Chapter 1052
1052 / 2060
16 min read
Chapter 1052
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
การต่อสู้นั้นขึ้นอยู่กับความเร็ว มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการลากยาวการต่อสู้ออกไปให้นานเกินควร นี่คือความคิดพื้นฐานของเหล่าบรรดาสมาชิกในปาร์ตี้ปราบบอส
สภาพแวดล้อมนรกที่ห้ามการฟื้นฟูตามธรรมชาตินั้นถือเป็นภาระที่หนักอึ้งมากสำหรับทั้งผู้เล่นและเอ็นพีซี ดังนั้น ปาร์ตี้ปราบบอสที่มีเกร็นฮัลและราเชลเป็นผู้นำ ต่างพากันกัดฟันสู้และทุ่มเทอย่างหนัก ปาร์ตี้พุ่งผ่านหุบเขาเพื่อเร่งความตายของเบริธให้มาถึงเร็วขึ้น พวกเขาประสานทักษะให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมโยงทักษะเข้าด้วยกันและกระหน่ำโจมตีออกไปอย่างไม่หยุดพัก
เอฟเฟกต์ของการโจมตีแบบประสานนั้นยอดเยี่ยมมาก พลังป้องกันและพลังชีวิตของเบริธพุ่งสูงขึ้นเมื่อค่าสถานะทั้งหมดของมันเพิ่มขึ้น ทว่ามันก็ยังยากที่จะทนรับมือกับเหล่าอัจฉริยะที่เป็นตัวแทนของมวลมนุษยชาติได้ ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดก็คือ มันไม่สามารถจับจังหวะในการโต้กลับได้เลย
เบริธคือมหาจอมปีศาจ มันเกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งและเหยียบย่ำผู้อื่นด้วยพละกำลังที่มีมาแต่กำเนิด มันไม่ได้เรียนรู้หรือฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้อะไรเลย และมันก็ไม่มีพละกำลังที่จะพลิกสถานการณ์ที่แสนเสียเปรียบนี้ให้กลับมาเป็นบวกได้
““ไอ้พวกคนขี้ขลาด...!””
มันเป็นแบบนี้นี่เอง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่มันลืมตาดูโลก เบริธได้แผดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวเข้าจับจิต จากนั้นพลังเวทมนตร์ใหม่ก็ระเบิดออกมาจากหน้าผา พลังเวทมนตร์นั้นรุนแรงมากจนเข้าแทรคกิ้งโสตประสาทของเบริธ, ปิอาโร่, คิรินัส และเหล่าดยุก พลังเวทมนตร์พิเศษนั้นกลายเป็นแสงเจิดจรัสที่พุ่งลงสู่ผืนดิน
“อึก...!”
“พละกำลังนี่มัน...?!”
คราเกลและเฟเกอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเหล่าดยุกต่างพากันร้องระงม มีเพียงสามคนเท่านั้น... มีเพียงปิอาโร่, คิรินัส และราเชล ที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันพลังเวทมนตร์สีรุ้งนั้นได้
“พละกำลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งมากจริงๆ...” ปิอาโร่พูดยืนยันด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริกและหันไปมองที่หน้าผา เขามองเห็นชายที่มีเส้นผมสีเขียว ชายคนนั้นยืนอยู่ริมหน้าผา ราวกับว่าสายลมที่พัดผ่านจะพลักเขาให้ตกลงไปตายได้ทุกเมื่อ
“อัคนุส...” คราเกลพึมพัมออกมาเมื่อยืนยันตัวตนของชายคนนั้นได้ อัคนุสคือผู้ทำสัญญาของมหาจอมปีศาจลำดับที่ 1 บาอัล บทบาทดั้งเดิมของเขาก็คือศัตรูของมวลมนุษยชาติ เขามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะช่วยเหลือมหาจอมปีศาจที่จุติลงมาบนโลกใบนี้ มันคือหน้าที่ของเขาที่จะต้องทำให้มนุษยชาติตกอยู่ในอันตราย ทว่าเขากลับนิ่งเงียบมาโดยตลอด และคราเกลก็พอจะเดาเหตุผลออกเลาๆ แล้วล่ะ ความจริงที่ว่าเขาจะต้องตกเป็นศัตรูกับทุกคนเพียงลำพังมันคงจะเป็นภาระและความกดดันที่มหาศาลมาก...
ทว่าในวินาทีนี้ อัคนุสกลับปรากฏตัวออกมาและช่วยชีวิตเบริธเอาไว้
‘หมายความว่าเขาเลิกลังเลแล้วสินะ’
คราเกลคิดว่าเขารู้สาเหตุดี ในตอนที่เบริธเริ่มอาละวาด สาธารณชนพากันทำยังไงล่ะ? พวกเขาเรียกร้องการเสียสละจากอัคนุสเพียงฝ่ายเดียว ทันทีที่อัคนุสปฏิเสธที่จะทำตามคำขอเหล่านั้น พวกเขาก็ต่างพากันรุมด่าทอและข่มขู่เขา มันคือขอบเขตของความรุนแรงไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือพฤติกรรมที่น่าอับอายขายหน้ามากในมุมมองของบุคคลที่สาม คราเกลรับรู้ถึงความโกรธแค้นและความโดดเดี่ยวที่อัคนุสต้องเผชิญเป็นอย่างดี
“...ถ้าเป็นผม ผมก็คงจะทำแบบเดียวกับอัคนุสนั่นแหละ” จู่ๆ เสียงของเฟเกอร์ก็ดังขึ้น เขาเอามือกุมบาดแผลที่ไม่ยอมฟื้นฟูเนื่องจากเอฟเฟกต์ของนรกและจ้องมองไปที่อัคนุสด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเห็นใจแทนที่จะเป็นความแค้น “มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องทนรับมือกับพวกคนที่คอยตามราวีมาตลอดหลายวันแบบนั้นน่ะ”
“...” คราเกลเองก็เห็นด้วย หากเบริธถูกปราบได้ สาธารณชนก็คงจะหลุดพ้นจากความเจ็บปวดและความวิตกกังวลที่เคยเผชิญมาเป็นปลิดทิ้ง พวกเขาคงจะมัวแต่ดีใจและฉลองกันอย่างมีความสุขโดยไม่แม้แต่จะย้อนนึกถึงความเจ็บปวดที่เคยมอบให้กับอัคนุสเลยด้วยซ้ำ ในมุมมองของอัคนุสแล้ว ความโกรธแค้นคงจะพุ่งทะลุปรอทไปแล้วจริงๆ
ใช่แล้ว คราเกลและเฟเกอร์เข้าใจอัคนุสดี ทว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคิดจะเข้าข้างเขาหรอกนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุการณ์อะไรของอัคนุสก็ตาม ปลายดาบของเขาก็ไม่ควรจะหันมาทางพวกเขา เกริดเองก็ดูเหมือนจะคิดแบบเดียวกัน
“อัคนุส!”
สถานะที่พุ่งสูงขึ้นมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรู้สึกถึงตัวตนที่เพิ่มมากขึ้นงั้นเหรอ...? เสียงของเกริดนั้นชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมาก อารมณ์ในการตะโกนของเขาถูกส่งต่อไปถึงทุกคน
“ไอ้ X เอ๊ย!”
“...”
...ไม่ล่ะ ดูเหมือนมันจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถานะที่เพิ่มขึ้นหรอก ความโกรธนั่นมันรุนแรงมากจนไม่อาจจะปิดบังคนอื่นได้ต่างหาก
“...ทำแต่พองามแล้วก็ไสหัวไปซะ!”
หลายสิ่งหลายอย่างถูกละทิ้งไปในการตะโกนครั้งนั้น มันคือสถานการณ์ที่คำว่า ‘พอประมาณ’ พลันวูบเข้ามาในหัว ใช่แล้ว เกริดเองก็รู้ว่าอัคนุสต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเขารู้ตำแหน่งแห่งที่ของอัคนุสดีกว่าใครๆ เพราะเขาเองก็เคยผ่านเรื่องราวที่คล้ายกับอัคนุสมาก่อน เขาเข้าใจและเห็นใจอย่างยิ่งว่าทำไมอัคนุสถึงอยากให้การปราบบริธครั้งนี้ล้มเหลว
“ฉันจะจัดการนายเอง ถ้านายยังไม่ยอมหยุดตอนนี้” นั่นคือเหตุผลที่เกริดยังไม่ชักดาบออกมา เขาได้ยืนยันความเสียหายที่อัคนุสทำให้คราเกลและเฟเกอร์แล้ว ทว่าเขากลับทำเป็นเมินเฉยต่อมันไป
“...” ใบหน้าของอัคนุสพลันแข็งทื่อ รอยร้าวเริ่มเกิดขึ้นภายในทรวงอกที่เย็นเฉียบของเขา จากนั้นความร้อนแรงก็สาดซัดออกมาจากรอยร้าวนั้น
“...ไม่ต้องมาเห็นใจฉันหรอก” ใบหน้าของอัคนุสพลันบิดเบี้ยวอย่างไร้ความปรานี
““คุฮ่าๆๆๆๆ! ทำได้ดีมาก! ผู้ทำสัญญาของบาอัล! แกไม่ได้ไร้ประโยชน์เหมือนกับไอ้คนก่อนเลยแฮะ!”” เบริธรู้สึกตื่นเต้นมาก ขอบคุณช่วงเวลาสั้นๆ ที่อัคนุสซื้อคืนมาให้มัน เบริธจึงประสบความสำเร็จในการปูทางเข้าสู่สถานะบิดเบือนความจริงได้อีกครั้ง
““พวกมนุษย์น่ะมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่ป่าเถื่อน พวกแกน่ะใช้เครื่องมือกันไม่เป็นหรอก””
[คำโกหกนับล้านประการได้บิดเบือนความจริงไปแล้ว]
เบริธไม่ได้ปรามาสปิอาโร่, คิรินัส และเหล่าดยุกอีกต่อไป มันไม่ได้ปฏิเสธพละกำลังที่พวกเขาสร้างขึ้นมา ทว่ามันใช้การบิดเบือนความจริงเพื่อปฏิเสธเผ่าพันธุ์มนุษย์แทน เอฟเฟกต์นั่นมันยอดเยี่ยมมาก
“...!”
บรรดาสมาชิกปาร์ตี้ปราบบอสทุกคนพากันทำอาวุธในมือหล่นพื้น หอก, ดาบ และเครื่องมือทำนาสารพัดอย่างพากันร่วงหล่นลงสู่พื้น อาวุธไม่สามารถนำมาใช้ได้แล้ว นี่คือเอฟเฟกต์จากการบิดเบือนของเบริธ ผู้คนที่มือเปล่าต่างพากันถูกเหล่าทาสรับใช้แห่งนรกเข้าโจมตีทันที
“อัคนุส!!” เกริดที่กำลังกระวนกระวายใจเริ่มตะโกนออกมาในขณะที่หุบเขาพลันตกอยู่ในความโกลาหล เขาอยากให้อัคนุสถอยทัพไปซะ พวกเขาต้องอดทนรอต่อไปอีก 20 นาทีกว่ากองทัพโอเวอร์เกียร์จะมาถึง อัคนุสเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และการเข้าแทรกแซงของเขามันอันตรายเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น...
‘ฉันจะยอมให้บราฮัมตื่นขึ้นมาไม่ได้เด็ดขาด’
เควสลับ ‘บราฮัมและมูมุด’ ส่งผลกระทบที่แสนจะรุนแรงต่อตัวบราฮัม ทุกครั้งที่เควสนี้ถูกเปิดใช้งาน เศษเสี้ยวดวงวิญญาณของบราฮัมจะถูกกัดกิน และบราฮัมจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก บราฮัมได้สูญเสียพละกำลังไปมากมายแล้วและเขาก็กำลังจำศีลอยู่ มันอาจจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่อาจกู้คืนได้หากเขาตื่นขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อดวงวิญญาณของมูมุด
“...” อัคนุสบนหน้าผาจ้องมองมาที่เกริดบนผืนดิน มันมีความรู้สึกที่แสนจะคุ้นเคยส่งผ่านมาจากดวงตาของเกริด อัคนุสเคยแสดงสีหน้าแบบนั้นมาก่อนตอนที่เขาเอื้อมมือไปหา ‘เธอ’ ผ่านทางหน้าต่าง
“...คิกคิก” อัคนุสที่เงียบกริบพลันยักไหล่และหัวเราะออกมา สถานการณ์พลันพลิกผัน และเบริธก็ตอบโตกลับด้วยเสียงหัวเราะที่แสนจะร่าเริง ““ฮ่าๆๆๆ!!””
ปาร์ตี้ปราบบอสกำลังตกอยู่ในวิกฤต และเกริดก็เริ่มรู้สึกสิ้นหวัง
“คิฮ่าๆๆๆๆ!!”
““คุฮ่าๆๆๆ!””
ความคลุ้มคลั่งของมนุษย์และมหาจอมปีศาจผสมปนเปกันและดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา ผู้ชมต่างพากันรู้สึกขนลุกซู่ไปตามๆ กัน และความวิตกกังวลของเกริดก็พุ่งสูงขึ้น ทว่าในวินาทีนั้นเอง
“...เหอะ” อัคนุสหยุดหัวเราะ เขาชำเลืองมองกล้องของสถานีโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทำตัวเขาอยู่อย่างช้าๆ “ทันทีที่มหาจอมปีศาจตนต่อไปจุติลงมาบนโลกใบนี้ ฉันจะยืนอยู่ข้างๆ มันแล้วมาบดขยี้พวกแกทุกคนทิ้งซะ”
‘ทว่า ไม่ใช่ตอนนี้...’ อัคนุสกลืนคำพูดสุดท้ายลงไปและหันหลังเดินไปจากหุบเขา
“อัคนุส...” เกริดเฝ้ามองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไปของอัคนุสด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ชายทั้งสองต่างก็เต็มไปด้วยอารมณ์ในขณะที่พวกเขาได้ปลดพันธนาการแห่งหนี้บุญคุณที่มีต่อกันลง ครั้งหน้าที่พวกเขาได้พบกัน พวกเขาคงจะต้องหันคมดาบเข้าหากันแน่นอน
***
“โปรยเมล็ดพันธุ์! เก็บเกี่ยว!”
ท่ามกลางผู้คนที่สูญเสียอาวุธและกำลังตกอยู่ในวิกฤต มีเพียงปิอาโร่และคราเกลเท่านั้นที่ยังคงดิ้นรนต่อสู้ต่อไป แม้แต่การบิดเบือนความจริงของเบริธก็ไม่อาจพรากดาบไปจากโสดาบันแห่งดาบได้ และปิอาโร่ก็สามารถขับไล่พวกสัตว์ร้ายออกไปได้ด้วยการทำนาโดยปราศจากเครื่องมือใดๆ ทว่าสถานการณ์ในสมรภูมิกลับไม่ได้ดีนัก คิรินัส, เฟเกอร์ และเหล่าดยุกต่างพากันสูญเสียอาวุธและไม่สามารถโจมตีได้ พวกเขาถูกโดดเดี่ยวอย่างรวดเร็วเพราะไม่สามารถสังหารพวกทาสรับใช้ที่รุมล้อมเข้ามาได้เร็วพอ
““ตายซะ! ฮ่าๆๆๆๆ!”” เบริธยังคงตื่นเต้นอยู่ มันได้เวลาคืนมาบ้างแล้วและเริ่มแสดงความน่าเกรงขามออกมาอีกครั้ง
‘ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ’
พวกเขาไม่อาจทนรับมือในสถานะนี้ได้ต่อไปแน่ พวกเขาคงจะถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้นก่อนที่กองทัพจะมาถึง การแทรกแซงของอัคนุสเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ทว่าผลกระทบที่ตามมานั่นมันยิ่งใหญ่เกินไป สมรภูมิพลันถูกพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาต้องการสายลมใหม่เพื่อมาช่วยพลิกสถานการณ์ ทว่าใครกันล่ะที่จะมาช่วยพวกเขาได้?
เกริดได้แต่กัดริมฝีปากแน่นในตอนที่ยักษ์สีขาวปรากฏขึ้นในรัศมีสายตาของเขา นั่นคือ ‘ไรเดอร์ส’ (Raiders) หุ่นรบเวทมนตร์ของซีบัล (Zibal) พุ่งออกมาจากป้อมปราการและตรงเข้าหาเบริธทันที
“ไอ้สวะซอมบี้! คราวนี้แกต้องตายแน่!” เสียงตะโกนของซีบัลดังกึกก้องไปทั่วสมรภูมิ หอกขนาดมหึมาพุ่งเข้าทิ่มแทงร่างกายของเบริธพอดิบพอดี
““อึก...!””
ในที่สุดเบริธก็หยุดหัวเราะ เลือดสีขาวพุ่งกระฉูด และพลังชีวิตของมันก็ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
““มนุษย์น่ะไม่มีทางควบคุมอาร์ติแฟกต์ชิ้นนี้ให้ดีได้หรอก...””
ทว่าเบริธกลับกู้คืนความเยือกเย็นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว มันรู้อยู่แล้วว่า...
หุ่นรบเวทมนตร์ก็คือมรดกตกทอดจากพวายักษ์ มันไม่ใช่สิ่งที่เผ่าพันธุ์มนุษย์กระจอกๆ จะควบคุมได้ มันเป็นไปอย่างที่มันคาดการณ์ไว้ ไรเดอร์สเหวี่ยงหอกเข้าใส่หลายครั้งด้วยพละกำลังที่มหาศาลจนเบริธไม่อาจตอบโต้ได้เลย เบริธสั่นสะท้านและพาร่างคุกเข่าลงข้างหนึ่งในที่สุด สิ่งนี้ดำเนินต่อไปเพียง 21 วินาทีตามที่ซีบัลสามารถควบคุมไรเดอร์สได้
““มันเป็นลูกไม้ที่น่ารักดีนะ””
เบริธยืนยันภาพของไรเดอร์สที่กำลังล้มคว่ำ และดวงตาของมันก็โค้งงอเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มันรู้สึกยินดีมากแม้ร่างกายของมันจะถูกไรเดอร์สถล่มจนเละเทะไปแล้วก็ตาม ตอนนี้ความเสี่ยงทุกอย่างพลันหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
““นี่คือจุดจบของละครที่แสนจะน่าเบื่อนี่แล้วล่ะ””
ใบมีดนับหมื่นเล่มเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเบริธ มันกำลังจะปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดนี้ลงแล้ว เบริธวางแผนที่จะสังหารมนุษย์ทุกคนที่บังอาจมาต่อสู้กับมันที่นี่ให้หมด และจากนั้นก็จะไปพักผ่อนหลังจากยึดครองป้อมปราการได้สำเร็จ ซีบัลเดิมออกมาจากไรเดอร์สและเยาะเย้ยไอ้คนที่กำลังมั่นใจในชัยชนะของมันว่า “คุณพูดถูกแล้วล่ะ เตรียมตัวร้องไห้ได้หรือยัง?”
““พูดเพ้อเจ้ออะไรของแกน่ะ?””
“ไม่ใช่แบบนั้นเหรอ? เกริด”
““....?””
สายตาของซีบัลมองไปที่เบื้องหลังของเบริธ เบริธมองตามสายตาเขาสองไปและพลันตกใจจนสุดขีด ““อย่าบอกนะ? ดวงตานั่นน่ะ?!””
‘อา... นี่มันคือดวงตาของบาอัลยังไงล่ะ’ ...หากเป็นเลาเอลล่ะก็ เขาคงจะตอบกลับไปแบบนี้ เกริดที่กำลังยิ้มพลันเปิดใช้งานทักษะที่ต้องสังเวยไอเทมที่เขาไม่ได้ใช้งานแล้วออกมา
“ดวงตาของแพ็กม่า” (Pagma’s Eyes)
[ตรวจสอบค่าสถานะ, ออปชัน และวิธีการผลิตของไอเทมเป้าหมาย]
[ทักษะ ‘จำลองไอเทม’ (Item Replication) ทำงาน!]
[ไอเทมระดับตำนาน ‘ค้อนของช่างตีเหล็กในตำนาน’ (Legendary Blacksmith’s Hammer) ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับไอเทมระดับอาร์ติแฟกต์ ‘หุ่นรบเวทมนตร์: ไรเดอร์ส’]
[ระยะเวลาของการจำลองคือ 1 วัน! ทันทีที่เวลาสิ้นสุดลง ไอเทมจำลองจะถูกทำลายทิ้งอย่างถาวร!]
เงาพาดทับใบหน้าของเบริธ เบื้องหน้าของมัน ยักษ์ตนใหม่ที่ติดตั้งถุงมือเหล็กกล้าพลันผงาดขึ้นมาประหนึ่งขุนเขา และบางสิ่งที่แสนจะมหึมาก็บดขยี้หัวของเบริธจนบิดเบี้ยว หุบเขาสั่นสะเทือนเพราะไม่อาจทนรับน้ำหนักที่มหาศาลนี้ไหว ร่างกายของพวกทาสรับใช้ที่กำลังโจมตีเหล่าดยุกต่างพากันกระเด็นหายไปทุกทิศทาง และใบมีดนับหมื่นบนท้องฟ้าพลันสลายแตกออกประหนึ่งเศษแก้ว
““กะ... อึก...”” เบริธร้องออกมา พลังชีวิตของมันในตอนนี้เหลือเพียง 20% เท่านั้น
“พวกเราต่างหากที่เป็นคนตัดสินว่าการต่อสู้ครั้งนี้ควรจะจบลงตอนไหน” เกริดประกาศกร้าว ประสาทสัมผัสระดับข้ามขีดจำกัดของเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แสนจะคุ้นเคย จากนั้นพื้นที่ก็เกิดการบิดเบี้ยวราวกับถูกหลุมดำกลืนกิน หญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นบนสมรภูมิสามารถมาถึงนรกขุมที่ 22 ได้หลังจากผ่านการก้าวกระโดดนรกมานับครั้งไม่ถ้วน เธอคือ ‘มือปราบปีศาจ ยูร่า’
“ควบคุมนรก” (Hell Regulation)
[มือปราบปีศาจได้แผ่อิทธิพลเข้าสู่ทางนรกขุมที่ 22 เรียบร้อยแล้ว]
[ดีบัฟทั้งหมดของนรกขุมที่ 22 ถูกปิดใช้งานชั่วคราว!]
[พละกำลังของมหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 เบริธ ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว!]
นิสัยการโยนความรับผิดชอบในความล้มเหลวให้คนอื่นและด่าทอนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่นิสัยของพวกมนุษย์เท่านั้นหรอกนะ
““บะ... บาอัล ไอ้ลูกหมาเอ๊ย...”” เบริธก่นด่าและอาฆาตแค้นเจ้าบาอัลที่เสียสติผู้ซึ่งมอบพละกำลังให้กับมนุษย์ถึงสองคน
“แสงเดียวแห่งการทำลายล้าง” (Light of Destruction)
สุดยอดอาวุธของมือปราบปีศาจ—ผู้ซึ่งมีความภาคภูมิใจในพละกำลังโจมตีทางกายภาพมากกว่า 2000%, ความเสียหายเวทมนตร์ 4000% และเอฟเฟกต์ ‘ขจัดพลังเวทมนตร์ของเป้าหมายทิ้ง’—พุ่งเข้าถล่มหัวของเบริธแม่นยำ เบริธในตอนนี้อ่อนแอลงอย่างมหาศาล และเอฟเฟกต์การบิดเบือนความจริงก็เลือนหายไป คิรินัส, เฟเกอร์ และเหล่าดยุกต่างพากันได้อาวุธคืนมาและรุกไล่เบริธอย่างดุเดือดเคียงข้างไปกับยักษ์สีดำ
““อึก... อ้า...””
‘อีกครั้ง... ขอโอกาสให้ข้าอีกสักครั้งเถอะ...’ เบริธสวดอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง มันอยากให้ใครซักคนมาช่วยชีวิตมันไว้ เหมือนกับที่ผู้ทำสัญญาของบาอัลมาช่วยมันในวินาทีที่วิกฤต
“พวกเราคงไม่มาสายเกินไปใช่ไหมคะ?”
ประหนึ่งตอบรับคำขอของมัน ผู้คนใหม่ๆ พากันปรากฏตัวออกมาจากทุกหนทุกแห่ง เบริธยืนยันใบหน้าของพวกเขาแล้วก็ถึงกับสิ้นหวัง โดยเฉพาะเมื่อมันจ้องมองไปที่ ‘นักบุญหญิง รูบี้’ (Saintess Ruby) และตระหนักได้ทันทีว่า ความพ่ายแพ้ครั้งแรกนี้ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียร่างกายเพียงอย่างเดียว ทว่าในวันนี้ มันจะดับสูญไปอย่างถาวร
“ใคร...! พวกแกเป็นใครกันแน่วะ?! ทายาทแพ็กม่า! ราชาผู้กล้า! มหาจอมเวท! ผู้ทำสัญญาของบาอัล! ทำไมพวกแกถึงได้ครอบครองพละกำลังมากมายขนาดนี้กันฮะ?!””
คำถามนี้อยู่เหนือห้วงอารมณ์แห่งจิตสังหารและความอาฆาตแค้นไปเรียบร้อยแล้ว
“ฉันน่ะเหรอ?” เกริดที่ยืนอยู่บนไหล่ของไรเดอร์สตอบกลับอย่างเรียบเฉยว่า “กริต ฉัน... คือเกริดยังไงล่ะ”
หลังจากนั้น เบริธก็ดิ้นรนต่อสู้ด้วยพละกำลังที่เหลือเพียงน้อยนิด ทว่ามันกลับไร้หนทางสู้เบื้องหน้าการกดขี่ของมือปราบปีศาจยูร่าและนักบุญหญิงรูบี้ ปาร์ตี้ปราบบอสที่ได้รับบัฟจากพระสันตะปาปาดาเมียนพากันกดดันเบริธด้วยพละกำลังการทำลายล้างที่ไม่เคยมีมาก่อน และบรรดาสมาชิกโอเวอร์เกียร์ก็คอยช่วยเหลือพวกเขาอย่างเต็มความสามารถ ทุกครั้งที่ปืนใหญ่โอเวอร์เกียร์แผดคำรามออกมา ความเคลื่อนไหวของพวกมอนสเตอร์ก็พลันหยุดนิ่งลง และสมาคมสเนค (Snake Guild) ก็ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือซีบัล
“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!” เหล่าทหารแห่งป้อมปราการทาเลเรนยืนยันการล้มลงของเบริธและโห่ร้องแสดงความยินดี เหล่าทาสรับเชิญแห่งนรกต่างพากันหนีตายจ้าละหวั่นในขณะที่นรกค่อยๆ เลือนหายไป หลังจากผ่านการต่อสู้อันแสนยาวนานมา...
[ท่านประสบความสำเร็จในการปราบมหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 เบริธ ผู้ซึ่งสร้างความหวาดกลัวไปทั่วทั้งทวีปแล้ว!]
[ดวงวิญญาณของมหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 เบริธถูกทำลายทิ้งและไม่อาจไปเกิดใหม่ได้อีก!]
[ตำแหน่งมหากษัตริย์ลำดับที่ 22 ว่างลงชั่วคราว]
[ในบรรดาผู้เล่นที่เข้าร่วมพรรคปราบบริธ มีเพียงผู้ที่สร้างผลงานได้ถึงระดับที่กำหนดจะได้รับฉายา ‘ผู้กอบกู้โลก’ (Savior of the World)]
[ผู้เล่นที่ครอบครองฉายานี้อยู่แล้ว เอฟเฟกต์ของฉายาจะได้รับการเสริมแกร่งขึ้น]
[ผู้เล่นทุกคนที่เข้าร่วมในปาร์ตี้ปราบบริธจะได้รับรางวัลการตอบแทนที่แตกต่างกันไปตามผลงานที่ทำได้!]
[อันดับหนึ่งของพรรคปราบบอสก็คือ...]
สายตาของคราเกล, ซีบัล และบรรดาสมาชิกโอเวอร์เกียร์ต่างพากันหันไปมองยังจุดๆ เดียว กล้องจากทั่วโลกต่างพากันโฟกัสไปที่จุดๆ เดียวเช่นกัน ทุกคนต่างก็รับรู้ถึงตัวตนของคนในอันดับที่หนึ่งกันดีอยู่แล้ว
[...ผู้เล่นเกริด!]
“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!” ผู้ชมทั่วทั้งโลกพากันโห่ร้องยินดีอย่างสุดขีด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญชาติหรือเพศมันไม่มีความเขี่ยวข้องอะไรเลย ทุกคนพากันยกย่องเกริดกันหมด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.







