Chapter 1966
1967 / 2060
11 min read
Chapter 1966
Published May 31, 2026, 04:24 PM
บทที่ 1966
เสียงกรีดร้องดังสนั่นมาจากบนท้องฟ้าที่ส่องประกายสีทองเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ละลายและเข้าปกคลุมทั่วโลก แต่ทันทีที่แสงสีทองนั้นจางหายไป ท้องฟ้าสีครามอันเงียบสงบก็กลับมาปรากฏเบื้องหน้า ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา
ฝูงมนุษย์และเมฆหมอกรอบตัวพวกเขาหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าสภาพแวดล้อมกลับดูไม่ได้รับความเสียหาย ราวกับพลังทำลายล้างจากการหายตัวไปของผู้ฝึกตนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น
[ในบรรดาพวกมัน มีตัวที่อึดถัดอยู่หนึ่งตัว]
เนวาร์ทันแค่นเสียงหึแล้วหายตัวไปจากจุดที่เคยยืนอยู่ ในเวลาเดียวกัน สายฟ้าสีดำฟาดลงมาจากอีกฝั่งของท้องฟ้า ตามด้วยเสียงกรีดร้องของใครบางคน
แครนเบลเฝ้ามองสถานการณ์อยู่อย่างเงียบๆ เขากล่าวว่า [เจ้าเสนอตัวมาช่วยข้าทันทีที่ได้รับอิสรภาพงั้นรึ? ช่างน่าประทับใจนัก]
แครนเบลแอบรวบรวมพลังเวทมนตร์เพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ เขาไม่ไว้ใจพวกมังกรโบราณ เขาตั้งใจจะจู่โจมเรเดอร์สแบบไม่ให้ตั้งตัวแล้วหลบหนีไป
ดวงตาสีทองของเรเดอร์สค่อยๆ หันมามองเขา
[ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ช่วยเจ้า เผ่าพันธุ์ของเราเหลืออยู่เพียงหยิบมือ และเจ้าคือมังกรระดับสูงเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลือรอด เจ้าได้ช่วยเหลือกริดและเหล่ามนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นคือสิ่งที่สมควรได้รับการยกย่อง เจ้าจะต้องร่วมมือกับมนุษย์เพื่อรับมือกับศัตรูหน้าใหม่เหล่านี้]
[......]
เรเดอร์สพูดมีเหตุผล ความระแวดระวังของแครนเบลลดน้อยลงเล็กน้อย
เนวาร์ทันกลับมาแล้ว
[ข้าทำพวกมันหลุดมือไป พวกมันใช้เล่ห์เหลี่ยมประหลาด... นั่นคือตัวที่บุกรุกรังของเจ้าใช่หรือไม่?]
[ไม่ นางแข็งแกร่งกว่านั้นมาก]
[พลังของนางเทียบเท่ากับพวกเรา]
[ใช่ นางคือหนึ่งในผู้บุกรุกที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกใบนี้]
เรเดอร์สพยักหน้าก่อนจะบอกแครนเบลว่า [เจ้าไว้ใจกริด หากเป็นเขา เขาจะไม่หันหลังให้เจ้าแน่นอน พยายามประเมินสถานการณ์โดยรวมไปพร้อมกับการฟื้นฟูร่างกายเถอะ]
[เจ้าจะทำอะไรต่อไป?]
[กระแสมนตราที่ผิดปกติกำลังถูกตรวจพบไปทั่วโลก หากตัดสินจากรูปทรงของการไหล กระแสเหล่านี้มีพลังที่จะบิดเบือนมิติได้]
[เจ้าหมายถึงรอยแยกมิติหรือ?]
[ถูกต้อง ปรากฏการณ์นี้เกิดจากความตั้งใจของใครบางคน]
[ใครคนนั้นกำลังมุ่งเป้าไปที่การเชื่อมต่อมิติ]
ในฐานะอัครสาวกของเทพต่างมิติ เหล่ามังกรย่อมล่วงรู้ความจริงของโลกใบนี้ โลกนี้ก็ไม่ต่างจากสถานที่ที่มีไว้เพื่อความบันเทิงของเหล่าตัวตนที่อยู่ในมิติเดียวกับเทพต่างมิติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ผู้เล่น'
สำหรับตัวตนที่ถือกำเนิดที่นี่ เป็นเรื่องยากที่จะข้ามไปยังมิติที่สูงกว่า แต่สำหรับตัวตนจากมิติที่สูงกว่าแล้ว การข้ามมายังสถานที่แห่งนี้กลับเป็นเรื่องง่าย การดำรงอยู่ของผู้เล่นเหล่านี้คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
[การฝืนเปิดรอยแยกมิติเพื่อเข้ามาที่นี่ หมายความว่าผู้บุกรุกเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตจากเทพต่างมิติ]
[ข้าก็ตีความเช่นนั้นเหมือนกัน]
[ถึงกระนั้น เทพต่างมิติก็ไม่ได้บอกให้เราหยุดพวกมัน แต่กลับให้เราทำตามอิสระงั้นหรือ?]
[ข้ากำลังสงสัยว่าเทพต่างมิติเองก็อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถหยุดพวกมันได้เช่นกัน]
เหล่าตัวตนใหม่ที่คาดว่ามาจากต่างมิติเช่นเดียวกับผู้เล่น คือภัยคุกคามที่เห็นได้ชัด พวกมันมีทักษะสูงส่งและแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อเหล่ามังกรผู้เป็นอัครสาวกของเทพต่างมิติ พวกมันถึงขั้นกำลังพยายามเชื่อมต่อมิติ ซึ่งถือเป็นการคุกคามระเบียบของโลก
มังกรโบราณไม่มีความคิดที่จะยืนดูอยู่เฉยๆ ภารกิจที่ได้รับจากเทพต่างมิติคือการดูแลโลกใบนี้ พวกเขามีหน้าที่ต้องปกป้องมัน
[นี่คือแผนที่แสดงจุดที่เกิดรอยแยกมิติ พวกเราจะไปจัดการรอยแยกในทวีปตะวันออก ส่วนที่เหลือเจ้าจงส่งต่อให้กริด]
เหตุผลที่มังกรโบราณมาหาแครนเบลแต่แรกก็เพื่อนำแผนที่นี้มาให้ แครนเบลตระหนักถึงเหตุผลที่แท้จริงของการที่เขายังรอดชีวิตอยู่และพยักหน้า ขจัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
***
เหล่าผู้เล่นและกองกำลังจากแต่ละอาณาจักรต่างกำลังวุ่นอยู่กับการค้นหาสถานที่ประกอบพิธีกรรมกัดกร่อน
“อืม...”
กริดและคราวเกลต่างก็กำลังใช้ความคิด แม้จะอยู่คนละที่ ปัจจุบันทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในระดับนักรบ ซึ่งจำนวนวิชาที่นักรบสามารถเรียนรู้ได้นั้นจำกัดอยู่ที่แปดวิชา
เดิมที แปดวิชาถือว่าเยอะมากแล้ว แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป คราวเกลและซิกสังหารผู้ฝึกตนไปมากมายและปล้นตำราวิชาหลายร้อยเล่มมาจากศพของพวกมัน
แน่นอนว่าการเลือกวิชาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเองนั้นต้องใช้เวลาและไตร่ตรองอย่างมาก
‘พูดให้ชัดคือ ข้าสามารถเรียนวิชาได้แค่สองอย่างเท่านั้น’
หกในแปดช่องวิชาที่นักรบมีนั้น สามารถเติมได้ด้วยวิชาทั่วไปอย่าง 'วิชาสืบค้นความทรงจำ' และ 'วิชาจิตวิญญาณทองคำ' เท่านั้น พวกเขายังได้เรียนรู้วิชาแก่นแท้อีกสองอย่างเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของพลังวิญญาณที่จำเป็นในการกระตุ้นทักษะใหม่
‘เรื่องทักษะเอาไว้ก่อน’
‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มระดับ’
ผู้เล่นทั่วไปยังอยู่ในจุดที่ยังไม่สามารถควบแน่นรากวิญญาณได้ แต่กริดและคราวเกลนั้นครอบครองสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้วในฐานะผลประโยชน์จากการเป็นผู้ไร้เทียมทาน ถึงแม้พวกเขาจะไม่ใช่นักรบผู้ฝึกตนก็ตาม
พวกเขาจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้อย่างชาญฉลาด หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ทั้งคู่ก็ได้ข้อสรุปเดียวกัน
จำเป็นต้องมีวิชาหลักเพื่อปรับปรุงคุณภาพและปริมาณของพลังวิญญาณ เพื่อการนั้น พวกเขาต้องเรียนรู้วิชาพื้นฐานสองอย่างที่คล้ายกับ 'วิชาลมปราณและเคล็ดจิต' ของทวีปตะวันออก
พวกเขามีทักษะโกงๆ มากมายอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องโลภอยากได้ทักษะใหม่ พวกเขาต้องวางแผนระยะยาว
‘สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ตอนเลือกวิชาที่จะเรียนคือ มันจะต้องไม่ขัดแย้งกันเอง’
‘ข้าควรเรียนวิชาที่จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว มากกว่าวิชาที่จะได้ใช้แค่ครั้งสองครั้ง’
คราวเกลตัดสินใจอย่างรวดเร็วและเริ่มคัดแยกตำราวิชาหลัก ส่วนกริดเรียกโนเอะมานั่งที่โต๊ะทำงานของเขา
โนเอะดูวิตกกังวลหลังจากซ้อมมือกับหัตถ์เทพมาทั้งวัน “ทะ-ทำไมถึงเป็นแบบนี้เล่าเนียง?” มันถาม พยายามเมินตำราที่กองสูงอยู่บนโต๊ะ
กริดลูบหัวกลมๆ ของมันแล้วกล่าวอย่างใจดี “พักผ่อนแล้วอ่านหนังสือสักเล่มเถอะ”
“ข้ายังเด็กนะเนียง!!” โนเอะตะโกน “แถมยังเป็นอสูรปีศาจด้วยเนียง! เจ้านายที่ไหนในโลกสั่งให้อสูรปีศาจอ่านหนังสือกันเล่าเนียง?!”
ด้วยความโกรธ โนเอะชูกรงเล็บหน้าขึ้นมา กรงเล็บของมันถูกซ่อนไว้ทำให้เท้าดูอวบอิ่มราวกับสวมถุงมือขนสัตว์ อุ้งเท้าของมันปกคลุมด้วยเจลลี่นุ่มนิ่มสีชมพู
“ข้าจะพลิกหน้ากระดาษด้วยอุ้งเท้าพวกนี้ได้ยังไงกัน!! แล้วข้าจะอ่านตัวอักษรมนุษย์ได้ยังไง!”
“เจ้ามันจอมปลอม ข้าจำได้ว่าเมื่อสองสามวันก่อนเจ้ายังอ่านเมนูที่ร้านหมูปิ้งได้คล่องปรื๋อเลยนี่นา”
“......”
โนเอะพูดไม่ออกไปชั่วขณะ มันพยายามจะหาคำมาโต้แย้งคำพูดของกริด แต่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ทุกครั้งที่มันไปร้านอาหาร มันจะอ่านเมนูและสั่งอาหารด้วยตัวเองเสมอ
ทันใดนั้น แรนดี้ก็มาถึง ดูจากสีหน้าแล้ว นางดูมีความสุขมาก
“กริด! นี่!”
แรนดี้ส่งภาพวาดหลายสิบภาพให้กริด เป็นภาพพอร์ตเทรตรายละเอียดสูงของหญิงสาวน่ารักจากหลายมุมมอง
กริดตรวจสอบภาพวาดอย่างละเอียดแล้วพยักหน้า
“สมกับเป็นจิตรกรในตำนานจริงๆ แรนดี้ผู้น่ารักของเราถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม โอเค ภาพวาดพวกนี้ใช้ได้เลย ข้าจะทำให้เต็มที่ ดังนั้นจงเชื่อใจข้าเถอะ”
แรนดี้ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า “แน่นอน!” นางนั่งลงบนเก้าอี้
ดวงตาของโนเอะคลอไปด้วยน้ำตาขณะมองไปที่แรนดี้เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นางกลับจ้องมองเพียงกริดโดยใช้มือทั้งสองข้างเท้าคาง ราวกับไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของโนเอะเลยด้วยซ้ำ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกผิดของแรนดี้ทวีความรุนแรงขึ้น ศัตรูของกริดแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แรนดี้ไม่สามารถเผชิญหน้ากับศัตรูเหล่านั้นได้เพราะความอ่อนแอของนาง
แต่นับจากนี้ไปจะต่างออกไป ไม่ว่าจะเผชิญกับศัตรูที่ทรงพลังแค่ไหน นางจะไม่มีวันถอยหนี นางจะยืนหยัดอยู่บนสนามรบเคียงข้างกริดจนถึงวินาทีสุดท้าย...
ความคิดของแรนดี้ล่องลอยไปไกลขณะนึกถึงอนาคต
“เฮ้อ...”
โนเอะถอนหายใจเมื่อเข้าใจสิ่งที่แรนดี้กำลังคิด มันไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเพื่อน จึงเปิดหนังสือเล่มแรกอย่างว่าง่าย
“วิชาจักรวารี เหมาะสำหรับผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุน้ำ จากกระบวนการสะสมพลังวิญญาณ มันจะโอบล้อมพลังน้ำเพื่อทำให้อัตราการไหลของพลังวิญญาณนุ่มนวลขึ้น และส่งผลให้อัตราการไหลนี้เร่งตัวเร็วขึ้น ข้อดีคือพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากสะสมอยู่ในรากวิญญาณมากเกินไป จึงเป็นอุปสรรคต่อการฝึกวิชาธาตุอื่น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถบรรเทาได้โดยการฝึกวิชาธาตุน้ำแข็งเมื่อการฝึกวิชาจักรวารีถึงระดับ 6 ดาว... นี่มันหมายความว่ายังไงกันเนียง?”
“ฟังเจ้าอ่านแล้วเพลินดี อ่านต่อไปเถอะ”
ดวงตาที่เคยเบิกกว้างเหมือนแมวเจ้าอารมณ์ของโนเอะอ่อนลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มันชอบเวลาที่กริดชื่นชม และยังมีส่วนหนึ่งในใจที่รู้สึกภูมิใจที่สามารถอ่านตัวอักษรของมนุษย์ได้
“วิชาโชคลาภห้าธาตุ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรากวิญญาณครบทั้งห้าธาตุ การสะสมพลังวิญญาณเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เมื่อระดับของวิชานี้ถึง 3 ดาว ผู้ใช้จะค่อยๆ ได้รับความคุ้นเคยกับธาตุทั้งห้า วิชาข้ามนี้มีประโยชน์เมื่อเรียนรู้วิชาธาตุโลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และดิน”
กริดจมอยู่ในความคิดขณะที่หัตถ์เทพจุดเตาหลอม เขาตรวจสอบวิธีการสร้างร่างกายโดยย้อนนึกถึงตอนที่เขาล้มเหลวในการสร้างร่างกายในอดีต รวมถึงตอนที่เขาทำสำเร็จ
เขายังตั้งใจฟังวิชาที่โนเอะอ่านให้ฟังอย่างใจจดใจจ่อ เขาสามารถทำเช่นนี้ได้โดยใช้พลัง 'ขยายจิตสำนึก' ซึ่งได้รับมาหลังจากสังหารจูดาร์ เขามีความสามารถในการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน โดยสามารถทำได้สูงสุดถึงสี่งานในเวลาเดียวกัน
‘อันที่จริง ความสามารถนี้ก็ไม่ได้พิเศษอะไรนัก แต่ว่า...’
มีผู้คนมากมายที่เก่งเรื่องการทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นพิเศษ แต่ 'ขยายจิตสำนึก' เป็นทักษะติดตัวที่มีระดับ ยิ่งเขาฝึกฝนและเพิ่มระดับทักษะมากเท่าไหร่ ทักษะก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
“พัฟ”
กริดหัวเราะเบาๆ โนเอะพยายามไม่ลงท้ายประโยคด้วยเสียง 'เนียง' หรือ 'อง' ทำให้กริดรู้สึกว่าสำเนียงของมันดูน่ารักดี
‘ถ้าโนเอะมีชีวิตอยู่ได้นานๆ ก็คงจะดี’
อายุขัยของเมมฟิสอยู่ที่กว่าไม่กี่ร้อยปี แต่มันสั้นนักเมื่อเทียบกับผู้ที่ควบแน่นรากวิญญาณจนกลายเป็นผู้ฝึกตน กริดรู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
โนเอะเอียงคอขณะอ่านเนื้อหาในตำราวิชาเล่มที่สิบห้า “วิชาพลังปีศาจแท้จริง วิธีนี้เป็นการปรับเปลี่ยนรากวิญญาณโดยการบ่มเพาะพลังวิญญาณด้วยพลังปีศาจ... เนียง? ข้าว่าข้ารู้จักวิชานี้ ข้าเข้าใจมันแล้วอง!”
ทันใดนั้น พลังสีดำก็ทะลักออกมาจากร่างของโนเอะและเตาหลอมก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว
กริดเริ่มกระวนกระวายขณะกำลังขัดเกลา 'กรีด' เขาเร่งความเร็วของเครื่องเป่าลมแต่ก็ไร้ผล เปลวไฟในเตาหลอมกำลังมอดดับลงอย่างรวดเร็ว
นี่กำลังจะทำให้งานของเขาพัง แต่กริดก็ไม่ได้หยุดโนเอะ 'กรีด' สามารถหาได้ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะที่โนเอะคือเพื่อนรักที่หาใครแทนไม่ได้
เขานั่งเงียบและเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของโนเอะ
“สูด... เนียง... สูด... เนียยยยยยยง...”
“ตรงไหนที่เจ็บงั้นรึ?”
แรนดี้ที่เฝ้ามองแต่กริดก็หันมามองโนเอะเช่นกัน นางเป็นห่วงเพื่อนรักที่จู่ๆ ก็เริ่มหายใจแปลกๆ ทั้งที่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนยังอ่านหนังสือเสียงดังฉอดๆ อยู่เลย
กริดยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปาก
“ชู่ว อย่าไปรบกวนมัน”
“ข้าจะไม่ทำ”
“เนียยยยยยยง...”
ยิ่งโนเอะหายใจหนักขึ้น พลังสีดำก็ยิ่งทะลักออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนขนบนตัวกริดลุกชัน
ในที่สุด กริดก็ยอมแพ้ต่อเครื่องเป่าลม เปลวไฟในเตาหลอมไม่ลุกไหม้อีกต่อไป
ครืน...
เสียงบางอย่างคล้ายฟ้าร้องดังมาจากท้องของโนเอะ มันทำให้กริดสงสัยว่าก่อนหน้านี้โนเอะไปกินอะไรมาและกินจากที่ไหนกัน...
กริดนึกถึงพฤติกรรมปกติของโนเอะที่คล้ายแมวจรจัดแล้วอดสงสัยไม่ได้ ร่างกายของโนเอะเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเผยร่างโตเต็มวัยออกมา ราวกับได้พบกับศัตรู และดวงตาของมันก็เปล่งประกายสีแดง
เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวทำให้หน้าต่างทุกบานในโรงตีเหล็กแตกกระจาย พลังสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากตัวโนเอะพร้อมกับความเย็นยะเยือก ได้ควบแน่นกลายเป็นรูปทรงลูกแก้วและพุ่งเข้าไปในปากของโนเอะ
[ยินดีด้วย! สัตว์เลี้ยงของคุณ 'โนเอะ' ประสบความสำเร็จในการควบแน่นรากวิญญาณแล้ว!]
“......?!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.