ตอนที่ 1267
1188 / 1914
อ่าน 8 นาที
Chapter 1267 All Out
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 17:23
Chapter 1267 ทุ่มสุดตัว
“ร่างกายของเขานี่แข็งแกร่งขนาดไหนกัน?”
“ฉันว่าน่าจะใกล้เคียงกับระดับที่เก้าของขอบเขตผู้บรรลุธาตุแล้วล่ะ” ลูคัสตอบหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
เขารู้ว่าร่างกายของเกรย์นั้นแข็งแกร่ง แต่ไม่เคยรู้แน่ชัดว่าแข็งแกร่งเพียงใด ยิ่งได้เห็นเกรย์ต่อสู้กับเรย์โนลด์ในสภาวะปัจจุบัน ทำให้เขาเริ่มเห็นภาพและสัมผัสได้ถึงระดับพลังที่แท้จริง
….
กำปั้นของเกรย์และเรย์โนลด์ยังคงปะทะกันอยู่ ในจังหวะนั้นเองใบมีดน้ำแข็งก็ตวัดเข้าใส่ศีรษะของเกรย์
เกรย์ถอยร่นและพยายามโต้กลับใบมีดน้ำแข็งนั้น แต่เขาก็ต้องหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเรย์โนลด์พุ่งเข้ามาประชิดตัวและเปิดฉากการต่อสู้ระยะประชิดกับเขาอีกครั้ง
ทั้งสองแลกหมัดกันไม่ยั้ง
เรย์โนลด์รับหมัดของเขาไว้ได้แล้วเตะสวนกลับมา แต่เกรย์ก็บล็อกการโจมตีนั้นได้ทัน เขาคว้าขาของเรย์โนลด์แล้วเหวี่ยงไปรอบหนึ่งก่อนจะปล่อยมือ
เรย์โนลด์กระเด็นออกไป ร่างของเขาลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ
เคลาส์อาศัยจังหวะนี้บุกโจมตี ปล่อยใบมีดพลังงานออกมาไม่หยุดหย่อน
เกรย์ปัดป้องการโจมตีทุกรูปแบบที่พุ่งเข้ามา ไม่เปิดโอกาสให้เคลาส์ได้เปรียบแม้แต่นิดเดียว
เขากำลังจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้น ทว่าเขตแดนคู่ก็ปรากฏขึ้น มันคือเขตแดนไฟและน้ำแข็งของอลิซ เขตแดนคู่นั้นก่อตัวเป็นรูปร่างดาบและเริ่มฟาดฟันเข้าใส่เกรย์
เกรย์ตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าอลิซจะสามารถใช้เขตแดนของตนให้กลายเป็นอาวุธได้ ปกติเกรย์จะใช้เขตแดนได้เพียงในพื้นที่จำกัดเท่านั้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเปลี่ยนเป็นอาวุธเพื่อใช้โจมตีคนอื่นได้
เขาจึงสร้างมือเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาคว้าดาบเล่มนั้นไว้เพื่อกันไม่ให้มันเข้าใกล้ตัว
ในตอนนี้เรย์โนลด์หยุดหมุนตัวได้แล้วและกำลังพุ่งกลับเข้ามาในสมรภูมิ
เคลาส์สร้างจันทร์ครึ่งเสี้ยวขึ้นที่ด้านหลัง ออร่าของเขาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
เขาพุ่งโจมตี บีบให้เกรย์ต้องถอยร่นพร้อมกับตัดมือเพลิงข้างหนึ่งที่เกรย์ใช้รับการโจมตีจากเขตแดนของอลิซจนขาดสะบั้น
เกรย์ครางเบาๆ เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่เขาไม่มีเวลามาตำหนิเคลาส์ เพราะเรย์โนลด์กลับมาแล้ว และดูเหมือนว่าการถูกเหวี่ยงจนมึนหัวก่อนหน้านี้จะทำให้เจ้าตัวโกรธจัด
เขตแดนสายฟ้าก่อตัวขึ้นรอบร่างของเรย์โนลด์ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าใส่เกรย์
‘นี่มันอะไรกันเนี่ย?’
เกรย์รู้สึกงุนงงกับวิธีที่เพื่อนๆ ของเขาใช้เขตแดน เดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มพลังในการต่อสู้หรือลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่กลายเป็นว่าอลิซนำมันมาใช้เป็นอาวุธ ส่วนเรย์โนลด์ก็ใช้มันเป็นเกราะป้องกัน
เขาแทบอยากจะเชื่อเลยว่า ในช่วงที่เขาไม่อยู่ คงมีการค้นพบวิธีใหม่ๆ ในการควบคุมเขตแดนจนแพร่หลายไปทั่วแล้ว
เขาหลบการโจมตีของอลิซได้ แต่เรย์โนลด์ก็เข้ามาประชิดตัวและเริ่มใช้หอกสายฟ้าโจมตีใส่เขาไม่หยุด แรงแทงของหอกนั้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกเกรย์ยังสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ การโจมตีของเรย์โนลด์รุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ปะทะ
ก่อนที่เขาจะทันได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เคลาส์ตัวป่วนก็กลับเข้ามาแจมอีกครั้ง คราวนี้เจ้าตัวจัดแจงให้อลิซเข้ามาใกล้เพื่อที่จะได้ใช้ดาบจากเขตแดนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การที่เคลาส์และอลิซเข้าร่วมวงทำให้เกรย์เริ่มลำบาก
เขาพยายามรับการโจมตีทุกอย่างของเรย์โนลด์ แต่เคลาส์ที่ดูอันตรายขึ้นก็เริ่มใช้ดาบเข้าจู่โจม พลังทำลายของดาบนั้นทำให้เกรย์ต้องระวังตัว ดังนั้นทุกครั้งที่การโจมตีนั้นเข้ามาใกล้ เขาจึงต้องหลบหลีกสุดชีวิต
ไม่นานนัก เขาก็ถูกทั้งสามคนต้อนจนมุมและจำต้องถอยร่นออกมา
เขายืนลอยตัวอยู่กลางอากาศและจ้องมองทั้งสามด้วยสายตาจริงจัง เขารู้แล้วว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
“พวกนายเก่งขึ้นเยอะเลยนะ” เขาเอ่ยชม
“ฉันอยากเห็นนายทุ่มสุดตัว เกรย์ นายยังกั๊กไว้อยู่ชัดๆ” เคลาส์กล่าวด้วยท่าทางจริงจัง
“พวกนายก็รู้นี่ว่าฉันทุ่มสุดตัวไม่ได้” เกรย์ตอบพร้อมกับส่ายหน้า
“นายดูถูกพวกเราอยู่หรือไง?” เคลาส์ถามด้วยความโมโหเล็กน้อย
“เปล่าหรอก แค่ฉันไม่สามารถใช้สภาวะนั้นได้อีกแล้ว” เกรย์ยักไหล่ “ทำได้แค่ใช้ธาตุเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้นแหละ”
“อ๋อ งั้นอะไรที่ทำให้ชักช้าอยู่ล่ะ? การใช้ธาตุมากขึ้นไม่ได้แปลว่าจะทำให้ได้เปรียบเหนือพวกเราสักหน่อย” คราวนี้อลิซเป็นคนพูดขึ้นบ้าง
“ฉันรู้ดี แต่การใช้มันในจังหวะที่จำเป็นจะช่วยให้ฉันได้เปรียบอย่างที่ต้องการ” เกรย์ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของเธอ แต่กลับปรับเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่
หากเขาใช้พลังธาตุในจังหวะที่เหมาะสม เขาจะสามารถเอาชนะพวกเขาได้ ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เขาแทรกตัวผ่านน้ำแข็งแล้วสลับตำแหน่งกับนักรบธาตุของเรย์โนลด์ เขาสามารถชิงความได้เปรียบเล็กน้อยจากการตัดสินใจที่ถูกต้องในการต่อสู้
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์การต่อสู้ ซึ่งทั้งสี่คนต่างก็มีสิ่งนี้ แต่ในแง่ของคนที่ผ่านสมรภูมิที่ซับซ้อนกว่าใคร ก็ต้องเป็นเกรย์ เขาคือคนที่ใครๆ ต่างก็จ้องจะเอาชีวิต ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าตนเองมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนๆ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เพราะยังมีอลิซที่เป็นคนบ้าการต่อสู้ และเรย์โนลด์ที่ผ่านสถานการณ์ความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
ส่วนเคลาส์... เจ้านั่นมักจะโชคดีเสมอ เขาเลยไม่ค่อยแน่ใจเรื่องประสบการณ์การต่อสู้ของหมอนั่นเท่าไหร่
หากเคลาส์รู้ความคิดของเกรย์ เขาคงจะพุ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิตแน่ เพราะเกรย์กำลังดูถูกเขาอยู่ชัดๆ
เคลาส์เห็นสายตาที่เกรย์มองมาแล้วรู้สึกแปลกๆ
‘ทำไมต้องมองฉันแบบนั้นด้วย? หรือว่ามันกำลังดูถูกฉันอยู่?’ เขาตั้งคำถามในใจเกี่ยวกับสายตาของเกรย์ แต่น่าเสียดายที่เขาทำได้แค่พูดกับตัวเองเท่านั้น
“เอาล่ะ ฉันจะทุ่มสุดตัวแล้วนะ ถ้าฉันชนะ พวกนายก็เตรียมตัวรับการสั่งสอนชุดใหญ่ได้เลย” เกรย์กางมือทั้งสองข้างออก และอักขระเวทก็สว่างวาบขึ้นเต็มท้องฟ้า
คราวนี้อักขระกว่าสิบตัวปรากฏขึ้นพร้อมกัน ทุกตัวปลดปล่อยการโจมตีออกมาในเวลาเดียวกัน
ทั้งสามคนปัดป้องการโจมตีทั้งหมดที่พุ่งเข้ามา ไม่เปิดช่องว่างให้การโจมตีใดๆ หลุดรอดไปได้
เกรย์รู้ดีว่าอักขระของเขาคงไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่เพื่อนๆ ได้ สิ่งที่เขาต้องการคือการดึงความสนใจของพวกเขา เพื่อที่เขาจะได้เป็นคนลงมือสร้างความเสียหายด้วยตัวเอง
ร่างของเขาพุ่งทะยานผ่านอากาศจนแทบจะทำให้มิติฉีกขาด
เมื่อเข้าใกล้พอ เขาก็ใช้ธาตุมิติในการโจมตี เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ตอนที่ไปสนามรบโกลาหล และตอนนี้เขาต้องการนำมันมาใช้กับเพื่อนๆ ของเขา
จอมเวทมิติที่เขาเคยสู้ด้วยที่นั่นช่วยให้เขาขัดเกลาการใช้ธาตุมิติในการโจมตีจนคมกริบ และตอนนี้เขาก็ต้องการใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
เขาใช้ ‘คลื่นมิติพิฆาต’ อีกครั้ง
เรย์โนลด์เป็นคนแรกที่สัมผัสได้ถึงการโจมตี เขาแทงหอกเข้าใส่คลื่นพลังนั้น แต่สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อพบว่ามันสามารถทำลายหอกสายฟ้าของเขาได้อย่างง่ายดาย
เคลาส์ปล่อยใบมีดน้ำแข็งเข้าสกัดคลื่นโจมตีที่พุ่งมา อลิซตั้งใจจะใช้เขตแดนคู่ของเธอโจมตีใส่ แตเคลาส์สัมผัสได้ถึงพลังทำลายที่แท้จริงจึงรีบห้ามเธอไว้
เรย์โนลด์ขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อถอยห่างจากจุดนั้น เคลาส์และอลิซก็รีบออกจากระยะโจมตีเช่นกัน ทำให้ทั้งสามรอดพ้นจากการโจมตีไปได้
เกรย์ส่งลูกแก้วความโกลาหลเข้าใส่พวกเขา โดยใช้ธาตุมิติเสริมเข้าไปอีก เมื่อลูกแก้วระเบิดใกล้ๆ พวกเขา รอยแยกของมิติก็ปรากฏขึ้น
ทั้งสามรู้สึกถึงภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ในจังหวะที่การโจมตีมาถึง
….
นอกภูเขา
ปู่ของเกรย์กำลังนั่งอยู่กับลูคัสและมาร์ธา เมื่อเห็นเกรย์ปลดปล่อยการโจมตีที่ทำให้มิติฉีกขาดได้ เขาก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หากไม่ได้เห็นกับตา เขาคงอัดคนบอกไปแล้วว่าเกรย์ทำแบบนั้นได้
“ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?” เขาหันไปถามลูคัส
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ เขาแข็งแกร่งกว่าตอนก่อนไปสนามรบโกลาหลเสียอีก” ลูคัสตอบ
สิ่งที่เขากล่าวไม่ได้หมายถึงระดับการบ่มเพาะหรือพลังโจมตีเพียงอย่างเดียว แต่เกรย์ในตอนนี้แตกต่างจากเกรย์คนเดิมมาก เกรย์คนปัจจุบันสามารถเอาชนะเกรย์คนเก่าได้อย่างยับเยินแม้จะให้แต้มต่อเรื่องระดับพลังก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่าเกรย์เติบโตขึ้นมากเพียงใด
การโจมตีของเขาแม่นยำขึ้น และกระบวนการคิดก็ล้ำลึกจนน่าตกใจ สำหรับคนในวัยเท่านี้ เขาไม่ควรจะมีประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชนขนาดนี้
นี่คือสิ่งที่ปู่ของเกรย์รู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเกรย์ต่อสู้ ประสบการณ์การต่อสู้ของเขานั้นเหนือกว่าอายุไปไกลมาก
ในขณะที่พวกเขากำลังชื่นชม ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเพื่อนๆ ของเกรย์
“เพื่อนๆ ของเขาก็เป็นพวกปีศาจเหมือนกันนั่นแหละ” มาร์ธากล่าว
ลูคัสพยักหน้าเห็นด้วย
เพื่อนของเกรย์อาจถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่คนเก่ง แต่เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเกรย์ พวกเขากลับดูเป็นเพียงคนธรรมดาไปเสียอย่างนั้น
เคลาส์เป็นเด็กหนุ่มที่น่าตกใจ จันทร์ครึ่งเสี้ยวเบื้องหลังเขานั่นเป็นหนึ่งในสุดยอดวิชาของสำนักจันทร์กระจ่าง
เกรย์เคยได้รับวิชาที่คล้ายคลึงกับวิชานี้มาเหมือนกัน แต่มันเป็นเพียงเวอร์ชันปกติ ทว่าสิ่งที่เคลาส์ใช้ เป็นวิชาที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงของสำนักจันทร์กระจ่างก็ยังพยายามฝึกฝนกันอยู่เลย
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.