ตอนที่ 627
627 / 2060
อ่าน 11 นาที
Chapter 627
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:48
‘นี่หรือคือกษัตริย์ในยามนี้...’
เอิร์ลบรูโนชะงักฝีเท้าลงทันทีที่ย่างกรายเข้าสู่ห้องรับแขก สายตาของเขาปะทะกับร่างของเกริดที่กำลังยืนพิงราวระเบียงอย่างเอกเขนกอยู่กลางห้อง ร่างกายของขุนนางเฒ่าพลันแข็งทื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
‘ไร้ซึ่งราศีโดยสิ้นเชิง’
ในอุดมคติของเอิร์ลบรูโน กษัตริย์ที่คู่ควรหาใช่ผู้ที่มีความสามารถล้นฟ้า หากแต่ต้องเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามและน่าเกรงขามในทุกย่างก้าว ต่อให้จะเป็นคนไร้ความสามารถเพียงใด แต่ตราบเท่าที่มีความสง่าราศีสมเป็นขัตติยา นั่นจึงจะนับว่าเป็นกษัตริย์ที่แท้จริง
‘ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ข้าจะก้มหัวให้ชายที่มีสารรูปราวกับสามัญชนผู้ยากไร้ได้อย่างไร?’
เอิร์ลบรูโนปักใจเชื่ออย่างแรงกล้าว่าเกริดผู้มีต้นกำเนิดจากชนชั้นต่ำ ย่อมไม่อาจสลัดคราบไคลแห่งความต้อยต่ำได้พ้น ‘กษัตริย์ต้องถือกำเนิดจากสายเลือดขุนนางผู้สูงส่งเท่านั้น...’
“ท่านคือเอิร์ลบรูโนใช่หรือไม่?”
สุรเสียงของเกริดทำลายภวังค์ความคิดของขุนนางเฒ่า เกริดยังคงยืนพิงราวบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ทว่าหัวใจของเอิร์ลบรูโนกลับเต้นระรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ
‘สายตาคู่นี้มันอะไรกัน...’
หรือว่าเกริดจะรู้แล้วว่าเขาคือหัวหน้าของ ‘สมาพันธ์ต่อต้านเกริด’? แววตาที่จดจ้องมานั้นช่างล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง เอิร์ลบรูโนรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แล่นพล่านไปตามไขสันหลัง เกริดผู้นี้มิใช่คนธรรมดา
‘ทั้งสติปัญญาที่วางแผนยึดบัลลังก์ได้ตั้งแต่ก่อนพวกโกเลมจะบุกเรนฮาร์ด พลังที่สามารถต่อกรกับกองทัพนับแสนได้เพียงลำพัง ทักษะการวาทศิลป์ที่จับใจผู้คน และความใจกล้าที่ไม่พรั่นพรึงแม้จะอยู่ต่อหน้าตัวแทนจากสิบห้าอาณาจักร...’
อันที่จริง ไม่จำเป็นต้องมีสมญานามมากมายเพื่ออธิบายชายผู้นี้ เพียงคำไม่กี่คำก็เพียงพอแล้ว ‘วีรบุรุษผู้สังหารจอมปีศาจ’ ใช่แล้ว... เกริดก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปสู่ขอบเขตของตำนาน เอิร์ลบรูโนยอมรับในความสามารถนั้นอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ทว่าคุณธรรมของกษัตริย์ที่เขายึดถือคือ ‘ความสง่างาม’ มิใช่ ‘พลัง’ เพราะกษัตริย์คือสัญลักษณ์ คือศูนย์รวมจิตใจของอาณาจักรและพสกนิกร
‘เกริดไม่ควรเป็นกษัตริย์ บทบาทที่เหมาะสมของเขาคือเสนาบดีหาใช่ผู้ครองบัลลังก์!’
ในฐานะขุนนางผู้หยิ่งทะนง บรูโนไม่มีวันยอมสยบแทบเท้ากษัตริย์เช่นนี้! เขาพยายามข่มอารมณ์และกำหมัดแน่นก่อนจะเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่นั่นไม่ใช่เพราะความเคารพ หากแต่เป็นการรักษามาตรฐานอันสูงส่งของตนเอง เขาจะไม่ยอมทำตัวต่ำต้อยเหมือนสามัญชนจนทำให้เกียรติยศของตนต้องมัวหมอง
“กระหม่อมรู้สึกละอายใจยิ่งนักที่ต้องรับเสด็จฝ่าบาทในคฤหาสน์ที่ซอมซ่อเช่นนี้”
“ซอมซ่ออย่างนั้นหรือ? ที่นี่โอ่อ่าเสียจนเปรียบได้กับพระราชวังเลยทีเดียว”
‘เปรียบได้กับพระราชวังอย่างนั้นหรือ...?’
ขนลุกซู่แล่นพล่านไปทั่วร่างของเอิร์ลบรูโน เกริดกำลังแย้มสร้อยและตรัสด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่มันกลับซ่อนหนามแหลมคมที่ทิ่มแทงใจคนฟังได้อย่างเจ็บแสบ
‘...ร้ายกาจนัก เกริดรู้ทุกอย่างแล้วจริงๆ เขาต้องได้รับรายงานมาแล้วว่าคฤหาสน์ของข้าซุกซ่อนกองกำลังนับพันไว้ ที่เขาเปรียบเปรยกับพระราชวัง ก็เพราะไม่มีคฤหาสน์สามัญที่ไหนจะใช้ซ่องสุมกำลังพลมากมายขนาดนี้!’
เกริดล่วงรู้สถานะหัวหน้ากลุ่มกบฏของเขาแล้วจริงๆ
‘เขารู้ตัวตนของข้าได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่ดุ๊กสไตม์ที่อยู่เคียงข้างข้ามาตลอดก็ยังดูไม่ออก?’
เครือข่ายข่าวกรองนี้มันทรงพลังยิ่งกว่าจักรพรรดิแห่งซาฮารันเสียอีกหรือ? เขาควรจะทำอย่างไรดี?
“หึๆๆ...”
เสียงหัวเราะที่ขมขื่นหลุดออกมาจากลำคอ เอิร์ลบรูโนเค้นยิ้มพลางถามเกริดออกไป “กระหม่อมขอทูลถามได้หรือไม่... ว่าฝ่าบาททรงทราบได้อย่างไร?”
เขาถามเพราะอยากรู้ว่าตนเองพลาดตรงไหน แต่ในทางกลับกัน เกริดกลับตีความไปอีกทาง
‘นั่นไง เอิร์ลบรูโนรู้เรื่องของฟาติมาจริงๆ ด้วย เขาคงสงสัยล่ะสิว่าฉันรู้ได้ยังไง’
เกริดจึงอธิบายไปตามตรง “ฉันได้รับข้อมูลมาว่า มีคนเห็นฟาติมาเป็นครั้งสุดท้ายที่แถวๆ คฤหาสน์ของท่าน”
“...!!”
ดวงตาของเอิร์ลบรูโนเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนพูดไม่ออก
‘เขารู้กระทั่งว่าข้าลักตัวฟาติมามาเพื่อหาทุนรอนในการก่อกบฏ... เพียงแค่เบาะแสเดียว เขาก็สาวมาถึงตัวข้าที่เป็นหัวหน้าสมาพันธ์ได้เชียวหรือ?’
อา... เกริดช่างชาญฉลาดเหลือเกิน
‘หากท่านถัดกำเนิดในราชวงศ์... ข้าคงจะเป็นผู้ติดตามที่ภักดีและเทิดทูนท่านสุดหัวใจไปแล้ว’
ความเสียดายโถมทับเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ แต่เขาก็ไม่อาจสลัดความอคติต่อต้นกำเนิดสามัญชนของเกริดออกไปได้
“...”
เอิร์ลบรูโนนิ่งเงียบไป เกริดจึงถามต่อด้วยความสงสัย “แล้วตอนนี้ฟาติมาอยู่ที่ไหน?”
คำถามนี้ทำให้เอิร์ลบรูโนต้องตกตะลึงอีกครั้ง
‘เขายังห่วงใยกระทั่งช่างตัดเสื้อเพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ...? กษัตริย์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดแม้เพียงธุลีดิน หึๆๆ บ้าไปแล้ว ยิ่งข้ารู้จักเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งดูเป็นผู้ปกครองในอุดมคติมากขึ้นเท่านั้น ประชาชนของเกริดย่อมต้องมีความสุขอย่างแน่นอน’
เอิร์ลบรูโนตระหนักได้ในทันทีว่า อนาคตของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ภายใต้การนำของเกริดจะรุ่งโรจน์และโดดเด่นยิ่งกว่าอาณาจักรเอเทอร์นัลเสียอีก แต่มันมิใช่อนาคตที่น่ายินดีสำหรับขุนนางเก่าอย่างเขา กษัตริย์ที่เป็นสามัญชนแต่กลับสร้างอาณาจักรได้ดีกว่ากษัตริย์โดยสายเลือด... สิ่งนี้มันทำลายความเชื่อทั้งหมดที่เขามีมาตลอดชีวิต บรูโนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกับอนาคตที่พร่าเลือนก่อนจะตอบกลับไป
“เซอร์ฟาติมา... อยู่ที่ห้องใต้ดินพ่ะย่ะค่ะ”
“ใต้ดินงั้นหรือ... มีโรงงานผลิตชุดชั้นในอยู่ที่นั่นสินะ?”
“หึๆ กระหม่อมจะทูลความจริงตามที่ได้วางแผนไว้ทั้งหมด”
“จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยนะ”
เกริดคิดว่าตนเองกำลังไปรบกวนเวลาทำงานของฟาติมาที่เอิร์ลบรูโนจ้างมาผลิตชุดชั้นใน “แต่อย่าคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลย มันใช้เวลาไม่นานหรอก ฉันจะรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว”
ในฐานะช่างตีเหล็กในตำนาน เกริดเชื่อมั่นว่าด้วยค่าสถานะความชำนาญที่สูงลิบ เขาจะเรียนรู้วิธีผลิตชุดชั้นในได้ในพริบตาไม่ว่ามันจะยากเพียงใด แต่ทว่าเอิร์ลบรูโนกลับขมวดคิ้วมุ่น
“จัดการทุกอย่างให้จบในพริบตาอย่างนั้นหรือ?”
ทหาร 3,000 นาย อัศวินอีก 20 นายที่อยู่ภายนอกคฤหาสน์ รวมถึงตัวเขาที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับดุ๊กสไตม์มานานหลายปี... ทั้งหมดนี้จะถูกกษัตริย์เพียงองค์เดียวสังหารลงในพริบตาอย่างนั้นหรือ?
‘ท่านช่างหยิ่งทะนงนัก... แต่นั่นหาใช่ความโอหังที่เลื่อนลอย’
เกริดเคยเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสนและโค่นจอมปีศาจมาแล้ว เอิร์ลบรูโนและทหารของเขาไม่อาจหยุดชายผู้นี้ได้ นั่นคือความจริงที่เป็นสามัญสำนึก แต่ทว่า...
‘ในสนามรบ ย่อมมีตัวแปรเกิดขึ้นได้เสมอ’
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นจริงๆ เขาอาจจะมีโอกาสปลิดชีพเกริดได้... นั่นคือสัจธรรมของชีวิต
*แกร๊ก*
เอิร์ลบรูโนเอื้อมมือไปแตะฝักดาบที่ข้างเอว
*ตึก... ตึก...*
เกริดเดินลงจากบันไดมาช้าๆ ในวินาทีนั้น สง่าราศีที่แผ่ออกมาจากร่างของเกริดเริ่มกดทับจนเอิร์ลบรูโนรู้สึกอึดอัด แต่เขาก็ยังไม่ยอมสยบ
“ข้ามีสายเลือดขุนนางที่สืบทอดมานานนับร้อยปี มีเพียงกษัตริย์ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะทำให้ข้าก้มหัวได้...!”
ในขณะที่เอิร์ลบรูโนกำลังจะชักดาบออกมานั่นเอง!
‘อา จริงด้วยสิ เพื่อให้ฟาติมาประทับใจเร็วๆ เราควรจะเพิ่มค่าเสน่ห์กับค่าบารมีให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้’
เกริดฉุกคิดขึ้นมาได้ เขาจึงสวมใส่ ‘มงกุฎแสงศักดิ์สิทธิ์’ (Holy Light Crown) และถือ ‘ดาบมหาเจ้าเมือง’ (Great Lord’s Sword) ทันที
“เฮือก!”
เอิร์ลบรูโนสะดุ้งสุดตัว มือที่จับดาบพลันร่วงหล่นลงข้างกาย ค่าบารมีของเกริดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
‘น-นี่มันอะไรกัน?’
บรูโนเป็น NPC พิเศษ เขาเป็นขุนนางที่จะยอมรับในความเป็นราชวงศ์ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีค่าบารมี (Dignity) อย่างน้อย 2,000 แต้มขึ้นไป ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้รับผลกระทบจากค่าบารมีของเกริด แต่เมื่อเกริดสวมใส่อุปกรณ์ระดับสุดยอดจนค่าสถานะพุ่งพรวด บรูโนก็ถึงกับช็อกไปในทันที
‘กษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยราศี...! มิใช่โดยกำเนิด แต่เป็นการสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง...!’
*ตุ้บ!*
เอิร์ลบรูโนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น สมองของเขาขาวโพลนไปหมดเมื่อจิตใต้สำนึกยอมรับในความสง่างามของเกริดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง บรูโนไม่อาจปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของเกริดได้อีกต่อไป และนั่นทำให้เขาสูญเสียคุณสมบัติในการเป็นหัวหน้ากบฏไปโดยสิ้นเชิง
“กระหม่อม... มิบังอาจ... มิบังอาจทำให้พระหัตถ์ของฝ่าบาทต้องมัวหมอง...”
“หือ?”
เกริดเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเอิร์ลบรูโนชักดาบออกมาแล้วก็ลงไปคุกเข่า จากนั้นบรูโนก็ร่ายยาวในสิ่งที่เกริดไม่เข้าใจแม้แต่น้อย
“เหล่าอัศวินและทหารของกระหม่อมไม่เคยมีความแค้นเคืองต่อฝ่าบาท พวกเขาเพียงแค่ต้องทำตามคำสั่งอันไร้เหตุผลของข้าเท่านั้น... ข้ารู้ว่ามันไร้ยางอายที่จะร้องขอ แต่มั่นใจว่าฝ่าบาทจะทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ข้าจะมอบรายชื่อสมาชิกสมาพันธ์ทั้งหมดให้ โปรดละเว้นชีวิตทหารและอัศวินของข้า... และโปรดดูแลพวกเขาด้วย...”
“???”
พูดเรื่องบ้าอะไรของเขาน่ะ? เครื่องหมายคำถามมากมายลอยวนอยู่รอบหัวของเกริด แต่เอิร์ลบรูโนกลับดูโล่งใจอย่างประหลาด
“ความเงียบของฝ่าบาทคือการตอบตกลง... ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน!”
“เดี๋ยวสิ ท่านกำลังพูดเรื่อง...”
ก่อนที่เกริดจะได้ถามความจริง...
*ฉึก!*
เอิร์ลบรูโนปักดาบเข้าที่กลางหัวใจของตนเอง ในวินาทีเดียวกันนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมารัวๆ
[คุณได้พบและสังหารเอิร์ลบรูโน หัวหน้าสมาพันธ์ต่อต้านเกริด!]
[คุณได้รับรายชื่อสมาชิกสมาพันธ์ต่อต้านเกริด]
[ได้รับไอเทม: แหวนขุนนางหัวโบราณ]
[ได้รับไอเทม: แส้ขุนนางหัวโบราณ]
[ทหาร 1,390 นาย จากทั้งหมด 3,017 นาย ตัดสินใจที่จะติดตามคุณหลังการตายของเอิร์ลบรูโน]
[อัศวิน 28 นาย จากทั้งหมด 30 นาย ตัดสินใจที่จะติดตามคุณ พวกเขาเลื่อมใสในความสามารถอันยอดเยี่ยมที่สามารถสยบเอิร์ลบรูโนได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง]
[ดุ๊กสไตม์กำลังรุดหน้ามาที่นี่หลังจากทราบข่าว!]
“ฝ่าบาททททท!”
“...”
“กระหม่อมน่าละอายนัก! ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีศัตรูแฝงตัวอยู่ในหมู่ลูกน้องของตนเอง! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเขลาของกระหม่อมแท้ๆ!”
“...”
เกริดรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง สถานการณ์ที่เกินความคาดหมายและรวดเร็วจนตามไม่ทันนี้ทำให้เขามึนตึ้บไปหมด
“ก่อนอื่น... ไปหาฟาติมากันก่อนเถอะ...”
เกริดคิดว่าเขาควรจะไปสงบสติอารมณ์ด้วยการหาวิธีผลิตชุดชั้นในน่าจะดีกว่า
***
“คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้?”
ณ สำนักงานใหญ่ของเอสเอ กรุ๊ป (S.A. Group) เกริดเพิ่งจะปราบกลุ่มกบฏลงได้โดยบังเอิญในขณะที่ตั้งใจจะไปหาช่างตัดเสื้อ อิมชอลโฮหัวเราะพลางจับตาดูหน้าจอที่แสดงผลของเกริด โดยมียุนนาฮีคอยวิเคราะห์อยู่ข้างๆ
“ตัวแปรสำคัญคือการที่เกริดเพิ่มค่าความสนิทสนมกับ ‘สติ๊กส์’ จนถึงขีดสุดค่ะ เดิมทีหากเกริดไปที่ฟรอนเทียร์หลังจากทักษะช่างตีเหล็กถึงระดับหนึ่ง เขาจะได้พบเควสต์ของฟาติมาโดย ‘บังเอิญ’ แต่เพราะสติ๊กส์ ทำให้เควสต์นี้ไปซ้อนทับกับช่วงเหตุการณ์ก่อตั้งอาณาจักรโอเวอร์เกียร์พอดี”
“ใช่แล้ว ถ้าเกริดไม่สามารถทำให้สติ๊กส์ยอมรับได้ เขาคงไม่ไปฟรอนเทียร์ในช่วงเวลานี้ และหากเกริดไม่ได้เป็นกษัตริย์ สมาพันธ์ต่อต้านเกริดก็คงไม่เกิดขึ้น”
“ถูกต้องค่ะ มันเป็นเรื่องประจวบเหมาะที่เควสต์ฟาติมา สมาพันธ์ต่อต้าน และเอิร์ลบรูโนมาบรรจบกัน... แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากขาดการกระทำใดการกระทำหนึ่งของเกริดไป”
“ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“...?”
“เพราะอิทธิพลที่เกริดสร้างไว้กับปิอาโร ทำให้เขาได้เป็นเพื่อนกับครากูเอล และเพราะเป็นเพื่อนกับครากูเอล เขาจึงได้รู้เรื่องหมู่เกาะเบเฮน จนได้พบกับสติ๊กส์... การกระทำทั้งหมดของเกริดนั้นร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก”
‘จุดสูงสุดแห่งเหตุและผล’ นี่คือวิธีที่อิมชอลโฮนิยามตัวตนของเกริด มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อย่างมอร์เฟียสจะไม่สามารถคาดการณ์ตัวเขาได้
‘ข้าอยากจะเฝ้ามองการเติบโตของเจ้าต่อไปจริงๆ’
เกริด, ครากูเอล และแอกนัส ทั้งสามคนคือผู้เล่นปาฏิหาริย์ที่น่าสนใจที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งห้า หน้าจอที่แสดงภาพของพวกเขาเวียนว่ายอยู่รอบตัวอิมชอลโฮ โดยเฉพาะซูเปอร์คอมพิวเตอร์มอร์เฟียสที่กำลังให้ความสนใจกับ ‘แอกนัส’ เป็นพิเศษในยามนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


