ตอนที่ 40
40 / 82
อ่าน 15 นาที
บทที่ 40 — คำตอบที่ยังไม่ให้
เผยแพร่เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 13:19
ทูตเวลด์ฮอลม์จากไปแล้วสามชั่วโมง แต่กลิ่นน้ำหอมของเขายังค้างอยู่ในห้องรับรอง — กลิ่นหวานเลี่ยนที่คนยุคนี้ใช้กลบกลิ่นตัว เวอร์ดานนั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะหินขาว มือวางบนแผ่นหนังคำเชิญที่ทูตทิ้งไว้ ตราครั่งสีแดงเลือดหมูประทับรูปเรือสามเสากับตาชั่ง — ตราของสภาพ่อค้าเวลด์ฮอลม์
เขาไม่ได้อ่านมัน เขาแค่วางมือไว้บนนั้น
และในวินาทีที่ฝ่ามือแตะผิวหนัง ความสามารถที่เขาคุมการ *ใช้* ได้แต่คุมการ *รับ* ไม่ได้ก็ทำงานของมันเอง — หนังแพะอายุเก้าเดือน ฟอกที่เมืองท่าตะวันออกแล้วขนข้ามทวีปมาขายภาคกลาง ครั่งจากต้นไม้อายุสี่สิบปีในป่าใต้ เส้นใยด้ายเย็บขอบที่ปั่นด้วยมือหญิงชราคนหนึ่งเมื่อสองปีก่อน ทุกอย่างในแผ่นหนังนี้มีอายุ ทุกอย่างนับได้ ทุกอย่างเป็นของยุคนี้ทั้งสิ้น
ไม่มีอะไรน่ากลัวในแผ่นหนังนี้เลย และนั่นเองที่ทำให้เขานั่งนิ่งมาสามชั่วโมง
"นายจ้องมันราวกับมันจะกัด" ลิเลียพิงกรอบประตูอยู่ตรงนั้น ไม่รู้มายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ "มันเป็นแค่จดหมายเชิญไปฆ่ามอนสเตอร์นะเวอร์ มอนสเตอร์ตัวเดียว ที่ทำให้พ่อค้ารวยๆ ขนเกลือผ่านไม่ได้"
"มอนสเตอร์ที่มีร่องรอยเวทยุคทองเจืออยู่" เวอร์ดานพูดเสียงเรียบ "เจ้าจำเศษโลหะจารึกที่เราเจอในซากมันได้ไหม ลิเลีย ของเผ่าเรา ถูกใครบางคนในยุคนี้พยายามใช้เป็นอาวุธ แล้วทูตนครรัฐที่ห่างจากเราสิบวันเดินก็เดินทางข้ามดงโจรมาเชิญข้าไปจัดการมันพอดี"
"หรือพวกเขาแค่ได้ยินว่ามีนักผจญภัยที่ปราบโจรพันคนได้ในคืนเดียว แล้วก็คิดว่า เออ คนนี้น่าจะฆ่ามอนสเตอร์ตัวเดียวไหว"
เวอร์ดานเงยหน้าขึ้นมองเธอ ในสายตาของเขาไม่มีโกรธ มีแต่ความเหนื่อยล้าแบบที่คนคำนวณทุกอย่างมาทั้งชีวิตมีต่อคนที่คำนวณน้อยกว่า "เจ้าทำให้มันฟังดูง่าย"
"เพราะมันง่ายไงเวอร์"
เขาไม่ตอบ
ลิเลียถอนหายใจ เดินเข้ามานั่งลงตรงข้าม วางคางลงบนมือ มองหน้าเขา "เอาเถอะ เรียกคนอื่นมาเถอะ ก่อนที่นายจะนั่งจ้องครั่งจนมันละลาย"
—
เซเรน่ามาถึงพร้อมแฟ้มหนาสามนิ้ว ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะถูกเรียก — ซึ่งเธอรู้จริง เธอมีแฟ้มเตรียมไว้สำหรับทุกความเป็นไปได้ ไกร์ฟอนเดินตามหลังเข้ามา ไม่มีแฟ้ม ไม่มีอะไรในมือ เพราะทุกอย่างอยู่ในหัวเขาแล้ว คาสเทลถูกเรียกแต่ขอผัดผ่อนว่าติดอยู่กับแกนวิหาร "ลดภาระอีกนิดเดียว เผื่อไว้" — และไม่มีใครในห้องเชื่อว่ามันคือ *นิดเดียว* ราฮับไม่ถูกเรียก แต่ยืนอยู่นอกประตูอยู่แล้ว เป็นเงา เป็นกำแพง
เซเรน่าวางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังปึก เปิดหน้าแรก
"เวลด์ฮอลม์" เธอเริ่มราวกับอ่านคำพิพากษา "ประชากรในกำแพงราวสี่หมื่น นอกกำแพงอีกเท่าตัว ปกครองด้วยสภาพ่อค้าสิบเอ็ดตระกูล ไม่มีกษัตริย์ ไม่มีศาสนจักรเข้มแข็ง มีแต่เงินกับสัญญา เศรษฐกิจพึ่งเส้นทางค้าสามสายที่ตัดผ่านเมือง — เกลือจากเหนือ ผ้าจากตะวันออก โบราณวัตถุจากใต้"
เวอร์ดานเงยหน้าขึ้นที่คำสุดท้าย เซเรน่าเห็น และพยักหน้าช้าๆ ราวกับครูที่นักเรียนตอบถูก
"ใช่ค่ะ ท่าน หนึ่งในสามเส้นเลือดของเมืองนั้นคือการค้าของเก่า และทูตเอ่ยถึง 'นักสะสมโบราณวัตถุยุคทองที่ทรงอิทธิพล' ก่อนจะลา หนึ่งในสิบเอ็ดตระกูลรวยขึ้นมาจากการค้าซากเทพโดยเฉพาะ"
"ตระกูลไหน" เวอร์ดานถาม
"ทูตไม่บอก" เซเรน่าพลิกหน้ากระดาษ "แต่จากผังการค้าที่หม่อมฉันประกอบขึ้นจากปากพ่อค้าที่เคยผ่านนครรุ่งอรุณ — มีตระกูลหนึ่งที่ทุกคนพูดถึงด้วยเสียงเบาลง ไม่มีใครเอ่ยชื่อเต็ม เรียกแค่ว่า 'พวกที่อยู่ในเงา' เป็นได้สองอย่าง — ตระกูลที่คุมตลาดมืด หรือตระกูลที่คุมข้อมูล หม่อมฉันเดาว่าทั้งสอง"
ไกร์ฟอนพูดขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงเขาแห้งและเรียบราวกับอ่านบัญชี "พวกที่คุมข้อมูลคือพวกที่อันตรายที่สุด ราคาถูกที่สุด ฆ่าน้อยที่สุด แต่ครองมากที่สุด" เขาหยุด ดวงตาที่ไม่เคยหลับมองเวอร์ดานตรงๆ "ถ้าจะกลืนเวลด์ฮอลม์ ต้องเริ่มที่ตระกูลนั้นก่อน"
ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง
"ข้าไม่ได้พูดว่าจะกลืนเวลด์ฮอลม์" เวอร์ดานพูดเบาๆ
"ท่านไม่ได้พูด" ไกร์ฟอนยอมรับ "แต่ท่านวางมือบนคำเชิญมาสามชั่วโมงโดยไม่ฉีกมันทิ้ง"
เวอร์ดานมองไกร์ฟอนนิ่ง บางครั้งเขาลืมไปว่าตัวเองสร้างคนพวกนี้ขึ้นมาเก่งแค่ไหน — ลืมไปว่าไกร์ฟอนเริ่มคิดเหมือนเขามากขึ้นทุกวัน คำนวณทางหนีเจ็ดเส้นเหมือนกัน ระแวงเงาเหมือนกัน ต่างกันแค่ไกร์ฟอนระแวงเพื่อ *ยึด* ส่วนเวอร์ดานระแวงเพื่อ *รอด*
และนั่นคือปัญหา เพราะไกร์ฟอนเข้าใจคำสั่งของเขาเสมอ — เพียงแต่เข้าใจมันลึกกว่าที่เขาตั้งใจสามชั้น
"ไกร์ฟอน" เวอร์ดานพูด "สมมติข้าตอบรับ สมมติข้าเดินเข้าเวลด์ฮอลม์ในฐานะนักผจญภัยที่มาฆ่ามอนสเตอร์ เจ้าเห็นอะไร"
ไกร์ฟอนตอบทันทีราวกับรอคำถามนี้มาทั้งวัน "หม่อมฉันเห็นนครรัฐแรกของเรา ท่าน"
"อธิบาย"
"นครรุ่งอรุณคือเมือง" ไกร์ฟอนกางมือบนโต๊ะราวกับมีแผนที่อยู่ตรงนั้น "เวลด์ฮอลม์คือ *รัฐ* ถ้าเราได้เวลด์ฮอลม์ เราไม่ได้แค่เมืองหนึ่งเมือง เราได้เส้นทางค้าสามสาย ได้สภาพ่อค้าที่จะกลายเป็นปากของเราในสันนิบาตนครรัฐทั้งหมด ได้ชื่อเสียงที่ไม่ใช่แค่ 'เมืองศักดิ์สิทธิ์ของคนยาก' แต่เป็น 'อำนาจที่นครรัฐใหญ่ยังต้องมาเชิญ'" เขาหยุด "และที่สำคัญที่สุด ท่าน — เราได้มันโดยที่เวลด์ฮอลม์เป็นคนเดินมาเชิญเราเอง ไม่มีใครเริ่มสงคราม ไม่มีใครรู้ว่าถูกกลืน เราแค่ตอบรับคำเชิญ แล้วช่วยพวกเขา แล้ว..." เขาทำมือเป็นรูปกำปั้นค่อยๆ หุบ "พวกเขาก็ขอบคุณเรา"
เซเรน่าพยักหน้า "หม่อมฉันคำนวณได้แล้ว ท่าน ถ้าเราคุมเส้นทางค้าโบราณวัตถุได้ เราจะรู้ว่าของเผ่าเราเล็ดลอดออกจากที่ไหน ไหลไปไหน ใครซื้อ ใครสะสม นั่นคือข่าวกรองที่ท่านต้องการเรื่องปริศนา — มาพร้อมกับกำไรที่หม่อมฉันต้องการเรื่องคลัง สองอย่างในการเดินทางครั้งเดียว"
เวอร์ดานฟังทั้งสองพูด แล้วในใจเขาทำสิ่งที่เขาทำเสมอ — เขาเอาทุกอย่างที่พวกเขาพูดมาพลิกกลับด้าน มองหาคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ของขวัญ
มอนสเตอร์มีร่องรอยเวทเผ่าเขา *พอดี*
ทูตมาเชิญตอนที่เขาเพิ่งสืบรู้เรื่องเทวรัฐ *พอดี*
เวลด์ฮอลม์มีนักสะสมของเผ่าเขา *พอดี*
ทุกอย่างเข้าล็อกพอดีเกินไป ราวกับมีมือใครจัดวางหมากให้เขาเดินเข้าไป — มือเดียวกับที่อาจจัดฉากประตูอนาคต มือเดียวกับที่อาจวางดเรคไว้ในกองเบรนเดล มือที่เก่งกว่าเขา มือที่เห็นเขาทั้งกระดาน
"มันง่ายเกินไป" เวอร์ดานพูดออกมาเบาๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ
ลิเลียมองเขา ในดวงตาเธอมีบางอย่างที่ไกร์ฟอนกับเซเรน่ามองไม่เห็น
—
วงประชุมยืดยาวไปอีกชั่วโมง เซเรน่าเสนอแผนเศรษฐกิจสามขั้นสำหรับ "ถ้ารับ" ไกร์ฟอนเสนอหมากการเมืองห้าตา ทั้งคู่ราวกับลืมไปว่าเวอร์ดานยังไม่ได้ตอบว่ารับ พวกเขาวางแผนยึดเมืองทั้งเมืองบนสมมติฐานว่านายของพวกเขาจะพยักหน้า เพราะในความคิดพวกเขา นายไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผน การที่นายเงียบสามชั่วโมง = นายกำลังคิดแผนที่ลึกกว่าที่พวกเขาคิดได้
มีแต่ลิเลียที่รู้ว่าความเงียบสามชั่วโมงนั้นไม่ใช่แผน มันคือความกลัว
"พอแล้ว" เวอร์ดานยกมือ ทั้งสองหยุดทันที "ข้ายังไม่ตอบ"
"ท่าน—" เซเรน่าเริ่ม
"ข้ายังไม่ตอบ เซเรน่า" เขาพูดซ้ำ น้ำเสียงไม่ดังขึ้นเลยแต่ห้องเย็นลง "เตรียมแผนไว้ทั้งสองทาง ทั้งรับและไม่รับ ไกร์ฟอน สืบเรื่องตระกูลในเงานั่นให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่ส่งคนเข้าไป ข้าอยากรู้ว่ามันคือใครก่อนที่ข้าจะตัดสินใจว่าจะเดินเข้าบ้านมัน"
ไกร์ฟอนคำนับ "ขอรับ" — และในใจเขาบันทึกว่า *นายสั่งสืบก่อนตัดสินใจ แปลว่านายตัดสินใจจะไปแล้ว เพียงแต่อยากรู้สนามรบก่อน* เขาเข้าใจผิดอีกครั้ง แต่บังเอิญเข้าใจผิดไปในทางที่เวอร์ดานอาจจะทำจริง ซึ่งทำให้เวอร์ดานยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโปร่งใสเกินไป
เซเรน่าเก็บแฟ้ม คำนับ ออกไป ไกร์ฟอนตามหลัง เหลือแต่เวอร์ดานกับลิเลียในห้องหินขาวที่แสงเย็นจากท่อน้ำเวทของคาสเทลส่องเป็นสีทองอ่อนตามผนัง
—
ลิเลียไม่รีบลุก เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเพดานที่คาสเทลแกะลายดาวยุคทองไว้ — ดาวที่ในยุคนี้ไม่มีใครเห็นบนฟ้าอีกแล้ว เพราะมันเป็นดาวจากท้องฟ้าเมื่อพันปีก่อน
"นายรู้ใช่ไหม" เธอพูดขึ้นเงียบๆ "ว่ามอนสเตอร์ตัวนั้น ที่มีร่องรอยเวทเผ่าเรา — มันอาจจะไม่มีอะไรเลย แค่สัตว์ที่ไปกินซากเทพเข้าแล้วเวทมันติดตัว ซากเทพมีกระจายทั้งทวีปนะเวร์ สัตว์ที่เดินผ่านมันก็มีร่องรอยได้ ไม่ต้องมีใครจัดฉาก"
"ข้ารู้ว่ามันเป็นไปได้"
"แต่นายไม่เชื่อ"
เวอร์ดานเงียบ
ลิเลียก้มหน้าลงมองเขา เธอเลิกล้อแล้ว เสียงเธอเบาลง นุ่มลง แบบที่เธอใช้เฉพาะตอนที่คนอื่นไม่อยู่ "เวร์ ฉันอยู่กับนายมานานพอจะเห็นแบบแผนนะ ทุกครั้งที่มีอะไรง่าย นายจะหาเหตุผลว่ามันยาก ทุกครั้งที่ไม่มีศัตรู นายจะสร้างศัตรูขึ้นมาในหัว ตอนแรกฉันคิดว่านายแค่ระวังตัว แต่ตอนนี้ฉันสงสัยว่า..." เธอลังเล "นายต้องการให้มีคนจัดฉากจริงๆ ใช่ไหม นายต้องการให้มี 'มือที่สาม' จริงๆ"
มือเวอร์ดานที่วางบนคำเชิญเกร็งขึ้นเล็กน้อย เล็กจนคนทั้งทวีปนี้มองไม่ออก แต่ลิเลียเห็น
"ทำไมข้าจะต้องการแบบนั้น" เขาถามเสียงเรียบ แต่มันออกมาช้าไปครึ่งจังหวะ
"เพราะถ้ามีมือที่สาม" ลิเลียพูดช้าๆ ราวกับเดินบนน้ำแข็ง "ถ้ามีคนที่เก่งกว่านาย คนที่จัดฉากทุกอย่าง ส่งพวกเรามาอนาคต ล้างเผ่าเรา — งั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของนายที่เปิดประตูอนาคต งั้นพวกเราที่ติดอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ติดเพราะนาย แต่ติดเพราะ *มัน*"
ห้องเงียบสนิท
เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงน้ำเวทไหลในท่อหลังผนัง — เสียงเมืองที่หายใจอยู่บนหลังคาวิหาร
เวอร์ดานไม่มองเธอ เขามองแผ่นคำเชิญ มองตราครั่งสีเลือดหมูที่มีอายุสี่สิบปีนับจากต้นไม้ในป่าใต้ "เจ้าพูดมากไป ลิเลีย" เขาพูดในที่สุด
แต่เขาไม่ได้สั่งให้เธอออกไป
ลิเลียมองเขาอีกครู่ แล้วลุกขึ้น เธอเดินไปที่ประตู แต่หยุดตรงกรอบ ไม่หันกลับมา "ฉันจะไม่บอกใคร ฉันไม่เคยบอกใคร" เธอพูด "ฉันแค่อยากให้นายรู้ว่ามีคนหนึ่งในเมืองนี้ที่ไม่ได้คิดว่านายเป็นเทพ และไม่ได้คิดว่านายมีแผนลึกล้ำสามชั้น — ฉันรู้ว่านายแค่กลัว และฉันยังตามนายอยู่ดี ไม่ใช่เพราะนายไม่เคยผิด แต่เพราะนายเป็นพวกเรา"
แล้วเธอก็ออกไป
เวอร์ดานนั่งอยู่คนเดียวในห้องหินขาวอีกนาน เขาไม่ได้คิดถึงเวลด์ฮอลม์ ไม่ได้คิดถึงตระกูลในเงา ไม่ได้คิดถึงมอนสเตอร์ เขาคิดถึงประโยคของลิเลีย แล้วเขาก็ทำสิ่งที่เขาทำเสมอเมื่อมีคนเข้าใกล้ความจริงเกินไป — เขาเก็บมันลงกล่อง ปิดกล่อง วางกล่องไว้ในมุมที่เขาจะไม่มองอีก
แล้วเขาหยิบคำเชิญขึ้นมาอ่านเป็นครั้งแรก
—
มันเขียนด้วยลายมือเสมียนที่ฝึกมาดี ภาษานครรัฐที่สุภาพจนเลี่ยน เชิญ "ท่านนักผจญภัยเวอร์ดานแห่งนครรุ่งอรุณ ผู้มีกิตติศัพท์เลื่องลือ" ให้เดินทางไปเวลด์ฮอลม์เพื่อช่วยปราบ "สัตว์ร้ายที่รบกวนเส้นทางการค้าอันเป็นเส้นเลือดของนครรัฐ" พร้อมคำมั่นเรื่องค่าตอบแทนงาม การต้อนรับสมเกียรติ และ — บรรทัดสุดท้ายที่เสมียนคงคิดว่าเป็นมารยาท แต่เวอร์ดานอ่านแล้วนิ่ง —
*"สภาเชื่อว่าผู้ที่สามารถปลดเปลื้องความทุกข์ของผู้คนได้เยี่ยงท่าน ย่อมเป็นมิตรที่นครรัฐทั้งปวงปรารถนาจะรู้จัก"*
นครรัฐทั้งปวง
ไม่ใช่แค่เวลด์ฮอลม์ พวกเขากำลังบอกเขาว่าทั้งสันนิบาตกำลังดูอยู่ ว่าชื่อของเขาเดินทางไปไกลกว่าที่เขาคิด ว่าการตอบรับครั้งนี้ไม่ใช่แค่ช่วยเมืองหนึ่ง แต่เป็นการก้าวขึ้นกระดานที่ทั้งทวีปมองเห็น
เวอร์ดานวางคำเชิญลง
ในใจเขา ทุกเหตุผลชี้ไปทางเดียว — ไม่ควรไป ก้าวออกไปคือก้าวเข้าแสง คือกลายเป็นเป้าที่ใหญ่ขึ้นบนหลังของคนที่ใช้เวทเทพเจ้าได้และต้องซ่อนมันไว้จากภัยที่อาจมองอยู่ ทุกตรรกะของการเอาตัวรอดบอกให้เขาฉีกคำเชิญทิ้งแล้วหุบนครรุ่งอรุณให้เล็กลง เงียบลง หายไปจากแผนที่
แต่มีอีกเสียงหนึ่ง เสียงที่เขาไม่ยอมฟัง เสียงที่บอกว่า — ที่เวลด์ฮอลม์มีคนสะสมของเผ่าเขา มีคนที่ศึกษาเครื่องต้มน้ำยุคทองด้วยรอยขีดวัดเกลียว มีเครือข่ายที่ลากเส้นจากซากเทพทางใต้ ผ่านพ่อค้าเร่ ไปจนถึงเทวรัฐแห่งแสงสุดท้ายที่บูชาใบหน้าของเผ่าเขาเป็นเทพเจ้า — และที่ปลายเส้นนั้น อาจมีคำตอบว่าอะไรล้างเผ่าเขาในคืนเดียว
อาจมีคำตอบว่าเขาผิดหรือไม่ผิด
เวอร์ดานหลับตา เขารู้คำตอบของตัวเองแล้ว เขารู้มาตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่วางมือบนคำเชิญ เขาแค่ยังไม่ยอมพูดมันออกมา เพราะการพูดมันออกมาคือการยอมรับว่าลิเลียถูก — ว่าเขาเดินเข้าหาอันตรายไม่ใช่เพราะมันคุ้ม แต่เพราะเขาต้องการคำตอบมากกว่าที่เขาต้องการความปลอดภัย
เขายังไม่ตอบใคร เขาจะให้ไกร์ฟอนสืบก่อน เขาจะรอข่าวกรอง เขาจะทำตัวเหมือนคนที่ตัดสินใจด้วยตรรกะ
แต่ในความเงียบของห้องหินขาว เวอร์ดานรู้ว่าเขาจะไป
—
ลึกลงไปใต้พื้นที่เขานั่ง หลายชั้น ใต้หัวใจดวงเดียวของเมือง คาสเทลก้มอยู่หน้าแกนพลังวิหาร — เสาคริสตัลสูงสามคนที่เต้นเป็นจังหวะช้าๆ เหมือนหัวใจที่เหนื่อย เขากำลังต่อแผงควบคุมใหม่ที่ประดิษฐ์จากเศษซากยุคทอง ปรับวาล์วพลังทีละหยด ลดภาระที่แกนต้องแบก — เลี้ยงไฟถนน เลี้ยงท่อน้ำ เลี้ยงผู้พิทักษ์สามตน เลี้ยงระบบเฝ้าฟังเสียงสะท้อนที่เขาตั้งขึ้นหลังศึกเบรนเดล
ระบบเฝ้าฟังนั้นคือชุดผลึกเล็กๆ เรียงเป็นวง แต่ละเม็ดสั่นเมื่อรับรู้เสียงสะท้อนยุคทอง — เสียงที่เกิดเมื่อมีใครใช้เวทเทพเจ้า หรือเมื่อเศษเวทเทพเจ้าทำงาน คาสเทลตั้งมันไว้เพื่อฟังเสียงจากภายนอก จากทิศใต้ จากเทวรัฐ จากที่ไกลโพ้นที่อาจมีพี่น้องอัสนีเทพหลงเหลือ
ทั้งคืนที่ผ่านมาผลึกเหล่านั้นเงียบสงบ สั่นแผ่วๆ เป็นจังหวะปกติของเมืองที่หลับ
คาสเทลขันวาล์วสุดท้าย เช็ดมือ ยิ้มกับตัวเองที่ลดภาระแกนลงได้อีกขั้นหนึ่ง "เผื่อไว้" เขาพึมพำ — คำประจำตัวที่ในหัวเขาแปลว่า *ทำให้ดีกว่าที่จำเป็นเสมอ* เขาเก็บเครื่องมือ เตรียมจะขึ้นไปข้างบนไปรายงานเวอร์ดานเรื่องการลดภาระ
แล้วผลึกเม็ดหนึ่งในวงเฝ้าฟังก็สั่น
ไม่ใช่สั่นแผ่วๆ แบบจังหวะเมือง
มันสั่นแรง สั่นเหมือนถูกตี เสียงสะท้อนยุคทองวาบหนึ่งพุ่งผ่านผลึกแรงจนมันร้อนขึ้นในชั่วขณะ คาสเทลหันขวับ ขมวดคิ้ว เอามือแตะผลึก — ร้อนจริง เขามองวงผลึก ไล่ดูว่าเม็ดไหนรับสัญญาณ เพื่อจะอ่านทิศทาง
ระบบของเขาออกแบบให้บอกทิศได้ — เม็ดทิศใต้สั่นแรง = สัญญาณมาจากใต้ เม็ดทิศตะวันตกสั่น = มาจากดินแดนรกร้าง
แต่คราวนี้ไม่ใช่เม็ดทิศใดทิศหนึ่งสั่น
ทุกเม็ดสั่น พร้อมกัน เท่ากัน
คาสเทลรู้สึกอะไรบางอย่างไหลลงสันหลัง เขาตรวจสอบระบบสามครั้ง ตรวจการเชื่อมต่อ ตรวจการสอบเทียบ ทุกอย่างทำงานปกติ และคำตอบที่ระบบให้มันมีความหมายเดียว — เสียงสะท้อนนั้นไม่ได้มาจากทิศไหน เพราะมันไม่ได้มาจาก *ภายนอก*
มันใกล้เกินกว่าจะมีทิศ
มันใกล้ขนาดที่ผลึกทุกเม็ดได้ยินมันเท่ากัน ราวกับมันเกิดขึ้น *ตรงนี้* — ในกำแพง ใต้พื้น ในวิหาร ในเมือง
คาสเทลยืนนิ่ง มือยังแตะผลึกที่ค่อยๆ เย็นลง สมองนักประดิษฐ์ของเขาไล่ความเป็นไปได้เป็นชุด — มีของเผ่าเล็ดลอดเข้าเมืองโดยไม่มีใครรู้ มีใครแฝงตัวเข้ามาพร้อมเศษเวทเทพเจ้า มีพี่น้องอัสนีเทพอยู่ในเมืองโดยไม่ได้บอก หรือ —
เขาไม่ยอมคิดความเป็นไปได้สุดท้าย
เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานหินของโถงแกนพลัง มองขึ้นไปทางเมืองที่หลับอยู่เหนือศีรษะ ทางห้องหินขาวที่นายของเขานั่งอยู่กับคำเชิญที่ยังไม่ตอบ แล้วต่ำลงมาจากเขา ลึกลงไปใต้พื้นที่เขายืน — ลึกที่สุด ที่โถงสุดท้ายที่ราฮับเอาดาบคั่นไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ประตูดำสนิทดูดแสงที่สลักด้วยภาษาเผ่าเขาว่า *ห้ามเปิด — สิ่งที่อยู่ภายในเป็นอันตรายแม้ต่อเทพ*
วาบของเสียงสะท้อนเงียบลงแล้ว ผลึกทุกเม็ดกลับมาสั่นเป็นจังหวะปกติของเมืองที่หลับ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คาสเทลคว้าเครื่องมือ วิ่งขึ้นบันได
—
เวอร์ดานยังนั่งอยู่ในห้องหินขาว มือวางบนคำเชิญที่อ่านจบแล้ว เขายังไม่ได้ตอบใครว่าเขาจะไปเวลด์ฮอลม์ เขายังไม่ได้พูดคำตอบที่เขารู้แล้วในใจ
เขากำลังจะลุกขึ้นไปนอน
แล้วประตูห้องก็เปิดกระแทก คาสเทลยืนอยู่ตรงนั้น หายใจหอบ มือยังถือแผงผลึกที่เม็ดหนึ่งยังร้อน บนใบหน้าที่ปกติเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเกินเหตุ คราวนี้ไม่มีความตื่นเต้น มีแต่สีหน้าของคนที่เพิ่งวัดอะไรบางอย่างแล้วไม่อยากเชื่อตัวเลขที่ได้
"ท่าน" คาสเทลพูด เสียงเขาแหบ "ระบบเฝ้าฟัง... มันจับเสียงสะท้อนยุคทอง"
เวอร์ดานนิ่ง ความระแวงของเขาตื่นขึ้นทันที — เทวรัฐ ทิศใต้ พี่น้องที่หลงเหลือ มือที่สาม "ทิศไหน" เขาถาม "ใต้หรือตะวันตก"
คาสเทลกลืนน้ำลาย เขามองนายของเขา มองวงผลึกในมือ แล้วมองนายอีกครั้ง
"ไม่มีทิศครับ ท่าน"
เวอร์ดานหยุดหายใจไปครึ่งจังหวะ "อธิบาย"
"ผลึกทุกเม็ดได้ยินมันเท่ากัน" คาสเทลพูดช้าๆ ราวกับตัวเขาเองก็เพิ่งเข้าใจขณะที่พูด "ระบบออกแบบให้บอกทิศจากความต่างของความแรง ยิ่งใกล้แหล่ง เม็ดด้านนั้นยิ่งสั่นแรง แต่ถ้าทุกเม็ดสั่นเท่ากันหมด มันแปลว่าอย่างเดียว — แหล่งกำเนิดอยู่ใกล้เกินกว่าจะมีทิศ มันอยู่ตรงกลางวง ท่าน มันอยู่..."
เขาไม่ต้องพูดจบ
เวอร์ดานยืนขึ้นช้าๆ ในใจเขา ทุกเหตุผลที่เขาเคยปลอบตัวเองมาตลอดพันปีกำลังพังลงทีละเสา — ภัยที่เก่งกว่าอยู่ที่ไหนสักแห่งไกลโพ้น ภัยที่เขาจะออกตามหา ภัยที่อยู่ในทิศใดทิศหนึ่งให้เขาเตรียมรับ
ไม่มีทิศ
มันใกล้เกินกว่าจะมีทิศ
และเป็นครั้งแรกในรอบพันปีที่เวอร์ดานไม่ได้กลัวว่าจะมีคนเก่งกว่าเขาซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
เขากลัวว่ามันอาจอยู่ใต้เท้าเขาเอง — ใต้เมืองที่เขาสร้าง ใต้คนสองพันสามร้อยที่หลับฝันถึงเทพมาโปรด — และมันเพิ่งส่งเสียงตอบกลับ
"ราฮับ" เวอร์ดานพูดเบาๆ ไม่หันหน้า
เงาที่ประตูขยับ ดาบใบดำดูดแสงเลื่อนออกจากฝักหนึ่งนิ้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.