Chapter 1044
1044 / 2060
14 min read
Chapter 1044
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
『 อึก...! 』
นี่มันทักษะที่แสนวิจิตรบรรจงอะไรกันนะ? มันทำให้ใครหลายคนนึกถึงวิชาดาบของแพ็กม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เกริดใช้ดาบอิยารุกต์ (Iyarugt) ร่ายรำวิชาดาบพร้อมกับออปชัน ‘ความสุขุม’ (Coolness) ที่ติดมากับดาบ มันงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว ทว่าหากพูดถึงเรื่องขนาดและความอลังการแล้ว คงไม่มีทักษะใดที่จะงดงามไปกว่า ‘ดาบตัดพื้นที่’ (Space Sword) อีกแล้ว
มันคือหนึ่งในทักษะลับขั้นสูงสุดของคราเกล ทักษะระดับมหาเทพนี้ช่วยดึงขัดความสามารถพื้นฐาน ‘ไม่มีสิ่งใดที่ฟันไม่เข้า’ ของโสดาบันแห่งดาบออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อฟันโลกทั้งใบให้ขาดสะบั้น
[คริติคอล!!]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 15,300,599 หน่วย]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 17,900,143...]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย...]
....
...
[เป้าหมายได้รับความเสียหายที่ไม่อาจกู้คืนได้! ค่าสถานะทั้งหมดลดลง 20% และความเร็วทั้งหมดลดลง 50%!]
[เป้าหมายเผยจุดอ่อนออกมา! หากโจมตีเป้าหมายภายใน 30 วินาที จะเกิดการโจมตีคริติคอลโดยไม่มีเงื่อนไข! และความเสียหายคริติคอลจะแรงขึ้นเป็น 1.5 เท่า!]
[...!]
[!!!!!!!!!!!!!!]
[ดาบที่ทรงพลังของท่านได้แบ่งแยกโลกออกจากกันแล้ว!!!]
กำแพงขนาดมหึมาที่เป็นส่วนหนึ่งของหุบเขาถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน เส้นสายหนึ่งถูกวาดผ่านทุกสิ่งทุกอย่างในโลก รวมถึงเหล่าปีศาจที่คล้ายแมลงวันที่กำลังรุมล้อมอยู่บนท้องฟ้าและผืนดินที่คดเคี้ยวของหุบเขา ปีศาจจำนวนมากที่กำลังรุกคืบผ่านเส้นทางที่แคบ ตัวที่กำลังปีนป่ายกำแพง และตัวที่อยู่บนท้องฟ้าต่างก็ถูกฟาดฟันจนร่างขาดวิ่นและสลายกลายเป็นเถ้าสีเทา หากซีบัลขี่เพกาซัสสังหารปีศาจไปได้กว่า 100 ตัว คราเกลก็ได้สร้างปาฏิหาริย์ที่บดขยี้ปีศาจนับพันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ดาบตัดพื้นที่นั้นรุนแรงถึงตายสำหรับกองทัพที่กำลังรุกคืบ เพราะมันมีเอฟเฟกต์ ‘ฟาดฟันศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทาง’
[เทพีแห่งผืนดิน กาเรียน (Garion) ได้สำแดงพลังของนาง ทุกสิ่งที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนถูกกู้คืนกลับมาประหนึ่งว่าการฟันนั้นเป็นเรื่องโกหก]
กำแพงหุบเขาและผืนดินที่ถูกแยกออกกลับมารวมตัวกันเป็นสภาพเดิม เหล่าปีศาจที่ตกลงไปในช่องว่างที่เกิดขึ้นในกำแพงและพื้นดินต่างก็หายลับไป นอกจากนี้...
““...””
แขนซ้ายของเบริธถูก ‘ดาบตัดพื้นที่’ ฟาดฟันเข้าอย่างจังจนขาดสะบั้นลง เลือดสีขาวพุ่งกระฉูดออกมาประหนึ่งน้ำพุ สร้างความตกตะลึงให้แก่หัวใจของคนทั้งโลก ดวงตาของเหล่าปีศาจเบิกกว้างและพวกมันก็พากันแข็งค้างไป
『 มะ... ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ! การรุกคืบของกองทัพปีศาจหยุดชะงักลงในทันที! 』
『 โอ้ มาย ก๊อด! ทันทีที่เขาปรากฏตัว เขาก็ตัดแขนของมหาจอมปีศาจขาดลงได้เลยเหรอเนี่ย! ผู้คนนับหมื่นและแรงเกอร์มากมายต่างก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ให้ได้แท้ๆ...! 』
『 จริงๆ ค่ะ! นี่มันน่าทึ่งมาก! ยอดเยี่ยมมาก คราเกล!! 』
เหล่านักพากย์ทั่วโลกต่างพากันตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น และผู้ชมทั่วโลกต่างก็พากันโห่ร้องยินดี ทว่าใบหน้าของคราเกลกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นใดๆ เลย คราเกลประเมินว่า ‘ดาบตัดพื้นที่’ นั้นก็ประหนึ่ง ‘เกวียนที่ว่างเปล่า’ (Empty Cart) แม้จะดูอลังการงานสร้างจนชาวโลกต้องส่งเสียงหลง ทว่ามันกลับไม่สามารถสังหารเป้าหมายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ถึงแม้ว่ามันจะคุยโวว่ามีค่าสัมประสิทธิ์พลังโจมตีที่สูงที่สุดในบรรดาทักษะแบบกว้าง (Wide-area Skill) ทว่ามันก็ยังไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดของทักษะแบบกว้างไปได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือส่วนที่ค่อนข้างอ่อนแอเมื่อเทียบกับทักษะลับขั้นสูงสุดอื่นๆ เพียงแต่ว่าธรรมชาติพิเศษของสงครามที่เป็นอยู่ช่วยขับเน้นจุดเด่นของดาบตัดพื้นที่ออกมาได้ดีเยี่ยม ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของหุบเขาก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก เหล่าปีศาจนั้นอ่อนไหวต่อดาบตัดพื้นที่เพราะพวกมันกำลังเดินทัพผ่านเส้นทางที่คับแคบ
‘พลังป้องกันทางกายภาพของมันสูงกว่าเบเรียล (Belial) สองเท่า ส่วนพลังชีวิตก็น่าจะราวๆ สามเท่า’
คราเกลเปรียบเทียบสเปกปัจจุบันของเขากับสเปกในช่วงที่ปราบเบเรียล เขาตรวจสอบความเสียหายที่ทำได้กับเบเรียลและหลอดเลือดของเบริธ แล้วเขาก็ได้ข้อสรุปอีกครั้งว่า เบริธไม่มีทางถูกปราบได้ด้วยพละกำลังที่มีอยู่ในตอนนี้แน่นอน
‘มันเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีเกริด, เดเมียน (Damian) และรูบี้ (Ruby)’
‘สี่จตุรเทพ’ ของเกริดที่ปรากฏตัวออกมาในช่วงการปราบจอมปีศาจนั้นประกอบไปด้วยปิอาโร่, อัสโมเฟล, นอลล์ที่เพิ่งจะมีบทบาทสำคัญในเรย์ดัน และหญิงสาวที่ตัวตนที่แท้จริงยังไม่มีใครล่วงรู้ คราเกลอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนทั้งสี่ เกริดเกือบจะเสียปิอาโร่ไปในการปราบเบเรียล ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะให้เหล่าเอ็นพีซีเข้าร่วมในการปราบครั้งนี้ด้วย
‘ค่อยๆ ถ่วงเวลาไปก่อนล่ะกัน’
ตามปกติแล้ว คราเกลจะเชื่อมโยงดาบตัดพื้นที่เข้ากับทักษะอื่น นั่นเป็นเพราะช่วงเวลา 30 วินาทีที่ความเสียหายคริติคอลจะพุ่งสูงขึ้น นั่นหมายความว่าการโจมตีใส่เบริธในช่วงนี้จะสร้างความเสียหายได้มหาศาล ถึงกระนั้น คราเกลก็ไม่ได้ฝืนตัวเองจนเกินไป เขารู้ดีว่าเขาไม่จำเป็นต้องหักโหมขนาดนั้นเพราะสมาคมโอเวอร์เกียร์กำลังเดินทางมาที่นี่แล้ว
เขารู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือของฮ่าวและอเล็กซานเดอร์ แรงเกอร์อันดับ 1 ของจีนและรัสเซียคือแขนขาของคราเกล เครือข่ายข้อมูลของคราเกลนั้นกว้างไกลกว่าในช่วงที่เขาอยู่ตัวคนเดียวมากนัก แต่ในกรณีนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้เครือข่ายข้อมูลเลยซักนิด
- ฉันกำลังจะไปฆ่ามันแล้วนะ เหลือส่วนแบ่งไว้ให้ฉันด้วยล่ะ เกริดส่งข้อความกระซิบหาวันก่อนหน้า
คราเกลเบนความสนใจไปที่ซีบัล ซีบัลที่ได้รับความช่วยเหลือไว้ได้ทันวินาทีสุดท้ายก่อนตาย ดูเหมือนจะมีสีหน้าที่กระอักกระอ่วนมาก ในวินาทีที่สายตาของคราเกลจ้องมองไปที่เขา ซีบัลก็เริ่มบ่นพึมพัมว่า “บ้าชะมัด ผมยังแยกไม่ออกเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นพระเอก”
“มันก็นานมาแล้วล่ะนะที่ผมถูกผลักให้ไปเป็นตัวประกอบน่ะ”
“นายนี่หน้าหนาจริงๆ นะ”
ซีบัลร่อนตัวลงสู่พื้นพร้อมกับคราเกลและจับภาพสมรภูมิรอบข้าง ปีศาจนับร้อยร่วงโรยไปแล้ว และอีกหลายร้อยตัวต่างก็พากันครวญครางด้วยบาดแผล ปีศาจนับพันพากันแข็งค้างราวกับรูปปั้นเมื่อเห็นนายเหนือหัวของมันสูญเสียแขนไป มีเพียงตัวตนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนบรรยากาศของสมรภูมิไปได้อย่างสิ้นเชิง
มันช่างเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง และมันก็เป็นเรื่องแน่นอนว่าคราเกลในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าในช่วงที่เขาเคยเป็นคนเหนือคน (Sky above the sky) มากนัก นี่มันช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่อ่อนแอที่เขาเคยแสดงออกมาตลอดสองปีหลังจากกลายเป็นโสดาบันแห่งดาบมากนัก ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาก็สามารถใช้พลังของโสดาบันแห่งดาบได้อย่างเหมาะสมเสียที
“...การแข่งขันเพื่อชิงจุดสูงสุดของทำเนียบจัดอันดับคงจะกลับมาดุเดือดอีกครั้งในเร็วๆ นี้แน่”
“ไม่หรอกครับ ผมยังอยู่อีกไกลเลย”
ในขณะที่เขาเติบโตขึ้น เกริดก็น่าจะเติบโตไปไกลยิ่งกว่านั้น เกริดได้สร้างขุมพลังที่อ้างอิงจากฐานผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดบนทวีป และสภาพแวดล้อมในการเติบโตของเขาก็ไม่อาจเทียบได้กับตัวผู้เล่นคนเดียวเลย มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่เขาจะผูกขาดข้อมูลและทรัพย์สินทุกรูปแบบ ในขณะที่การใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์ของเขานั้นไม่มีใครเทียบเคียงได้เลย
ตัวอย่างหนึ่งก็คือมหาปราชญ์สติ๊กส์ ขอบคุณทักษะมหาเคลื่อนย้ายมวลสาร (Mass Teleport) ที่ทำให้เกริดสามารถไปที่ไหนก็ได้ทุกเมื่อ มันแตกต่างจากรัศมีการทำกิจกรรมของผู้เล่นเพียงคนเดียวอย่างสิ้นเชิง
‘ช่างน่าทึ่งจริงๆ’
ใครจะไปจินตนาการออกล่ะว่าเกริดจะสามารถพัฒนาอาณาจักรโอเวอร์เกียร์มาได้ไกลถึงขนาดนี้? คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าแค่เขาประคองมันไว้ได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ทว่าเกริดกลับเต็มไปด้วยไหวพริบ และอาณาจักรก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาก้าวข้ามหน้าอาณาจักรที่มีอายุนับร้อยปีไปแล้ว และยังสามารถแข่งขันกับจักรวรรดิได้อีก เกริดคือบุคคลที่แสนจะยอดเยี่ยมจริงๆ
“ว่าแต่ ผมยังทำความเสียหายให้มหาจอมปีศาจนั่นไม่ได้เลยซักนิดเดียวเลยแฮะ” ซีบัลพึมพัมพลางจ้องมองไปที่เบริธในระยะไกล แขนที่ถูกตัดขาดนั้นเปรียบเสมือนชิ้นเนื้อเน่าบนพื้นดิน และเลือดยังคงไหลนองออกมาจากบ่าที่ขาดรุ่งริ่งนั่น การเสียเลือดจากการถูกตัดอวัยวะนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่มหาจอมปีศาตก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลอดเลือดที่ลดลงเล็กน้อยของเบริธช่วยให้ซีบัลมองเห็นความหวังอันริบหรี่ที่จะชนะขึ้นมาบ้าง
“คราวนี้มาร่วมมือกันเถอะ ผมจะใช้ไรเดอร์สเอง แล้วพวกเรามาร่วมกันสร้างบาดแผลให้เบริธผ่านช่องว่างกันเถอะ”
“เป้าหมายสูงสุดของการเล่นแร่แปรธาตุ”
“...?”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างทองคำหรอกนะ แตมันคือเรื่องการสร้างชีวิต ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ‘ศิลาแห่งชีวิต’ (Stone of Life) นั่นไงล่ะ”
“อะไรนะ?”
ซีบัลอยากจะร่วมมือด้วย ทว่าจู่ๆ คราเกลกลับพูดจาไร้สาระขึ้นมางั้นเหรอ...? คราเกลชี้ไปที่บางสิ่งในขณะที่ตอบคำถามของซีบัลที่กำลังงุนงง “มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเบริธที่จะฟื้นคืนร่างกายของเขาน่ะ”
“...!?” ดวงตาของซีบัลเบิกกว้าง
เลือดที่ไหลออกมาจากบ่าของเบริธพลันแข็งตัวราวกับโลหะ ในไม่ช้ามันก็กลายเป็นกระดูก เนื้อเยื่อ และผิวหนัง ภาพของเบริธที่ฟื้นคืนแขนซ้ายกลับมาได้ในพริบตาเดียวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมรวมถึงซีบัลด้วย
“ไอ้ปีศาจเฮงซวยนี่” ซีบัลเดาะลิ้น หรือว่าการฟันร่างกายมันทิ้งจะมันจะไร้ความหมายล่ะเนี่ย? นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ตระหนักว่าการเล่นแร่แปรธาตุมันช่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แม้แต่การเล่นแร่แปรธาตุของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปอย่างจักรวรรดิซาฮารัน ก็ยังอยู่ในระดับที่เหนือกว่าการปรุงโพชั่นและการสร้างโลหะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อหน้าซีบัลที่กำลังแข็งค้าง—ไม่สิ ต่อหน้าคราเกลที่ยืนอยู่ข้างกายของซีบัล เบริธจึงเอ่ยปากออกมา
““โสดาบันแห่งดาบของยุคนี้นี่มันช่างอ่อนแอจริงๆ”” มันพูดเบาๆ จากระยะห่างหลายกิโลเมตร ทว่าเสียงของเขากลับดังเข้าสู่หูของพวกเขาทุกคนอย่างชัดเจน ““โสดาบันแห่งดาบมุลเลอร์ (Muller) เคยผนึกมหาจอมปีศาจไปตั้งมากมาย ข้าว่าสำหรับเจ้ามันคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก””
คราเกลไม่ได้ปฏิเสธ “นั่นก็ถูกครับ ถ้าด้วยพละกำลังของผมในตอนนี้มันคงเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียว”
มุลเลอร์คือมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ หากศักยภาพของเอ็นพีซีที่มีชื่อเสียงถูกจัดอันดับจาก 1 ถึง 10 ศักยภาพของมุลเลอร์ก็คงจะอยู่ที่ 100 มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ผู้เล่นอย่างคราเกลจะแข็งแกร่งเทียบเท่ามุลเลอร์ได้ ทว่าคราเกลไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
“ขอโทษที่มาสายครับ”
“ใช้เวลาในการรวบรวมเด็กๆ นานไปหน่อยน่ะคะ”
ฮ่าว, อเล็กซานเดอร์ และแรงเกอร์ชาวรัสเซียอีกนับสิบคนพากันพุ่งเข้ามาเซียงข้างคราเกล มันคือปาร์ตี้ที่ดูอลังการงานสร้างยิ่งกว่าปาร์ตี้ปราบบริธทีมไหนๆ รวมถึงปาร์ตี้ของซีบัลด้วย หัวใจของผู้ชมต่างพากันสั่นระรัว ทว่าในมุมมองของเบริธแล้ว พวกเขาก็เป็นเพียงกลุ่มมดปลวกเท่านั้น
เบริธยิ้มเยาะ และวงเวท 10 วงก็ปรากฏขึ้นบนอากาศรอบตัวเขา พวกมันเปลี่ยนองค์ประกอบทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้อย่างรวดเร็ว จากฝุ่นผง, ดิน, ก้อนหิน, โขดหิน, น้ำ และอากาศ ต่างพากันเปลี่ยนเป็นโลหะที่แข็งกว่าเหล็กกล้าและก่อตัวเป็นหอกขนาดมหึมาที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว 10 เล่มพุ่งเข้าใส่คราเกลทันที
““ตายซะ””
“อึก!” กลุ่มของคราเกลต่างพากันกลืนน้ำลาย พวกเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ทว่าทันทีที่ได้เผชิญหน้ากับเบริธตรงๆ พลังที่แผ่ออกมาจากตัวมันนั้นช่างเหนือกว่าจินตนาการไปไกลมาก พวกเขาจะทนไหวจนกว่าสมาคมโอเวอร์เกียร์จะมาถึงหรือเปล่านะ? พูดตามตรงคือพวกเขาไม่มีความมั่นใจเลยซักนิดเดียว
หอกทั้ง 10 เล่มพุ่งข้ามสมรภูมิ พวกมันพุ่งผ่านสิ่งกีดขวางทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าและเตรียมจะปะทะเข้ากับกลุ่มของคราเกล หอกทั้ง 10 เล่มนั้นรุนแรงจนอยู่ในระดับที่แตกต่างออกไปเลยจริงๆ ผู้ชมต่างพากันนึกถึงเรื่องนั้นเมื่อได้เห็นหุบเขาพังทลายลงทุกครั้งที่หอกเฉียดผ่านมันไป ทว่าจู่ๆ หอกทั้ง 10 เล่มที่กำลังพุ่งมากลับทำความเร็วได้ช้าลงเรื่อยๆ รูปร่างค่อยๆ บิดเบี้ยวและสลายไปในที่สุด
『 เอ๋? 』
เหล่านักพากย์และผู้ชมต่างไม่เข้าใจถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ฮ่าว, อเล็กซานเดอร์ และซีบัลเองก็ไม่ต่างกัน มีเพียงตัวตนเพียงสองตัวตนเท่านั้นที่รู้เหตุผล มีเพียงคราเกลและเบริธเท่านั้นที่สั้นเห็นว่าทำไมการเล่นแร่แปรธาตุถึงได้สูญเสียแรงขับเคลื่อนไปเช่นนั้น
“...เจตจำนงที่ไร้ลักษณ์งั้นเหรอ?” (Intangible Will)
พละกำลังที่ไร้ซึ่งรูปแบบ—มันคืออาณาเขตสำหรับยอดฝีมือที่แกร่งที่สุดเท่านั้นที่สามารถล้มสิ่งของได้ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเพียงอย่างเดียว เจตจำนงที่รุนแรงสองสายกำลังขจัดศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุของเบริธให้หายไป เบริธดูค่อนข้างจะประหลาดใจและเปลี่ยนโฟกัสจากกลุ่มของคราเกลไปยังกำแพงด้านหลังของป้องปราการ กล้องนับร้อยตัวต่างพากันหันตามสายตาของเขาไปทันที
“ช่างเป็นม้าที่น่าเกลียดจริงๆ”
“มหาจอมปีศาจตนนี้ช่างพูดจาโอหังเสียจริง”
ชายและหญิงคู่หนึ่งที่ถือหอกยืนนิ่งอยูตรงนั้น ชายวัยกลางคนที่รูปร่างค่อนข้างเตี้ยมีชื่อว่าคิรินัส (Kirinus) และหญิงสาวชาวบลอนด์ที่งดงามผู้ซึ่งไม่อาจประเมินอายุได้มีชื่อว่าราเชล (Rachel) ชื่อของทั้งสองส่องแสงเป็นสีทองสว่างไสว เหล่านักพากย์และผู้ชมต่างพากันสงสัยในสายตาของตนเอง
『 สุดยอดนักหอกแห่งทวีป คิรินัส! 』
『 โสดาบันแห่งหอก ราเชล!! 』
『 พะ... พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันคะ! 』
บรรดายอดฝีมือแห่งทวีปที่ผู้เล่นทั่วไปคงไม่มีหน้าจะได้เจอได้โดยง่าย—ทำไมพวกเขาถึงมาปรากฏตัวเคียงข้างกันในสถานที่แบบนี้กันล่ะ? โดยเฉพาะราเชลที่หนึ่งในเจ็ดดยุกแห่งจักรวรรดิ จักรวรรดิเลือกที่จะเมินเฉยต่อวิกฤตของอาณาจักรฮาเก้นแท้ๆ จึงไม่มีใครคาดเดาออกเลยว่าทำไมเธอถึงได้มาเยือนอาณาจักรฮาเก้นนี้ได้ คราเกลทักทายคนทั้งสอง “พวกท่านมาถึงแล้วสินะครับ”
“อืม” คิรินัสและราเชลตอบรับสั้นๆ ดูเหมือนคราเกลจะสนิทสนมกับทั้งคู่ไม่ใช่น้อย
『 ยะ... อย่าบอกนะคะว่า... 』
คราเกลเป็นคนพาบรรดายอดฝีมือเหล่านี้มาที่นี่งั้นเหรอ? นายพลที่แสนจะหัวแข็ง—นั่นคือสิ่งที่ชาวโลกเคยประเมินตัวคราเกลไว้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าคราเกลได้ตกต่ำลงไปครั้งหนึ่งแล้วและไม่มีทางที่จะตามเกริดขทันได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น คราเกลตัวคนเดียวจะไปทำอะไรได้ล่ะ?
เกริดมีแรงเกอร์นับร้อยและมีสี่จตุรเทพที่น่าสะพรึงกลัว สุดท้ายแล้ว เกริดจะยืนหยัดอยู่เหนือใครทั้งปวงตลอดกาล ผู้คนเคยมั่นอกมั่นใจแบบนั้น ทว่าความคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตานี้ ดยุกและสุดยอดนักหอกแห่งทวีป....
ผู้ที่เป็นพยานในการปรากฏตัวของคราเกลพร้อมกับเอ็นพีซีระดับมหาเทพทั้งสองคน ต่างพากันเห็นว่าคราเกลมีศักยภาพที่จะก้าวข้ามเกริดได้จริง พวกเขาอาจจะไม่รู้จักสุดยอดนักหอกแห่งทวีป ทว่าจักรวรรดิซาฮารันคือมหาอำนาจที่เป็นที่สุดของทวีป ต่อให้เป็นสี่จตุรเทพของเกริด ก็คงเป็นได้เพียงเด็กอมมือเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าเจ็ดดยุก...
ผู้คนต่างพากันคิดเช่นนั้น
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




