ตอนที่ 1105
1105 / 2354
อ่าน 6 นาที
Chapter 1105 Nameless Emperor’s Tomb’sopening
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:11
เพียงหนึ่งวันก่อนที่ประตูสุสานจักรพรรดินิรนามจะเปิดออก หยวนก็ได้รับข้อความผ่านทางหยกสื่อสารที่พกติดตัวเอาไว้
“หยวน ท่านหญิงสวี่จะกลับมาภายในห้าวัน เพื่อมอบสิ่งที่นางเคยรับปากเจ้าไว้” เสียงของผู้อาวุโสไป๋ดังกังวานขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา
‘อา... ผมมัวแต่จดจ่ออยู่กับเรื่องสุสานจักรพรรดินิรนามจนเกือบจะลืมข้อตกลงนั่นไปเสียสนิท’ หยวนรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก เขาแทบไม่อยากจินตนาการเลยว่าหากตนเองไม่ไปปรากฏตัวเพื่อรับวิชาจิตวิญญาณ แล้วสวี่เจียฉีเกิดเปลี่ยนใจไม่มอบมันให้ขึ้นมา เขาจะทำอย่างไร
‘ทว่า สุสานจักรพรรดินิรนามจะเปิดออกในวันพรุ่งนี้แล้ว และผมก็รับปากกับเถียนเยียนอวี้ไว้ว่าจะเข้าไปพร้อมกับเธอ...’
แม้จะอยากเข้าไปในสุสานพร้อมกับเถียนเยียนอวี้มากเพียงใด แต่เขาก็จำต้องให้ความสำคัญกับวิชาจิตวิญญาณเป็นอันดับแรก เพราะมันอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่จะตัดสินว่าเขาจะสามารถพิชิตสุสานจักรพรรดินิรนามแห่งนี้ได้หรือไม่
หลังจากเตรียมใจรับมือกับการตัดพ้อของเถียนเยียนอวี้ หยวนก็เดินไปเคาะประตูห้องของเธอ
ไม่นานนัก เถียนเยียนอวี้ก็เปิดประตูออกมา
“ว่าไง”
“คือว่า...”
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” เถียนเยียนอวี้เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีนัดสำคัญกับคนคนหนึ่งน่ะครับ มันเป็นการพบกันที่สำคัญมากจนผมไม่สามารถพลาดได้ แต่นัดที่ว่านั้นจะเกิดขึ้นในอีกห้าวันหลังจากสุสานจักรพรรดินิรนามเปิดออก เพราะฉะนั้นผมคงไม่สามารถเข้าไปพร้อมกับคุณในวันแรกได้”
“อะไรนะ! นี่คุณเพิ่งมาบอกฉันเอาวันก่อนจะเปิดเนี่ยนะ?!”
เถียนเยียนอวี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจกับสถานการณ์นี้ ทว่าแม้เสียงของเธอจะดังลั่น แต่แววตากลับไม่ได้ดูโกรธเคืองอย่างที่คิด
“ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับ” หยวนก้มศีรษะลงอย่างรู้สึกผิด
เถียนเยียนอวี้ขยี้ตาพลางถอนหายใจยาว “ช่างมันเถอะ ไม่ต้องกังวลไป แค่ห้าวันเองไม่ใช่เหรอ?เดี๋ยวฉันจะลองขอให้ท่านแม่เลื่อนเวลาการเข้าไปของพวกเราออกไปเพื่อรอคุณก่อน”
หยวนรีบเงยหน้าขึ้นทันควัน “อย่าทำแบบนั้นเลยครับ ท่านแม่ของคุณคงไม่ชอบใจและอาจจะปฏิเสธแน่ๆ อีกอย่างคุณไม่ได้ไปแค่กับท่านแม่เท่านั้นใช่ไหม? เราจะให้คนอื่นต้องมารอผมแค่คนเดียวไม่ได้หรอก”
“พวกคุณมีแผนจะไปที่ไหนกันเป็นที่แรกไหมครับ? อีกห้าวันผมจะตามไปสมทบเอง” หยวนเสนอทางออก
“เดือนแรกพวกเราจะปักหลักกันอยู่ที่ ‘นักรบหินนิรนาม’ คุณรู้ใช่ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน?”
เขาพยักหน้า “ผมจำแผนที่ได้ขึ้นใจแล้วครับ”
“ก็ดี”
วันต่อมา หยวนและเถียนเยียนอวี้ได้เดินทางไปพบกับเถียนซูอิน ซึ่งนางได้นำพวกเขาไปยังพื้นที่รวมตัว ที่นั่นมีศิษย์นับหมื่นชีวิตรอคอยอยู่ด้วยความตื่นเต้น และยังมีผู้คนหลั่งไหลมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ผู้อาวุโสครับ เนื่องจากผมมีนัดหมายอื่นที่ตกลงไว้ก่อนจะมาที่นี่ ผมจึงจะเข้าสู่สุสานจักรพรรดินิรนามหลังจากที่มันเปิดออกไปแล้วสองสามวันนะครับ” หยวนกล่าวกับนาง ซึ่งนางก็เพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“บอกข้าทำไม? เจ้าจะมากับพวกเราหรือไม่ข้าก็หาได้ใส่ใจไม่” เถียนซูอินเอ่ย
อย่างไรก็ตาม แม้ปากจะบอกว่าไม่สน แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว เพราะนางรู้ดีว่าหยวนแข็งแกร่งเพียงใด หากมีเขาอยู่ด้วยความกังวลภายในสุสานคงจะลดน้อยลงไปมาก แต่นั่นไม่ใช่กรณีนี้อีกต่อไปแล้ว
เถียนเยียนอวี้เอ่ยเสริมขึ้น “อ้อ อีกอย่างนะ คุณสามารถเข้าออกสุสานจักรพรรดินิรนามได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลย”
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าสำนักอวี่เจี้ยนก็ปรากฏกายขึ้น ณ จุดรวมพล พลางกวาดสายตาอันเฉียบคมและทรงพลังไปทั่วฝูงชน
‘ศิษย์ประมาณเก้าหมื่นคน...’
ศิษย์เก้าหมื่นคนนั้นนับเป็นเพียงหนึ่งในสามของจำนวนศิษย์ทั้งหมดในตำหนักกระบี่หยก แต่หากเทียบกับสำนักอื่นที่ขนคนมาถึงครึ่งสำนัก ตัวเลขนี้ก็ดูไม่สู้จะน่าประทับใจเท่าใดนัก
เมื่ออวี่เจี้ยนกล่าวให้โอวาทสั้นๆ จบ เขาก็หยิบสมบัติวิญญาณออกมาและใช้พลังเคลื่อนย้ายผู้คนทั้งหมดไปยังพื้นที่รวมพลอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับสุสานจักรพรรดินิรนามมากกว่าเดิม
“สุสานจักรพรรดินิรนามอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือหนึ่งร้อยกิโลเมตร สำนักใหญ่ทุกแห่งจะมีพื้นที่จองไว้ให้ ให้พวกเจ้ามองหาธงที่มีตราสัญลักษณ์สำนักของเราเอาไว้”
หลังจากทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น อวี่เจี้ยนก็ทะยานร่างบินจากไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างเร่งรุดติดตามไปในทันที
ไม่นานนัก หยวนและเหล่าศิษย์ก็มาถึงพื้นที่อันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ที่ซึ่งไม่มีสิ่งก่อตั้งใดๆ นอกจากวิหารขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางพื้นที่แห่งนี้อย่างโดดเด่น
วิหารแห่งนี้ช่างใหญ่โตโอฬาร—ใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่หยวนเคยพบเห็นมาตลอดชีวิต แม้แต่สิ่งปลูกสร้างในทวีปยักษ์ก็ยังไม่อาจเทียบเคียงได้
ตัววิหารดูเหมือนจะถูกรังสรรค์ขึ้นจากหินอ่อนสีขาวนวล และอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อย่างไร้ที่ติเพียงแค่แรกเห็น ราวกับว่ามันเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อวานนี้ ทั้งที่ความจริงมันยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานนับล้านปีแล้ว
ทันทีที่หยวนได้เห็นวิหารแห่งนี้ เขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงขึ้นอย่างกะทันหัน และมีความปรารถนาอันแรงกล้าจนแทบควบคุมไม่อยู่ที่จะก้าวเข้าไปหาที่แห่งนั้น... ราวกับว่ามันกำลังส่งเสียงเพรียกเรียกหาเขา
รอบๆ วิหารนั้นหนาแน่นไปด้วยคลื่นมหาชน—ผู้คนนับสิบล้านชีวิตมารวมตัวกันจนดูราวกับเป็นทะเลมนุษย์
ภาพตรงหน้าทำให้หยวนหวนนึกถึงดินแดนลี้ลับ (Mystic Realm) แต่ทว่าระดับสเกลของงานนี้ยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่าตัวนัก
หยวนซึ่งยังคงสวมชุดแขนรับเชิญของตำหนักกระบี่หยก เดินตามเถียนเยียนอวี้และศิษย์คนอื่นๆ ไปยังตำแหน่งที่ได้รับจัดสรรไว้ด้านหน้าวิหาร ที่ซึ่งเจ้าสำนักอวี่เจี้ยนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“นี่น่ะยังไม่ถึงครึ่งของคนที่เข้าร่วมทั้งหมดเลยนะ” เถียนเยียนอวี้กล่าวกับเขาขึ้นมาลอยๆ
“เนื่องจากมีผู้คนต้องการเข้าไปในสุสานจักรพรรดินิรนามมากเกินไป ทุกสำนักจึงได้รับกำหนดวันที่เข้าต่างกัน สำนักระดับแนวหน้าจะได้เข้าตั้งแต่วันแรก ในขณะที่สำนักที่อ่อนแอกว่าและเหล่านักพรตพเนจรจะได้เข้าหลังจากนั้นสองสามวัน แม้ว่าการเข้าช้าไปเพียงไม่กี่วันอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในตอนแรก แต่ช่วงเวลาไม่กี่วันนี้แหละที่อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างการได้รับ ‘การหยั่งรู้’ กับการไม่ได้อะไรเลย มีหลายกรณีที่ผู้คนถูกดีดออกมาจากสุสานก่อนที่พวกเขาจะได้หยั่งรู้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว”
“อย่างนั้นเหรอครับ... แล้วสรุปว่าสุสานจะเปิดเมื่อไหร่กันแน่?” หยวนถาม
“น่าจะเปิดภายในชั่วโมงนี้แหละ”
“ผมจะอยู่รอที่นี่จนกว่าพวกคุณจะเข้าไปในสุสานก็แล้วกันครับ”
“ตกลง”
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเริ่มเฝ้ารอคอยเวลาที่ประตูสุสานจักรพรรดินิรนามจะเปิดออก
ในขณะเดียวกัน ผู้คนก็ยังคงหลั่งไหลมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผู้ที่เพียงแค่ต้องการมาชมความยิ่งใหญ่โดยไม่มีเจตนาจะเข้าไปเสี่ยงโชคด้านในด้วยเช่นกัน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

