึ่งบรรจุข้อมูลเกี่ยวกับประตูมิติและทวีปที่สาบสูญไว้อย่างครบถ้วน
หลังจากเก็บแหวนไปแล้ว หยางไคก็กล่าวต่อ “นอกจากนี้ ข้าต้องการให้พี่ไป๋หยาเกณฑ์กองกำลังห้าแสนนายมารอสแตนด์บายไว้ด้วย!”
ใบหน้าของไป๋หยาพลันปรากฏแววสงสัย “พี่หยางต้องการทหารมากมายถึงห้าแสนนายไปเพื่อการใด?”
หยางไคตอบอย่างราบเรียบ “ข้าต้องการสมาธิและความเงียบสงัดอย่างที่สุดในระหว่างการซ่อมแซมประตูมิติ ห้ามมิให้ผู้ใดรบกวนเด็ดขาด เมื่อถึงเวลานั้น ประตูมิติต้องถูกปิดกั้นจากทั้งสองฝั่ง ข้าย่อมต้องใช้กำลังคนจำนวนมากมิใช่หรือ?”
ไป๋หยาพยักหน้าเข้าใจ “เป็นเช่นนี้นี่เอง เรื่องนี้มิใช่เรื่องยากเย็นนัก” สำหรับเขาแล้ว ทหารห้าแสนนายช่างเป็นเรื่องเล็กน้อย เขาสามารถระดมพลได้ในเวลาอันสั้น อย่างไรเสียก็แค่เอาไปปิดล้อมสถานที่ ไม่จำเป็นต้องมีระดับพลังที่สูงส่งนัก แค่มีราชาปีศาจไม่กี่ตนคุมทัพที่เหลือเป็นทหารธรรมดาก็เพียงพอแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนพี่ไป๋หยาเตรียมการเถิด ข้าจะศึกษาข้อมูลเหล่านี้ก่อน และเราจะเริ่มลงมืออย่างเร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้ หรืออย่างช้าที่สุดก็วันมะรืน”
“รบกวนพี่หยางแล้ว!”
คฤหาสน์ของไป๋หยากว้างขวางโอ่อ่า ย่อมมีที่ทางเพียงพอให้หยางไคพักอาศัย ไป๋หยาจัดเตรียมห้องรับรองที่ดีที่สุดให้เขาและจัดคนคอยรับใช้ ก่อนที่จะออกไปจัดการธุระอื่น
หลังจากสั่งให้เหออินและป๋อหยาเฝ้าหน้าประตู หยางไคก็ก้าวเข้าสู่ห้องพักแล้วนำข้อมูลที่ได้มา รวมถึงแผนที่แดนปีศาจที่เขาเคยซื้อไว้มาวางกางบนโต๊ะเพื่อเริ่มศึกษาอย่างละเอียด
ค่ำคืนอันเงียบสงัดล่วงผ่านไป ข้อมูลที่ไป๋หยาให้มานั้นมิได้ซับซ้อนนักหยางไคจึงใช้เวลาไม่นานก็เข้าใจทั้งหมด ทว่าเขามีแผนการอื่นซ่อนอยู่ลึกๆ และเพื่อให้แผนการนั้นสัมฤทธิผล เขาจำเป็นต้องวางหมากทุกย่างก้าวอย่างรอบคอบที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่ควรจะเป็น
การค้นคว้าตลอดทั้งคืนทำให้เขาเข้าใจสถานะของประตูมิติในเขตปกครองของเป่ยลี่โม่ได้อย่างถ่องแท้
ในแง่ของขนาดพื้นที่และจำนวนทวีปที่ครอบครอง ยวี่หรูเมิ่งและเป่ยลี่โม่นั้นแทบไม่ต่างกันเลย ประตูมิติกว่าสิบทวีปในเขตของยวี่หรูเมิ่งมีปัญหา และมีทวีปที่สูญหายไปทั้งหมดหกทวีป ด้วยความช่วยเหลือของ ‘ผู้หวนคืนสู่ห้วงลึก’ (Abyssal Returner) หยางไคได้ค้นพบทวีปเหล่านั้นไปแล้วสามทวีป และเมื่อกุนกุนกลืนกินซากทวีปเหล่านั้นเข้าไป พื้นที่ในโลกใบเล็กก็แผ่ขยายออกไปอย่างมหาศาล แม้แต่กฎเกณฑ์แห่งโลกก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
สถานการณ์ฝั่งของเป่ยลี่โม่ก็คล้ายคลึงกัน มีทวีปนับสิบที่มีปัญหาเรื่องประตูมิติ แม้แต่ทวีปหิมะโปรยเองก็เช่นกัน ทว่าจำนวนทวีปที่สูญหายไปนั้นกลับมีมากกว่าถึงแปดทวีป!
ในบรรดาสิ่งเหล่านั้น มีถึงห้าทวีปที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าถึงได้! ส่วนอีกสามทวีปที่เหลือ หยางไคจำต้องหาข้ออ้างบางประการเพื่อเข้าถึงพวกมัน
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหยางไคเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่สุด มิใช่เรื่องการฟื้นฟูประตูมิติ แต่เป็นความจริงที่ว่ามีทวีปหนึ่งสามารถใช้เป็น ‘กระดานกระโดด’ เพื่อลอบเร้นเข้าสู่ ‘ทวีปนิรันดร์ฟ้า’ (Eternal Sky Continent) ได้! หากแทรกซึมเข้าไปสำเร็จ เขาจะได้ล่วงรู้เสียทีว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จันทรากระจ่าง (Bright Moon Great Emperor) ถูกคุมขังอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างหาได้ง่ายดายเพียงนั้น ไม่ว่าเขาจะเร่งรีบเพียงใด เขาก็ต้องดำเนินการอย่างช้าๆ และสุขุมที่สุด อย่างน้อยที่สุดหยางไคต้องทำให้เป่ยลี่โม่และไป๋หยาตายใจและลดการป้องกันลงเสียก่อน เขาจึงจะมีโอกาสลอบเข้าไปยังทวีปนิรันดร์ฟ้าได้สำเร็จ
เช้าวันต่อมา หยางไคเปิดประตูห้องแล้วมุ่งหน้าไปพบไป๋หยาพร้อมกับป๋อหยาและเหออิน เพื่อแจ้งว่าทุกอย่างพร้อมแล้วและสามารถออกเดินทางได้ทันที
แน่นอนว่าไป๋หาย่อมต้องการให้หยางไคจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เขาจึงตกลงอย่างยินดีและนำทางมุ่งหน้าไปยังประตูมิติเขตแดนที่ใกล้ที่สุดในทันที
ทวีปหิมะโปรยมีประตูมิติเขตแดนทั้งหมดแปดแห่งที่เชื่อมต่อไปยังทวีปอื่นอีกแปดทวีป ทว่าหนึ่งในนั้นได้สาบสูญไปแล้ว และอีกสองแห่งกำลังเผชิญกับปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น หากปล่อยไว้เช่นนี้ ทวีปหิมะโปรยคงจะเลือนหายไปจากแผนที่แดนปีศาจภายในเวลาไม่กี่พันปี
ที่แห่งนี้คือรากฐานของเป่ยลี่โม่ และยังเป็นแผ่นดินบรรพชนของเผ่าปีศาจหิมะทั่วทั้งแดนปีศาจ มันคือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโตและบ่มเพาะพลังของเผ่าปีศาจหิมะ พวกเขาจึงมิอาจสูญเสียมันไปได้เด็ดขาด และนี่คือเหตุผลสำคัญที่เป่ยลี่โม่ถึงกับต้องลงแรงไปตามหาหยางไคด้วยองค์เอง เพราะหากเป็นเพียงทวีปธรรมดาทั่วไป นางย่อมไม่มีวันเอาใจใส่ถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.