Chapter 84
83 / 165
6 min read
Chapter 84: Cooking Lesson
Published Mar 21, 2026, 04:36 PM
บทที่ 84: บทเรียนการทำอาหาร
อาเซลหั่นกระเทียมด้วยจังหวะรวดเร็วลื่นไหล
เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จนแทบจะเข้าใจผิดว่าเป็นดนตรีได้
เขาไม่ได้ดูฝืนเลยสักนิด มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ กลีบกระเทียมแต่ละกลีบถูกสับจนละเอียดเป็นชิ้นเรียบร้อยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
เอ็ดนายืนอยู่ใกล้ๆ กลั้นถอนหายใจไว้
เธอน่าจะคาดไว้แล้ว
อาเซลทำทุกอย่างด้วยท่าทางนิ่งๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถแบบนั้นเสมอ
ไม่ว่าจะตอนต่อสู้ เดิน หรือแม้แต่ตอนนี้ที่กำลังสับกระเทียม เขาก็ทำให้มันดูง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเลย
สายตาของเธอค้างอยู่ที่มือของเขา มองนิ้วที่โค้งรอบด้ามมีดอย่างมั่นคงแต่ผ่อนคลาย
เอ็ดนากวาดตามองหัวหอมที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ
มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว
‘อย่างน้อยฉันก็น่าจะทำเรื่องนี้ได้’ เธอคิด พลางยืดไหล่ตัวเอง
เธอหยิบหัวหอมขึ้นมาหนึ่งหัว กำมันไว้อย่างจริงจังเกินเหตุ
เปลือกหัวหอมย่นยับอยู่ใต้ปลายนิ้วของเธอขณะวางมันลง
เธอยกมีดขึ้น สูงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย แล้วฟาดลงไปด้วยความหวังว่าจะได้รอยผ่าที่เรียบสวย
แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น—
หัวหอมกลับแตกออกอย่างหยาบคาย และความแปลบคมก็แล่นวาบผ่านฝ่ามือเธอ
“อ๊ะ!”
เธอทำมีดหลุดจากมือ แล้วชักมือกลับโดยสัญชาตญาณ
รอยแดงค่อยๆ ผุดขึ้นบนผิว มือที่เจ็บจี๊ดจนเธอสะดุ้ง
ยังไม่ทันที่เธอจะนึกถึงการคว้าผ้ามาซับ ความอุ่นก็ทาบลงที่แผ่นหลังเธอ
การมีอยู่ของอาเซลโอบล้อมเธอไว้ หนักแน่นและใกล้ชิด
แขนของเขาเลื่อนมารัดรอบเอวเธอเพื่อประคองไว้ ขณะที่มืออีกข้างจับมือเธอ
แสงสีทองผลิบานขึ้นระหว่างนิ้วที่ประสานกัน
แสงพวยพุ่งขึ้นมา ไม่ได้รุนแรง แต่กลับนุ่มนวล บริสุทธิ์ ราวกับบริสุทธิ์เกินไปเสียด้วยซ้ำ
ความอุ่นค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิว และเพียงชั่วพริบตา ความเจ็บก็สลายไป
บาดแผลปิดสนิทต่อหน้าเธอ เลือดเหือดหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่เลย
เอ็ดนามองตาค้าง
เธอเคยเห็นเวทศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ครั้งหนึ่งจากหมอรักษาของโบสถ์ในวัยเยาว์
แต่มีความแตกต่างระหว่างความรู้สึกของพลังแบบนั้นกับเวทของอาเซล
นี่... นี่มันไม่เหมือนกัน
แสงนั่นรู้สึกสะอาดกว่า
“ไม่ควรฝืนทำสิ่งที่ไม่เคยลองมาก่อน” น้ำเสียงของอาเซลแผ่วผ่านข้างหูเธอ ต่ำและนิ่งสนิท
เอ็ดนากลืนน้ำลาย
เธอรับรู้ได้ชัดเจนว่าเขาอยู่ใกล้แค่ไหน ทั้งแผงอกของเขาที่แนบกับหลังเธอ ทั้งไออุ่นจากแขนที่โอบรอบเอวเธอ
ความแสบจากแผลหายไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเจ็บอีกแบบหนึ่ง เป็นความเจ็บที่เธอรักษาไม่ได้
‘ไอ้บ้า... ถ้าไม่ได้ตั้งใจก็อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้สิ’
เธอพองแก้มขึ้นเพื่อกลบความเขินมากกว่าจะทำอย่างอื่น
เธอสัมผัสได้ถึงแขนคู่นั้น ถึงแรงที่เขาสามารถดึงเธอเข้ามาใกล้ได้ด้วยการขยับเพียงนิดเดียว
‘ฉันกลั้นตัวเองมามากพอแล้ว’ เธอคิด หน้าแก้มร้อนผ่าวเมื่อด้านไร้ยางอายของตัวเองเริ่มก่อตัว
ส่วนหนึ่งของเธออยากหมุนตัวกลับไป ผลักเขากดกับเคาน์เตอร์ แล้วจูบเขาจนกว่าเขาจะหายใจไม่ออกอย่างสงบแบบนั้น
แต่ด้านที่มีเหตุผลของเธอเตือนว่า ตอนนี้มันไม่ใช่เวลานั้นแน่ๆ
เขาปล่อยให้แสงค่อยๆ จางลง ก่อนจะคลายมือเธอออกในที่สุด
“ไอ้บ้า” เขาพูดสั้นๆ
เอ็ดนาพองแก้มยิ่งกว่าเดิม พยายามซ่อนความสับสนเขินอายไว้หลังสายตาไม่พอใจ
แต่เมื่อแขนเขาเลื่อนออกจากเอวเธอ เธอกลับอดส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจไม่ได้
เขาหัวเราะเบาๆ อย่างชัดเจนว่าขำ แต่ก็หันกลับไปทางเคาน์เตอร์
“เอาละ เดี๋ยวฉันสอนหั่นหัวหอมให้”
เอ็ดนากระตุกกับความหยิ่งในตัวเอง แต่ก็กลืนคำเถียงกลับไป แล้วจ้องดูอย่างตั้งใจ
อาเซลหยิบหัวหอมอีกหัวขึ้นมาถือให้นิ่ง
“อย่างแรก ต้องลอกเปลือกออก อย่าฝานมันเข้าไปตรงๆ ดูนะ”
ด้วยท่าทางสงบ เขากรีดด้านข้างของหัวหอม ลอกชั้นนอกออก แล้วเผยเนื้อสีขาวเรียบด้านใน
จากนั้นเขาก็สับมันเป็นชิ้นเท่าๆ กันอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องออกแรงเลย
“อย่าใช้แรงกับมีด” เขาพูดต่อ “ให้ควบคุมมันแทน ปล่อยให้น้ำหนักของมันทำงานเอง เห็นไหม”
เขาถอยออก แล้วส่งมีดให้เธอ
เอ็ดนาหยิบหัวหอมอีกหัวขึ้นมา แล้วทำตามการเคลื่อนไหวของเขา
ลอกเปลือก อฝาน...
“กดมากไป” อาเซลพูดจากข้างไหล่เธอ
เธอปรับใหม่ คราวนี้ค่อยๆ ตัดช้าลง
มีดลื่นผ่านได้เรียบร้อยกว่าเดิม ชิ้นส่วนแยกออกจากกัน แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เรียบร้อยพอใช้
ดวงตาของเธอสว่างขึ้น “ฉันทำได้แล้ว”
อาเซลพยักหน้าเบาๆ “ดีขึ้น ทำอีกครั้ง”
พวกเขาทำต่อไปเคียงข้างกัน จนผักทั้งหมดถูกเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย
แครอต สมุนไพร และกระเทียมที่เหลือถูกนำมารวมกันบนกองเดียว
ในที่สุด อาเซลก็มองไปที่เคาน์เตอร์ “ทีนี้ เราทำสตูโรเซเลนได้แล้ว”
เอ็ดนากะพริบตา “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันวางแผนจะทำอะไร”
“ก็...” ริมฝีปากเขากระตุกเป็นรอยยิ้ม “มันเป็นอาหารจากเดย์มัวร์น่ะ ตอนที่ฉันออกไปในเมือง ฉันเคยกินอยู่บ่อยๆ”
“คุณทำเป็นเหรอ”
“เป็น แต่ยังไม่เคยลงมือทำจริงๆ” เขาถอนหายใจเบาๆ “เอาละ ดูฉันไว้”
เขาวางหม้อลงบนเตา แล้วเทน้ำมันลงไป
ประกายวับบางๆ บอกว่าความร้อนกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อย่างแรก หัวหอม” เขาโยนลงไปหนึ่งกำมือ
กระทะส่งเสียงฉ่าในทันที น้ำมันกระเด็นขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆ ดุร้าย
บางเม็ดกระเด็นมาโดนหน้าอาเซล แต่เขาไม่แม้แต่จะกะพริบตา
เอ็ดนาส่งเสียงแหลมแล้วถอยกรูด “มันกำลังโจมตี!”
อาเซลหัวเราะในลำคอ
“แค่น้ำมันเอง ผัดมันไป อย่าให้ไหม้”
เธอลังเล กระทะยังคงส่งเสียงแตกดังเหมือนมีชีวิต
“นี่” อาเซลพูด พร้อมยื่นช้อนไม้ให้ “คนให้มันเคลื่อนไหวไว้ เดี๋ยวก็ชินเอง”
เอ็ดนารับช้อนมาอย่างหวาดระแวง พลางขมวดคิ้ว
เธอเริ่มคนอย่างระมัดระวัง ครึ่งหนึ่งของสมองคอยเตรียมรับว่าน้ำมันจะกระโจนใส่เธออีกครั้ง
แต่เมื่อหัวหอมเริ่มนิ่ม กลิ่นฉุนก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกลิ่นหวานหอม
เธอแอบชำเลืองมองอาเซล เขากำลังมองเธออยู่พร้อมรอยยิ้มจางๆ
“ไม่เลว” เขาว่า
เธอยิ้มมุมปากตอบ “แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเรียนรู้เร็ว”
“อืม” ดวงตาเขาเป็นประกาย “แถมแทงตัวเองเร็วด้วยเหมือนกัน”
หน้าของเธอแดงก่ำ
เธอเกือบจะฟาดช้อนไปใส่เขา แต่ก็กลั้นไว้เมื่อส่วนผสมในกระทะส่งเสียงฉ่าอย่างประท้วง
พวกเขาใส่แครอตลงไป ปล่อยให้มันนิ่มก่อนที่อาเซลจะใส่เนื้อเป็นชิ้นๆ ลงไป
เสียงฉ่าดังยิ่งขึ้น อบอวลไปทั่วด้วยกลิ่นหอมน่ากินจนท้องของเธอเริ่มร้อง
จากนั้นตามด้วยน้ำซุปที่เดือดปุดๆ เมื่อรสชาติเริ่มผสานเข้าด้วยกัน
อาเซลโรยสมุนไพรลงไป พลางอธิบายแต่ละชนิดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งราวกับคนที่ทำเรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
เอ็ดนาคนต่อไป บางครั้งก็เผลอให้น้ำซุปกระเด็นเปื้อนเตา จนเขาต้องถอนหายใจอย่างอดทน
แต่ยิ่งผ่านแต่ละขั้นตอน เธอก็ยิ่งรู้สึกสบายมือขึ้น
การทำอาหารเป็นศิลปะ มันเหมือนจังหวะดนตรี...
สตูว์ค่อยๆ เคี่ยว ส่งความอุ่นอบอวลไปทั่วห้อง
“เฮ้อ เสร็จแล้ว” เอ็ดนาพูด แล้วอาเซลก็ลูบคางตัวเอง
“เดี๋ยวก่อน เราไม่ได้ซื้อข้าว”
อาเซลพูด แล้วเอ็ดนาก็มองหน้าเขา
“ข้าวเหรอ”
อาเซลกะพริบตา
“เธอไม่รู้จักข้าวเหรอ”
“นั่นเป็นอะไรที่ฉันควรรู้ด้วยเหรอ”
‘ผู้หญิงคนนี้ไม่มีหวังเรื่องทำอาหารเลย’
[หมายเหตุของผู้เขียน]
2/5
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.