Chapter 1048
1048 / 2060
13 min read
Chapter 1048
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
[ระดมยิงดาบ 40 เล่มด้วยพละกำลังโจมตีทางกายภาพ 200% ทิ้ง ‘ตราประทับ’ ไว้บนตัวศัตรูทั้งหมดในสายตา ปราณดาบอีกสองสายจะถูกสร้างขึ้นต่อหนึ่งตราประทับ และปราณดาบที่เพิ่มเข้ามาจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายโดยอัตโนมัติ]
ตามที่ได้ระบุไว้ในคำอธิบาย ‘ร่ายรำผสานเบ่งบาน - หุ้มคลุมสังหาร’ (Transcended Link Flower) คือทักษะที่ไม่เกี่ยงว่าศัตรูจะตัวใหญ่แค่ไหน และมันยังเป็นทักษะที่ช่วยรีดพละกำลังของไอเทมประเภทดูดเลือดที่กริตครอบครองอยู่ออกมาจนถึงขีดสุด เกริดไม่ได้รู้สึกถึงความไร้เหตุผลหรือความไร้ทางสู้เลยซักนิดในยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากเพียงลำพัง
ตราประทับปรากฏขึ้นบนหัวของเบริธและกองทัพปีศาจภายในรัศมีสายตาของเกริด กลีบดอกไม้สีน้ำเงินนับพันโปรยปรายลงมาเต็มหุบเขา หุบเขาที่เคยพังพินาศพราะพิษสงครามพลันแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่งดงามในพริบตา
[เขาโปรยปรายกลีบดอกไม้สีน้ำเงินลงบนหุบเขาที่ย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน]
“ว้าว...”
พร้อมกับประโยคที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ ความอัศจรรย์ใจก็เกิดขึ้นไปทั่วทุกแห่งหน ทุกคนต่างพากันเงยหน้ามองเกริด และหัวใจของเขาก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อได้รับรู้ถึงสายตาเหล่านั้น เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนพวกนั้นหรอกนะ ทว่ามันคือความรู้สึกพึงพอใจอย่างบริสุทธิ์ใจที่ได้เห็นว่าได้รับการยอมรับจากคนอื่น
เกริดต้องทนทุกข์กับอะไรมามากมายในชีวิต และความกระตือรือร้นรวมถึงแรงสนับสนุนที่เขาได้รับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มันยังให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันทำใจให้ชินได้เลยจริงๆ
[เขาเคยเป็นเพียงผู้ที่พ่ายแพ้ ผู้ซึ่งคุ้นชินกับคำด่าทอและการดูถูกเหยียดหยาม]
[ผู้แพ้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและไม่เคยหยัดยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง...]
‘...ไม่ล่ะ ทำไมต้องเอาเรื่องเก่าๆ พวกนี้มาประจานให้คนอื่นรู้ด้วยเนี่ย?’
มันคงจะดีกว่านี้มากหากไม่มีข้อความแจ้งเตือนของโลกพวกนี้ เกริดถึงกับหน้าแดงด้วยความอับอายขายหน้าที่ถูกประจานต่อหน้าคนทั้งโลก จากนั้นกลีบดอกไม้บนฟากฟ้าก็พุ่งเข้าถล่มพวกปีศาจบนผืนดิน ยิ่งกลีบดอกไม้สวยงามมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เหล่าปีศาจต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงเมื่อถูกกลีบดอกไม้เหล่านั้นสาดซัดเข้าใส่
“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!”
นี่คือพละกำลังที่แสนจะมหาศาลในการต่อกรกับกองทัพ เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารอาณาจักรฮาเก้นดังกึกก้องไปถึงสรวงสวรรค์ และความภาคภูมิใจในใจของเกริดก็พุ่งสูงขึ้นไปอีก ถึงกระนั้น มหากาพย์บทนี้กลับปฏิเสธตัวเกริด
[เขายังคงอ่อนแอ]
[นั่นเป็นเพราะการสังหารหมู่พวกปีศาจในหุบเขานี้ไม่ใช่ความสำเร็จของเขาเพียงคนเดียว]
[เขาลืมตาตื่นขึ้นมาได้โดยใช้พละกำลังของผู้อื่น และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เขาจะล้มลงไปในวินาทีใดก็ได้]
ปราณดาบสีดำ 40 สายพุ่งพวยออกมาและถล่มเข้าใส่เบริธ
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 33,250 หน่วย]
[เป้าหมายได้รับความเสียหาย 32,999 หน่วย]
ร่ายรำผสานเบ่งบาน - หุ้มคลุมสังหาร สร้างความเสียหาย 200% ต่อหนึ่งสายปราณดาบ มอนสเตอร์ทั่วไปไม่มีทางทนพละกำลังการโจมตี 40 ครั้งนี้ไหวแน่ ทว่าเบริธกลับถูกโจมตีเข้าอย่างจังถึงสองหมื่นครั้งซ้อน วินาทีแรกที่คราเกลปรากฏตัวออกมาทำให้เบริธต้องเพิ่มพลังป้องกันของตนเอง และตอนนี้มันก็สามารถขจัดพลังของเกริดทิ้งไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า...
““ทำไมกัน?!””
ใบหน้าของเบริธเต็มไปด้วยความตกตะลึง มันสับสนมากเพราะมันคาดไม่ถึงเลยว่าเกริดจะยังสบายดีอยู่ได้ทั้งๆ ที่ความจริงของมันถูกบิดเบือนไปแล้ว มนุษย์ที่ปฏิเสธพละกำลังของมันงั้นเหรอ...? ความวิตกกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเบริธ มันมองเห็นเงาของแพ็กม่าและมุลเลอร์ในตัวของเกริด นี่คือการปรากฏตัวของมนุษย์ที่อยู่นอกเหนือมาตรฐาน ผู้ซึ่งสามารถทำลายล้างมหาจอมปีศาจได้ด้วยพละกำลังที่อยู่เหนือสามัญสำนึก
[มหาจอมปีศาจแห่งหุบเขาละทิ้งความเขลาที่มีต่อเขาไปสิ้น]
““อย่างที่คิดไว้เลย ข้าต้องกำจัดแกทิ้งให้พ้นทางจริงๆ นั่นแหละ””
เบริธตัดสินใจที่จะระแวดระวังตัวมากขึ้น ร่างของมันสลายกลายเป็นควันและหายไปจากตำแหน่งเดิม ม้าที่แสนจะดูขี้โรคที่แบกรับตัวมันอยู่นั้นวิ่งได้เร็วกว่ายูนิคอร์นหรือเพกาซัสมากนัก และดูเหมือนจะหลบหนีจากทักษะร่ายรำผสานเบ่งบาน - หุ้มคลุมสังหารได้อย่างง่ายดาย
[ทักษะ ‘ตรวจจับแรงกดดัน’ (Detect Force) ของบราฮัมแสดงผล]
[ปราณดาบแห่งการข้ามขีดจำกัด (Transcend) ได้อ่านและติดตามเป้าหมายเอาไว้แล้ว]
อย่างน้อยๆ ก็จนกว่าเวทมนตร์ของบราฮัมจะแสดงผลล่ะนะ
““อะไรกัน?!””
[ในที่สุดเขาก็สมบูรณ์แบบเสียที]
[ร่างกายของเขาที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาจากการตอกค้อนได้จดจำกระบวนท่าร่ายรำดาบที่เขาปฏิบัติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้เป็นอย่างดี]
[เวทมนตร์ที่สถิตอยู่บนปลายดาบคือข้อพิสูจน์ว่าเขาได้บุกเบิกเส้นทางของตนเองขึ้นมาแล้ว]
[เขาอาจจะเคยถูกบดบังอยู่ภายใต้ร่มเงาของชื่อใครบางคน ทว่าตอนนี้เขาก็ได้สะสมมามากพอแล้วล่ะ]
ภาพที่แสนประหลาดและดูเกินจริงกำลังถูกกำกับออกมา ปราณดาบนับสิบสายพุ่งดิ่งลงสู่พื้นและเลี้ยวกลับไปติดตามตัวเบริธอย่างเหนียวแน่น
““ช่างเสียเกียรติจริงๆ!””
ความเคลื่อนไหวของมันถูกมนุษย์อ่านออกอย่างนั้นเหรอ? ศักดิ์ศรีของเบริธพังทลายลงพร้อมกับใบหน้าที่พังยับเยินของมัน และมันก็ได้อัญเชิญศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุออกมา กำแพงเหล็กกล้าที่ช่วยต้านทานการโจมตีทางกายภาพพลันล้อมรอบร่างของมันเอาไว้ มันมั่งมั่นมากว่าการโจมตีของลูกกระจ๊อกชาวมนุษย์จะไม่มีทางแสดงผลอะไรกับขุนนางแห่งนรกได้ ทว่าคำบ่นอุบอิบของผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติมันก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกนะ
““...!?!””
ความเสียหายจากธาตุลมที่เกิดขึ้นในทุกๆ สี่การโจมตีนั้นแสนจะรุนแรง เวทมนตร์ ‘ใบมีดสายลม’ (Wind Cutter) ของบราฮัมที่แฝงอยู่ในการโจมตีแบบต่อเนื่องได้ผ่ากำแพงเหล็กออกเป็นสองส่วนและฉีกกระชากผิวหนังของเบริธทิ้ง กลีบดอกไม้ที่กำลังเชือดเฉือนร่างกายของเหล่าปีศาจพลันระเบิดออกและสร้างกระแสไฟฟ้าพวยพุ่งออกมา นี่คือการปรากฏตัวของเวทมนตร์สายฟ้า (Lightning) ของบราฮัม
เหล่าปีศาจต่างพากันสั่นกระตุก ปีศาจประเภทแมลงบางตัวที่มีพลังชีวิตค่อนข้างต่ำต่างพากันถูกระดมยิงเข้าใส่อย่างหนัก ในขณะที่ปีศาจประเภทสัตว์ป่าต่างพากันร้องระงม ปีศาจที่บอดใบ้นับร้อยพากันจ้องมองไปที่เกริดเป็นตาเดียวเพราะแรงปะทะนั่นมันรุนแรงเกินไป มันคือภาพที่น่าสะพรึงกลัว ทว่าเกริดกลับไม่หวาดหวั่นเลยซักนิด เขาเฝ้ามองเบริธโดยไม่สนใจพวกสมุนมดปลวกที่ถูกช็อตจนตัวชาและแข็งค้างอยู่กับที่เลย
[เขาคือมนุษย์คนแรกที่ได้ลิ้มรสความล่วงละเมิดมิได้ของมหาจอมปีศาจในหุบเขาแห่งนี้]
[เขาคือผู้ที่สร้างตำนานขึ้นมาด้วยพละกำลังของตนเองอย่างแท้จริง]
....
...
[ใครบางคนที่ไร้ชื่อเรียงเสียงได้จารึกหน้าแรกของมหากาพย์จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว!]
ข้อความของโลกได้สิ้นสุดลง เหล่าผู้ชมต่างพากันตกอยู่ในความสงบเงียบในขณะที่ได้สำรวจมองดูส่วนหนึ่งของชีวิตของเกริดผู้โด่งดังผ่านข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคนั้น
คนเหนือคนที่ไร้พรสวรรค์... บุคคลที่สมควรได้รับความเคารพยกย่องยิ่งกว่าใครๆ... ‘จุดเริ่มต้น’ ของเขานั้นเป็นดั่งดวงดาวนับล้านบนฟากฟ้า และเขาก็ได้รับแรงเชียร์จากผู้คนมากมายพะเรอเกวียน
[ใครบางคนกำลังก้มกราบทำความเคารพต่อรูปปั้นหินราชาผู้กล้า]
[ใครบางคนกำลังก้มกราบทำความเคารพต่อรูปปั้นหินราชาผู้กล้า...]
[ใครบางคนกำลัง...]
....
...
[มีข่าวลือว่าขบวนของผู้คนที่จะไปเคารพรูปปั้นหินของท่านนั้นยาวเหยียดจนหาจุดสิ้นสุดไม่ได้เลย!]
....
...
[รูปปั้นหินราชาผู้กล้าได้บรรลุเลเวลสูงสุดที่เลเวล 15 แล้ว!]
[สัดส่วนของจำนวนการกราบไหว้เคารพรูปปั้นหินได้บรรลุถึงขีดสุดแล้ว! ตลอดช่วงหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ค่าสถานะความคล่องแคล่วของท่านจะเพิ่มขึ้น 30% และโอกาสในการสร้างไอเทมระดับสูงจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย! นอกจากนี้ ความเร็วของการใช้ทักษะโจมตีประเภทดาบจะเพิ่มขึ้นอีก 20%!]
ตามมาด้วยข่าวดี เนื้อหาในหน้าต่างแจ้งเตือนของเกริดพลันถูกอัปเดต
[มหากาพย์หน้าแรกจบลงแล้ว]
[เอฟเฟกต์ของมหากาพย์ได้เปลี่ยน (ความโปรดปรานของบราฮัม) ‘วิชาดาบของสุดยอดนักดาบแพ็กม่า’ ให้กลายเป็น ‘วิชาดาบของเกริด’]
[ท่านได้ประจักษ์เวทมนตร์ของบราฮัมมานับครั้งไม่ถ้วน ร่ายรำดาบของท่านถูกออกมาเพื่อปรับกระบวนท่าเวทมนตร์ของบราฮัมให้เหมาะสมที่สุดแล้ว พลังเวทมนตร์ของการร่ายรำดาบถูกเสริมความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล]
[ท่านคือผู้เล่นคนแรกที่ได้รับทักษะที่มีต้นกำเนิดมาจากตัวท่านเอง]
[ท่านได้รับสิทธิ์ในการ ‘สร้างทักษะ’ 1 ครั้ง เพื่อเป็นรางวัลสำหรับความสำเร็จที่น่าทึ่งในครั้งนี้]
[สิทธิ์ในการสร้างทักษะ]
[ท่านสามารถสร้างทักษะประเภทกดใช้ (Active Skill) ได้ 1 ทักษะ]
[สถานะของท่านพุ่งสูงขึ้นหนึ่งระดับด้วยการจบมหากาพย์ในครั้งนี้]
[ขีดจำกัดความเร็วสูงสุด, ขีดจำกัดทางสายตา และขีดจำกัดทางประสาทสัมผัสจะถูกปลดล็อกบางส่วนลง]
[ค่าสถานะเทพ (Deity) ของท่านเพิ่มขึ้น 1 แต้ม]
[ตามเนื้อหาในมหากาพย์ ท่านได้รับฉายาใหม่ ‘ตำนานแห่งหุบเขา’ (Legend of the Canyon)]
[ตำนานแห่งหุบเขา]
[ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 10% และพละกำลังของทักษะแบบกว้างจะเพิ่มขึ้น 20% เมื่ออยู่ในภูมิประเทศที่เป็นหุบเขา]
[ท่านได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่มหาจอมปีศาจอันดับที่ 22 เบริธ พลังป้องกันและความต้านทานเวทมนตร์ของเบริธจะลดลง 10% เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน]
[เอฟเฟกต์แบบเดียวกันนี้จะแสดงผลกับพวกปีศาจที่มีลำดับต่ำกว่าเบริธด้วย]
[ประสาทสัมผัสทางสายตาและร่างกายของท่านดีเยี่ยมยิ่งกว่าเอฟเฟกต์ของไอเทมปัจจุบันอย่าง ‘ผ้าปิดตาเพชฌฆาต’ (Slaughterer’s Eye Patch) เสียอีก ผ้าปิดตาเพชฌฆาตนั้นเป็นเพียงอุปสรรคต่อทัศนวิสัยของท่านเท่านั้น]
“...”
ฝุ่นผงปลิวว่อนอยู่บนฟากฟ้า ถึงแม้จะลอยตัวอยู่สูงเหนือสมรภูมิ ทว่ากลิ่นอายของเลือดก็ยังคงลอยเข้าสู่จมูกของเขา เกริดสบสายตากับเบริธ
“เห้อ”
เขาถอนหายใจยาวๆ และหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตามันขึ้นมาใหม่ โลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่คือการเตรียมตัวขั้นต่ำสุดที่จำเป็นเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
“ถ้าเป็นตอนนี้ก็คงพอที่จะลองเสี่ยงดูได้ล่ะนะ...” เกริดพึมพัมและถอดผ้าปิดตาที่เขาสวมใส่อยู่ออก กล้องนับร้อยตัวต่างพากันโฟกัสไปที่ดวงตาข้างซ้ายของเขา เงาของมันดูเหมือนจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนรอบๆ จุดเล็กๆ ของลูกตาสีแดงฉาน มันคือเนตรปีศาจนั่นเอง
[ประสาทสัมผัสที่แสนจะละเอียดอ่อนของท่านกำลังควบคุมพละกำลังเวทมนตร์ที่คลุ้มคลั่งของ ‘เนตรชำเราวิญญาณ’ (Castration Eye) ได้แล้ว]
“หึ”
เขามองเห็นสายลมที่พัดผ่านผิวหนังของเขา ทัศนวิสัยที่กว้างไกลให้ความรู้สึกประหนึ่งกำลังเฝ้ามองตัวตนของ ‘ฉัน’ จากเบื้องบนฟากฟ้า การเคลื่อนที่ของเวลาถูกแบ่งซอยออกเป็นหน่วยย่อยๆ ของวินาที เขารู้สึกราวกับว่าได้กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอภาพยนตร์ สายพันธุ์ของเขาดูเหมือนจะได้รับการวิวัฒนาการไปแล้วจริงๆ
เกริดไม่ได้รู้สึกไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกนี้เลย มันคือสัมผัสแห่งการข้ามขีดจำกัดที่เขาเคยได้สัมผัสตอนที่รับรู้อดีตของเพรสเลอร์ (Chreshler) แน่นอนว่ามันยังห่างชั้นกับประสาทสัมผัสของเพรสเลอร์อยู่มาก ทว่าเกริดก็มั่นใจในสิ่งนี้ เกริดในตอนนี้ได้ถือกำเนิดใหม่ใรระดับที่ทัดเทียมกับเหล่าเจ็ดดยุกเรียบร้อยแล้ว
““นี่มันอะไรกัน? ท่าทีที่ผ่อนคลายนั่นน่ะ””
มันเป็นวินาทีก่อนที่เกริดจะพุ่งเข้าถึงตัวเบริธ มหาจอมปีศาจได้ผ่านการต่อสู้ที่แสนยาวนานมาแล้ว มันเพิ่งจะรับมือกับมนุษย์เพียงสองคน ทว่าทั้งคู่ต่างก็เรียกได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แสนจะดุเดือดที่สุดเท่าที่มันเคยเจอมา เบริธได้สูญเสียพลังชีวิตไปมากมาย ในสถานะนี้ มันได้ถูกถล่มด้วยเวทมนตร์ของบราฮัมและร่ายรำผสานเบ่งบาน - หุ้มคลุมสังหารเข้าไปอีก นั่นหมายความว่ามันพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่เฟสใหม่
““น่ารังเกียจ... มันช่างน่ารังเกียจจริงๆ เดี๋ยวข้าจะสั่งสอนบทเรียนดีๆ ให้แกเอง””
พละกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้ซึ่งเคยทำลายกองทัพขนาดใหญ่ที่สุด รวมถึงกองทัพของแอเรส (Ares) มาแล้วได้ปรากฏตัวขึ้น หุบเขาทั้งใบสั่นสะเทือนด้วยคลื่นพลังงาน และขวัญกำลังใจของเหล่าปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บต่างพากันพุ่งทะยานสูงขึ้น
““ไม่มีตัวตนใดในโลกใบนี้ที่จะทำร้ายข้าได้ทั้งนั้นแหละ””
มันคือการบิดเบือนความจริง
““ลมหายใจของข้าจะทำลายล้างผืนป่า และขุนเขาจะพังทลายลงด้วยย่างก้าวของข้า””
เบริธทำการสวมทับตนเองด้วยคำโกหกเรื่อง ‘ความเป็นอมตะ’ ตลอดหนึ่งนาทีหลังจากนี้ มันจะได้รับสถานะคุ้มกันความเสียหายทุกรูปแบบและมีการขยายพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว มันคือทักษะบัฟที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยสร้างความสิ้นหวังให้กับกองทัพของแอเรสมาแล้ว นี่คือวินาทีที่เหล่าผู้ชมได้ถูกย้ำเตือนถึงพละกำลังระดับสูงสุดของเบริธ
“ฉันไม่มีทางปล่อยให้แกทำตามใจชอบหรอกนะ” เกริดประกาศกร้าวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
『 ...? 』
- ...?
ทำไมจู่ๆ ถึงพูดแบบนั้นกันนะ? ในวินาทีที่เหล่านักข่าวและผู้ชมทั่วโลกต่างพากันขมวดคิ้วสงสัย บัฟจอมปลอมที่ล้อมรอบร่างกายของเบริธก็พลันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเศษแก้วและเลือนหายไป
『 ....!! 』
- ....!!
““....!!””
ผู้คนพากันพูดไม่ออก สองมือต่างพากันอุดปากด้วยความตกใจ แน่นอนว่าคนที่ช็อกที่สุดก็คือเบริธ บางสิ่งปรากฏตรงหน้ามันในขณะที่มันยังไม่หายสงสัย นั่นก็คือเกริด เกริดใช้ ‘แปลงกายปีศาจ’ (Blackening) ในสภาพที่วิวัฒนาการแล้ว และความเร็วของเขานั้นเรียกได้ว่ารวดเร็วจนหลุดพ้นขีดจำกัดไปแล้วจริงๆ
“วิชาดาบของเกริด”
““....!?””
“สังหาร” (Kill)
สุดยอดเทคนิคนั้นทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจของเบริธแม่นยำ
““กะ... แก...””
ปากที่แสนจะโสมมที่เคยด่าทอมนุษยชาติได้ถูกบดขยี้ ในขณะที่เขาเชื่อมโยงร่ายรำดาบของตนเองอย่างต่อเนื่อง เกริดก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางซ้าย, ทางขวา, ด้านบน หรือแม้แต่ด้านหลังของเบริธทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าฟาดฟันออกมา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


