Chapter 1011
1011 / 2060
15 min read
Chapter 1011
Published Apr 3, 2026, 04:54 PM
ยิ่งทักษะดีเท่าไหร่ ศักยภาพก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย และยิ่งศักยภาพสูงเท่าไหร่ ความยากในการประยุกต์ใช้ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น นั่นหมายความว่าขีดความสามารถของผู้ใช้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดึงศักยภาพทั้งหมดของทักษะออกมา ถึงกระนั้น ก็ยังมีทักษะบางอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยปัญหาด้านความสามารถเพียงอย่างเดียว
สัมผัสที่ยอดเยี่ยม (Super Sensitivity) คือตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้ มันเป็นทักษะที่ใช้ทำนายวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นและรูปแบบพฤติกรรมของเป้าหมาย มันทำนายได้ว่าเมื่อไหร่ที่มีใครบางคนตกเป็นเป้าหมายของทักษะที่ถูกใช้งานไปแล้ว เมื่อไหร่ควรจะโจมตีคู่ต่อสู้ เมื่อไหร่ที่จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ เมื่อไหร่ที่ควรจะเคลื่อนที่ไปยังสถานที่เฉพาะเจาะจง และอื่นๆ อีกมากมาย
ทักษะนี้ทำงานภายใต้ทุกเงื่อนไขและได้รับ 'ความช่วยเหลือจากระบบ' ระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้ถึงการทำนายผ่านหน้าต่างแจ้งเตือนหรือข้อความเสียง มันเป็นเรื่องยากแม้แต่สำหรับอัจฉริยะที่จะจัดการกับข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาแบบเรียลไทม์ จะมีสักกี่คนกันเชียวที่จะทนฟังเสียงแนะนำหรือมองหน้าต่างแจ้งเตือนเหล่านั้นได้ด้วยสติที่ครบถ้วน?
ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อจำกัดอยู่ สัมผัสที่ยอดเยี่ยมของยอดนักดาบมีระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในขณะที่สัมผัสที่ยอดเยี่ยมของคราวเกลนั้นมีฟังก์ชันมากมายที่ถูกจำกัดเอาไว้ ทุกครั้งที่ค่าสถานะเพิ่มขึ้น ข้อจำกัดของฟังก์ชันต่างๆ จะค่อยๆ ถูกปลดล็อกออกไป เพื่อให้ผู้เล่นมีเวลาในการปรับตัว
เช่นเดียวกับวิชาเงา (Shadow Technique) ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีแห่งลานเทียร์ (Lantier’s Methods) ทักษะระดับท็อปที่ต้องควบคุมเงาและอาวุธของพวกมันบางส่วนนี้ช่วยลดภาระของผู้เล่นโดยการจำกัดจำนวนอาวุธและเงาที่ผู้เล่นสามารถสร้างขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้ เฟกเกอร์ (Faker) ได้ศึกษามันมาจากคาซิม และเขาสามารถสร้างเงาได้เพียงหกตนเท่านั้นเมื่อทักษะอยู่ในระดับ 3
ทว่า คาซิมนั้นแตกต่างออกไป เช่นเดียวกับที่เมอร์เซเดส (Mercedes) สามารถหยั่งรู้ได้อย่างเฉียบคม (Keen Insight) ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูงกว่าสัมผัสที่ยอดเยี่ยม คาซิมเองก็สามารถควบคุมเงาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นความสามารถของ NPC ระดับเนม (Named) ที่มีสถานะเป็น 'ราชาแห่งเงามืด'
กองทัพเงานับแสนตนเข้าปกคลุมสมรภูมิ พวกมันปรากฏตัวขึ้นจากใต้เท้าหรือจากด้านหลัง แล้วปักมีดเข้าที่ลำคอและแผ่นหลังของเหล่าทหารจักรวรรดิ คุณลักษณะพื้นฐานของวิชาเงาที่ว่า 'พลังจะอ่อนแอลงเมื่ออัญเชิญทหารจำนวนมากออกมา' ก็มีผลกับคาซิมเช่นกัน และมันก็หาได้ยากนักที่ทหารจักรวรรดิจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตเพราะเงาเหล่านั้น
“อึ๊ก... อ้ากกก...” ถึงกระนั้น ขวัญกำลังใจของกองทัพจักรวรรดิก็พังทลายลงโดยสิ้นเชิง การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของกองทัพนับแสนตนนั้นน่าตกใจยิ่งกว่าภัยธรรมชาติใดๆ เสียอีก
มีเพียงคนเดียวเท่านั้น... ท่ามกลางเวทีที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มีดยุคขี้เมา ดิวอร์ธ ยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ไม่สิ เขากำลังรู้สึกขบขันต่างหากล่ะ เขาจับจ้องไปยังร่างของคาซิมที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้อย่างแม่นยำ
“แกคือผู้รอดชีวิตจากพวกแมวดำงั้นเหรอ”
ดิวอร์ธโยนนอลล์ที่เขาถืออยู่ไว้ในมือลงกับพื้น นอลล์กระอักเลือดออกมา เขาไม่สามารถฟื้นตัวได้เลย แอลกอฮอล์นิรนามที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาเข้าไปขัดขวางไม่ให้พลังเวทมนตร์และอวัยวะต่างๆ ทำงานได้ตามปกติ
ตึง! ดิวอร์ธเตะนอลล์ไปทางกลุ่มอัศวินแล้วส่ายหัว
“ตอนนั้นที่กองบัญชาการไม่มีเจ้าหน้าทีอยู่พอดี มันเลยเป็นงานของข้า ข้าเลยลองใช้สมองดูน่ะ น่าเสียดายที่ข้าตื่นเต้นเกินไปหน่อยเลยทำพลาดไป แกน่ะต้องมาตายด้วยมือข้า และจะไม่มีวันได้ล้างแค้นจักรวรรดิหรอก...”
“ถอนคำพูดซะ” คาซิมพูดขัดจังหวะดิวอร์ธในระหว่างที่เขากำลังโม้ การพรางตัวของคาซิมมลายหายไป และดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยเจตนาฆ่าอย่างรุนแรง
ดิวอร์ธเกาหัวแกรกๆ “คำไหนล่ะ?”
“อย่ามาเรียกข้าว่าแมวดำ!”
'แมวดำ' คือชื่อที่จักรวรรดิใช้เรียกเผ่าเนโร (Nero) ผิวของเผ่าเนโรนั้นเป็นสีดำและการกระทำของพวกเขาก็แฝงไปด้วยความเร้นลับ พวกเขาจึงถูกขนานนามว่าเป็น 'แมวดำ' มันไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะ 'เหยียดหยาม' หรอกนะ ทำไมพวกเขาต้องไปเหยียดหยามตัวตนที่ไร้ค่าขนาดนั้นด้วยล่ะ? มันก็แค่เรียกง่ายดีเท่านั้นเอง
“พวกเราไม่ใช่แมวดำ แต่คือชาวเนโร! พวกเราคือมนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ป่า! มนุษย์!”
จากนั้นจักรวรรดิก็เหยียบย่ำชาวเนโร สังหารพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก มีเพียงคาซิมเท่านั้นที่รอดมาได้ เสียงตะโกนของคาซิมสั่นสะเทือนไปทั่วสมรภูมิ ท่ามกลางเหล่าทหารจักรวรรดิ ทหารเงาพากันถาโถมเข้าใส่ดิวอร์ธ
ดิวอร์ธสะบัดมือเบาๆ “เรื่องไร้สาระน่า”
โล่เวทมนตร์บดขยี้อาวุธเงาทุกชิ้นที่พุ่งเข้าใส่ เงาที่กระจัดกระจายไปพากันกลับเข้าสู่ที่ทางของตนเอง
“เพื่อที่จะจัดการกับดยุคแห่งจักรวรรดิซาฮารัน แกถึงกับต้องเพิ่มจำนวนเงาเพื่อบังตาข้าขนาดนี้เชียวเหรอ?” ดิวอร์ธไม่รู้จักคาซิม แต่เขารู้จักราชาแห่งเงามืด เครือข่ายข่าวกรองของจักรวรรดิที่แผ่ขยายไปทั่วทวีปนั้นรู้ดีว่าราชาแห่งเงามืดคือลูกศิษย์ของลานเทียร์และเขาก็เชี่ยวชาญการใช้เงา “ยิ่งเงาถูกกระจายตัวออกไปมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งเบาบางลงเท่านั้น หากแกตั้งใจจะฆ่าดยุคแห่งจักรวรรดิและล้างแค้นให้แก่จักรวรรดิ แกควรจะรวบรวมเงามืดทั้งหมดไว้ที่จุดเดียวแล้วเล็งไปที่หัวใจของข้า แบบนี้ต่างหากล่ะ”
พลังเวทมนตร์ควบแน่นอยู่ที่ปลายนิ้วของดิวอร์ธและเล็งตรงไปยังคาซิม ขนลุกซู่ไปทั่วผิวหนังของนอลล์ที่เพิ่งจะถูกอัศวินจักรวรรดิจับกุมตัวไว้ได้
“มนุษย์สามารถมีพลังขนาดนี้ได้ยังไงกัน...!”
ทะเลทรายแยกออกจากกัน เส้นสายของพลังเวทมนตร์ทิ่มแทงเข้าที่หัวใจของคาซิมและหาได้หยุดยั้งลงไม่ มันพุ่งทะยานหายวับไปหลังเส้นขอบฟ้าทะเลทราย ไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น จากนั้นคาซิมก็ทรุดเข่าลง สภาพของเขาไม่ต่างจากตุ๊กตาที่พังทลายเลย
“คาซิม!!” คริส (Chris) ที่เพิ่งจะมีความหวังหลังจากที่คาซิมปรากฏตัวออกมา ตะโกนก้องด้วยความสิ้นหวัง เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่าสถานการณ์มันเริ่มย่ำแย่ลงแล้ว และรีบดึงพลังของ 'ไทแรนต์' (Tyrant) ออกมาใช้ทันที คริสหวังว่าคาซิมจะยังมีชีวิตอยู่และต้องการให้นอลล์หนีไปได้ในขณะที่เขาดึงดูดความสนใจของดิวอร์ธเอาไว้ เขาพุ่งทะลวงกองกำลังจักรวรรดิเข้าไปหาดิวอร์ธ ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากช่องว่างระหว่างพลทหารแล้วขวางคริสเอาไว้
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “อาจารย์ยังไม่ตายหรอกนะ”
คาซิมมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะความปรารถนาที่จะล้างแค้นให้กับจักรวรรดิ เขาปกป้องดูแลเด็กทารกคนหนึ่งมานานหลายปีในขณะที่ในหัวมีเพียงเรื่องการล้างแค้นเท่านั้น และมันก็ไม่ง่ายเลยที่เขาจะสูญเสียการควบคุมสติอารมณ์ไป ความโกรธเกรี้ยวของคาซิมในตอนที่สร้างกองทัพเงานั้นเป็นเพียงการแสดงละครฉากหนึ่งเท่านั้น มันคือการเสียสละเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่ายังมีผู้รอดชีวิตจากเผ่าเนโรอยู่ เขาจงใจดึงดูดความสนใจจากดิวอร์ธและหาได้เปิดเผยความจริงเรื่องนี้ออกมาไม่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น
“...?”
มันคือกะระช่วยเหลือช่วยเหลือนอลล์ อัศวินพากันร่วงหล่นลงจากแสงที่วูบวาบเพียงไม่กี่ครั้ง เมื่อคาซิมปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพวกเขาเพื่อคว้าตัวนอลล์เอาไว้
“จับมันไว้!”
เหล่าอัศวินผู้ยิ่งใหญ่พากันต่อสู้ขัดขืนคาซิม เหล่านักเวทเองก็คอยสนับสนุนพวกเขาด้วย ทว่าคาซิมคือนักฆ่าที่เก่งกาจที่สุด อัศวินและนักเวทธรรมดาๆ ไม่มีทางหยุดเขาได้เลย คาซิมว่องไวกว่าใครๆ ในขณะที่เขาโอบอุ้มนอลล์ไว้ในอ้อมแขน วิชาเงาที่ผสมผสานกับคุณลักษณะเฉพาะของเผ่าเนโอนั้นหมายความว่ามันซ่อนเร้นได้ดียิ่งกว่าทักษะเงาปกติทั่วไปเสียอีก
“หายไปแล้วงั้นเหรอ?”
คาซิมปรากฏตัวและหายวับไปราวกับภูตผี เขาช่วยเหลือนอลล์ได้สำเร็จและหายไปในเงามืด ทำให้แม้แต่ดยุคดิวอร์ธหนึ่งในเจ็ดดยุคก็ยังยากที่จะตรวจพบตัวเขาได้
“ข้าโดนหลอกงั้นเหรอเนี่ย” ดิวอร์ธเริ่มเมาน้อยลงหลังจากที่ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ออกมา เมื่อความเมาจางหายไป เขาก็เริ่มหมดความสนใจและส่งต่อเรื่องนี้ให้แก่มาร์ควิสฟูลบาสจัดการแทน “จับคนที่แกจะจับได้ซะ”
เขาก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ สายตาของมาร์ควิสฟูลบาสจ้องมองไปยังคริส เขาหาได้ตั้งใจจะปล่อยให้คริสหลุดมือไปไม่
“ท่านผู้บัญชาการคริสแห่งเรย์ดัน ท่านมีค่ามากในฐานะตัวประกันนะ” มาร์ควิสฟูลบาสตวัดดาบของเขา และท่านเอิร์ลทั้งสี่คนที่อยู่ข้างๆ เขาก็ทำเช่นเดียวกัน ทุกคนล้วนแต่ทรงพลังยิ่งกว่าคริสทั้งสิ้น พวกเขาคือผู้นำที่ควบคุมพลทหารถึงหลายแสนนาย เดิมทีคริสไม่มีทางที่จะบุกทะลวงกองทัพที่มีทหารหลายแสนนายออกไปได้เลย
'เราจะเป็นตัวประกันไม่ได้เด็ดขาด'
หากเขาตกเป็นตัวประกัน เขาก็จะกลายเป็นภาระให้แก่พรรคพวก และเวลาที่เสียเปล่าก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นด้วย มันเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาที่จะตายไปเสียตอนนี้ คาซิมและนอลล์หนีไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีอะไรต้องเสียใจอีก
คริสตัดสินใจและถอดชุดเกราะทั้งหมดออก เขาตั้งใจที่จะยอมรับความตายจากการโจมตีครั้งต่อไปของศัตรูโดยไม่ยอมให้พวกเขาจับกุมตัวเขาไปได้ ความตายของผู้บัญชาการจะทำให้ขวัญกำลังใจลดลงอย่างมาก ทว่ามันก็ยังดีกว่าการตกเป็นตัวประกันล่ะนะ
ในวินาทีนั้นเอง ลมก็พัดแรงขึ้นมา มีกระแสลมแรงที่ทำให้ทหารจักรวรรดิแยกออกจากกันราวกับทะเลแดง และกลายเป็นกำแพงกั้นอยู่เบื้องหน้าของท่านมาร์ควิสและเหล่าท่านเอิร์ลเหล่านั้น มีนักเวทเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คริสรู้จัก ที่สามารถควบคุมลมได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้
“เซดนอส (Zednos)!”
เขาคือสมาชิกยุคแรกๆ ของกิลด์โอเวอร์เกียร์ เซดนอส อดีตสมาชิกทาซาดาก้าและนักเวทลมอันดับ 1 ได้ส่งข้อความกระซิบหาคริส
-ผมรั้งไว้ได้แค่สามวินาทีเท่านั้นนะครับ! ใช้ช่องว่างนี้หนีไปซะ!
ปาฏิหาริย์หาได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เซดนอสรีดเค้นมานาทั้งหมดออกมา ทว่าเขากลับทำได้เพียงตรึงเท้าของทหารเพียงไม่กี่กองร้อยเท่านั้น ท่านเอิร์ลคนหนึ่งกำลังรวบรวมออร่าไว้ที่ปลายดาบ กำแพงลมเริ่มสูญเสียกำลังลงและกำลังจะแตกสลายไปในไม่ช้า
-เข้าใจแล้ว!
พรรคพวกของเขาอุตส่าห์ยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเหลือ คริสจึงไม่อาจยอมตายได้โดยง่าย คริสสวมชุดเกราะกลับเข้าไปใหม่แล้วพุ่งฝ่าห่าธนูออกไป สายตาของเหล่าทหารเริ่มกระจายตัวออกไปเมื่อคริสได้พบเห็นเพื่อนพ้องของเขาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง จิชูค่า (Jishuka) และยูระ (Yura) ช่วยระดมยิงธนูและกระสุนปืนเพื่อคุ้มกันเขา ปอน (Pon), เรกัส (Regas) และพีคซอร์ด (Peak Sword) บุกโจมตีศัตรู ในขณะที่แวนท์เนอร์ (Vantner) และโทบัน (Toban) ใช้ทักษะยั่วยุเป็นวงกว้าง เพื่อนพ้องคนอื่นๆ อย่างเซอร์คาน (Zirkan) และลาเอลล่า (Laella) ต่างก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเปิดทางการถอยทัพ
“คริส! ทางนี้!”
“หนีไปซะ!”
“สุดท้ายเราก็นี่มันคนโง่จริงๆ” คริสหัวเราะร่าในขณะที่เขาสะบัดดาบยักษ์ออกไปด้านข้างและฟันร่างศัตรู สมาชิกโอเวอร์เกียร์พากันไปประจำการอยู่ที่โอเอซิสรอบๆ ทะเลทราย คนที่เชี่ยวชาญการต่อสู้แบบกองโจรหรือมีพละกำลังที่มหาศาลพากันดาหน้าเข้าสู่สนามรบแล้ว พวกเขากำลังพยายามช่วยเหลือคริส เหมือนกับที่คริสพยายามช่วยเหลือนอลล์ พวกเขาไม่ได้คิดว่าชวีตนั้นไร้ค่า พวกเขาเพียงเชื่อว่าชีวิตของพรรคพวกนั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตนเองเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเกริด ทั้งหมดเป็นสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากการเฝ้ามองเกริด
เวทมนตร์ถาโถมเข้าหาด้านหลังของคริสในขณะที่เขากำลังเร่งฝีเท้าหนี กองทัพจักรวรรดิหาได้ปล่อยให้ช่องว่างนี้หลุดลอยไปไม่ ในตอนที่ร่างกายของคริสเริ่มซวนเซจากแรงปะทะที่ทรงพลัง เวทมนตร์คาถาพากันระดมใส่และลดพลังชีวิตของคริสลงอย่างไร้ความปราณี หากท่านมาร์ควิสหาได้ออกคำสั่งให้จับเป็นล่ะก็ คริสคงต้องตายไปตั้งนานแล้ว คริสสัมผัสได้ถึงท่านเอิร์ลที่กำลังใกล้เข้ามาและแผดเสียงตะโกนสุดแรงเกิด “เลิกสนใจผมแล้วหนีไปพร้อมกันซะ!”
“ไม่”
“...?”
จากนั้นเงาของคริสก็ขยับ เงาตนนั้นพูดขึ้นว่า “ผู้บัญชาการจะตายไม่ได้เด็ดขาด”
เงาตนนั้นขยายใหญ่ขึ้น และเส้นผมสีดำก็พริ้วไหว
“เฟกเกอร์ (Faker)!”
ท่านเอิร์ลคนหนึ่งที่กำลังเอื้อมมือไปหาคริสล้มระเนระนาดลงไป เฟกเกอร์กระโดดออกมาแล้วปักกริชเข้าที่สีข้างของท่านเอิร์ลคนนั้น มันคือเทคนิคลูกโซ่ในการทำลายล้างที่เชื่อมโยงกับความเร็ว ท่าทางนั้นชวนให้ให้นึกถึงโดรันในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่มีเพียงเกริดเท่านั้นที่รู้จัก
“ไม่มีทางหรอก!” ท่านเอิร์ลที่ล้มลงผุดลุกขึ้นมาอีกครั้ง ท่านเอิร์ลทั้งสี่คนพากันแทงดาบใส่เฟกเกอร์พร้อมกัน เฟกเกอร์หลบคมดาบเล่มหนึ่งได้โดยแลกกับการปักกริชลงบนหน้าท้องของใครคนหนึ่ง ร่างกายของเขาถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ภาพของหยาดเลือดของเฟกเกอร์นั้นเป็นสิ่งที่คริสไม่คุ้นเคยเลย เฟกเกอร์น่ะแข็งแกร่งมากแม้แต่ในสายตาของคริสก็ตาม
“เฟะ-เฟกเกอร์!”
“ไปซะ”
อย่างไรก็ตาม เฟกเกอร์หาได้หันกลับมามองไม่ เขาอัญเชิญทหารเงาทั้งหกตนออกมาเพื่อปกป้องคริส เฟกเกอร์ต้องกระจายสมาธิเพื่อควบคุมทหารเงาเหล่านั้น นั่นหมายความว่าร่างกายของเขาจะอ่อนแอลง ทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่ เขาคือเงาที่คอยปกป้องอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ มันคือหน้าที่ของเขาที่จะต้องรับใช้และเสียสละตนเองเพื่อแสงสว่างโดยไม่ให้ใครล่วงรู้ความลับของเขา ความตายของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อสงคราม
“อีคลิปส์ (Eclipse)” เฟกเกอร์หลอมรวมเข้ากับความมืดมิดโดยสมบูรณ์ ทว่าเขากลับควบคุมมันได้ไม่เต็มที่เพราะมีทหารเงาทั้งหกตนคอยกวนสมาธิอยู่ เหล่าท่านเอิร์ลหาได้คลาดสายตาจากเฟกเกอร์ไม่ และเฟกเกอร์ก็ยังคงพยายามยัดยั้งเท้าของพวกเขาเอาไว้ในขณะที่ร่างกายถูกฟาดฟันไม่หยุดหย่อน
“คราวหน้า... คราวหน้า ผมจะปกป้องพี่เองนะ!” คริสได้รับการคุ้มกันโดยทหารเงาและสามารถหลบหนีจากการล้อมรอบของศัตรูไปได้อย่างหวิดหวัง สมาชิกโอเวอร์เกียร์พากันไปรวมตัวกันที่จุดเดียวและคอยช่วยเหลือเขา
ทว่ามาร์ควิสฟูลบาสยังคงไล่ตามคริสมาติดๆ “มันก็ไม่ได้แย่นักหรอกนะ”
นี่คือโอกาสทองที่จะสังหารผู้บัญชาการฝ่ายศัตรู มาร์ควิสฟูลบาสต้อนรับโอกาสที่แสนจะหาได้ยากยิ่งนี้และกำลังจะปลดปล่อยท่าไม้ตายของเขาออกมา ทว่าจู่ๆ เขาก็ต้องหยุดชะงักลง นั่นเป็นเพราะนอลล์ปรากฏตัวร่วมกับคาซิมมาจากเงามืดแล้วข่มขู่เขา “ไสหัวไปซะ!”
มาร์ควิสฟูลบาสตระหนักได้ว่านอลล์ได้ขจัดฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ออกไปเกือบหมดแล้ว และค่อยๆ ลดดาบของเขาลงอย่างเงียบเชิบ เขาจำต้องยกเลิกการไล่ล่าเนื่องจากพวกพรรคโอเวอร์เกียร์พากันหนีไปได้อย่างแนบเนียน จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองในตัวดิวอร์ธขึ้นมา
'ถ้าท่านดิวอร์ธต่อสู้อย่างถึงที่สุดล่ะก็ พวกเราคงกวาดล้างศัตรูได้จนหมดสิ้นไปแล้วล่ะ'
ดิวอร์ธน่ะมักจะเกียจคร้านอยู่เสมอในยามที่เขาไม่เมา เขาไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นต่อสถานการณ์ใดเป็นพิเศษเลย ดิวอร์ธหาได้อยู่ในฐานะที่จะไปตำหนิพวกขุนนางหนุ่มว่าขี้ขลาดได้หรอก ความจริงที่แสนโหดร้ายก็คือ หนึ่งในเจ็ดดยุคส่วนใหญ่น่ะต่างก็เหมือนกับดิวอร์ธกันทั้งนั้น จักรวรรดิที่มีควารุ่งโรจน์มานานแสนนานน่ะกำลังเริ่มเน่าเฟะจากระดับยอดพีระมิดขึ้นมาเสียแล้ว
มาร์ควิสฟูลบาสถอนหายใจออกมาและสั่งการกองทัพทั้งหมดว่า “พักผ่อนให้เพียงพอซะ”
“เย้!” มันคือคำสั่งให้พักผ่อนได้หลายวันเลย พลทหารพากันโห่ร้องด้วยความยินดีเมื่อได้ยินคำสั่งของท่านมาร์ควิส ผู้ซึ่งประเมินว่าสมาชิกโอเวอร์เกียร์และนอลล์คงจะไม่บุกมาลอบจมตีอีกแล้วในวันนี้
ทว่าในช่วงเช้ามืดวันนั้น คลื่นของพลังเวทมนตร์ที่แสนทรงพลังก็ถูกตรวจพบเหนืออาสัตย์ปราสาทเรย์ดัน
“แมสเทเลพอร์ตงั้นเหรอ?” มาร์ควิสฟูลบาสรีบพุ่งออกจากเต็นท์บัญชาการและสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่แสนจะแปลกประหลาด
ท่านเอิร์ลบาเกต์ (Baget) เดินเข้ามาหาเขา “ข้าเดาว่ากำลังเสริมคงจะมาถึงแล้วล่ะครับ”
ท่านเอิร์ลผู้นี้เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากน้ำมือนักฆ่าหนุ่มแห่งอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ในระหว่างการต่อสู้ที่ผ่านมา
“ข้าเป็นห่วงแทบแย่ แต่ก็ดีใจนะที่คุณรักษาตัวจนหายดีแล้วน่ะ”
“ขอบพระคุณที่เป็นห่วงครับ”
กลิ่นสาบคคล้ายอื่อไก่อบอวลออกมาจากร่างกายของท่านเอิร์ลในขณะที่เขาตอบกลับมา เขาคงจะเหงื่อออกมากทีเดียวในสนามรบแห่งนี้
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.







