Chapter 1039
1039 / 2060
14 min read
Chapter 1039
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
หลังจากปาร์ตี้ของเกริดออกเดินทางไปยังซากโบราณสถานแห่งเทพสงคราม ปิอาโร่ก็ไม่เคยขยับเปลือกตานอนได้อย่างสนิทใจเลย ในฐานะที่เป็นทั้งเกษตรกรและนักรบ เขาได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเทพสงครามและเหล่าสาวกมามากเกินไป ปิอาโร่คาดการณ์ว่าซากโบราณสถานแห่งเทพสงครามเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก และเขาก็เป็นห่วงเกริดเหลือเกิน
เขาไม่ได้นึกโกรธเกริดเลยที่ไม่พาเขาไปด้วย เขาถอดชุดชาวนาออกและสวมชุดเกราะอัศวินแทน เพื่อที่เขาจะได้รีบพุ่งไปหาเกริดได้ทุกเมื่อเมื่อพระองค์ต้องการ ทว่าเขาก็หวังลึกๆ ว่าเกริดจะไม่จำเป็นต้องเรียกใช้เขา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ปิอาโร่ไม่ได้อยู่ในฐานะเกษตรกรหรือระดับตำนาน เขาเป็นเพียงอัศวินธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เฝ้ารอข่าวคราวจากนายเหนือหัว จนในที่สุด เขาก็ถูกเรียกตัวและได้มาถึงโบราณสถานแห่งนี้
“...แก” ปิอาโร่จ้องมองไปยังดยุกขี้เมา ดีเวิร์ธ ที่กำลังเผชิญหน้ากับเกริดอยู่ เขาตระหนักได้ทันทีว่าดีเวิร์ธไล่ตามเกริดมาจากเรย์ดัน (Reidan) จนถึงที่นี่ และทำให้เกริดต้องตกอยู่ในอันตราย
“คนที่บังอาจเป็นศัตรูกับราชาของข้า แม้แต่จะเอาไปทำเป็นปุ๋ยก็ยังไม่คู่ควรด้วยซ้ำ”
เมื่อปิอาโร่ได้กลายเป็น ‘เกษตรกรระดับตำนาน’ เขาก็หลุดพ้นจากความยึดติดที่จะเป็นโสดาบันแห่งดาบ (Sword Saint) ความเข้าใจผิดกับอัสโมเฟลได้รับการแก้ไข และความเจ็บปวดในอดีตก็ได้รับการเยียวยา ตั้งแต่นั้นมา ปิอาโร่ก็มีจิตใจที่ผ่อนคลายลง ความโกรธของเขาถูกระงับไว้ และความสงบสุขในใจก็ค่อยๆ กู้คืนกลับมา
ทว่าในวินาทีนี้ เขาเปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่ดุร้าย เขาชักสงสัยว่าตัวเองจะมีสภาพแบบนี้ไหมนะตอนที่ได้เจอกับองค์จักรพรรดินีมารี ความโกรธที่เขาเก็บกดเอาไว้ทำให้เขาแสดงสีหน้าที่น่าสะพรึงกลัวจนเกินจะต้านทานไหว ไม่สิ มันคือการระบายความโกรธออกมาต่างหาก
ประกายไฟนับสิบพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่กลายเป็นสีแดงฉานจากแสงยามเย็น ธรรมชาติในชั้นบรรยากาศกำลังตอบสนองต่อชีวิตและความโกรธของปิอาโร่ นี่คือการสำแดงพลังของ ‘สภาวะธรรมชาติ’
“ข้าไม่เคยฝันเลยว่าจะได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ แบบนี้อีกครั้ง”
กระแสลมพัดโหมรอบตัวปิอาโร่ ทำให้จอบ เสียม และเคียวที่แขวนอยู่ที่เอวเสียดสีกับชุดเกราะของเขา น้ำหนักของอาวุธ (?) เหล่านั้นเบามากจนเสียงที่ดังออกมานั้นกังวานและใสบริสุทธิ์ราวกับตัวโน้ตที่ถูกขับขานจากเครื่องดนตรี ปิอาโร่สะบัดมือหนึ่งครั้ง ขว้างบางสิ่งที่เล็กราวกับเมล็ดพืชและยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าออกมา ของชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าเมล็ดพืชนับสิบหรือนับร้อยชิ้นกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ว่างเปล่า
ดีเวิร์ธที่กำลังตื่นตระหนกถอยร่นไปข้างหลัง เขาใช้ดวงตาและสัมผัสที่เหนือชั้นกว่าขีดจำกัดของมนุษย์คว้าจับตัวตนของสิ่งเล็กๆ ที่พุ่งเข้าหาเขาได้ทันที พวกมันคือเศษเสี้ยวของพลังอันแข็งแกร่ง (Strong Energy) แม้จะอยู่ในรูปแบบของอนุภาคขนาดเล็ก ทว่าพลังทำลายล้างที่บรรจุอยู่ในแต่ละชิ้นนั้นก็มากพอที่จะสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดินได้
ไม่สิ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ? มีบางอย่างที่รู้สึกแตกต่างออกไป พลังอันแข็งแกร่ง... พลังนี้มักถูกขนานนามว่าเป็นขั้นกว่าของปราณดาบ (Sword Energy) และน่าตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้า ทว่าพลังอันแข็งแกร่งของปิอาโร่นั้นกลับนุ่มนวลมาก สัมผัสไม่ได้ถึงพลังทำลายล้างเลยแม้แต่น้อย และเป็นไปตามคาด เศษเสี้ยวพลังที่ไม่โดนตัวดีเวิร์ธและหล่นลงพื้นกลับไม่มีพลังใดๆ เลย พวกมันละลายหายไปราวกับหิมะและถูกพื้นดินดูดซับไป
‘ต้มตุ๋นงั้นเหรอ?’
มันบีบให้ดีเวิร์ธต้องหลบเลี่ยง เขาจะเจอกับพายุลูกใหญ่หลังจากนี้หรือเปล่านะ? ดีเวิร์ธเตรียมรับแรงกระแทก เขาไม่อาจเดาได้เลยว่าปิอาโร่จะเชื่อมโยงการโจมตีต่อไปยังไง ดีเวิร์ธจึงถอยฉากออกมา เขาไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะปิอาโร่ได้ในการต่อสู้ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังอยากจะเชื่อมั่นในไหวพริบของตัวเอง เขาจะเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์และตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ น่าเสียดายที่ความมุ่งมั่นของเขานั้นไร้ประโยชน์
“...?”
ปิอาโร่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่เหมือนกับที่ดีเวิร์ธคาดคิด ปิอาโร่ไม่ได้เชื่อมโยงเข้าสู่การโจมตีครั้งต่อไป ดีเวิร์ธเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
“เกษตรกรรมอิสระ รูปแบบที่ 2” ปิอาโร่ร่ายออกมาเบาๆ พลางหยิบจอบออกมา “การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว” (Super Growth)
“...?!” ดวงตาของดีเวิร์ธเบิกกว้าง
ความโกลาหลที่ยิ่งใหญ่ถาโถมเข้ามาประหนึ่งละลอกคลื่น ทำให้เขารู้สึกเวียนหัว พวกเขากำลังอยู่ในหุบเขาที่รกร้าง ทว่าจู่ๆ ธัญพืชนานาชนิดและต้นไม้กลับเริ่มเติบโตขึ้นจากผืนดินที่แห้งแล้งซึ่งมีแต่ทรายและฝุ่นผงนี้ ใช้เวลาไม่นานเลยที่ดินแดนที่แห้งแล้งจะเปลี่ยนเป็นทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นเพียงแค่กระพริบตาเท่านั้น
ดีเวิร์ธรู้สึกราวกับกำลังฝันไป
‘เวทมนตร์ลวงตางั้นเหรอ?’
เปล่าเลย ไม่ใช่ ภาพของทุ่งนาและกลิ่นหอมหวานจากพวงองุ่นที่ห้อยย้อยลงมานั้นไม่มีทางเป็นภาพลวงตาไปได้เลย ตั้งแต่แรกแล้ว จ้าวแห่งภาพลวงตาย่อมไม่อนุญาตให้เขาแยกแยะระหว่างความจริงและภาพลวงตาได้ง่ายๆ แบบนี้แน่
“แกไปเรียนรู้อะไรประหลาดๆ มาเนี่ย!”
เศษเสี้ยวพลังที่ปิอาโร่หว่านลงไปนั้นบรรจุไปด้วยชีวิต และปิอาโร่ก็ได้สร้างสภาพแวดล้อมโดยใช้เทคนิคที่ส่งเสริมชีวิตขึ้นมา เมื่อดีเวิร์ธรับรู้ความจริงข้อนี้ได้อย่างรวดเร็ว เขาก็จิบเหล้าแล้วพ่นมันออกมา สายแอลกอฮอล์ที่พุ่งออกมาจากปากของเขานั้นบรรจุไปด้วยพลังเวทมนตร์อันทรงพลัง พืชพรรณและต้นไม้ที่เขียวขจีไม่อาจต้านทานแอลกอฮอล์ที่ร้ายกาจได้และพากันเหี่ยวเฉาลง ที่ปลายสุดของสายพลังเวทมนตร์นั้นก็คือปิอาโร่
ดีเวิร์ธวิ่งฝ่าทุ่งนาที่เหี่ยวเฉาและยื่นมือออกไป จอบของปิอาโร่และและการโจมตีของดีเวิร์ธปะทะกันจนเกิดระเบิดขึ้น ในเมื่อคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง ดีเวิร์ธจึงไม่คิดจะใช้ทักษะที่ไม่จำเป็น เขาชักอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในมืออีกข้างออกมาแล้วยิงมันออกไป มันถูกชุบด้วยพิษที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งทำมาจากแมงมุมสีขาวแก่ (White Bamboo Spider) เข็มที่เต็มไปด้วยพิษร้ายที่ไร้สีไร้กลิ่นพุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบและปักเข้าที่ต้นขาของปิอาโร่
‘เขาไม่ได้ระวังตัวเลย!’ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของดีเวิร์ธ
ตระกูลดยุก ‘ไทฟอน’ (Tiphon) นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของพิษ แม้แต่ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อพิษของดยุกดีเวิร์ธ ในวินาทีนี้ ดีเวิร์ธมั่นใจในชัยชนะของเขามาก เขาภาคภูมิใจที่ปิอาโร่ อดีตเสาหลักของจักรวรรดิ ไม่สามารถตอบโต้ต่ออาวุธลับของเขาได้
ทว่าปิอาโร่กลับไม่เป็นอะไรเลย “มันช่างไร้ความหมาย”
“...!?”
ปิอาโร่ไม่มีปฏิกิริยาต่อพิษของดีเวิร์ธเลย สภาวะธรรมชาติประกอบกับร่างกายของระดับตำนานทำให้เขาไม่ได้รับผลกระทบจากเข็มพิษ ปิอาโร่เองก็รู้เรื่องนั้นดี เขาจงใจยอมให้โดนโจมตีเพื่อบดขยี้ความมั่นใจของดีเวิร์ธให้แหลกละเอียด มันคือการตัดสินประหารชีวิตที่แย่ที่สุด
จอบของปิอาโร่พุ่งเข้าหาหัวใจของดีเวิร์ธ ทว่าดยุกขี้เมา ดีเวิร์ธ ก็ไม่ถูกโจมตีได้ง่ายๆ เพราะเขามีเส้นทางการเคลื่อนที่ที่คาดเดาไม่ได้ เสื้อผ้าของดีเวิร์ธหลุดลุ่ยขณะที่เขาใช้การเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลเพื่อหลบจอบนั่น
“อะไรนะ?”
ปิอาโร่ไม่เป็นอะไรเลยหลังจากโดนพิษงั้นเหรอ...? ดีเวิร์ธตกตะลึงกับภาพลักษณ์ของปิอาโร่ที่ดูไม่เหมือนคนโดนพิษเลยแม้แต่น้อย เขาได้รับความสับสนและช็อคมากกว่าตอนเห็นทุ่งนาเสียอีก ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สูญเสียสมาธิ เขาซดเหล้าเข้าไปอีกเพื่อขับไล่ความสับสนและความกลัวออกไป
“เจ้าได้สร้างสถานะที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาแล้ว...” เมื่อเห็นการเผชิญหน้านี้ ดยุกเกร็นฮัลก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ปิอาโร่สูญเสียทุกอย่างไปนอกเหนือจากชีวิตและใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดและความกังวลทุกวันหรือเปล่านะ? พูดตามตรง เกร็นฮัลเคยคลางแคลงใจในเรื่องนั้น เขาเคยคาดหวังว่าปิอาโร่จะอ่อนแอลงแม้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม
ทว่านี่มันคืออะไรกัน? ปิอาโร่กลับมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมหลังจากถูกเรียกตัวมาโดยเกริด มันค่อนข้างคลุมเครือที่จะบอกว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น ทว่าจากความต้านทานต่อพิษของเขา เขาได้สร้างสภาพที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
‘ทำไมเขาถึงผนึกดาบเอาไว้ล่ะ?’
เกร็นฮัลและมอร์สกลับมายิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ ปิอาโร่ที่พวกเขารู้จักคือนักดาบที่ยิ่งใหญ่ผู้มุ่งหวังจะเป็นโสดาบันแห่งดาบ ทว่าปิอาโร่ในตอนนี้กลับไม่ใช้ดาบเลยแม้แต่น้อยและถืออุปกรณ์การเกษตรแทน เขามีจิตวิญญาณและชุดเกราะของอัศวิน ทว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาตลอดการต่อสู้กลับไม่ต่างจากเกษตรกรเลย ทำไมเขาถึงต้องสร้างข้อจำกัดให้กับตัวเองแบบนี้ล่ะ? หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะดีเวิร์ธได้
จากนั้น เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเมื่อความคลางแคลงใจของเกร็นฮัลและมอร์สเริ่มรุนแรงขึ้น
“เกษตรกรรมอิสระ รูปแบบที่ 4”
จอบนั่นพลาดเป้าไปที่ดีเวิร์ธซึ่งหลบได้พริ้วไหวราวกับปลา จากนั้นปิอาโร่ก็ชัก ‘สามง่าม’ ที่แขวนอยู่ที่หลังออกมา ไม่สิ เขาหยิบ ‘คราด’ (Rake) ออกมาต่างหาก
“การพรวนดิน!” (Plow the Field)
ดินในทุ่งนาถูกพลิกกลับด้านทันที
“...?”
พื้นดินจู่ๆ ก็กลับตาลปัตร และดินก็พุ่งสูงขึ้น ทำให้ท่าทางของดีเวิร์ธเสียหลักไป ทว่าจู่ๆ เมล็ดพืชก็ปลิวว่อนในสายตาของเขาในขณะที่เขาพยายามจะทรงตัวให้มั่น มันคือเอฟเฟกต์ของเกษตรกรรมอิสระ รูปแบบที่ 5 ‘การเก็บเกี่ยว’ (Harvest) เมล็ดพืชนับแสนพุ่งเข้าใส่ดีเวิร์ธ
“อึก...!”
ทางถอยถูกปิดตาย ดีเวิร์ธรู้สึกเกร็งเครียดอย่างถึงที่สุดเมื่อถูกล้อมรอบไปด้วยเมล็ดพืช
‘มันก็แค่เมล็ดพืชน่า’ เขาพยายามปลอบใจตัวเอง
ใช่แล้ว เขาแค่ถูกล้อมรอบด้วยเมล็ดพืชเท่านั้น ไม่มีปัญหาอะไรเลย คนเราไม่มีทางตายเพราะเมล็ดพืชหรอก ดีเวิร์ธวินิจฉัยและโน้มตัวลง เขาเตรียมที่จะสู้กลับและจัดการโจมตีในขณะที่ปิอาโร่กำลงเก็บเกี่ยว ทว่านั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่
“เกษตรกรรมอิสระ รูปแบบที่ 8 การขัดสีข้าว” (Polishing Rice)
“...!?”
เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา เมล็ดพืชนับพันที่ถูกเก็บเกี่ยวโดยปิอาโร่ระเบิดขึ้นพร้อมกัน กลืนกินร่างของดีเวิร์ธเข้าไป
“ก๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องของดีเวิร์ธดังระงม
เขาไม่สามารถตอบโต้ต่อการโจมตีที่เหนือความคาดหมายได้และได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายของเขาเริ่มเชื่องช้าลงเมื่อแอลกอฮอล์ระเหยหายไป ปิอาโร่ลงมือโดยไม่ลังเล เขาคว้าเคียวออกมาทันทีและเล็งไปที่หัวใจของดีเวิร์ธ ไม่มีเวลาให้หลบเลี่ยงได้อีกแล้ว
[ดยุกแห่งอาณาจักรซาฮารัน ‘ดยุกขี้เมา ดีเวิร์ธ’ ถูกปราบแล้ว]
[นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ยังไม่มีใครเคยทำได้]
[ชื่อเสียงของพระองค์ทั่วทั้งทวีปเพิ่มขึ้น พระองค์ได้รับค่าชื่อเสียง 2,000 แต้ม]
[เลเวลของพระองค์เพิ่มขึ้น]
[ได้รับ ‘น้ำเต้ามนต์’ ของตระกูลดยุกไทฟอน]
[ได้รับ ‘เหล้ามังกรขาว’ ของตระกูลดยุกไทฟอน]
[อัศวินของพระองค์ ‘ปิอาโร่’ บรรลุความสำเร็จ ‘สยบเจ็ดดยุก’]
[บทความของพระองค์ ‘ปิอาโร่’ กำลังดำเนินไป!]
มันเป็นตอนจบที่เหนือความคาดหมายและว่างเปล่าสำหรับดยุกแห่งจักรวรรดิ มีอารมณ์ที่ซับซ้อนอยู่ในดวงตาของเกร็นฮัล มอร์ส และบาซาร่า ขณะที่พวกเขามองดูดีเวิร์ธสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ไม่มีใครช่วยเลยสินะ” ปิอาโร่ตำหนิพวกเขา “พวกท่านไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”
ถูกต้องแล้ว ปิอาโร่รับรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งสามคนมาตั้งแต่แรก ทว่าในตอนนั้นมีเพียงดีเวิร์ธเท่านั้นที่คุกคามเกริดอยู่ ปิอาโร่จึงต้องฆ่าดีเวิร์ธก่อน เขาคำนวณไว้แล้วว่าพวกดยุกคนอื่นๆ จะไม่ช่วยดีเวิร์ธ พวกดยุกเหล่านั้นทอดทิ้งปิอาโร่และครอบครัวของเขาไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่อดีต
ปิอาโร่กัดฟันแน่น พวกเขาคือคนที่เขาเคยเชื่อมั่นว่าเป็นเพื่อน ทว่าเขากลับตำหนิบาซาร่าไม่ได้มากนักเพราะเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับเธอนัก ทว่าเกร็นฮัลและมอร์สนั้นแตกต่างออกไป ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าอัศวินแดง ปิอาโร่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเหล่านักรบอย่างเกร็นฮัลและมอร์ส เขาเคยเคารพและไว้วางใจผู้ที่รับใช้ราชวงศ์จักรวรรดิเดียวกันและต่อสู้เพื่อประชาชนกลุ่มเดียวกัน
ทว่ามันเป็นเพียงความไว้วางใจฝ่ายเดียว พวกเขาเลือกที่จะหันหลังให้เขาได้อย่างง่ายดาย
“ท่านปิอาโร่...” เกร็นฮัลและมอร์สสัมผัสได้ถึงความโกรธและความโศกเศร้าของปิอาโร่ที่มีต่อพวกเขา และต่างพากันก้มหน้าลง พวกเขาไม่มีความกล้าพอที่จะสู้หน้าเขาได้เลย ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาเคยต่อสู้เพื่อครอบครัวของปิอาโร่และสวดภาวนาให้ปิอาโร่อยู่อย่างสงบสุข ทว่าสุดท้ายพวกเขาก็ล้มเหลวในการช่วยครอบครัวของปิอาโร่ และไม่คาดคิดเลยว่าจะได้กลับมาพบกับปิอาโร่อีกครั้ง
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กลับเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาอย่างกะทันหัน พวกเขาเข้าใจความเจ็บปวดและความเศร้าของปิอาโร่ดี จึงไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้ เกร็นฮัลและมอร์สทำได้เพียงถอนหายใจราวกับคนบาป
ปิอาโร่พยายามระงับความขุ่นเคืองของเขาไว้ “...จากนี้ไป ข้าจะไม่โทษพวกท่านอีกแล้ว”
เขาเบือนหน้าหนีจากแผ่นหลังที่กว้างขวางของเกร็นฮัลที่ไม่ได้ช่วยปกป้องน้องชายของตน “การล่มสลายของข้าและครอบครัวเป็นผลมาจากความสะเพร่าของข้าเอง ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปว่าพวกท่านหรอก”
เขายังเบือนหน้าหนีจากมอร์ส ผู้ที่ปกติจะไม่แสดงความภาคภูมิใจขนาดนี้ต่อหน้าพ่อแม่ของเขาเอง “ตอนนี้ข้ากำลังต่อสู้เพื่อปกป้องราชาของข้า”
ปิอาโร่เช็ดน้ำตาและคว้าอุปกรณ์การเกษตรของเขาขึ้นมา เมื่อคิดว่าเกร็นฮัล มอร์ส และบาซาร่าอยู่ฝ่ายเดียวกับดีเวิร์ธโดยธรรมชาติ ปิอาโร่จึงตีความว่าพวกเขาคือภัยคุกคามต่อเกริด มันเป็นเรื่องธรรมดา จักรวรรดิซาฮารันคือศัตรูของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์
‘ข้าจะลากการต่อสู้นี้ให้ยาวนานเกินไปไม่ได้’
สภาวะธรรมชาติของปิอาโร่นั้นยังไม่สมบูรณ์ มันไม่อาจแสดงพลังที่ไร้ขีดจำกัดออกมาได้ตลอดเวลา ปิอาโร่ไม่อาจรับมือกับการต่อสู้ที่ยาวนานได้เพราะเขาได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการต่อสู้กับดีเวิร์ธแล้ว จากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเลือดเย็น เขาตัดสินใจว่าต้องเล็งจัดการจู่โจมที่รวดเร็วเพื่อปกป้องเกริดจากพวกเขาให้ได้ เขาจะใช้ทักษะลับทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึง ‘ปราณต้นกำเนิด’ (Origin True Energy)
‘ข้าต้องปกป้องเขาให้ได้’
ชีวิตของปิอาโร่นั้นไม่สำคัญ ชีวิตที่เกริดช่วยเอาไว้จะถูกใช้เพื่อเกริดเท่านั้น ปิอาโร่เพิ่งจะตั้งปฏิญาณนี้ได้ไม่นานก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พลิกผัน เกริดจู่ๆ ก็ประกาศออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ปิอาโร่ เก็บจอบของนายซะ”
“...?”
“พวกเขาคือเพื่อนของฉันเอง”
“...ฝ่าบาท?” ปิอาโร่สงสัยในหูตัวเอง
“นอกจากนี้ ทั้งสองคนนี้ยังพยายามอย่างหนักเพื่อปกป้องครอบครัวของท่าน ถึงแม้จะล้มเหลวในการปกป้องใครไว้ได้เลยก็ตาม พวกเขาต้องทนทุกข์อยู่กับความเจ็บปวดมาเกือบ 20 ปีแล้วนะ” บาซาร่าซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความฉลาดและเที่ยงธรรมกล่าวเสริมขึ้นมา
“ข้าช่างน่าไม่อาย...”
“โธ่เว้ย ข้าขอโทษจริงๆ... ข้าขอโทษจริงๆ นะ”
เกร็นฮัลและมอร์สเอ่ยคำขอโทษต่อปิอาโร่ที่กำลังยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ปิอาโร่ทรุดฮวบลงกับพื้นและรู้สึกเหมือนมีบางอย่างหลุดออกมาจากร่างกาย เขารู้สึกเวียนหัวและดูเหมือนจะได้ยินเสียงผึ้งดังหึ่งๆ อยู่ในหู
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




