ตอนที่ 1099
1099 / 2354
อ่าน 7 นาที
Chapter 1099 Nameless Emperor’s Tomb(3)
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:11
“ภายในสุสานจักรพรรดิไร้นาม พวกเจ้าจักต้องเผชิญกับการทดสอบที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของชีวิต สิ่งที่รอคอยอยู่ภายในคือความสยดสยองยิ่งกว่าฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเจ้าเคยพานพบ อัตราการเอาชีวิตรอดในนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าใจหาย กว่าครึ่งของผู้ที่เหยียบย่างเข้าไปไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย แม้แต่ตัวข้าผู้เป็นถึงราชันวิญญาณระดับสูงสุด ยังต้องย่างกรายด้วยความระมัดระวังถึงขีดสุด หากพวกเจ้าพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ขุมนรกและลิ้มรสความทุกข์เข็ญที่สุดของโลกหล้า จงไปสำรวจสุสานจักรพรรดิไร้นามเสีย แต่ถ้าพวกเจ้ายยังรักตัวกลัวตาย จงหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด!”
อวี้เจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมหนักแน่น ถ้อยคำของเขาเย็นเยียบราวกับสายลมฤดูหนาวที่พัดผ่านจนเหล่าศิษย์ต่างพากันหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ
ทว่าเขาหาได้จงใจข่มขวัญเหล่าศิษย์ให้หวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล ทุกคำที่หลุดออกจากปากล้วนคือสัจธรรมจากประสบการณ์ตรงที่เขาเคยพานพบมากับตัว เขาเพียงต้องการย้ำเตือนให้ทุกคนประจักษ์แจ้งว่าสุสานจักรพรรดิไร้นามหาใช่สนามเด็กเล่นสำหรับผู้อ่อนแอ... ไม่สิ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งเมื่ออยู่ต่อหน้าสถานที่แห่งนั้นยังนับว่าเปราะบางจนไม่อาจเรียกขานตนเองว่า ‘ยอดฝีมือ’ ได้เต็มปากด้วยซ้ำ
หลังจากหยุดหายใจครู่หนึ่ง อวี้เจี้ยนจึงเอ่ยสืบไปว่า “กระนั้น หากพวกเจ้าตัดสินใจจะท้าทายมรณะท่ามกลางภยันตรายเหล่านั้น รางวัลที่ได้รับย่อมเหนือล้ำพรรณนา ไม่ว่าจะเป็นสมบัติโบราณหรือเคล็ดวิชาอันทรงพลานุภาพที่ก้าวข้ามกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ดั่งเช่นท่านปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักของเรา ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานแห่งยุคสมัย ก็เพราะเขากล้าเดิมพันด้วยชีวิตจนได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่นี้มา!”
เหล่าศิษย์ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความตื่นเต้นและกังวลใจเมื่อจินตนาการถึงความเป็นไปได้เหล่านั้น
เพียงสมบัติไม่กี่ชิ้นจากสุสานจักรพรรดิไร้นาม ก็สามารถเปลี่ยนผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่ไม่มีใครรู้จักให้กลายเป็นมหาอำนาจและผู้ก่อตั้งสำนักชั้นนำหนึ่งในห้าของโลกได้ และเนื่องจากไม่มีใครเคยหยั่งรู้ว่าสุสานแห่งนี้ลึกเพียงใด เพราะยังไม่มีดวงวิญญาณดวงใดไปถึงจุดสิ้นสุด ความเป็นไปได้จึงเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง
หากว่า ณ ปลายทางของสุสานมีสมบัติที่สามารถทำให้ผู้ครอบครองปกครองทั่วเก้าชั้นฟ้าได้จริงเล่า? ความคิดเช่นนี้หากเป็นเวลาปกติคงถูกมองว่าเป็นเพียงความเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่เมื่อเอ่ยถึงสุสานจักรพรรดิไร้นาม ความเพ้อฝันนี้กลับดูสมจริงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“คราวนี้เรามาพูดถึงตัวสุสานจักรพรรดิไร้นามกันบ้าง แม้จะไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อใดหรือถูกค้นพบตอนไหน แต่พวกเราได้ทำการสำรวจมันมานานนับแสนปีแล้ว ถึงอย่างนั้น จนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าส่วนที่สำรวจไปแล้วนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่าใด หรือต้องใช้เวลาอีกนานเพียงไหนกว่าจะไขความลับทั้งหมดของมันได้”
“สุสานจักรพรรดิไร้นามแตกต่างจากสุสานมรดกทั่วไป มันเปรียบเสมือนโลกอีกใบที่เปิดให้สำรวจได้อย่างอิสระ โดยมีเพียงความแข็งแกร่งของเจ้าเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดเขตแดน แม้สมบัติในเขตพื้นที่รอบนอกจะถูกช่วงชิงไปนานแล้ว แต่ทุกครั้งที่พวกเราเข้าไป มักจะมีความลับใหม่ๆ ถูกเปิดเผยออกมาเสมอ และยังมีเคล็ดวิชาอันทรงพลังรอคอยผู้ที่มีวาสนาพอจะหยั่งรู้ถึงแก่นแท้ของมันอยู่”
อวี้เจี้ยนใช้เวลาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสุสานสืบต่อไปอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะสั่งเลิกแถวและกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ผู้ใดที่แน่วแน่พอจะวางเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อแลกกับอนาคตที่ดีกว่า จงมาพบกันที่นี่ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า แล้วข้าจะเป็นคนนำพวกเจ้ามุ่งหน้าสู่ขุมนรกด้วยตัวเอง... แยกย้ายได้!”
เมื่อสิ้นเสียงสั่ง เหล่าศิษย์จำนวนมากยังคงจับกลุ่มพูดคุยกับมิตรสหายด้วยความกระวนกระวายใจ
“เป็นอย่างไรบ้าง? ท่านเริ่มเปลี่ยนใจเรื่องสุสานขึ้นมาบ้างหรือยัง?” เทียนเหยียนอวี้เอ่ยเย้าหยวนด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ต่อให้มีโอกาสตายถึงเก้าสิบส่วน ข้าก็ยังยินดีที่จะไป” หยวนยกยิ้มบางๆ
ไม่นานนัก เทียนซูหยินก็ปรากฏตัวขึ้น
“เขาก่อเรื่องเดือดร้อนให้เจ้าหรือเปล่า?” นางเอ่ยถามเทียนเหยียนอวี้ทันทีที่มาถึง
“ไม่มีแน่นอนท่านแม่” เทียนเหยียนอวี้ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ
“อย่างนั้นหรือ? เอาเถอะ แล้วปีนี้เจ้าคิดจะเข้าไปในสุสานหรือเปล่า? ถ้าเจ้าไป ข้าอยากให้เจ้าไปพร้อมกับข้าและพ่อของเจ้า”
“ข้าไปแน่... แต่ว่า...” เทียนเหยียนอวี้เหลือบมองหยวนก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าคิดว่าจะไปกับเสี่ยวหยาง...”
“อะไรนะ?!” เทียนซูหยินขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะตวัดสายตาคมปราบไปที่หยวน “เจ้าเองก็จะเข้าสุสานด้วยงั้นรึ? แล้วนี่จะไปคนเดียวรึไง? เลิกดึงลูกสาวข้าไปพัวพันกับเรื่องเดือดร้อนเสียที!”
“ทะ...ท่านแม่! พูดอะไรเช่นนั้น?! ท่านลืมพละกำลังของเขาไปแล้วหรือ? เขามีความสามารถพอที่จะสังหารพวกเพชฌฆาตไร้เสียงได้ด้วยตัวคนเดียวเลยนะ! หากในที่แห่งนี้จะมีใครสักคนที่คู่ควรจะปกป้องข้าได้ ก็คงมีเพียงเขาเท่านั้น!”
“ความจริงท่านแม่ของเจ้าพูดถูกแล้วแม่นางเหยียนอวี้ ข้าตั้งใจจะเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งข้าเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะปกป้องตัวเองได้รอดพ้นหรือไม่ นับประสาอะไรกับการต้องคอยระแวดระวังให้ผู้อื่น”
เมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น ใบหน้าของเทียนเหยียนอวี้ก็ฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ทว่านางก็หาใช่คนไร้เหตุผลจนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อ
“จะ...จริงของท่าน ข้าขอโทษด้วย มันเป็นความเอาแต่ใจของข้าเองที่บังคับให้ท่านต้องปกป้อง ทั้งที่สุสานจักรพรรดิไร้นามนั้นอันตรายถึงขั้นพรากชีวิตราชันวิญญาณระดับสูงสุดได้ สงสัยข้าคงจะถูกท่านตามใจจนเสียคนไปเสียแล้ว”
หยวนยิ้มพลางปลอบประโลมว่า “ข้าไม่รังเกียจที่จะร่วมทางไปกับเจ้าในช่วงแรกหรอกนะ แต่เราคงต้องแยกทางกันเมื่อสถานการณ์เริ่มอันตรายเกินรับมือ”
“ท่านแม่เห็นว่าอย่างไร? ให้เขาไปกับพวกเราได้ไหม?” เทียนเหยียนอวี้หันไปสบตาผู้เป็นมารดาด้วยสายตาเว้าวอน
“ข้าไม่ได้ไร้หัวคิดถึงขั้นจะปฏิเสธคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหรอกนะ โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถล้นเหลือเช่นเขา...” นางเอ่ย
ในจังหวะนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มลึกอีกสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น “ข้าขอขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเจ้าสักครู่ได้หรือไม่?”
ทั้งหมดหันไปมองและพบว่าอวี้เจี้ยนยืนอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก
“ทะ...ท่านเจ้าสำนัก!” เทียนซูหยินตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา
“อย่าได้กังวลไป ข้าเพียงแต่อยากสนทนากับหนุ่มน้อยผู้นี้สักเล็กน้อย” อวี้เจี้ยนเอ่ยพลางจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหยวนด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์
“ข้าชื่ออวี้เจี้ยน เจ้าสำนักวังกระบี่หยก”
‘ท่านเจ้าสำนักถึงกับแนะนำตัวก่อนเลยรึ...?’ เทียนซูหยินลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า เพราะนั่นหมายความว่าเขายอมรับในตัวหยวนมากพอที่จะลดตัวลงมาสนทนาอย่างเท่าเทียม
“ยินดีที่ได้พบขอรับท่านอาวุโสอวี้ ข้าเสี่ยวหยาง เป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร”
“อาวุโส...? มิจำเป็นต้องถ่อมตนถึงเพียงนั้น ในเมื่อเราต่างก็เป็นราชันวิญญาณระดับสูงสุดเหมือนกัน ดีไม่ดี หากวัดกันที่พรสวรรค์ดิบเถื่อน ข้าอาจจะด้อยกว่าเจ้าเสียด้วยซ้ำ” อวี้เจี้ยนส่ายหน้าช้าๆ
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันลึกล้ำของหยวนตั้งแต่ก่อนจะมาถึงยอดกระบี่หยกเสียอีก แต่เขาก็พยายามข่มใจที่จะไม่เข้ามาทักทายจนกระทั่งถึงตอนนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

