Chapter 1045
1045 / 2060
11 min read
Chapter 1045
Published Apr 5, 2026, 03:09 AM
สถานการณ์ของสงครามเปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากที่คราเกลปรากฏตัวออกมา อย่างแรกเลยก็คือ ประตูของป้อมปราการถูกเปิดออกอย่างกว้างขวาง เหล่าทหารของอาณาจักรฮาเก้นเเลิกที่จะรอคอยพวกปีศาจอยู่ภายบนกำแพงและเคลื่อนพลออกมาจากป้อม พวกเขายืนนิ่งอยู่บนเส้นทางที่คดเคี้ยวของหุบเขาและคอยช่วยเหลือกลุ่มของคราเกลในการต่อสู้กับพวกปีศาจ ไม่ต้องคอยก้มหัวหลบหลังกระดองเต่าอีกต่อไป เหล่าทหารพากันกรูเข้าไปหาพวกปีศาจอย่างกล้าหาญประหนึ่งสัตว์ร้าย
“ตายซะ! ไอ้พวกปีศาจเฮงซวย!”
“ไปลงนรกซะ!”
“ไสหัวไปจากแผ่นดินของพวกเราซะ!!”
มันคือการโต้กลับที่แสนจะดุเดือด การรุกคืบของกองทัพปีศาจเริ่มที่จะถูกผลักดันกลับไปทีละนิด ตอนนี้พวกปีศาจไม่ได้อยู่ใกล้กับกำแพงเลย ความทนทานของกำแพงที่เคยลดลงทุกครั้งที่ปีศาจพ่นกรดและไฟปีนป่ายขึ้นมา ก็ค่อยๆ เริ่มที่จะฟื้นฟูสภาพกลับมาอย่างช้าๆ มันเหมือนกับพลังกายของซีบัลไม่มีผิด
“หน่วยปืนใหญ่ ยิงคุ้มกัน!”
เหนือผืนกำแพง ซีบัลถอยออกมาจากสมรภูมิชั่วคราวในระหว่างที่พลังกายของเขากำลังฟื้นฟูและทำหน้าที่บัญชาการเหล่าทหาร เขาเคยเป็นขุนนางของอาณาจักรฮาเก้น เคยเป็นอดีตหัวหน้าของเจ็ดสมาคม และตอนนี้เขาก็นคือทหารของจักรวรรดิ ดังนั้น ความสามารถในการบัญชาการของเขาจึงยอดเยี่ยมมาก ทุกครั้งที่ทหารองครักษ์และหน่วยปืนใหญ่ยิงออกมาตามคำสั่งของซีบัล พรรคพวกในสมรภูมิต่างก็ได้รับการช่วยเหลือ แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปกป้องทุกคนได้
“คุ้มกัน! ยิงคุ้มกันเร็ว!”
“อา ฉันยังบรรจุกระสุนไม่เสร็จเลย!”
“บ้าชะมัด!”
อาวุธที่เรียกว่าธนูนั้นได้รับอิทธิพลจากทักษะของนักธนูและทิศทางลมมากเกินไป ส่วนปืนใหญ่เองก็มีจุดอ่อนที่รุนแรง นั่นก็คือมันไม่อาจยิงออกมาได้ในทันที ซีบัลและทหารของเขาจึงจำต้องเฝ้ามองภาพที่พวกปีศาจคว้าตัวทหารไปต่อหน้าต่อตา ทุกครั้งที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พวกเขาจะรู้สึกถึงความโกรธแค้นและความชิงชังอย่างมหาศาล พวกเขาแผ่เจตจำนงสังหารที่น่าสะพรึงกลัวใส่ตัวการหลักอย่างเบริธ
‘ไอ้สารเลวเบริธ’ สายตาของซีบัลเหล่ไปมองสมรภูมิขนาดเล็กที่อยู่ตรงเส้นขอบฟ้า
ห่างออกไปจากสมรภูมิใต้กำแพง การต่อสู้ที่แสนจะดุเดือดกำลังเกิดขึ้นระหว่างเบริธ, คิรินัส และราเชล หอกของคิรินัสเคลื่อนไหวประหนึ่งสายน้ำที่ไหลริน ในขณะที่หอกของราเชลแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่ระเบิดออกมาประหนึ่งลมหายใจของมังกร เพียงแค่มองแวบเดียว ก็เห็นได้ชัดว่าหอกทั้งสองเล่มกำลังกดดันเบริธอย่างหนัก
เบริธพยายามที่จะตอบโต้วิธีการโจมตีของพวกเขาด้วยการป้องกันผ่านศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ ทว่าเจตจำนงที่ไร้ลักษณ์ของคิรินัสและราเชลกลับไม่ยอมให้การเล่นแร่แปรธาตุของเบริธก่อตัวขึ้นได้เลย การเล่นแร่แปรธาตุของเบริธถูกบดขยี้ทุกครั้งที่มันถูกอัญเชิญออกมา
ระบำแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ...
เบริธที่ดูเหมือนจะไร้ทางสู้ เริ่มที่จะต้องชักดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา มันใช้ดาบทื่อๆ กันหอกสีแดงของราเชลเอาไว้และกลอกลูกตาที่เป็นสีขาวโพลนไปมา ราวกับว่ามันกำลังหัวเราะเยาะอยู่
““พละกำลังแห่งความคิดน่ะมันไม่ใช่อะไรที่ไร้ขีดจำกัดหรอกนะ””
พลังจิตใจน่ะมันมีขีดจำกัดของมันอยู่ คิรินัสและราเชลอาจจะเป็นสองผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป ทว่ามันก็ยังเป็นภาระหนักสำหรับพวกเขาที่จะต้องใช้เจตจำนงที่ไร้ลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ความจริงแล้ว ความเร็วที่เจตจำนงที่ไร้ลักษณ์ของพวกเขาใช้สกัดกั้นการเล่นแร่แปรธาตุของเบริธเริ่มที่จะช้าลงเรื่อยๆ หากเป็นแบบนี้ต่อไป ความเร็วในการแสดงผลการเล่นแร่แปรธาตุของเบริธจะแซงหน้าความเร็วในการสร้างเจตจำนงที่ไร้ลักษณ์แน่นอน ไม่สิ พวกเขาทั้งคู่คงจะพังทลายไปเสียก่อนที่จะตามความเร็วนั้นทัน
หน้าผากของคิรินัสและราเชลต่างก็เริ่มมีเหงื่อซึมออกมา ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจเลย
“เป้าหมายของพวกเรา—”
“—ไม่ใช่การล้มเจ้าลงตรงนี้หรอกนะ”
“พวกเราจะทำแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้นแหละ”
“นั่นสิ ถูกต้องเลยล่ะ”
““....?””
ทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันมาเกือบสามเดือนแล้ว คิรินัสและราเชลได้พบเจอกันแทบจะทุกวันและต่างก็ยอมรับในตัวอีกฝ่ายในฐานะ ‘คู่ปรับ’ พวกเขาไม่เคยลืมเลยว่าทำไมตอนนี้พวกเขาถึงมายืนอยู่ต่อหน้าเบริธแบบนี้ นี่มันก็แค่ ‘เกม’ เท่านั้นล่ะ มันสำคัญที่จะต้องรู้ว่าใครทำความเสียหายให้เบริธได้มากกว่ากัน ทว่าพวกเขาไม่มีแผนที่จะสละชีวิตเพื่อเบริธหรอก พวกเขาจะทำแค่พอประมาณในสถานการณ์นี้ คิรินัสและราเชลไม่มีเจตนาจะมาตายที่นี่ ทว่าหากเป็นไปได้ล่ะก็...
‘ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ล่ะกัน’
การแข่งขันในครั้งนี้มันอยู่เหนือคำว่าการฝึกฝนไปไกลมาก ทั้งคู่ใช้พละกำลังที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเบี่ยงวิถีดาบอันงุ่มง่ามของเบริธและทิ่มแทงหอกกลับไป จากนั้นพวกเขาก็เหลือบมองไปข้างหลัง ห่างออกไป คราเกลกำลังต่อสู้กับพวกปีศาจร่วมกับพรรคพวกของเขาอย่างยากลำบาก
คิรินัสและราเชลต่างต้องการซื้อเวลาให้กับคราเกลให้ได้มากที่สุด พวกเขาวางแผนที่จะรั้งตัวมหาจอมปีศาจเอาไว้จนกว่าคราเกลจะปราบกองทัพปีศาจลงได้ สำหรับคิรินัส คราเกลคือลูกศิษย์เพียงคนเดียวและยังเป็นเพื่อนของเขาด้วย ส่วนราเชล คราเกลคือบุคคลที่น่าสนใจในการเฝ้าสังเกตและเขาก็ยังเป็นคนที่กุมหัวใจของเหล่าอัศวินของเธอเอาไว้ด้วย
‘จะปล่อยให้เขามาตายในที่แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ’
คิรินัสและราเชลพยักหน้าให้กัน ทั้งคู่ต่างประชันฝีมือกันด้วยทักษะที่เท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่ที่ยอมรับและเคารพซึ่งกันและกันได้หันหลังให้กันและตั้งท่าเตรียมพร้อม
“วิชาลับหอกจันทร์ฉาย” (Moonrise Spear Secret Technique)
“เดฮาเคล (Dehakel) รูปแบบที่ 5”
“จันทรคราส” (Eclipse) หอกของคิรินัสวาดเป็นวงกลมและกลืนกินแสงสว่างรอบข้างไปจนสิ้น จนไม่อาจคาดเดาความเคลื่อนไหวได้เลย
“ซาลาแมนเดอร์!” (Salamander) หอกของราเชลพุ่งเป็นเส้นตรงและแผ่เปลวเพลิงสีเหลืองออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่อาจหยุดยั้งมันได้เลย
““....!”” ดวงตาของเบริธเบิกโพลง
หัวใจของมันเริ่มมอดไหม้โดยไม่รู้ตัว และมันก็กรีดร้องออกมา
『 พะ... พลังชีวิตของเบริธลดลงฮวบเลยค่ะ! 』 เหล่านักพากย์จากแต่ละประเทศพากันกลืนน้ำลายในระหว่างที่รายงานสถานการณ์ และห้องแชททุกห้องต่างก็พากันเดือดระอุ
อีโมติคอนทั้งรูปตกใจ ยกนิ้วให้ และปรบมือพากันถล่มช่องแชทจนมืดฟ้ามัวดิน ฝีมือของคิรินัสและราเชลนั้นสุดยอดเกินกว่าที่ข่าวลือว่าไว้มากนัก ทั้งคู่ได้ทำลายคำนิยามของคำว่า ‘ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด’ ในใจของสาธารณชนไปแล้ว ผู้คนตระหนักได้ทันทีว่าแม้แต่ชาวนาแห่งโอเวอร์เกียร์ที่เคยโดดเด่นในการปราบเบเรียลเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็น่าจะเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนทั้งสองนี้แน่นอน นี่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะผู้คนไม่อาจประเมินได้เลยว่าปิอาโร่ได้เติบโตขึ้นขนาดไหนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ฉันว่าฉันโจมตีแรงกว่านะ”
“นั่นก็เพราะฉันเป็นคนเปิดช่องโหว่ให้ต่างหากล่ะคะ”
“ยังไงซะ ฉันก็ทำความเสียหายได้เยอะกว่าอยู่ดีแหละน่า”
“เพราะว่ามีฉันด้วยต่างหาก ผลลัพธ์มันถึงได้ออกมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นส่วนร่วมของฉันต้องสูงกว่าสิ”
“นายนี่มันหน้าหนาจริงๆ เลยนะ”
“เธอนั่นแหละ”
คิรินัสและราเชลพากันเถียงกันไปมาในระหว่างที่ผลักดันเบริธที่กำลังเลือดอาบให้ถอยหลังไป มันเป็นการเถียงกันที่ประหนึ่งเด็กประถม ทว่ามันกลับมีความสำคัญสำหรับพวกเขามาก นั่นเป็นเพราะทิศทางของการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินปัญหาที่ค้างคามานานกว่าสองเดือน
หอกสองเล่มพุ่งเข้าที่คางและสีข้างของเบริธ เบริธที่กำลังตกตะลึงร่วงหล่นจากหลังม้า และใบหน้าของมันก็กระแทกเข้ากับพื้นอย่างจัง ร่างกายที่แห้งเหี่ยวและผอมยาวของเบริธสั่นกระตุกด้วยความเจ็บปวด มหาจอมปีศาจกลับตกอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อหน้ามนุษย์เพียงสองคน คิรินัสและราเชลสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่มีความหมายได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ผู้ท้าชิงนับหมื่นต่างพากันต้องมาตายเพราะเบริธ
มันคือความแตกต่างของเลเวล เช่นเดียวกับที่มันเปล่าประโยชน์สำหรับผู้เล่นเลเวล 100 นับร้อยที่จะไปต่อกรกับผู้เล่นเลเวล 300 สิ่งที่สำคัญที่สุดใน Satify ก็คือพละกำลัง ไม่ใช่จำนวนคน ทั้งคิรินัสและราเชลต่างก็แข็งแกร่งกว่าแรงเกอร์นับพันที่เคยเผชิญหน้ากับบอสตัวท็อป มันคงจะเป็นเรื่องยากหากแรงเกอร์นับพันจะต้องมาสู้กับคนทั้งคู่นี้พร้อมๆ กัน
จะยังไงก็เถอะ คิรินัสและราเชลไม่ได้รู้สึกประหม่าอะไรกับมหาจอมปีศาจเบริธมากนัก นั่นคือเหตุผลที่จักรวรรดิซาฮารันไม่ได้ขยับตัวเลยตอนที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ปราบเบเรียล สำหรับจักรวรรดิที่มีผู้ทรงพลังอยู่นับไม่ถ้วน มันไม่มีเหุตผลอะไรให้ต้องหวาดกลัวพวกมหาจอมปีศาจเลย
แน่นอนว่านี่มันคือความโอหัง จักรวรรดิเคยประสบกับความพ่ายแพ้ยับเยินเพราะตัวตนอย่างแอสทารอธ (Astaroth) มาแล้วไม่ใช่เหรอไง? พวกมหาจอมปีศาจคือศัตรูคู่อาฆาตของมนุษยชาติ พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จัดดการได้ง่ายๆ เลย
““...พวกแก”” เบริธเอ่ยขึ้นพลางเคี้ยวเศษดินในปากในขณะที่ค่อยๆ พยุงร่างกายที่ผอมยาวขึ้นมา มันถามคิรินัสและราเชลที่ยืนเคียงข้างกันว่า ““พวกแกคงเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างสินะ? พวกแกน่ะเป็นแค่ ‘เหยื่อ’ ของข้าเท่านั้นแหละ””
“หือ?” ราเชลขมวดคิ้ว แน่นอนว่าเธอรู้เรื่องนี้ดี เธอรู้ว่าเธอกับคิรินัสมีเวลาสั้นมากที่จะรักษาความได้เปรียบเหนือเบริธเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไปอีกนิด พวกเธอก็จะเริ่มหมดสิ้นทักษะและพละกำลัง และสถานการณ์ก็จะค่อยๆ พลิกกลับ ทว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยๆ ตอนนี้พวกเธอก็ยังมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล พวกเธอสามารถกุมความได้เปรียบในการต่อสู้ได้เพราะพวกเธอช่วยกันสะกดกั้นศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุที่เป็นกำลังหลักของเบริธเอาไว้ได้ นั่นคือสิ่งที่ราเชลคิด
““พวกแกทั้งคู่... ตอนนี้ก็กำลังจะตายกันแล้วไม่ใช่เหรอ?””
“...?”
พลังของเบริธไม่ได้มีแค่ศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้น ทว่าพลังที่แท้จริงของมันก็คือ ‘คำโกหก’ และคำโกหกของมันก็ได้หลอกลวงคนทั้งโลกไปจนสิ้น
“แค่กๆ!?” ราเชลเอียงคอสงสัยให้กับคำพูดที่แสนจะไร้สาระนั้น ทว่าเธอกลับกระอักเลือดออกมา ผิวพรรณที่ผุดผ่องของเธอพลันถูกปกคลุมไปด้วยเลือด ร่างกายทุกส่วนของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลที่เธอได้รับมาโดยไม่รู้ตัว คิรินัสเองก็เช่นกัน ขาของเขาไปโดนฟันมาตอนไหนกันนะ? คิรินัสนั่งแหมะลงกับพื้นและจ้องมองไปที่บาดแผลบนขาของเขา ภาพของเลือดที่ซึมซาบลงสู่ผืนดินถูกจารึกไว้ในกมลสำนึกของเขา เศษดินที่เบริธเคี้ยวอยู่ในปากพลันเปลี่ยนเป็นโลหะภายในปากของมัน เข็มที่แหลมคมนับสิบเล่มถูกบรรจุไว้ในปากของมันแล้ว
““ข้าบอกพวกแกแล้วไง พลังจิตมิตรสั้น... พลังจิตของพวกมนุษย์ที่ต่ำต้อยน่ะมันถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว””
ใวินาทีนั้นเอง...
“...!?”
บาดแผลของราเชลเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ความเจ็บปวดสารพัดชินที่ตามมาพร้อมกับบาดแผลเลือนหายไปประหนึ่งว่ามันเป็นเป็นเรื่องโกหก คิรินัสเองก็เช่นกัน บาดแผลลึกที่ขาของเขาก็หายไป คิรินัสพุ่งตัวลุกขึ้นยืน และเลือดที่อาบผืนดินอยู่ก็เลือนหายไปประหนึ่งว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง โลกใบนี้ได้ถูกลวงตาไปแล้ว คำโกหกของเบริธได้สูญสิ้นเอฟเฟกต์ไป
ราเชลและคิรินัสตระหนักได้ทันทีว่าสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเผชิญไปคือภาพลวงตาและรีบตั้งท่าหอกของตนเองอย่างรวดเร็ว ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว เบริธพ่นเข็มนับสิบออกจากปากและเปลี่ยนร่างกายของคนทั้งสองให้กลายเป็นผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง คราวนี้สิคือความจริง ไม่ใช่คำโกหก
“อึก...!” เลือดไหลทะลักออกมาจากร่างกายของพวกเขา คิรินัสและราเชลที่ถูกเข็มทิ่มแทงต่างพากันแข็งค้างไปชั่วครู่ พวกเขาสูญเสียประสาทสัมผัสไปชั่วคราว เบริธไม่ยอมปล่อยให้ช่องโหว่นี้หลุดลอยไปแน่นอน
““ฮ่าฮ่าฮ่า พวกมนุษย์นี่มันช่างเรียบง่ายจริงๆ””
มันยิ้มร่าในขณะที่เปลี่ยนองค์ประกอบทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นโลหะ ใบมีดที่แหลมคมนับสิบถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วและเล็งเป้าไปที่คิรินัสและราเชล
““ตายซะ””
เบริธไม่ยอมฆ่าเวลาให้สูญเปล่า มันจัดการอุปสรรคทุกอย่างเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่เหนือชั้น มหาจอมปีศาจไม่ยอมรีรอในขณะที่มันเหวี่ยงดาบเข้าไปฉีกกระชากร่างกายของราเชลและคิรินัส
『 ระ... เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วค่ะ... 』
เหล่านักพากย์ทั่วโลกต่างพากันยืนยันหลอดเลือดที่ลดลงอย่างรวดเร็วของคิรินัสและราเชล ผู้ชมต่างพากันสูญเสียความหวังอันริบหรี่ที่เพิ่งได้รับมาและทรุดตัวลงด้วยความรู้สึกหมดหนทาง
‘เบริธจะไม่มีวันถูกโค่นลงได้จนกว่าจักรวรรดิซาฮารันจะยอมเคลื่อนทัพออกมสินะ’
บรรดาผู้เชี่ยวชาญพากันคาดเดาไปในทิศทางนั้น คิรินัสและราเชลสูญเสียความใจเย็นไปแล้วและตอนนี้ต่างก็วุ่นอยู่กับการปกป้องชีวิตของตนเอง คนที่กำลังเฝ้ามองคนทั้งคู่ดิ้นรนเพื่อหลีกเลี่ยงห่าฝนใบมีดของเบริธต่างพากันละทิ้งความฝันลมๆ แล้งๆ ไปกันหมดแล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



