Chapter 4970
4968 / 5804
8 min read
Chapter 4970 – My Condolences
Published Apr 11, 2026, 02:07 PM
## บทที่ 4970 – ขอแสดงความเสียใจด้วย
**ผู้แปล: Silavin & June**
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys**
ในที่สุดเจ้าศักดินาสตรีก็เข้าใจความหมายของหยางไค่ที่ว่า ‘จะไม่ฉวยโอกาสกับนาง’
ที่แท้เขาเก็บสมบัติวิเศษของตน ก่อนจะทะยานร่างเข้าหา...ซัดหมัดออกไปกลางอากาศ!
นางเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง พลางโทสะก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจ บัดนี้นางเดือดดาลยิ่งกว่าเดิมที่ถูกมนุษย์ระดับหกผู้ต่ำต้อยหยามเหยียดและเย้ยหยัน ด้วยเสียงกรีดร้องอันดุดัน พลังหมึกปะทุออกจากร่างของนางและเข้าโจมตีหยางไค่ กรงเล็บอันแหลมคมของนางกลายเป็นอาวุธที่ตวัดฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง
หยางไค่ไม่แยแสการโจมตีของนางเลยแม้แต่น้อย เขายกหมัดขึ้นแล้วซัดออกไปอีกครั้ง เปิดฉากการต่อสู้ระยะประชิดที่แลกด้วยชีวิต
*ตู้ม ตู้ม ตู้ม...*
โลหิตสีดำและสีทองสาดกระเซ็น ทั้งสองฝ่ายถึงกับกระอักเลือดรดใบหน้าของกันและกัน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ในเวลาเพียงไม่นาน ความดุร้ายของเจ้าศักดินาสตรีก็มอดลงอย่างรวดเร็ว โมเมนตัมที่เคยมีได้พังทลายลง
นางไม่เคยพบพานมนุษย์เช่นนี้มาก่อน ทุกผู้คนในเผ่าพันธุ์มนุษย์ล้วนมองความตายแตกต่างกันไปในสถานการณ์คับขัน และมีหลายครั้งที่ศัตรูของนางเลือกที่จะลากชาวเผ่าหมึกให้ตายตกไปพร้อมกัน ทว่าหยางไค่คือมนุษย์คนแรกที่นางเผชิญหน้าซึ่งเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้
*นี่มันใช่คนเสียที่ไหน? มันคืออสูรร้ายที่หิวโหยต่างหาก!*
สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวยิ่งกว่าคือการกัดกร่อนของพลังหมึกดูเหมือนจะไม่มีผลกับเขาเลย แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากกรงเล็บอันแหลมคมของนาง ก็ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าพลังหมึกสามารถแปดเปื้อนเขาได้
นางยังคงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะได้ผล หากเป็นเช่นนั้น นางจะสามารถโค่นเขาลงได้อย่างง่ายดายเมื่อพลังหมึกของนางแปดเปื้อนเขาโดยสมบูรณ์ นางอาจจะได้สาวกหมึกที่ทรงพลังคนใหม่มาครอบครองด้วยซ้ำ ควรทราบไว้ว่าการจับสาวกหมึกในสนามรบเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจในเผ่าหมึก ทว่าจนบัดนี้ สติสัมปชัญญะของชายผู้นี้ยังคงแจ่มชัดราวกับแก้วใส
ไม่เพียงเท่านั้น พลังจากหมัดแต่ละหมัดของเขายังหนักหน่วงกว่าหมัดก่อนหน้า ไม่มีวี่แววว่าเขาจะอ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย
นางมีความรู้เกี่ยวกับมนุษย์เป็นอย่างดีและตระหนักว่าจักรวาลน้อยของพวกเขาทำหน้าที่เป็นรากฐานของการบ่มเพาะ หากจักรวาลน้อยถูกรบกวน มันจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของพวกเขา
ตามหลักเหตุผลแล้ว หลังจากการปะทะอันรุนแรงทั้งหมดนี้ ความสามารถในการต่อสู้ของหยางไค่ควรจะลดลง
แต่สำหรับเขามันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง!
นอกจากนี้ การต่อสู้ระยะประชิดไม่ใช่จุดแข็งของนาง
ความคิดอันน่าสยดสยองที่ว่านางจะต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของมนุษย์ประหลาดผู้นี้ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจของเจ้าศักดินาสตรี นางหวาดผวาเมื่อความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว และนางพิจารณาอย่างจริงจังที่จะหลบหนี
หลังจากการปะทะอีกครั้ง เจ้าศักดินาสตรีก็พยายามสลัดหยางไค่ออกและถอยหนีในทันใด
ขอบฟ้ายะเยือก!
*นี่มันวิชาลับอะไรกัน?!* แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าความลี้ลับของวิชาลับนี้คืออะไร แต่นิ้วของนางก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายลม และนางก็หลุดพ้นจากพันธนาการของมันได้ทันทีโดยการรบกวนปริภูมิรอบตัวนาง
ท้ายที่สุดแล้ว นางยังคงแข็งแกร่งกว่าหยางไค่ในแง่ของระดับพลัง ดังนั้นขอบฟ้ายะเยือกจึงไม่สามารถกักขังนางไว้ได้นาน
แต่ด้วยการหน่วงเวลาเพียงชั่วพริบตานี้ หยางไค่ก็ไล่ตามนางได้ทัน และการต่อสู้อันดุเดือดก็ดำเนินต่อไป
ด้านนอกในสนามรบ เฝิงอิ๋งกวัดแกว่งกระบี่ยาวในมือ นางคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับเจ็ดที่แข็งแกร่งที่สุดในด่านนภาสีคราม ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดนอกจากเจ้าแดนหมึกที่สามารถหยุดยั้งนางได้
รอบตัวนาง ปราณกระบี่สาดประกายวาบ ชาวเผ่าหมึกสิ้นชีพก่อนที่เฝิงอิ๋งจะเข้าใกล้ด้วยซ้ำ แม้แต่เจ้าศักดินาเผ่าหมึกก็แทบจะต้านทานกระบี่สามเพลงของนางไม่ได้ พวกเขาทำได้เพียงหลบหนีหรือต่อสู้ต่อไปทั้งที่รู้ว่าจะต้องตาย
นางยังไม่ได้ใช้สำแดงเทวะของนาง หากนางใช้ ความแข็งแกร่งของนางก็จะเพิ่มพูนขึ้นไปอีก
เฝิงอิ๋งเคยสังหารเจ้าแดนหมึกมาแล้วครั้งหนึ่ง แม้ว่านางจะทำได้ด้วยความช่วยเหลือของหยางไค่ แต่นั่นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางมีรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
นางเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธมิตรมากมายช่วยเบิกทางให้ และในที่สุดก็มาถึงแนวหน้าของการต่อสู้ ณ จุดที่วิชากาชาดสาดตะวันเคยปะทุขึ้นก่อนหน้านี้ นางหันกลับและมองไปทุกทิศทุกทาง สัมผัสเทวะของนางแผ่ซ่านออกไป แต่นางก็ไม่สามารถหาตำแหน่งของหยางไค่ได้เลย
สีหน้าของนางพลันทรุดลง หรือว่านางจะมาช้าไปและหยางไค่ถูกสังหารไปแล้ว?
เจ้าศักดินาสองตนกำลังล้อมโจมตียอดฝีมือระดับเจ็ดอยู่ใกล้ๆ และเขาก็กำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อ แม้ว่ามนุษย์จะแข็งแกร่งกว่าเผ่าหมึกในระดับเดียวกันอยู่บ้าง แต่สองหมัดย่อมไม่อาจต้านสี่หมัดได้ เมื่อเจ้าศักดินาสองตนร่วมมือกัน ยอดฝีมือระดับเจ็ดส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา
เฝิงอิ๋งตวัดกระบี่ออกไป โจมตีเจ้าศักดินาทั้งสองและบังคับให้พวกมันถอยกลับไปชั่วคราว
“ท่านเห็นหยางไค่หรือไม่?” นางคว้าคอเสื้อของยอดฝีมือระดับเจ็ดผู้นั้นก่อนที่เขาจะกลับไปสู้กับเจ้าศักดินาทั้งสองอีกครั้ง พลางเอ่ยถามอย่างเร่งร้อน
ชายชราที่ถูกนางจับตัวไว้ถึงกับงุนงงและถามกลับว่า “ใครคือหยางไค่?”
ทันใดนั้น เฝิงอิ๋งก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่รู้จักหยางไค่หรือรู้ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร นางตระหนักว่านางอาจจะไม่ได้อะไรจากการถามคำถามนี้ ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนคำถามทันที “ท่านเห็นเด็กหนุ่มระดับหกที่แปลกประหลาดคนนั้นหรือไม่?”
“เจ้ากำลังตามหาเขารึ?” ชายชราผู้นั้นรู้ทันทีว่านางหมายถึงใคร
ชายชราผู้นี้คือหนึ่งในสี่ยอดฝีมือที่หยางไค่เคยร่วมมือด้วยก่อนหน้านี้ มียุวชนระดับหกนับไม่ถ้วนในสนามรบ แต่เฝิงอิ๋งต้องมีเหตุผลของนางที่ถามเช่นนี้ ดังนั้นชายชราจึงนึกถึงยอดฝีมือระดับหกคนหนึ่งขึ้นมาได้ทันที
“เขาอยู่ที่ไหน?” เฝิงอิ๋งกระวนกระวายใจกับคำตอบที่จะได้รับ นางกลัวว่าคำตอบนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการได้ยิน
สีหน้าของชายชราพลันมืดลง เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ในนั้น กำลังรับมือกับเจ้าศักดินาตนหนึ่งอยู่”
เมื่อมองไปในทิศทางที่เขาชี้ เฝิงอิ๋งก็สังเกตเห็นกลุ่มเมฆหมึกขนาดใหญ่รวมตัวกันอยู่
หัวใจของเฝิงอิ๋งบีบรัด
“เจ้าหนุ่มนั่นแข็งแกร่งมาก แต่น่าเสียดาย...” ชายชราถอนหายใจเล็กน้อย เขาอยากจะดูแลหยางไค่ในสนามรบหากเป็นไปได้ แต่น่าเสียดายที่เขาเองก็กำลังวุ่นอยู่กับการรับมือเจ้าศักดินาสองตนที่ล้อมรอบเขาอยู่และไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้
ชายชราไม่รู้ว่าเฝิงอิ๋งมีความเกี่ยวข้องกับหยางไค่อย่างไร เขาจึงโพล่งออกมาว่า “ขอแสดงความเสียใจด้วย!”
“เขาไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า!” เฝิงอิ๋งกัดฟันกรอด นางเคยเห็นความสามารถของหยางไค่มาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หยางไค่ยังมีน้ำพุโลกอยู่กับตัวและจะไม่ถูกพลังหมึกกัดกร่อน เขายังสามารถแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ได้อีกด้วย...
แต่นางก็ตระหนักดีว่าหยางไค่จะไม่ยอมแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ง่ายๆ แม้ว่าชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตราย เพียงเพราะเขาเข้าสู่สนามรบในครั้งนี้เพื่อแสวงหาโอกาสในการทะลวงผ่าน การแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ก็หมายความว่าเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตนได้
ทันทีที่สิ้นเสียง เฝิงอิ๋งก็พุ่งทะยานไปยังเมฆหมึกนั้น
แต่ในชั่วพริบตาถัดมา พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
ร่างสองร่างที่พันกันเป็นเกลียวพลันระเบิดออกมาจากกลุ่มเมฆหมึกขนาดมหึมา ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันมากราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างทั้งสองทำให้เลือดในกายผู้คนเย็นเยียบ
ดวงตาของเฝิงอิ๋งเป็นประกายทันทีที่นางจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือหยางไค่
*เขายังมีชีวิตอยู่! ยังช่วยได้!* ทว่าขณะที่เฝิงอิ๋งเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วยนางก็หยุดชะงักลงทันควัน สีหน้าของนางดูแปลกประหลาด
ชายชราเองก็ตกตะลึงเมื่อมองไปทางนั้น
ผู้ที่พันตูอยู่กับหยางไค่คือเจ้าศักดินาสตรีนางเดิม โดยที่แขนของเขารัดร่างของนางไว้แน่นดุจโซ่ตรวน
ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะร่างของนางค่อนข้างเล็ก หากนางตัวใหญ่เหมือนชาวเผ่าหมึกส่วนใหญ่ หยางไค่คงไม่สามารถใช้แขนของเขารัดนางไว้เช่นนี้ได้
เป็นไปได้ที่จะจินตนาการถึงความรุนแรงของพลังกายของหยางไค่เมื่อโลหิตสดยังคงพวยพุ่งออกจากปากของเจ้าศักดินาสตรี กระดูกในช่วงบนของนางถูกบดขยี้ และเห็นได้ชัดว่าทรวงอกของนางยุบลงไปเล็กน้อย ความเจ็บปวดของนางปรากฏชัดบนใบหน้าที่บิดเบี้ยว
เสื้อของหยางไค่หายไป ทำให้เขาเปลือยท่อนบน ขณะที่เจ้าศักดินาสตรีก็เกือบจะเปลือยกายในเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของนาง
เฝิงอิ๋งและชายชราต่างก็พูดอะไรไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพนี้
โดยธรรมชาติแล้ว นี่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเดิมของหยางไค่ เพียงแต่ว่าเจ้าศักดินาสตร
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.