Chapter 1054
1054 / 2060
15 min read
Chapter 1054
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
[(ข่าวด่วน) มหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 ‘เบริธ’ ถูกปราบลงแล้ว!]
[หลังจากใช้เวลากว่า 81 วันในการกรีฑาทัพที่แสนจะนองเลือด เบริธ—ผู้ซึ่งเคยสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน—ก็ได้ถูกสังหารลงแล้ว โดยมีเกริด, คราเกล และเหล่าเจ็ดดยุกเป็นศูนย์กลางของพรรคปราบบอสในครั้งนี้]
[(คอลัมน์) องค์กรที่เกี่ยวข้องกับ Satisfy ควรจะมอบรางวัลให้กับเกริดและคราเกล]
[พวกเราต้องไม่ลืมว่าการล่มสลายของอาณาจักรโรเทมอน (Rotemon Kingdom) ทำให้ผู้เล่นนับล้านต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน หากเกริดและคราเกลไม่ได้นำพาเหล่าดยุกแห่งจักรวรรดิมารวมตัวกันล่ะก็ อาณาจักรฮาเก้นก็คงจะพินาศไปแล้วในตอนนี้ และผู้คนอีกมากมายก็คงจะต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยของพวกเขาไป หากลองเปลี่ยนผลงานของพวกเขาให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจดูแล้วล่ะก็...]
[(วิเคราะห์) ความทนทานของมหาจอมปีศาจ]
[ในระหว่างการปราบบอส แขนซ้ายของเบริธถูกฟันไปทั้งหมด 13 ครั้ง แขนขวาและขาของมันถูกฟันขาดไปอีกขาละ 9 ครั้ง มันต้องเผชิญกับกระดูกหักถึง 51 ครั้ง และได้รับบาดแผลฉกรรจ์อีก 21 จุด ทว่าเบริธกลับสามารถฟื้นตัวจากบาดแผลทั้งหมดได้ในทันที (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) คาดการณ์ว่ามหาจอมปีศาจระดับสูงที่จะปรากฏตัวออกมาในอนาคต จะไม่ได้รับผลกระทบจากบาดแผลทางร่างกายซักเท่าไหร่นัก...]
[‘อันดับหนึ่งในใจผู้เล่น’ (Hidden First Place Merit) ที่เหล่าผู้เล่นต่างพากันโหวตให้ก็คือ นักบุญหญิง รูบี้]
[ใครจะไปลืมความอลังการของเอฟเฟกต์การฮีลแบบกว้างที่รูบี้ใช้ในวินาทีที่เธอปรากฏตัวออกมาได้ล่ะ? รูบี้มอบพละกำลังใหม่ให้กับทีมที่กำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว ขอบคุณการปรากฏตัวของเธอ การปราบบอสในครั้งนี้ถึงได้จบลงได้อย่างงดงาม นักบุญหญิงผู้ซึ่งโด่งดังเรื่องการทำความดีอยู่เสมอมา จึงถูกขนานนามว่าเป็นพรที่มอบให้แก่มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง...]
[รางวัลที่เหล่าผู้เข้าร่วมปราบบอสได้รับคืออะไรกันแน่?]
[ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด สมาคมโอเวอร์เกียร์ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่แน่นหนามากเมื่อเทียบกับขนาดของสมาคม และข้อมูลก็ไม่มีการรั่วไหลออกมาเลย ทว่าฉันกล้าคาดเดาเลยว่ามูลค่าของรางวัลท็อป 10 นั้นคงจะสูงเกินกว่ามูลค่าของไอเทมระดับตำนานแน่นอน เห็นได้ชัดว่าสมาชิกโอเวอร์เกียร์, เหล่าดยุกแห่งจักรวรรดิ, คราเกล, ซีบัล และบรรดาผู้ที่ได้รับรางวัลจากการปราบบอสในครั้งนี้จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครรู้สึกอิจฉาพวกเขาเลย ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้คนมากมายต่างพากันร่วมแสดงความยินดีและอวยพรให้พวกเขา...]
[มหากาพย์ของเกริดคือเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรกันแน่?]
[พวกเราได้สำรวจเข้าไปในชีวิตของเกริดผ่านทางมหากาพย์ เป็นที่รู้กันดีว่าเกริดต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามากมาย (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) นักข่าวคนนี้มีความรู้สึกสังหรณ์บางอย่าง ยิ่งเขาจารึกมหากาพย์ของตนเองลงไปมากเท่าไหร่ เกริดก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น]
[เกริดคือบุคคลที่เหล่าเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นต่างพากันเคารพเชิดชูมากที่สุด]
[จากผลสำรวจพบว่าเด็กหนุ่มสาวในช่วงอายุ 10 ปีต่างพากันโหวตให้เกริดเป็นบุคคลที่พวกเขาอยากจะเลียนแบบมากที่สุด เช่นเดียวกับผลสำรวจในกลุ่มคนช่วงอายุ 20 และ 30 ปี เกริดผู้ซึ่งแสดงให้เห็นการเติบโตขึ้นในทุกๆ ปี ได้รับความเคารพจากคนรุ่นใหม่ร่วมกับภาพลักษณ์ของ ‘บุคคลผู้ซึ่งก้าวข้ามผ่านอุปสรรคอันแสนยากลำบาก’ ในแวดวงอุตสาหกรรมการพิมพ์จึงได้มีการเรียกร้องให้มีการรวบรวมผลงานของเกริดออกมามากขึ้น...]
[ฉันเองก็อยากจะเป็นคนเกาหลีเหมือนกันนะ]
[ช่วงนี้จำนวนชาวต่างชาติที่พยายามจะอพยพมายังเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นมาก เชื่อกันว่าสมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่ย้ายมาอยู่ที่เกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างมหาศาล...]
ไม่ว่าจะเปิดหนังสือพิมพ์หรือช่องโทรทัศน์ช่องไหน ก็มีแต่เรื่องราวที่แสนจะโด่งดังของยองอูและเซฮีไปทั่วทั้งโลก
“ฮ่าๆ โฮ่ๆๆ”
พ่อและแม่ของยองอูไม่อาจหยุดยิ้มได้เลย มันเป็นความสุขมากแค่ไหนกันนะที่ได้รับฟังคนทั้งโลกพากันยกย่องลูกๆ ของพวกเขา?
“คุณคะ เห็นบทความนี้หรือยัง? พวกเราต้องจัดนิทรรศการความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กับยองอูแล้วนะ”
“ฉันใส่กรอบมันไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ ฉันซื้อนิตยสารมาตั้ง 20 เล่มแน่ะ ฮึฮึ ฮึฮึฮึ”
“คุณซื้อนิตยสารฉบับเดียวกันมาตั้ง 20 เล่มเลยเหรอคะ?”
“...จะ... ก็ฉันใช้เงินเก็บส่วนตัวซื้อมานี่นา มันไม่มากเกินไปหรอกนะ”
“ไม่เลยค่ะ ทำไมคุณถึงซื้อมาแค่ 20 เล่มกันล่ะคะ? คุณควรจะซื้อมาซัก 100 เล่ม แล้วเอาไปแจกให้เพื่อนๆ และญาติๆ ของพวกเราดูสิ แล้วก็เก็บไว้เป็นมรดกตกทอดด้วย! น่าผิดหวังจริงๆ เลยนะที่พ่อของเกริดขี้งกขนาดนี้!”
“...ที่จริงฉันก็สั่งไป 200 เล่มแล้วล่ะ แต่ได้ยินมาว่ามันหมดสต็อกไปแล้วน่ะสิ ฉันจองเอาไว้แล้วล่ะ เดี๋ยวเขาก็คงจะเอามาส่งตอนที่เพิ่มการผลิตนั่นแหละ ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ”
“โอ้ ฉันไม่รู้เรื่องนั้นเลยค่ะ... สมแล้วจริงๆ นะที่คุณใจป้ำขนาดนี้น่ะ คุณคือพ่อของยองอูและเซฮีนี่นะ”
“ฮึฮึ คุณเองก็เป็นแม่ที่ชาญฉลาดของลูกที่แสนวิเศษทั้งสองคนเหมือนกันนะ ฉันดีใจจริงๆ เลยล่ะที่ได้แต่งงานกับคุณ”
“คุณคะ...”
“ที่รัก...”
“...”
ดูเหมือนพวกเขากำลังจะร่วมกันสร้างน้องคนใหม่ให้ลูกๆ ซะแล้วล่ะมั้ง เซฮีแย้มยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่เฝ้ามองดูพ่อและแม่ของเธอ
พวกท่านเคยตำหนิตนเองที่ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวลูกชายในช่วงที่เขากำลังหลงทาง และได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักมากขึ้นโดยบอกว่าไม่อยากสร้างปัญหาให้กับลูกชาย สิ่งนี้ทำให้ผิวพรรณของพวกท่านหมองคล้ำลง พวกท่านต้องทำงานกลางทุ่งนาตากแดดทุกวันและดูเหมือนจะแก่ชราลงไปเยอะ
ทว่าเซฮีรู้ดีว่าพวกท่านน่ะแข็งแรงกว่าใครๆ พวกท่านภาคภูมิใจในตัวลูกชายและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วัน จิตใจที่คิดบวกนั่นพลันเปลี่ยนงานหลักของพวกเขาที่ควรจะเป็นการใช้แรงงาน ให้กลายเป็นเหมือนการออกกำลังกายไปแทน ทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขาต่างพากันแข็งแรงกว่าที่เคยเป็นมา พวกท่านบริจาคเงินในนามของลูกชายที่มัวแต่ยุ่ง และยังไปทำร่วมกิจกรรมอาสาสมัครด้วย ดูเหมือนพวกท่านจะมีความสุขและสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน
ใช่แล้ว เหตุผลที่พวกท่านหัวเราะได้แบบนี้ก็เพราะพี่ชายของเธอ เขาคือพี่ชายที่แสนจะน่าภาคภูมิใจและน่าเคารพยกย่อง ช่วงนี้เซฮีมักจะคิดอยู่เสมอว่าเธออยากจะเป็นให้ได้เหมือนพี่ชายของเธอจริงๆ
‘เขาเป็นชายที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ นะ’
เรื่องราวความสำเร็จแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในแวดวงศิลปะหรือกีฬา มักจะมีกรณีที่ใครบางคนประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในสาขาของตนและได้กลายเป็นตัวเอกของเรื่องราว ในเกาหลีใต้เองก็เคยมีดาวตลกที่ยิ่งใหญ่มาแล้ว ถึงอย่างนั้น เรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรอกนะ มันคือเหตุการณ์สำคัญที่อาจจะเกิดขึ้นซักครั้งในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่นักเล่นเกมถูกเรียกว่าเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ เพียงแค่ห้าปีหลังจากที่ Satisfy เปิดตัว ทัศนคติของผู้คนที่มีต่อเกมก็เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
‘เกม... เกียรติยศ... พ่อแม่... เกม...’
ความคิดของเซฮีพลันซับซ้อนขึ้น คนรุ่นเซฮีเติบโตขึ้นมาพร้อมกับคำพูดที่ว่า ‘การจะเป็นคนประสบความสำเร็จได้ การศึกษาน่ะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดนะ’ แล้วตอนนี้ล่ะ? ในเมื่อ Satisfy ครองโลกไปแล้ว การเรียนหนังสือยังเป็นคำตอบเดียวอยู่หรือเปล่า? มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอก พี่ชายของเธอนี่แหละคือข้อพิสูจน์ที่มีชีวิต
ชีวิตที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก—การมีหน้าที่การงานที่ดีและรวยพอที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่และพี่ชายได้—มันสามารถทำสำเร็จได้ผ่านทาง Satisfy นี่นา เซฮีพิจารณาอนาคตอย่างจริงจังและได้ข้อสรุปที่แสนจะรวดเร็วอย่างน่าประหลาด
ตึก ตึก ตึก เซฮีเปิดสมาร์ทวอทช์ของเธอแล้วเริ่มเคาะคีย์บอร์ดโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผู้รับก็คือเพื่อนสนิทของเธอ ‘เยริม’ (Yerim) เนื้อหามีดังนี้:
- เธอจะลาพักการเรียนเพื่อไปเก็บเลเวลด้วยกันไหม?
คำตอบนั่นถูกส่งกลับมาในทันที ดูเหมือนเธอจะรอคอยสิ่งนี้มานานแสนนานแล้วล่ะ
- ㅇㅅㅇ/ จัดไปเลยจ้า
“...”
เซฮีเป็นเพียงคนเดียวที่ดูจะล้าสมัยไปหน่อยแฮะ หรือว่าเธอจะเป็นพวกที่ไม่ค่อยยืดหยุ่นกันนะ? นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่ค่อยชอบจิชูอาที่ดูจะเปิดเผยเกินไปหรือเปล่านะ?
‘นี่ฉันแก่แล้วเหรอเนี่ย?’
ข้อความใหม่ถูกส่งมาถึงในขณะที่เซฮีกำลังรู้สึกช็อกอยู่
- พวกเราต้องเอาพวกคุณป้าออกไปให้ห่างจากพี่ชายนะ! >_<
‘พวกคุณป้า’ ที่ว่านี่ก็น่าจะหมายถึงยูร่าและจิชูอานั่นแหละ ยูร่าเพิ่งจะประกาศความในใจต่อยองอูอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน ในขณะที่จิชูอาที่ย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ ก็เริ่มเปิดเกมรุกในทุกๆ วัน สิ่งนี้ทำให้เยริมรู้สึกระแวดระวังและเซ็งสุดๆ เซฮีถอนหายใจออกมาขณะอ่านข้อความ เธอรู้สึกเสียใจแทนเยริมจริงๆ นะ ทว่าในบรรดาทั้งสามคน คนที่เธออยากให้มาเป็นพี่สะใภ้คนใหม่ก็คือยูร่านั่นแหละ เยริมคือเพื่อนที่ดีมากจริงๆ นะ ทว่าในฐานะภรรยาของพี่ชาย... อืม พี่ชายคงจะลำบากแย่เลยล่ะ
- อ้อ วันนี้ฉันจะกลับช้าหน่อยนะ พอดีมีนัดเดทกับแฟนใหม่น่ะจ๊ะ อิอิ ★
ดูสิ... เยริมมาเป็นไม่ได้หรอก เธอมีอิสระในความรักมากเกินไป เธอเปลี่ยนแฟนมาสามคนแล้วในเดือนเดียวน่ะ เยริมคือผู้ที่โหยหาอิสรภาพอย่างแท้จริง มันไม่ใช่สิ่งที่พี่ชายของเธอจะทนได้รับมือไหวหรอกนะ
‘เยริม... ตัดทิ้ง’ เซฮีจดบันทึกลงในใจของเธอเรียบร้อยแล้ว
***
ณ ไรน์ฮาร์ท (Reinhardt) เมืองหลวงของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์...
หลังจากผ่านช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์มา เกริดก็ได้กลับมาที่ปราสาทและใช้เวลาที่แสนมีความสุขร่วมกับไอรีน (Irene) และลอร์ด (Lord) ตอนนี้ไอรีนแก่กว่าเขาแล้ว ทว่าเธอก็ยังคงงดงามและจะยังคงงดงามไปตลอดชีวิตของเธอ พวกเขาพากันไปเดินเล่นในสวน, ทานอาหาร และจิบน้ำชา เกริดดื่มด่ำกับวิถีชีวิตประจำพื้นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
‘นี่แหละคือช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดเลยล่ะ’
เขาควรจะละทิ้งความรับผิดชอบทุกอย่างและอยู่กับไอรีนเพียงลำพัง เกริดแอบสงสัยว่าเขาควรจะลาออกและใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่เลยไหมนะ? หัวใจของเขาพลันเต้นรัวเมื่อได้เห็นความยินดีของไอรีน เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับเธอตลอดเวลา นิ้วเรียวสีขาวของไอรีนจิ้มเข้าที่แก้มของเกริดที่กำลังทำสีหน้าเศร้อยู่
“อย่าคิดแบบนั้นเลยค่ะ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนฉันก็สัมผัสถึงตัวท่านได้นะคะ ฉันไม่เหงาหรอกค่ะ”
“ไอรีน...”
เธออ่านใจเขาออกเพียงแค่มองหน้าเขาเท่านั้น นี่คือผู้หญิงที่เฝามองดูเกริดก่อนจะมองดูตัวเองเสียอีก การมีอยู่ของเธอนั้นถือเป็นพรที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเขา มันคือนาทีที่เกริดรู้สึกขอบคุณและโอบกอดไอรีนเอาไว้แน่น
“ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วล่ะค่ะ มันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยที่สามีจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน ตราบใดที่เขาสามารถหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวได้น่ะ...” ไอรีนหัวเราะออกมา
“หือ?” เกริดแอบสงสัยในโสตประสาทของตนเองและถามออกมาด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า “ใครบอกเรื่องนี้กับคุณกันเนี่ย?”
ไอรีนตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่แสนจะไร้เดียงสาว่า “เซ็กซี่สคูลเกิร์ลค่ะ”
“...”
“ฉันได้รับฟังคำพูดของเซ็กซี่สคูลเกิร์ลและเฝ้าสังเกตพวกภรรยาคนอื่นๆ รอบๆ ตัวฉันน่ะค่ะ ภรรยาที่ได้อยู่กับสามีทุกวันมักจะทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ เลยนะะคะ มันน่าเศร้าไม่ใช่เหรอคะ? ฉันว่ามันน่าจะดีกว่านะที่จะรักษาช่องว่างที่เหมาะสมระหว่างคู่รักเอาไว้แบบนี้น่ะค่ะ”
“...”
เยริมคือคนที่ทำให้ไอรีนผู้แสนไร้เดียงสากลายเป็นแบบนี้ไปงั้นเหรอ...
เกริดรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ทว่าเขาก็รีบเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมาแทน เขาตระหนักได้เช่นกันว่าไอรีนกำลังเป็นห่วงเขาอยู่
“หากความสัมพันธ์ของพวกเรากับจักรวรรดิเริ่มดีขึ้นในเร็วๆ นี้ และสถานการณ์เริ่มคงที่แล้วล่ะก็ พวกเราไปเที่ยวกันเถอะนะคะ พวกเราจะได้ใช้เวลาสองสามวันอยู่ที่ริมน้ำที่สวยงามที่ท่านชอบกันนะคะ”
“ฉันตั้งตารอคอยสิ่งนั้นเลยล่ะค่ะ” ไอรีนบรรจงจูบลงที่แก้มของเกริดอย่างแผ่วเบา เธอเคารพยกย่องในตัวสามีของเธอเป็นอย่างยิ่ง สามีของเธอเคยเป็นเพียงสามัญชนที่กลายเป็นขุนนางของอาณาจักร, สถาปนาอาณาจักรใหม่ขึ้นมา และตอนนี้เขาก็กำลังพยายามจะสร้างมิตรภาพกับจักรวรรดิอีก เธอช่างโชคดีแค่ไหนกันนะที่ได้พบกับชายคนนี้? ไอรีนนึกถึงวันที่เธอได้พบกับเกริดครั้งแรกและแสดงความขอบคุณต่อทวยเทพอย่างสุดซึ้ง
ในอีกด้านหนึ่ง...
“ฮิฮิ” ลอร์ดแอบเฝ้ามองดูพ่อและแม่ของเขากำลังกอดกันอยู่ไกลๆ เจ้าชายแห่งอาณาจักรโอเวอร์เกียร์เติบโตขึ้นมาจากการเฝ้าดูคู่รักที่แสนวิเศษ และได้รับรู้ว่าความรักคือความผูกพันที่งดงามที่สุดในโลกใบนี้ จ๊วบ จนถึงวันนี้ ลอร์ดก็ยังคงจูบบรรดาบุตรีแห่งรีเบคก้าที่อยู่ข้างกายเขาเสมอ
โค้ก (Coke) อัศวินของลอร์ด ถึงกับส่ายหัวออกมา
‘ริมฝีปากของท่านยังสบายดีอยู่ได้ยังไงกันนะ ทั้งๆ ที่ทำแบบนั้นอยู่ทุกวันเลยน่ะ’
พูดกันตรงๆ เลยนะ โค้กแอบอิจฉาในความฮาเร็ม (Harem) ของเจ้าชายน้อยคนนี้อยู่เหมือนกัน ทว่าในทางกลับกัน ความคาดหวังของเขาก็สูงลิ่วไม่แพ้กันเลยล่ะ ในเมื่อหลานๆ ของเกริดอาจจะถือกำเนิดมาจากผู้คนนับสิบหรือนับร้อยคน อนาคตของอาณาจักรก็คงจะแข็งแกร่งมากแน่นอน
‘ถ้ามีคนในตระกูลเกริดรุ่นที่สามซัก 100 หรือ 200 คนล่ะก็...’
อนาคตของอาณาจักรดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาในสารพัดด้านเลยจริงๆ
***
ในช่วงกลางคืนที่แสนจะเงียบสงบพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านอย่างสดชื่น เกริดเดิมออกมาที่ระเบียงหลังจากยืนยันว่าไอรีนนอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว เขาพูดขึ้นกับความว่างเปล่าว่า “เป็นยังไงบ้าง?”
น่าแปลกใจที่มีเสียงตอบรับกลับมา “พวกเราจะยอมอ่อนข้อให้ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะคะ ทันทีที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์และจักรวรรดิมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกันแล้ว ฉันจะไปรับความปรารถนาดีนั่นด้วยตนเองค่ะ”
“เขาเป็นคนที่ดื้อรั้นจริงๆ เลยนะ”
ในระหว่างทางกลับมาที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ จู่ๆ เกริดก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาหลงลืมคำสัญญาที่จะรักษาบาดแผลให้กับเกร็นฮัลไปเสียสนิท เกริดยอมตื่นเต้นกับการปราบบอสจนจบลงได้อย่างปลอดภัยจนเผลอมองข้ามเรื่องนี้ไป ดังนั้น เกริดจึงได้ขอร้องให้เฟเกอร์ไปพาตัวเกร็นฮัลมาหาเขาในภายหลัง
ทว่าผลที่ได้ก็คิอแบบนี้แหละ เกร็นฮัลบอกว่าเขาจะหาทางรักษาในอนาคตที่รุ่งโรจน์กว่านี้แทน เขาเป็นชายที่ไม่ค่อยยืดหยุ่นนัก ทว่าเขาก็เป็นคนที่น่าเชื่อถือมากจริงๆ
‘ช่างเป็นโชคดีของฉันจริงๆ เลยนะ’
เกร็นฮัล, มอร์ส และบาซาร่า—เกริดโชคดีมากที่ได้มีความสัมพันธ์ร่วมกับชายทั้งสามคนนี้ มันสำคัญมากที่เขาได้เชื่อฟังคำพูดของเลาเอลและยกให้ ‘ซากโบราณสถานแห่งเทพสงคราม’ เป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง อย่างที่คาดไว้เลย การฟังคำพูดของเลาเอลจะทำให้เขาได้ทานขนมปังอย่างมีความสุขแม้ในยามหลับ เกริดแย้มยิ้มและเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเขา
ในนาทีเดียวกันนั้นเอง ณ ไททัน (Titan) เมืองหลวงของจักรวรรดิ...
‘ฝ่าบาทจักรพรรดิเสด็จออกไปเป็นการส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ? นี่มันค่อนข้างจะเกิดขึ้นได้ยากเลยนะเนี่ย’
มันเป็นช่วงหลังจากที่การปราบบริธสิ้นสุดลง ดยุกเกร็นฮัลได้กลับมาที่จักรวรรดิและขอเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ ทว่าเขาได้รับแจ้งให้รอไปก่อนสิบวัน สาเหตุก็เป็นเพราะจักรพรรดิไม่อยู่เนื่องจากมีกำหนดการที่กะทันหันเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดมาก ดังนั้นดยุกเกร็นฮัลจึงแอบรู้สึกสงสัยอยู่ไม่ใช่น้อย เขาแอบรู้สึกดีใจที่จักรพรรดิออกมาจัดการเรื่องของรัฐด้วยตนเองและมุ่งหน้าตรงไปยังวิลล่าส่วนตัวของเขาในไททันทันที
ทว่าเขากลับต้องมาเผชิญหน้ากับใครบางคน หุ่นรบเวทมนตร์กำลังควบคุมวิลล่าของเขาอยู่
“เกร็นฮัล ข้าจะจับกุมเจ้าในข้อหากบฏ” เขาคือเจ้าชายลำดับที่ 4 อีดัน
“ฝ่าบาทช่วยอธิบายเหตุผลของการก่อกบฏโดยมีหลักฐานอ้างอิงให้ข้าฟังสักนิดได้ไหมคะ?”
“ข้าจะบอกเจ้าในคุกก็แล้วกัน”
“เจ้าชายแห่งจักรวรรดิไม่มีอำนาจในการสั่งกักขังข้ายหรอกนะคะ”
“ข้ายไม่มีอำนาจหรอกนะ แต่ข้ายมีพละกำลังน่ะสิ”
“...”
เจ้าชายตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วล่ะ เกร็นฮัลตัดสินใจว่ามันอันตรายเกินไปและก้าวถอยหลังออกมา พละกำลังของหุ่นรบเวทมนตร์ที่เขาได้เห็นในหุบเขานั่นมันอยู่เหนือจินตนาการของเขาไปมาก ดังนั้นเกร็นฮัลจึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ทว่าอีดันกลับไม่ยอมปล่อยให้เขามีเวลาได้พักหายใจเลย
“จัดการให้ไว” อีดันสั่งเหล่าผู้ควบคุม หุ่นรบเวทมนตร์ที่เหล่าผู้ควบคุมสวมใส่อยู่พลันส่องแสงหลากสีสันออกมา
เกร็นฮัลปลดปล่อยพละกำลังของเบอร์เซิร์กเกอร์ออกมาทันที
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.






