Chapter 1035
1035 / 2060
11 min read
Chapter 1035
Published Apr 4, 2026, 12:01 AM
“กลยุทธ์การล่าบาริธ (Berith) นั้นมีอยู่จริง”
สถานที่ที่บาริธถูกอัญเชิญออกมานั้นอยู่ห่างไกลจากจักรวรรดิมากเกินไป จักรวรรดิจึงมีช่องว่างให้เข้ามาแทรกแซงได้น้อย และพละกำลังทางทหารของอาณาจักรทั่วไปก็ไม่อาจต้านทานพลังของบาริธได้ เพื่อลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด เพลเยอร์จึงต้องเคลื่อนไหวและออกล่าบาริธด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ ในกรณีนี้ ครึ่งมหาทวีปจะต้องล่มสลายลงจริงๆ เควสนับแสนล้านเควสจะถูกทำลายไปอย่างถาวร และเพลเยอร์นับล้านคนจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่พวกเขาสร้างมา นี่คือสิ่งที่ เอสเอ กรุ๊ป (S.A Group) ต้องการจริงๆ งั้นเหรอ?
เหล่านักวิชาการบางส่วนไม่เชื่อเช่นนั้น พวกเขามองว่า เอสเอ กรุ๊ป เองก็หวังจะให้บาริธถูกล่า และวินิจฉัยว่าพวกเขาควรจะมีการจัดเตรียมกลยุทธ์ไว้ให้แล้ว
“จอมปีศาจทั้ง 33 ตนนั้นมีพื้นฐานมาจากปีศาจ 72 ตนของโซโลมอน”
ความจริงที่ว่าจอมปีศาจลำดับที่ 1 คือบาอัล และการมีตัวตนอยู่ของเบเลียลและบาริธ คือหลักฐานที่ชัดเจนของเรื่องนี้ ไม่ใช่จอมปีศาจทั้ง 33 ตนที่จะมีการตั้งค่าเหมือนกับปีศาจ 72 ตนของโซโลมอนไปเสียหมด ทว่าส่วนใหญ่นั้นถูกสร้างขึ้นมาให้เหมือนกันหรือมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยจากข้อมูลเดิม บาริธที่ถูกพรรณนาไว้ในหมู่ปีศาจ 72 ตนของโซโลมอนนั้น คือเป้าหมายที่สามารถควบคุมได้ด้วย ‘แหวนเวทมนตร์’ (Magic Ring)
“พวกเราจะสามารถขับไล่บาริธออกไปได้ด้วยแหวนเวทมนตร์ ความสมดุลของเกมทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่เพลเยอร์จะควบคุมจอมปีศาจ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถควบคุมบาริธได้อย่างสมบูรณ์ ถึงอย่างนั้น เราก็น่าจะสั่งให้มันกลับขุมนรกได้”
“แล้วเราจะไปหาแหวนเวทมนตร์นั่นมาจากไหนล่ะ?”
“เราต้องสร้างมันขึ้นมาน่ะสิ”
“เพลเยอร์คนเดียวจะไปสร้างไอเทมที่ขับไล่จอมปีศาจได้ยังไงกัน?”
“มันจะสร้างได้ง่ายขึ้นถ้าพวกเราร่วมมือกัน”
ณ เขตติดต่อระหว่างอาณาจักรโรเทมอนที่ล่มสลายและอาณาจักรฮาเคน นักเล่นแร่แปรธาตุอันดับ 1 ‘เซลก้า’ (Zelgah) ได้รวมตัวเพลเยอร์ของอาณาจักรฮาเคนเพื่อปกป้องประเทศของพวกเขา ทว่าผู้คนกลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“การเล่นแร่แปรธาตุและคำโกหก พวกเรารู้ดีว่าพลังของบาริธนั้นสอดคล้องกับคำบรรยายเกี่ยวกับปีศาจ 72 ตนของโซโลมอน แต่ลำดับมันต่างกันนะ บาริธเป็นอันดับที่ 28 ในปีศาจ 72 ตนตามตํารา กุญแจย่อยของโซโลมอน (Lesser Key of Solomon) ในขณะที่ในซาทิสฟายมันคืออันดับที่ 22 นั่นหมายความว่ามีการเปลี่ยนการตั้งค่าไปบางส่วน”
พวกเขาไม่มั่นใจเลยว่าบาริธจะยังมีจุดอ่อนเหมือนเดิมหรือเปล่า
“แล้วถ้าแหวนเวทมนตร์มันไม่ได้ผลลัพธ์ล่ะ? คุณคิดจะทำยังไงต่อ?”
เพลเยอร์กว่า 5,000 คนที่มารวมตัวกันที่นี่ไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุก พวกเขามาที่นี่เพื่อไม่ให้สูญเสียอาณาจักรที่เป็นบ้านเกิดซึ่งพวกเขาเคลื่อนไหวมาอย่างยาวนาน เพลเยอร์เหล่านี้พร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อไม่ให้สูญเสียความสัมพันธ์และทรัพย์สินที่มีค่าไป
ในสายตาของพวกเขา เซลก้าถูกมองว่าเป็นพวกต้มตุ๋น เขากำลังพยายามหาผลประโยชน์จากคนที่กำลังสิ้นหวังและยืนอยู่บนปากเหว
“แถมคุณยังต้องให้พวกเราช่วยสร้างแหวนอีกเหรอ? อะไรนะ? จะให้พวกเราจ่ายเงินให้คุณงั้นเหรอ?”
เพลเยอร์แสดงความเป็นศัตรรูออกมาอย่างชัดเจน ทว่าเซลก้ากลับไม่ได้หวั่นไหว ความสงสัยของพวกเขาเป็นเรื่องปกติและปฏิกิริยาเหล่านั้นก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ เซลก้ากล่าวอย่างใจเย็น “ไม่ครับ ผมไม่ได้ต้องการเงินของพวกคุณ วัสดุที่จำเป็นในการสร้างแหวนเวทมนตร์ก็คือ ‘ศิลาแห่งชีวิต’ (Stone of Life) มันคืออัญมณีเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงสุดที่ไม่สามารถประเมินค่าได้”
“...?”
ศิลาแห่งชีวิต—มีคนมากมายที่เคยได้ยินชื่อนี้ แม้พวกเขาจะไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุก็ตาม
“...ไอ้บ้าเอ๊ย”
คนที่กำลังอึ้งพากันได้สติกลับมา จากนั้นพวกเขาก็แสดงความเป็นศัตรูที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อเซลก้า
“แกไม่ใช่พวกต้มตุ๋นที่มาหลอกพวกเราหรอก แต่เป็นคนบ้าที่มาเล่นตลกกับพวกเราต่างหาก นักเล่นแร่แปรธาตุอันดับ 1 งั้นเหรอ? แกน่ะมันก็แค่ใช้การเล่นแร่แปรธาตุระดับต่ำได้เท่านั้นแหละ นั่นคือเหตุผลที่แกไม่มีความภูมิใจในฐานะแรงเกอร์เลยใช่ไหม?”
พวกเขาไม่รู้ว่าศิลาแห่งชีวิตคืออะไรกันแน่ ตามที่เคยได้ยินมา มันคืออัญมณีเล่นแร่แปรธาตุอเนกประสงค์ที่เกือบจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน ทว่าวัสดุของแหวนเวทมนตร์กลับคือศิลาแห่งชีวิตเนี่ยนะ...? มันก็เหมือนกับการบอกว่าพวกเขาสร้างความแหวนเวทมนตร์ไม่ได้นั่นแหละ นี่หมายความว่าเซลก้าไม่ได้รู้วิธีการล่าบาริธตั้งแต่แรกแล้ว เขาก็แค่มาล้อพวกคนพวกนี้เล่นเท่านั้น
เพลเยอร์บางส่วนเริ่มหยิบอาวุธขึ้นมา มันคือการเตรียมตัดสินโทษเซลก้า ถึงอย่างนั้น เซลก้าก็ยังคงนิ่งเฉย “พวกคุณรู้ไหมว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ‘หมาบ้าอักนุส’ (Mad Dog Agnus) เที่ยวไล่ฆ่าช่างทำเครื่องประดับในแต่ละประเทศน่ะ? กิลด์โอเวอร์เกียร์เปิดเเผยว่าเขาถูกใส่ร้าย แต่มันก็ชัดเจนว่าอักนุสกำลังตามหาพวกเขาอยู่”
“แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแกเนี่ย?”
ทำไมเรื่องที่เริ่มด้วยบาริธถึงลามไปหาอักนุสได้ล่ะ? มันช่างเป็นการพูดจาที่ดูโง่เขลานัก เซลก้าทิ้งท้ายประโยคที่เด็ดขาดใส่เพลเยอร์ที่กำลังขมวดคิ้ว “นั่นก็เพื่อสร้าง ‘ศิลาแห่งชีวิต’ ต่างหากล่ะ”
“อะไรนะ?”
“อักนุสครอบครองศิลาแห่งชีวิตอยู่ อ้างอิงจากข้อมูลที่ผมได้รับมา ตอนนี้อักนุสอยู่ที่อาณาจักรฮาเคน”
“...!!”
“แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปแย่งศิลาแห่งชีวิตมาจากอักนุส อย่างไรก็ตาม มีวิธีที่จะทำให้เขาทำมันด้วยตัวเอง” เซลก้ามองไปรอบๆ เพลเยอร์ทั้ง 5,000 คน “พวกเราสามารถใช้ความชอบธรรมที่ว่าโลกใบนี้ต้องการศิลาแห่งชีวิตมาอ้างได้ บาริธกำลังคุกคามเพลเยอร์กว่า 2 พันล้านคน เพลเยอร์ทุกคนในโลกจะเริ่มร้องขอศิลาแห่งชีวิตจากอักนุส และมันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทนต่อแรงกดดันนั้นได้”
การชี้นำทางความคิดของผู้คนนั้นเรียบง่าย ข้อโต้แย้งของเซลก้านั้นดูมีเหตุผล อักนุสแค่ต้องสละสิ่งหนึ่งเพื่อที่จะให้พวกเขาออกล่าบาริธได้ ทันทีที่ข่าวนี้ถูกประกาศออกไป ผู้คนก็จะเริ่มกดดันอักนุส ไม่มีเพลเยอร์คนไหนในหมู่ 5,000 คนนี้ที่ต้องแบกรับความเสี่ยงเลยสักอย่าง
มันเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการทำ ทว่านั่นอยู่บนสมมติฐานที่ว่าแหวนเวทมนตร์มันจะได้ผลจริงๆ
“งั้นสมมติว่าอักนุสยอมยกศิลาแห่งชีวิตให้ แล้วถ้าแหวนเวทมนตร์มันไม่ได้ผลลัพธ์ล่ะ?”
“ในกรณีนั้น ผมจะขอแบกรับคำด่าและความรุนแรงทั้งหมดไว้เอง พวกคุณไม่ต้องกังวลหรอก”
มันคือโอกาสที่จะได้กำจัดเสี้ยนหนามโดยไม่ต้องลงแรงเอง ต่อให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
“...หืม” หลังจากใช้ความคิด พวกเขาก็ตัดสินใจ “โอเค พวกเราจะบอกให้โลกรู้วิธีการล่าบาริธและจะเรียกร้องให้อักนุสส่งมอบศิลาแห่งชีวิตมาให้ ในทางกลับกัน แกต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตามมาทั้งหมดนะ”
“แน่นอนครับ มั่นใจได้เลย ผมเองก็ไม่มีพลังอำนาจพอจะไปต่อกรกับพวกคุณอยู่แล้วนี่”
หลังจากนั้น...
(เพลเยอร์อาณาจักรฮาเคนตกอยู่ในวิกฤต ค้นพบวิธีจัดการจอมปีศาจบาริธแล้ว!)
(กลยุทธ์การล่าจอมปีศาจบาริธคือ ‘แหวนเวทมนตร์’)
(วัสดุที่จำเป็นในสร้างแหวนเวทมนตร์คือศิลาแห่งชีวิต)
(ศิลาแห่งชีวิตถูกพบว่าอยู่ในครอบครองของอักนุส)
(แคมเปญของเพลเยอร์นับพันเริ่มขึ้นแล้ว... พวกเขาเรียกร้องให้อักนุสส่งมอบศิลาแห่งชีวิตมาให้)
(อักนุสยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ)
(คำกล่าวโทษอักนุสเริ่มรุนแรงขึ้นในทุกๆ วัน)
คนกว่า 5,000 คนติดต่อสื่อและใช้วิธีการสารพัดเพื่อชี้นำทางความคิดของผู้คน สื่อจากทุกประเทศทั่วโลกเริ่มกล่าวถึงกลยุทธ์การล่าบาริธ, ศิลาแห่งชีวิต และอักนุส มันไม่สำคัญหรอกว่ากลยุทธ์การล่าบาริธนั่นจะเป็นของจริงหรือไม่
เพลเยอร์เพียงแค่ตั้งตารอในความเป็นไปได้ และสื่อก็ยินดีที่จะรายงานข่าว หัวข้อข่าวคุณภาพเยี่ยมแแบบนี้ช่วยกระตุ้นความกระหายใคร่รู้ของสื่อ หากกลยุทธ์การโจมตีกลายเป็นเรื่องผิดพลาด มันไม่ใช่สาธารณชนหรือสื่อที่จะต้องทนทุกข์ พวกเขาต้อนอักนุสให้จนมุมโดยไม่ลังเลใจ เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่เขาควรจะสละศิลาแห่งชีวิตมาให้
ณ ชานเมืองอินส์บรุ๊ค (Innsbruck) ประเทศออสเตรีย...
“อูยยยย...” อักนุสนั่งอยู่เพียงลำพังในปราสาทโบราณที่อ้างว้าง ร่างกายที่สั่นเทาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าห่ม เขาคือคนบาปโดยที่ไม่รู้ตัวว่าทำไม ทั้งในอดีตและแม้กระทั่งตอนนี้ เขาต้องอดทนต่อการดูหมิ่นและการติเตียนที่ผู้คนส่งมาให้เขา
“คุอุวววก!”
ทุกคนเกลียดเขา ไม่มีใครที่เขาจะพึ่งพาได้เลย เขาอยู่ตัวคนเดียว เมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้ อักนุสก็สั่นสะท้านด้วยความกลัวและสยดสยอง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องผ่านเรื่องแบบนี้อีกครั้ง และหวาดกลัวต่อความว่างเปล่าในใจ ทันใดนั้น...
“ทำไม...” เขาตั้งคำถามขึ้นมา ทำไมเขาถึงต้องกลายเป็นเป้าหมายด้วยล่ะ? เขาจะไม่ยอมอ่อนแออีกแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องยอมจำนนต่อความรุนแรงโดยไร้สาเหตุ
ตึก... ตึก...
อักนุสยันกายลุกขึ้นและเดินไปที่แคปซูลที่เขาห่างหายไปได้ไม่กี่วัน ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้น ไม่ใช่ความหวาดกลัวอีกต่อไป มันคือความโกรธที่มีต่อโลกทั้งใบที่ข่มเหงเขาและพยายามจะพรากสิ่งที่สิเป็นของเขาไป
***
“ว้าว จริงๆ เลยนะ... ฉันต้องมานั่งอยู่กับกลุ่มคนน่าขนลุกเนี่ย”
คนพวกที่จะยอมสละคนส่วนน้อยภายใต้นามของคนส่วนใหญ่... เขาได้เห็นพฤติกรรมของฝูงชนที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชื่อของ ‘มวลชน’ และบังคับให้คนอื่นสละตัวเอง ในกรณีนี้ ทฤษฎีที่ว่า ‘ธรรมชาติของมนุษย์มีความชั่วร้ายเป็นพื้นฐาน’ ก็ผุดขึ้นในหัว มันช่างน่าขยะแขยงที่ได้เห็นเพลเยอร์พากันตะโกนเรียกชื่ออักนุสเพียงเพราะวิธีแก้ปัญหาที่ยังไม่แน่นอนจากศิลาแห่งชีวิต ความอึดอัดที่พุ่งพล่านอยู่ข้างในทำให้เขารู้สึกขยะแขยง
“ชิ”
ซิบาล—ผู้ที่หนีออกจากหน่วยบนเครื่องจักรกลเวทมนตร์ เรเดอร์ส (Raiders)—มาถึงบ้านเกิดของเขา อาณาจักรฮาเคน หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่วัน ทว่าเขากลับสูญเสียความรู้สึกถึงหน้าที่ที่แรงกล้าไป เพลเยอร์นับหมื่นคนมารวมตัวกันที่ใต้กำแพงเมืองของอาณาจักร พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องให้อักนุสสละศิลาแห่งชีวิตเพื่อมวลมนุษยชาติ? ทำไมพวกเขาไม่คิดจะออกล่าบาริธโดยตรงด้วยความกระตือรือร้นแบบนั้นบ้างล่ะ?
ซิบาลส่ายหัว
“ซิบาล! นายมาจริงๆ ด้วย!” เพื่อนเก่าคนหนึ่งเดินเข้ามาสวมกอดเขา เขาคือ ‘เอิร์ล เฟลนิติอุม’ (Earl Flenitium)—คนที่เคยร่วมต่อสู้มาพร้อมกับซิบาลตอนที่เขายังเป็นขุนนางในอาณาจักรฮาเคน ถึงแม้เขาจะเป็น NPC ก็ตาม ในตอนแรก เอิร์ล เฟลนิติอุม เป็นเพียงเป้าหมายที่ซิบาลจำใจยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเควส แต่ต่อมาเขาก็กลายเป็นเพื่อนที่มีค่า ความจริงที่ว่าชีวิตของเอิร์ลนั้นมีขีดจำกัดทำให้ซิบาลรู้สึกกังวลและเศร้าโศก
“เป็นเพราะจอมปีศาตคนนี้แหละที่ทำให้บ้านของฉันตกอยู่ในวิกฤต แน่นอนว่าฉันต้องมาสิ ทุกคนมารวมตัวกันหรือยัง?”
“ทุกคนอยู่ที่นี่หมดแล้ว ยกเว้นมาร์ควิสยูลันที่ทำหน้าที่ปกป้องพระราชา ที่นี่เสียงดังเหลือเกิน ไปที่คฤหาสน์ของฉันเถอะ”
“อืม...” ซิบาลเดินไปพร้อมกับเอิร์ล เฟลนิติอุม และสัมผัสได้ถึงความวุ่นวายในอาณาจักร ผู้คนแสดงสิ่งต่างๆ ต่อความจริงที่ว่าจอมปีศาจที่น่าหวาดกลัวกำลังใกล้เข้ามา พ่อแม่วัยหนุ่มสาวเรียนรู้วิธีการใช้หอกเพื่อปกป้องลูกๆ ของพวกเขา ขณะที่เด็กน้อยพากันสวมชุดทหารเพื่อปกป้องพ่อแม่ที่แก่ชรา ทว่าก็ยังมีคนอื่นๆ ที่เอาแต่นั่งร้องไห้คร่ำครวญ เขาจะปกป้องคนพวกนี้ได้จริงๆ งั้นเหรอ?
พูดตามตรง ซิบาลไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด จุดจบของอาณาจักรโรเทมอนที่ล่มสลายไปแล้วนั้นช่างน่าสยดสยอง จอมปีศาจบาริธเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม อย่างไรก็ตาม ซิบาลต้องการจะสู้ หากแม้แต่เขาเองยังหันหลังให้พวกเขา ชาวเมืองอาณาจักรฮาเคนก็คงต้องตายลงโดยไม่มีแม้แต่ความหวังเพียงเสี้ยวเดียว
‘...บ้าเอ๊ย’
มันเป็นเพราะสถานการณ์ที่สิ้นหวังงั้นเหรอ...? ซิบาลเอาแต่โหยหาการพึ่งพาใครสักคน เขาต้องการคนที่แข็งแกร่งกว่าเขามาร่วมต่อสู้ด้วย คนที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือเกริด—คนที่เคยสร้างความเจ็บช้ำให้นับครั้งไม่ถ้วน ทำไมคนที่ซิบาลเกลียดชังเป็นปกติถึงได้ผุดขึ้นมาในตอนนี้กันนะ? นั่นก็เพราะเขายอมรับในฝีมือของเกริดนั่นเอง
“ฉันน่ะมันผ่านช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดมาแล้วล่ะ”
ซิบาลยิ้มอย่างขื่นขม เขาไม่เคยอ่อนแอ ความจริงแล้วเขาแข็งแกร่งกว่าตอนที่เป็นหัวหน้าของเซเว่นกิลด์ (Seven Guilds) และเคยตะโกนว่าเขาจะเป็นที่หนึ่งเสียอีก ถึงอย่างนั้น เกริดก็คือตัวตนที่พิเศษ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

