Chapter 1012
1012 / 2060
16 min read
Chapter 1012
Published Apr 3, 2026, 04:54 PM
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” เกริดสะดุ้งสุดตัวเมื่อมาถึงเรย์ดัน เขาพุ่งไปยังจุดที่สมาชิกกิลด์มารวมตัวกัน เพียงเพื่อที่จะพบกับรูโหว่ขนาดใหญ่ยักษ์บนกำแพงเมืองด้านหนึ่ง บ้านหลายหลังที่อยู่ห่างออกไป 500 เมตรจากกำแพงนั้นก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน นี่ไม่ใช่ภาพที่น่าพึงใจเลยเมื่อคำนึงถึงงบประมาณมหาศาลของอาณาจักรที่ถูกใช้ไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกำแพงเมือง มันมีรูที่ดูเรียบเนียนผิดปกติอยู่บนกำแพงที่หนาถึง 30 เมตร นี่คือผลลัพธ์ที่แม้แต่ปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์ (Overgeared Cannon) ก็ยังทำไม่ได้
เกริดรู้สึกประหม่าและเอ่ยถามคริส (Chris) ว่า “เรย์ดันไม่ใช่ว่าเลเวลตันแล้วเหรอ? หรือว่าจักรวรรดิจะพัฒนาปืนใหญ่รุ่นใหม่ขึ้นมาได้แล้ว?”
“มันคือเศษซากของพลังเวทมนตร์ที่ถูกยิงออกมาโดยดยุคขี้เมา ดิวอร์ธ (Drunk Duke Diworth) น่ะครับ”
“ดยุคงั้นเหรอ! เขาเดินทัพมาถึงนี่แล้วงั้นเหรอ?!”
“เปล่าครับ ยังหรอก ค่ายทหารของจักรวรรดิอยู่ห่างออกไปประมาณ 11 กิโลเมตร ดิวอร์ธยิงพลังเวทมนตร์ออกมาจากตรงนั้นแหละครับ”
“...เอ๊ะ?”
คริสยืนยันว่าพลังเวทมนตร์ของดิวอร์ธทำให้แนวคิดเรื่องระยะทางนั้นไร้ความหมายไปเลย เกริดรู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่บ้าง ทว่าเขาก็รู้ดีว่าคำพูดของคริสนั้นหาได้มีความเกินจริงแม้แต่น้อย มันเป็นเพราะหยาดเหงื่อบนใบหน้าของคริสที่ย้ำเตือนให้เกริดนึกถึงพลังของหนึ่งในเจ็ดดยุคที่เขาเคยได้สัมผัสมาด้วยตัวเอง
'เรายังเอาชนะริกัล (Rigal) ที่อ่อนแอที่สุดด้วยตัวคนเดียวไม่ได้เลย'
ทักษะของเจ็ดดยุคคนอื่นๆ คงจะทรงพลังเกินกว่าที่จะจินตนาการได้เป็นแน่ เกริดขมวดคิ้วและกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ทว่า...
“ขะ-ผมจะรีบซ่อมเดี๋ยวนี้แหละครับ!” ชายวัยกลางคนสามคนพุ่งตรงไปยังกำแพงที่เสียหาย พร้อมกับคว้าเครื่องมือหนักติดมือไปด้วย คนอื่นๆ หาได้ใส่ใจพวกเขานัก พวกเขาคือเพื่อนร่วมงานฝ่ายเทคนิคที่สังกัดอยู่ทีมโอเวอร์เกียร์ทู (Overgeared Two)
“เดี๋ยวสิครับ” เกริดเรียกพวกเขาเอาไว้ “ช่างก่อสร้างอันดับ 15 เดลเลออน (Delleon), อันดับ 29 เชลล์ (Shell) และอันดับ 42 เดลอนต์ (Delont)”
“...?”
“พวกคุณน่ะอายุมากกว่าผม ไม่จำเป็นต้องใช้คำสุภาพหรอกครับ พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันไม่ใช่เหรอ? ทำตัวตามสบายเถอะครับ ผมจะดูแลพวกคุณให้เหมือนกับเป็นคุณลุงของผมเอง อ้อ ผมได้ยินมาว่าหลานสาวของเดลอนต์เพิ่งจะเข้าโรงเรียนประถมไปเมื่อไม่นานมานี้เองเหรอ? ยินดีด้วยนะครับ”
“...” สมาชิกโอเวอร์เกียร์นับร้อยที่กำลังเฝ้ามองอยู่พากันประหลาดใจ สมาชิกกิลด์ประหลาดใจในบุคลิกของเกริดงั้นเหรอ? เปล่าเลย มันมีหัวหน้ากิลด์มากมายที่โหยหาในตัวผู้มีพรสวรรค์ และมันก็หาได้ยากนักที่จะพบหัวหน้ากิลด์ที่ดูแลสมาชิกกิลด์เหมือนกับเป็นคนในครอบครัว
ทว่า มันเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนักที่หัวหน้ากิลด์จะจดจำคนได้มากกว่าร้อยคน เกริดหาได้จดจำเพียงแค่ใบหน้า อาชีพ และชื่อเท่านั้น แต่เขายังจำรายละเอียดอย่างอายุและข้อมูลครอบครัวได้ด้วย บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลง และเกริดก็เกาแก้มแก้เก้อ “ผมคงไม่พูดเรื่องส่วนตัวออกมาแบบนั้นสินะ...”
ดูเหมือนว่าเขาจะศึกษามามากเกินไปหน่อย ไม่สิ การศึกษานั้นหาใช่ปัญหาหรอก ปัญหาก็คือเขาดึงดันจะพูดเรื่องส่วนตัวต่อหน้าคนอื่นต่างหากล่ะ มันเกิดขึ้นเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจนัก เกริดนั้นมีความโลภและต้องการที่จะอวดวิชาที่ตัวเองได้ศึกษามา นี่คือความทุกข์ทรมานของคนที่ขาดการปฏิสัมพันธ์ในสังคม เกริดยิ้มแห้งๆ ในตอนที่เดลอนต์คว้ามือของเขาเอาไว้
“ขะ-ขอบคุณมากครับ! หลานสาวของผมต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ถ้าผมบอกเรื่องวันนี้ให้แกฟังน่ะ แกน่ะเป็นแฟนคลับตัวยงของกษัตริย์เกริดเลยล่ะครับ!” ดวงตาของเดลอนต์เปล่งประกายราวกับโคมไฟในขณะที่เขาจับจ้องไปยังเกริด มันเป็นสายตาที่แสนจะบริสุทธิ์และแรงกล้าอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับชายวัย 60 ปี บรรยากาศที่แสนตึงเครียดในเรย์ดันที่เกิดจากฝีมือทักษะของดยุคดิวอร์ธพลันจางหายไปในพริบตา
“เฮ้ เกริดนี่สุดยอดไปเลยนะ คนที่ยุ่งที่สุดในโลอกลับคอยใส่ใจสมาชิกกิลด์อยู่เสมอเลย”
“นี่แหละพระเจ้าเกริดล่ะ! เขาคือลูกผู้ชายที่ผมยอมรับเลย! ฮ่าๆๆ! มาเข้าสมาคมรักชาติเกาหลี (Korean Patriotic Association) ด้วยกันสิ! เดี๋ยวผมลดให้ 50% เลย!”
“...” เกริดรู้สึกเขินอาย หากไม่มีคำแนะนำของเลอูเอล (Lauel) เขาก็คงจะยังไม่รู้ซึ้งถึงตัวตนของสมาชิกกิลด์มากขนาดนี้หรอก เขาคงจะยังคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงคนที่เคลื่อนไหวตามความต้องการของเขาเท่านั้น ใช่แล้ว เขาศึกษาข้อมูลของสมาชิกกิลด์เพียงเพราะความจำเป็นเท่านั้น ทุกคนพากันเข้าใจผิดและมองเขาด้วยสายตาที่อบอุ่น
'รู้สึกผิดที่มโนไปเองจริงๆ...'
เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ใส่ใจพวกเขาให้เร็วกว่านี้ เลอูเอลส่งข้อความกระซิบหาเกริดที่กำลังลำบากใจ -ใจจริงคุณไม่อยากทำหรอก คุณคงจำใบหน้าของสมาชิกกิลด์ทั้ง 1,000 คนไม่ได้ในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้แน่ อ้อ นอกจากว่าคุณจะเป็นอัจฉริยะแบบผมนะ หุหุ
-...
-มันยอดมากเลยครับ คุณสมควรได้รับคำชมและการยกย่องนะ มั่นใจเข้าไว้เถอะ
“รีบหน่อย!”
ในตอนนั้นเอง ก็มีกลุ่มคนวิ่งมาจากที่ไกลๆ พวกเขาก็เป็นสมาชิกทีมโอเวอร์เกียร์ทูเช่นเดียวกัน และพวกเขาก็แบกก้อนหินมามากมาย กลุ่มนี้คือคนอาชีพนักขุดแร่ (Miner) ก่อนที่เกริดจะมาถึง คริสได้สั่งให้พวกเขาไปรวบรวมวัสดุเพื่อซ่อมแซมกำแพงเมืองเรียบร้อยแล้ว
“อา! กะ-เกริด!” ชายในวัยยี่สิบกลางๆ ที่วิ่งนำหน้ากลุ่มนักขุดแร่พากันสะดุ้งสุดตัว เขารู้สึกผิดต่อคริสที่เกริดมาถึงก่อนที่พวกเขาจะซ่อมกำแพงเสร็จ ชายคนนั้นจินตนาการภาพตัวเองที่กำลังถูกนายสะดุ้งดุเอา และบ่นอุบว่าความเร็วในการขุดแร่ของเขามันช้าเกินไป
'เราอุตส่าห์อยากจะได้หินที่ดีกว่านี้อีกนิดเลยกลายเป็นทำพังเพราะความโลภของตัวเองแท้ๆ... เราน่าจะซ่อมกำแพงให้เสร็จก่อนที่เกริดจะมาถึงแท้ๆ!'
ชายคนนั้นหดตัวลงเมื่อเกริดเดินเข้ามาหา เขาสังเกตเห็นก้อนหินที่ชายคนนั้นแบกมาและพูดว่า “นั่นมันหินชั้นยอดเลยนี่นา คุณคงจะลำบากมากเลยนะกว่าจะได้มันมาน่ะ ไลออน (Lion)”
“แน่นอนครับ มันคือสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว!”
นักขุดแร่หนุ่มคนนี้ชื่อดอลเช่ (Dolce) เขาถูกเรียกว่า 'ไลออน' (สิงโต) ก็เพราะเส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงราวกับขนแผงคอของสิงโตนั่นเอง คนกลุ่มเดียวที่รู้จักฉายาของดอลเช่ก็คือคนรู้จักในกลุ่มอาชีพนักขุดแร่ด้วยกันเท่านั้น ฉายา 'ไลออน' หาได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไม่ เพราะอาชีพนักขุดแร่หาได้รับการสปอร์ตไลต์ส่องหน้าไม่ ทว่าเกริดกลับรู้จักฉายาของดอลเช่เสียอย่างนั้น ดอลเช่รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น มันหมายความว่าเกริดคอยเฝ้ามองเขาอยู่ตลอดเวลาเลยน่ะสิ
“ผะ-ผมจะพยายามให้มากขึ้นในอนาคตครับ!”
คนที่เข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือคนที่ต้องการที่พึ่งพิงกิลด์ขนาดใหญ่หรือต้องการไอเทมที่เกริดสร้างขึ้น ส่วนประเภทที่สองก็คือคนที่ต้องการจะเป็นแบบเกริด ดอลเช่คือประเภทที่สองนั่นเอง เขาประทับใจมากที่เป้าหมายแห่งความชื่นชมของเขาให้ความสำคัญกับเขา ความจริงที่ว่าเขาสามารถยืนอยู่ข้างๆ เกริดได้นั้นมันเหมือนกับความฝันเลย และเขาก็รู้สึกมีความสุขมาก
“เกริด คุณอาจจะรู้จักผมหรือเปล่าครับ? ผมเป็นแค่คนทำขนมปังธรรมดาๆ...”
“แน่นอนว่าผมรู้จักสิ ขนมปังที่คุณทำน่ะให้บัฟเล็กๆ น้อยๆ ด้วยนะ ผมจะไม่รู้จักคุณได้ยังไงล่ะ?”
“ไม่หรอกครับ ผมว่าเกริดรู้จักพวกเราทุกคนนั่นแหละ คุณใส่ใจพวกเราอยู่เสมอเลย”
“ทั้งที่คุณก็ต้องวุ่นอยู่กับการต่อสู้หรือการสร้างไอเทมอยู่ทุกวันแท้ๆ...”
บรรยากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น เลอูเอลยิ้มให้กับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและจ้องมองเกริดด้วยสายตาที่อบอุ่น เกริดหันไปมองเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ยืนอยู่ที่นี่ รวมไปถึงเลอูเอลด้วย มันเป็นพรอย่างหนึ่งเลยที่พวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเขา เกริดสัญญาว่าเขาจะทำให้ดียิ่งขึ้นเพื่อพวกเขาในอนาคต
“เลิกคุยแล้วรีบซ่อมกำแพงเถอะครับ พวกเรายังต้องมีเวลาเตรียมตัวต้อนรับกิลด์ลำดับที่สี่ด้วยนะ” โทบัน (Toban) ตบมือเรียกสติและสลายบรรยากาศที่แสนจะตื่นเต้นนั้นออกไป เขามีมุมที่ดูเยือกเย็น ต่างจากสมาชิกโอเวอร์เกียร์คนอื่นๆ ที่มักจะใช้อารมณ์ร่วมกัน เป็นเพราะการมีอยู่ของเขาที่ทำให้โครงการต่างๆ ของสมาชิกโอเวอร์เกียร์คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน เขาก็คือหนึ่งในแทงเกอร์ (Tanker) ที่เก่งกาจที่สุด ดังนั้นเกริดจึงชอบเขา เขาได้ลืมเลือนความผิดพลาดที่โทบันเคยทำกับเขาไปนานแล้วล่ะ เพราะยังไงเกริดก็ได้เอาคืนไปเรียบร้อยแล้วในตอนนั้น
'ฮูรอย (Huroi) จะต้องรังเกียจแน่ถ้าเขารู้ว่าโทบันเคยหันคมดาบใส่เรา...'
เช่นเดียวกับยูเฟมีน่า (Euphemina) เดิมทีฮูรอยน่ะชอบยูเฟมีน่า แต่พอความจริงเปิดเผยออกมาว่าเธอเคยทำความผิดพลาดอะไรไว้กับเกริด เขาก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเธอ ล่าสุดเขายังแว่วมาว่าเธอไปยุ่มย่ามกับอักนัส (Agnus) และยังแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ออกมาด้วยซ้ำ ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะความซื่อสัตย์ที่มากเกินไปที่มีต่อเกริดนั่นเอง
'เราคงต้องคุยกับเขาหน่อยแล้วล่ะ'
เกริดรู้สึกทั้งยินดีและลำบากใจกับหัวใจของฮูรอย มันจำเป็นต้องรักษาความสมดุลเอาไว้ ในวินาทีที่เกริดที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
“ออร่ามาสเตอร์!”
“ฮะ-ฮูเร็นต์ (Hurent)!”
“ข่าวลือที่ว่าฮูเร็นต์เข้าร่วมกิลด์ของเราเป็นเรื่องจริงสินะ!”
เสียงคร่ำครวญดังระงมไปทั่วทุกหนแห่ง สายตาพากันจับจ้องไปยังชายที่ถือคราดขุดดินอยู่ รูปลักษณ์ที่พับขากางเกงขึ้นและมีเศษดินติดอยู่ที่รองเท้าบูททำให้เขาดูไม่ต่างจากคนงานในไร่เลย
“ผมมาที่นี่ก็เพราะคุณเรียกมานั่นแหละ...” ฮูเร็นต์หันหน้าเข้าหาเกริดและทำสีหน้าที่แสนจะอึดอัดใจ หลังจากที่เร้นกายจากสายตาคนทั่วไปมานานถึงสามปี ฮูเร็นต์ก็เริ่มคุ้นชินกับชีวิตที่แสนเรียบง่ายไปเสียแล้ว และเขาก็รู้สึกเขินเด๋อเมื่อต้องมาอยู่ท่ามกลางความสนใจของผู้คน ทว่าคนคนนั้นคือเกริด เขาคือคนที่ยอมรับในตัวฮูเร็นต์ด้วยความเต็มใจ แม้ว่าเขาจะเคยบุกโจมตีเมืองโอเวอร์เกียร์ร่วมกับอาณาจักรนิรันดร์ (Eternal Kingdom) มาก็ตาม (ถึงเกริดจะไม่รู้เรื่องนั้นก็เถอะ) เกริดยังอุตส่าห์มีผู้มีพระคุณตลอดกาลของฮูเร็นต์อย่างเปียโร่ (Piaro) อยู่เคียงข้างด้วย (ถึงเกริดจพยังไม่รู้เรื่องนี้อีกนั่นแหละ)
ฮูเร็นต์เคารพและยอมรับเกริดในฐานะผู้นำ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจปฏิเสธคำร้องขอของเกริดได้ ทันทีที่เขาได้ยินคำร้องขอของเกริดให้เข้าร่วมพิธีจัดตั้งกิลด์ใหม่ที่เรย์ดัน เขาก็รีบบึ่งมาที่นี่ทันที
“...”
เขารู้สึกได้ถึงความสนใจของสมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องความแข็งแกร่งอย่างจิชูค่า, ปอน, เรกัส และคนอื่นๆ ที่จับจ้องมาที่ตัวเขา ทว่าเขากลับหาได้รู้สึกตัวอะไรเป็นพิเศษไม่ เพราะฮูเร็นต์น่ะไม่ใช่คนที่จิตใจอ่อนแออะไรขนาดนั้น มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปใส่ใจในเมื่อเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะตอบรับความปรารถนาดีของพวกเขาได้หรอก
“ขอบคุณมากครับที่ช่วยเสริมสร้างเกียรติภูมิให้กับประเทศ” เกริดยื่นมือออกไปเพื่อขอเช็คแฮนด์
จากนั้นฮูเร็นต์ก็พึมพำออกมาว่า “เสริมสร้างอะไรกันครับ? ผมโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เข้าไปทำลายมันน่ะ”
ในระหว่างนั้น เกริดหาได้เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของฮูเร็นต์เลย ฮูเร็นต์เพียงแค่อุทิศตนให้กับการทำฟาร์มและการฝึกฝนตามคำสั่งของแรบบิท (Rabbit) ฝ่ายบริหารและเปียโร่เท่านั้น จากนั้นเขาก็ได้รับคำสั่งให้มารวมตัวกันที่เรย์ดันในวันนี้ มันเป็นพิธีเฉลิมฉลองการจัดตั้งทีมโอเวอร์เกียร์โฟร์ (Overgeared Four) อย่างเป็นทางการ ทว่า... เหตุผลที่แท้จริงน่ะมันคือเรื่องอื่นต่างหากล่ะ มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาฉลองการตั้งกิลด์ใหม่ในเมืองเรย์ดันที่กำลังตกอยู่ในภาวะสงครามแบบนี้หรอกนะ
'เกริดกำลังวางแผนทำสงครามครั้งใหญ่ และสุดท้ายเราก็คงต้องรบด้วย'
ฮูเร็นต์รู้สึกกังวล ดังที่เขาได้ชี้แจงกับเกริดไปว่าเขาไม่ได้ออกศึกมานานหลายปีแล้ว เขาจึงสงสัยว่าคนที่อ่อนแออย่างเขาจะช่วยอะไรในสงครามได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายตรงข้ามคือจักรวรรดิ ซึ่งเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปฝั่งตะวันตก ฮูเร็นต์อาจจะสังหารพลทหารได้ไม่กี่คน ทว่าเขาจะไม่ตายไปก่อนเหรอถ้าต้องไปเจอเข้ากับอัศวินน่ะ?
'เราจะต้องขายหน้าอีกรอบแน่...' ฮูเร็นต์ถอนหายใจยาว
ผู้เล่น 100 คนที่รวมตัวกันอยู่ที่มุมเมืองต่างพากันจ้องมองเขาด้วยความอิจฉาตาร้อนเล็กน้อย
'โอ้ พระเจ้าช่วย ออร่ามาสเตอร์เป็นสมาชิกโอเวอร์เกียร์ไปแล้วเหรอเนี่ย!'
'ฮูเร็นต์น่ะแพ้ให้กับเกริดได้อย่างง่ายดายก็จริง แต่ก่อนหน้านั้นเขาน่ะเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดเลยนะ!'
'พวกคนอเมริกันยังตั้งตารอคอยฮูเร็นต์อยู่นะครับ'
'เขาฝึกฝนมาตั้งหลายปีแล้ว ต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ ครับ'
ผู้เล่น 100 คนคือตัวเอกของงานเฉลิมฉลองในวันนี้ พวกแรงเกอร์ (Ranker) อาชีพพลปืนใหญ่ที่ได้รับการเชิญชวนเป็นการส่วนตัวโดยเลอูเอล ล้วนแต่เป็นคนธรรมดาๆ ที่ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับสมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่แสนจะโดดเด่นได้เลย ในที่สุด สายตาของเกริดก็หันไปจ้องมองพวกเขา
เหล่าพลปืนใหญ่ทั้ง 100 คนหาได้คิดไม่ว่าเกริดจะเข้ามาทักทายพวกเขา เขาคงจะสร้างหน่วยพลปืนใหญ่ขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความคาดหวังอะไรสูงนัก อาชีพพลปืนใหญ่น่ะเป็นอาชีพขยะที่เลเวลยังไม่ถึง 200 กันเลยด้วยซ้ำ มันน่าขันสิ้นดีที่เขาจะเข้ามาทักทายพวกเขาแบบนี้ล่ะนะ
...นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิดกัน จนกระทั่งตอนนี้ เกริดเดินเข้ามาหาเหล่าพลปืนใหญ่และทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “ยินดีที่ได้รู้จักระครับ”
เหล่าพลปืนใหญ่ที่กำลังประหลาดใจต่างพากันตอบรับในหลากหลายรูปแบบ บางคนน่ะถึงกับตัวแข็งทื่อไปเลย ส่วนบางคนก็ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ที่ตรงไหนดี บางคนนะก็ขยับเท้าไปมา ส่วนบางคนก็เหลือบตามองด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครเลยที่มีความความมั่นใจ เกริดรู้สึกเศร้าใจเพราะเขานึกถึงอดีตของตัวเองขึ้นมา
เขายื่นมือไปขอเช็คแฮนด์กับหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่ยืนอยู่เฉยๆ เธอชื่อร้านเสื้อผ้าของแท้ (ID: จอง อึยซางซิล)
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยที่ได้พลปืนใหญ่อันดับ 1 มาร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์ด้วยแบบนี้”
“มะ-ไม่หรอกค่ะ เป็นเกียรติอะไรกันคะ? ทางนี้ต่างหากล่ะคะที่เป็นเกียรติและขอบคุณมากเลยค่ะ!” เธอคว้ามือของเกริดเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
อันที่จริง เกริดเองก็หาได้ชอบเธอมากนักหรอก ชื่อไอดี ความยุติธรรมที่สาบสูญ (จองอึยซางซิล) นั้นน่ะ มันเผยให้เห็นว่าเธอน่ะเป็นคนขวางโลกและมองโลกในแง่ร้าย เกริดคิดว่าเธออาจจะเคยมีอดีตที่เหมือนกับตัวเขาเองที่เป็นคนมืดมนและเจ้าเล่ห์ เขาคงจะต้องคอยระวังเธอเอาไว้หน่อย ทว่าแน่นอนล่ะว่าเขาหาได้แสดงมันออกมาให้เห็นไม่ แต่ทว่าเขาจะคอยจับตามองจากด้านหลังและคอยบริหารจัดการเธอ เขาหวังเพียงว่าเธอจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีได้ล่ะนะ
“คุณจะตระหนักได้เองครับว่าในโลกนี้ยังมีคนดีๆ อยู่อีกมากมาย และความยุติธรรมน่ะมันก็ยังคงมีชีวิตอยู่นะครับ ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขไปกับพวกเราในอนาคตนะครับ”
“...?”
เกริดหัวเราะร่าให้กับคำพูดของตัวเอง และเหล่าสมาชิกโอเวอร์เกียร์ต่างพากันงุนงงกันไปหมด มันเป็นสีหน้าที่สื่อออกมาว่าพวกเขาหาได้เข้าใจมันไม่ มีเพียงสมาชิกชาวเกาหลีอย่างพีคซอร์ดที่ดูเหมือนจะรู้ซึ้งถึงมันดี เหตุผลน่ะมันแสนจะเรียบง่ายเลยล่ะ
สำหรับชาวเกาหลี ไอดีของเธอในฉบับภาษาเกาหลีจะเขียนว่า 'จองอึยซางซิล' (ความยุติธรรมที่สาบสูญ) ทว่าสำหรับผู้เล่นสัญชาติอื่นๆ ไอดีของเธอจะถูกกำกับไว้ว่า 'จอง อึยซางซิล' (ร้านเสื้อผ้าของแท้) (หมายเหตุ: โดยพื้นฐานแล้ว ไอดีคือ 정의상실 ในภาษาเกาหลี ทว่าผู้เขียนกลับเขียนมันเป็น 정 의상실 สำหรับสัญชาติอื่นๆ ซึ่งมีการเว้นวรรคระหว่างอักขระตัวที่หนึ่งและสอง และคำว่า 의상실 นั้นแปลว่า ร้านเสื้อผ้า หรือห้องเสื้อนั่นเอง)
ร้านเสื้อผ้า ใช่แล้ว ไอดีของเธอหาใช่ความยุติธรรมที่สาบสูญอะไรนั่นไม่ แต่มันคือร้านเสื้อผ้าต่างหากล่ะ
“...”
เกริดเห็นบรรยากาศเริ่มกร่อยลงและไอออกมาเบาๆ “ล้อเล่นน่ะครับ ล้อเล่น”
“อา ค่ะ...” เธอที่ตัวแข็งทื่อมาตลอดถึงกับหลุดขำออกมา เธอเป็นคนเกาหลีและรู้ดีว่าเกริดน่ะเข้าใจผิดไปไกลโขเลยล่ะนะ
“คุณนี่น่ารักจังเลยนะคะ” เธออุตส่าห์มองขำชมออกมาโดยไม่รู้ตัว
“...เฮือก?”
มันเป็นเพราะยูระ, จิชูค่า และรูบี้ (Ruby) พากันส่งเจตนาฆ่ามาที่เธออย่างไร้ความปราณี สาวชุดนักเรียนแสนเซ็กซี่เยริมน้อย (Yerim) ที่ตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว ได้แต่เดาะลิ้นจิ๊จ๊ะออกมา “ผู้ชายที่มีชื่อเสียงนี่มีเสน่ห์จังเลยนะ”
เยริมน่ะคอยหมายหมั้นในตัวเกริดมาหลายปีแล้วล่ะ เธอไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่กำลังหมอบรอเหยื่อของมันเลย
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศที่แสนจะรบกวนจิดใจก็ได้ปรากฏขึ้นในสมรภูมิที่ซึ่งศาสนาจักรเบ็คก้า (Rebecca Church), ศาสนาจักรยาตัน (Yatan Church) และกองทัพวัลฮัลลา (Valhalla) กำลังทำสงครามกันอยู่ ทุกคนที่ล้มตายไประหว่างสงครามครั้งนี้ล้วนแต่ถูกกลายเป็น 'เครื่องสังเวย' ทั้งสิ้น
“ครั้งนี้ ข้าจะต้องทำให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
กามิกิน (Gamigin) จะต้องจุติลงมาแล้ว องค์ชายลำดับที่ 3 แห่งจักรวรรดิ เบอนัวต์ (Benoit) กำลังสวดอ้อนวอนอย่างจริงจังในขณะที่แหงนมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีดำมืดมิด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.











