Chapter 1007
1007 / 2060
14 min read
Chapter 1007
Published Apr 3, 2026, 04:44 PM
นับตั้งแต่ที่แซททิสฟายเปิดให้บริการมาก็ได้เวียนมาบรรจบครบหกปีแล้ว ทว่ามันไม่ใช่สถิติอย่างเป็นทางการเสียทีเดียว นั่นเป็นเพราะในรอบหกปีนั้นได้นับรวมเอาช่วง 'โคลสเบต้า' (Closed Beta) ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักเข้าไปด้วย ด้วยเหตุนี้ มันจึงมีความหมายที่แสนพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ใช้จำนวนจำกัดที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในช่วงโคลสเบต้านั้นเท่านั้น
[เราค้นพบ 'ถ้ำเหนือสุด' (North End Cave) แล้ว!]
ในที่สุด...
[ท่านประสบความสำเร็จในการออกสำรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้วในทวีปตะวันตกแล้ว!]
สกั๊งก์ (Skunk) นักสำรวจอันดับหนึ่ง ประสบความสำเร็จในผลงานที่ยิ่งใหญ่ มันคือความสำเร็จที่ยังไม่เคยมีผู้ท้าชิงคนใดทำได้มาก่อนเลย
[มันคือผลงานความสำเร็จที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!]
[ได้รับฉายา 'มากกว่าที่ใครเคยเห็น' (More Than Anyone Has Seen) เป็นรางวัลความสำเร็จ!]
[ท่านคือผู้เล่นคนแรกที่ได้รับ 'แผนที่ฉบับสมบูรณ์' (Complete Map)!]
[เพื่อเป็นรางวัลสำหรับแผนที่ฉบับสมบูรณ์ 'เข็มทิศระดับสูงสุด' ของท่านได้รับการพัฒนาขึ้นเป็น 'เข็มทิศแห่งความจริง' (Compass of Truth)!]
[อัตราการสำรวจแผนที่ใหม่จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ 10%!]
[ท่านจะสามารถปลูก 'ต้นกล้า' (Seedling) ลงในทุกพื้นที่ได้หนึ่งต้นในอนาคต หากต้นกล้าเหล่านั้นเติบโตจนกลายเป็นต้นไม้ พวกมันจะเป็นทั้งหูและตาให้แก่ท่าน ต้นกล้าและต้นไม้ที่ถูกทำลายจะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้]
[★ตำนานที่ไม่เคปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์กำลังเริ่มตื่นขึ้นแล้ว! ★]
[ค่าประสบการณ์ทักษะ ค่าประสบการณ์ตัวละคร และอัตราการได้รับเควสต์จะเพิ่มขึ้น 80% ตลอดช่วง 10 วันต่อจากนี้!]
“อา... อ๊า...”
หยาดเหงื่อแรงกายที่เขาทุ่มเทไปทั้งหมดพรั่งพรูเข้ามาในความคิด หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาที่มีรอยย่นจางๆ ของสกั๊งก์ หลังจากที่ได้เดินบนเส้นทางเพียงลำพังมาอย่างยาวนาน ในที่สุดเขาก็จุดมุ่งหมายและได้รับผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลเสียที
“ยินดีด้วยนะคะ นี่คือรางวัลที่เป็นการชดเชยความเสียหายทั้งหมดที่คุณได้รับจาก 'สุสานดาบ' (Sword Grave) เลยนะเนี่ย” คำกล่าวแสดงความยินดีมาจาก 'หญิงสาวเผ่าสุนัข' (Dog Woman)
สกั๊งก์รับผ้าเช็ดหน้าที่เธอยื่นให้มาซับน้ำตาแล้วยิ้มออกมา “ผมก็ไม่พูดได้หรอกนะว่างานนั้นน่ะมันขาดทุนน่ะ เราสะสมประสบการณ์และความรู้มามากพอ แถมยังได้รับความไว้วางใจจากเกริดด้วยนะ”
“เกริดน่ะรู้สึกดีกับเราจริงๆ เหรอคะ? พวกคลาสสายต่อสู้ทั่วไปชอบหัวเราะเยาะพวกเรา ในขณะที่เกริดน่ะเป็นทั้งคลาสสายการผลิตและนักรบที่ร่วมสู้ศึกแนวหน้า เขาอาจจะสงสัยก็ได้นะว่าทำไมพวกเราถึงทำได้ไม่ดีเหมือนเขาบ้างล่ะ”
“ไม่หรอก ผมคิดต่างออกไป เกริดน่ะเข้าใจตำแหน่งของคนอย่างพวกเราดีเพราะเขาก็เป็นคลาสสายการผลิตเหมือนกัน อันที่จริง มีข่าวลือด้วยซ้ำนะว่าช่างตีเหล็กคือคลาสที่ได้รับการปฏิบัติที่ดีที่สุดในอาณาจักรโอเวอร์เกียร์น่ะ”
“ก็นะ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ใครจะกล้ามาดูถูกสกั๊งก์ของเราที่ได้รับคุณสมบัติในการเป็นตำนานแถมยังมีเข็มทิศแห่งความจริงอยู่ในมือกันล่ะ? ในอนาคต ผู้เล่นทุกคนคงต้องพากันมาหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้าคุณแน่นอนเลย แม้กระทั่งเกริดเองก็เถอะ”
“...”
แน่นอนว่ามันคือความจริง หลังจากที่รวบรวมภูมิประเทศทั้งหมดของทวีปตะวันตกและตำแหน่งของ 'ผลงานที่ซ่อนอยู่' (Hidden Pieces) มาได้แล้ว มูลค่าของสกั๊งก์ในตอนนี้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ใครที่มีความมักใหญ่ใฝ่สูงย่อมต้องอยากได้ตัวสกั๊งก์ไปเป็นพรรคพวกแน่นอนอยู่แล้ว สกั๊งก์เองก็ตระหนักในเรื่องนี้ดีเช่นกัน ทว่า—
“ไว้คอยดูเถอะ... ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีนักหรอกนะที่จะเห็นท่าทีของพวกคนเหล่านั้นเปลี่ยนไปน่ะ”
สกั๊งก์ไม่ได้เริ่มเล่นเกมแซททิสฟายเพื่อที่จะปกครองใคร เขาเพียงแค่อยากรื้อฟื้นความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในกำแพงที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้เท่านั้น การหาเงินไปในตัวน่ะถือเป็นกำไรแถมเสียมากกว่า มันก็แค่นั้นแหละ สกั๊งก์รักในอิสระและไม่มีเจตนาที่จะไปก้มหัวให้ใคร เขาเพิ่งจะมีแผนการเพียงอย่างเดียวสำหรับอนาคต—นั่นก็คือการออกเดินทางสำรวจครั้งใหม่
สกั๊งก์เปิดแผนที่ฉบับสมบูรณ์ออกมา มันคือแผนที่ที่มีภูมิประเทศทั่วทั้งทวีปตะวันตก มันเป็นแผนที่ที่สมบูรณ์แบบงั้นเหรอ? ไม่หรอก น่าเสียดายที่มันยังไม่สมบูรณ์แบบหรอก โลกใบนี้น่ะไม่ได้มีแค่ทวีปตะวันตกเสียหน่อย ยังมีทั้ง 'ทะเลแดง' (Red Sea) และ 'ทวีปตะวันออก' อยู่อีก ซึ่งพวกมันยังคงถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกและยังเป็นดินแดนที่สกั๊งก์ยังไม่เคยไปเยือน
แน่นอนว่าเขาเคยไปเยือนทวีปตะวันออกมาบ้างสองสามครั้ง ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แม้ในตอนนี้ เหล่าทหารของอาณาจักรโช (Cho Kingdom) ก็ยังคงปฏิเสธคนจากทวีปตะวันตกอยู่ดี ทำให้การสำรวจทวีปตะวันออกในตอนนี้น่ะแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ เขาไม่รู้แน่ชัดหรอกนะว่ามันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อปีก่อนเขาได้ลองกลับไปเยือนทวีปตะวันออกดูอีกครั้งแล้วก็พบว่าเมืองเริ่มต้นอย่าง 'แพนเจีย' (Pangea) นั้นว่างเปล่า ในขณะที่ทหารของอาณาจักรโชก็เฝ้าจับตามองคนจากทวีปตะวันตกเป็นพิเศษ
'ทะเลแดง'
ในตอนนี้พวกเขายังไปทวีปตะวันออกไม่ได้ ดังนั้น สกั๊งก์จึงหันความสนใจไปยังท้องทะเลที่ลึกลับซึ่งไม่มีบันทึกไว้ในหนังสือเล่มไหนๆ แทน
'สำรวจทะเลแดง'
ยอดนักสำรวจอันดับหนึ่งของโลกมีสายตาที่เป็นประกาย เขาตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“เราไปที่ 'กาเลสต์' (Galest) กันเถอะ”
“กาเลสต์งั้นเหรอ? จักรวรรดิน่ะนะ?”
“ใช่แล้ว”
กาเลสต์คือเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิ มันคือเมืองเพียงแห่งเดียวที่มีเรือที่ดีที่สุดในทวีปตะวันตกให้เช่า แถมยังมีการติดตั้งปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดด้วย ด้วยเหตุนี้ การเดินทางไปกาเลสต์จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อที่จะไปถึงทะเลแดงให้ได้ ทว่าท่าทีของหญิงสาวเผ่าสุนัขกลับดูไม่ค่อยดีนัก “ที่นั่นน่ะกำลังเป็นสมรภูมิรบอยู่นะคะ ราชาเผ่าสัตว์น้ำกำลังอาละวาดอยู่น่ะ”
ราชาเผ่าสัตว์น้ำถูกจัดอยู่ในลำดับของ Named NPC เนื่องจากเคยไปพบปะกับเผ่าพันธุ์ต่างๆ มามากมายทั่วทั้งทวีปตะวันตก กลุ่มของสกั๊งก์จึงสามารถประเมินพละกำลังของราชาเผ่าสัตว์น้ำได้ดี มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะถูกคลื่นสงครามซัดหายไปหากดันทุรังไปที่กาเลสต์ สกั๊งก์กล่าวกับพรรคพวกที่กำลังเป็นกังวลอย่างหนักแน่นว่า “พวกคุณรู้ความแข็งแกร่งของจักรวรรดิไหมล่ะ? ต่อให้เป็นราชาเผ่าสัตว์น้ำก็คงถูกสยบหรือหนีไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”
สงครามในกาเลสต์น่ะคงจบลงแล้ว สกั๊งก์มั่นใจในเรื่องนี้มาก “เราจะออกเดินทางไปกาเลสต์เดี๋ยวนี้เลย”
***
“มันแตกต่างกันนิดหน่อยนะ เราต้องออกแบบออกมาเป็นแบบนี้สิ”
“แบบนี้เหรอครับ?”
“ไม่ใช่ องศาน่ะต้องต่ำลงไปกว่านี้อีกหน่อย...”
“อาฮะ เข้าใจแล้วครับ”
นี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่มีการสร้างดาบพยัคฆ์ขาวขึ้นมา ที่เกริดได้เริ่งสร้างไอเทมชิ้นใหม่ร่วมกับคนอื่นๆ เกริดถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าช่างตีเหล็กชั้นยอดของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ ในขณะที่เขากำลังเฝ้าวาดพิมพ์เขียวสำหรับปืนใหญ่ชิ้นใหม่อย่างระมัดระวัง มันคือปืนใหญ่ที่มีล้อและกลไกที่สามารถสลับสับเปลี่ยนกระสุนปืนเข้าไปได้จากทางด้านหลังของกระบอกปืน (ซึ่งจากนี้จะขอเรียกว่า 'ปืนใหญ่บรรจุกระสุนจากส่วนท้าย') ปืนใหญ่นี้มีความสามารถในการยิงได้ทั้งในมุมต่ำและมุมสูง
นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานของอาวุธชิ้นใหม่นี้ เหล่าทหารสามารถลากจูงปืนใหญ่ไปมาได้ด้วยตัวเอง และมีความคล่องตัวสูงมาก มันมีอัตราความเร็วในการยิงที่ไวกว่าปืนใหญ่ชนิดอื่นๆ หลายเท่า และตำแหน่งการยิงก็มีความยืดหยุ่นสูงมาก เหล่าช่างตีเหล็กจากทวีปตะวันออกพากันอธิบายถึงข้อดีของอาวุธชิ้นใหม่นี้ด้วยความกระตือรือร้น
“ข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปืนใหญ่ชนิดนี้ก็คือ ความยาวของลำกล้องปืนจะไม่ส่งผลต่อความเร็วในการบรรจุกระสุนเลยครับ ดังนั้น เราจึงสามารถเพิ่มความแรง ความแม่นยำ และระยะการยิงให้ได้มากที่สุดด้วยการทำให้ลำกล้องปืนยยาวขึ้นครับ”
ผู้คนต่างพากันแสดงความเห็นต่อเนื่อง
“จะ-จริงด้วยครับ งั้นเราลองเพิ่มความยาวของลำกล้องปืนให้มากกว่านี้อีกดีไหมครับ?”
“ไม่ได้หรอกครับ ถ้าเพิ่มมากขนาดนั้นล่ะก็น้ำหนักมันจะมากจนเกินตัวเอานะ”
“แล้วถ้าใช้ 'เหล็กดำ' (Black Iron) แทนล่ะครับ? เหล็กดำน่ะเบากว่าเหล็กกล้า ไม่น่าจะมีปัญหานะ”
“ต่อให้ใช้เหล็กดำ ความยาวขนาดนั้นก็นับว่ามากเกินไปอยู่ดีครับ เพื่อที่จะรองรับความยาวขนาดนั้น เราต้องขยายส่วนของฐานรองรับและล้อให้นใหญ่ขึ้น นั่นหมายความว่าเราต้องใช้ทหารถึงห้านายต่อปืนใหญ่หนึ่งกระบอกเลยนะ”
“งั้นเราใช้ 'บลูโอริคัลคุม' (Blue Orichalcum) แทนเหล็กดำดีไหมครับ? ปัญหาน้ำหนักก็จะหมดไปนะ”
“บลูโอริคัลคุมน่ะมันมีปริมาณจำกัดเกินไปครับ แถมมันยังเบาเกินไปหน่อยด้วย ทุกครั้งที่มีการผลิต ลำกล้องปืนน่ะมันจะสั่นสะเทือนจนเราต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานรองรับด้วย และล้อก็ต้องเพิ่มขึ้นอยู่ดี เพราะงั้นบลูโอริคัลคุมน่ะแก้ปัญหานี้ไม่ได้หรอกครับ”
“...สุดท้ายแล้ว ลำกล้องปืนน่ะยาวขึ้นได้มากที่สุดเพียงเท่านี้งั้นเหรอครับ?”
“ใช่ครับ”
เกริดคอยรับฟังคำอธิบายของเหล่าช่างตีเหล็กในขณะที่พยายามนำเอาความรู้และประสบการณ์ของตนเองออกมาใช้ เขาวาดภาพพลางพยักหน้าพลางพยายามทำความเข้าใจเจตนาในการออกแบบของเหล่าช่างตีเหล็ก มันคือขีดสุดของความพยายามของเขาแล้ว ในปัจจุบันเกริดมักจะเขียนแบบด้วยตนเอง ทว่าเขาไม่อาจเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคนิกการผลิตที่อยู่เบื้องหลังพวกมันได้เลย
ส่วนที่เกริดสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยในขั้นตอนการออกแบบได้นั้นมีจำกัด เหล่าช่างตีเหล็กพากันคุยตลอดทั้งวัน ทว่าเกริดกลับไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดเลยแม้แต่นิด แน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาหรอก ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน ใครในโลกจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจทุกศาสตร์ทุกแขนงได้ล่ะ?
ทักษะการสรรสร้างของช่างตีเหล็กในตำนานนั้นแสนจะใจดี ระบบเข้าใจและวิเคราะห์หลักการทั้งหมดที่ทำให้เกริดสับสนแล้วอธิบายพวกมันออกมาในรูปแบบของพิมพ์เขียว มันเป็นปรากฏการณ์เดียวกับตอนที่เกริดสร้าง 'ความล้มเหลว' (Failure) ขึ้นมา ทว่าในครั้งนี้มันไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับตอนสร้างความล้มเหลวได้เลย ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ระบบที่คอยช่วยเหลือเกริดเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าช่างตีเหล็กชั้นยอดคอยช่วยเหลืออยู่ด้วย ปืนใหญ่รุ่นใหม่นี้จึงมีแนวโน้มที่จะสำเร็จออกมาด้วยคุณภาพที่สุดยอดเสียจนไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับความล้มเหลวได้เลย
“นอกจากนี้ยังต้องรับประกันความปลอดภัยของพลปืนด้วยนะครับ ลองสร้างกำแพงกั้นเล็กๆ ไว้เหนือตัวปืนดีไหมครับ?”
“โอ้”
“ยอดเยี่ยมไปเลยครับ!”
เหล่าช่างตีเหล็กที่คอยช่วยเหลือเกริดมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของปืนใหญ่เพียงอย่างเดียว ทว่าเกริดกลับให้ความสำคัญกับชีวิตของคน เกริดคาดการณ์ว่าทหารที่ทำหน้าที่ยิงปืนใหญ่อาจจะตายได้จากการถูกระดมยิงธนูและเวทมนตร์เข้าใส่ เขาจึงติดตั้งโล่ป้องกันไว้เหนือตัวปืนด้วย การออกแบบปืนใหญ่ในครั้งนี้จึงดูอลังการงานสร้างมากเลยทีเดียว
ในตอนแรกมันเป็นการออกแบบที่ลำกล้องปืนตั้งอยู่ระหว่างล้อสองล้อ ทว่าในตอนนี้กลับมีกำแพงทรงสี่เหลี่ยมติดตั้งไว้เหนือลำกล้องปืนด้วย ทำให้มันดูมีความมั่นคงและดูน่าเกรงขามมาก แน่นอนว่าข้อเสียก็คือน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้หนักหนาจนก่อให้เกิดปัญหาอะไร เกริดไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกนะ เพราะคนลากปืนใหญ่น่ะคือเหล่าทหารถูกไหมล่ะ
'มันคุ้มค่านะที่จะแลกหยาดเหงื่อกับชีวิตที่ปลอดภัยน่ะ'
“สุดยอดจริงๆ ถ้าเทียบกับปืนใหญ่ที่จักรวรรดิใช้ล่ะก็ ทั้งความเร็วและความแม่นยำของเราน่ะจะเพิ่มขึ้นมหาศาลเลย ส่วนเรื่องพลังทำลายล้างและระยะการยิงน่ะนะ... เดี๋ยวเราก็ได้เห็นกับตาตัวเองกันแล้วล่ะ”
แพนเมียร์ (Panmir) ถึงกับตกตะลึงเมื่อได้อ่านรายละเอียดในพิมพ์เขียวที่เกริดนำมาแชร์ สายตาของช่างตีเหล็กอันดับหนึ่งนั้นแหลมคมพอที่จะประเมินพลังทำลายล้างของปืนใหญ่ชิ้นใหม่นี้ได้อย่างแม่นยำ เขาเอ่ยถามเกริดไปว่า “ชื่อของมันคืออะไรเหรอครับ? ชื่อของปืนใหญ่กระบอกใหม่ที่จะมาสั่นสะเทือนอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ในอนาคตน่ะ”
“ผมตัดสินใจได้แล้วล่ะ”
“โอ้!” ความคาดหวังของแพนเมียร์พุ่งสูงขึ้น เหล่าช่างตีเหล็กต่างพากันกลั้นหายใจ
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เกริดในขณะที่เขาประกาศกร้าวออกมาด้วยสีหน้าที่แสนขรึมว่า “ชื่อของมันก็คือ 'ปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์' (Overgeared Cannon) ครับ”
“ก็เข้าใจได้นะครับ...” แพนเมียร์ถึงกับอึ้ง ทว่ามันไม่ใช่เพราะชื่อปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์หรอก แต่มันเป็นเพราะหูของเขาต่างหาก แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพราะเขาคือสมาชิกกิลด์โอเวอร์เกียร์และประชากรของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์อยู่แล้วก็ตาม แต่ชื่อนี้กลับไม่ได้ดูแปลกสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย
“มันดูธรรมดาและเรียบง่ายเกินไปหน่อยนะเนี่ย” แพนเมียร์อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาพลางหัวเราะ
“มันดูธรรมดาไปเหรอครับ? งั้นผมควรเพิ่มคำว่า 'ซูเปอร์ อัลตร้า' (Super Ultra) ไว้ข้างหน้าดีไหมล่ะ?”
“...อย่าทำแบบนั้นเชียวนะคระบ” แพนเมียร์ตีสีหน้าจริงจังทันที มันคือปฏิกิริยาที่บ่งบอกว่าชื่อ 'ซูเปอร์ อัลตร้า ปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์' น่ะมันไม่อาจเป็นไปได้เด็ดขาด เกริดเองก็รู้สึกพึงพอใจกับชื่อปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์แล้วล่ะ
ในช่วงเย็นวันนั้นเอง...
“เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?”
“ครับ สมบูรณ์แบบเลยล่ะ”
ในที่สุดพิมพ์เขียวก็สำเร็จลุล่วงเสียที พิมพ์เขียวที่เคยว่างเปล่าในตอนแรก บัดนี้ถูกเติมเต็มไปด้วยปืนใหญ่ที่มีลำกล้องปืนสีดำสนิท สูตรคำนวณและข้อความทางเทคนิกที่ระบุไว้ในงานออกแบบช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่มันได้เป็นอย่างดี
“ดีมาก” เกริดฉีกยิ้มกว้างแล้วกดปุ่ม 'เสร็จสิ้น' ที่อยู่ด้านล่างของพิมพ์เขียว
[การสรรสร้างไอเทมเสร็จสมบูรณ์แล้ว!]
[นี่คือผลงานระดับปรมาจารย์ (Masterpiece) ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเหล่ายอดฝีมือและช่างตีเหล็กในตำนานที่ร่วมมือกัน!]
[เลเวลของไอเทมที่สรรสร้างจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเลเวล!]
“...!!”
รายละเอียดที่เจาะลึกเกี่ยวกับการออกแบบ พร้อมด้วยหน้าต่างแจ้งเตือนที่แสนน่าทึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาของเกริด
[การออกแบบ: ปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์]
[ระดับ: ยูนีค (Unique) – ตำนาน (Legend)]
“...!!”
ส่วนที่สำคัญที่สุดที่เกริดและเหล่าช่างตีเหล็กโอเวอร์เกียร์ให้ความสำคัญนั่นก็คือ 'การผลิตจำนวนมาก' (Mass Production) มันถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเพื่อให้สามารถผลิตออกมาได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย และวัสดุที่ใช้ก็ค่อนข้างจะเรียบง่าย นั่นคือเหตุผลที่ระดับของปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์เดิมถูกประเมินไว้ค่อนข้างต่ำ ระดับสูงสุดคือตำนานและระดับต่ำสุดก็ควรจะเป็นแรร์ (Rare) ถึงเอปิก (Epic) เท่านั้น
หนึ่งในปัจจัยที่กำหนดระดับของไอเทมนั่นก็คือคุณภาพของวัสดุที่ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกริดได้คาดการณ์เอาไว้เอง ทว่าปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ที่สำเร็จออกมาแล้วกลับได้รับการการันตีระดับอย่างน้อยคือยูนีค มันคือผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดหวังเอาไว้เสียอีก
“เยี่ยมไปเลย!!”
“ยินดีด้วยนะครับฝ่าบาท!”
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเกริดและช่างตีเหล็กดังก้องไปทั่วโรงตีเหล็ก เหล่าชายฉกรรจ์ที่เปลือยอกต่างพากันลืมเลือนอายุและฐานะของตนเองแล้วเข้าสวมกอดกันและกัน อนาคตที่แสนเจิดจ้ากำลังปรากฏขึ้นในใจของพวกเขาแล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



