Chapter 244
244 / 2060
10 min read
Chapter 244
Published Apr 3, 2026, 05:33 PM
บทที่ 244
วัสดุและรูปร่างของ ‘ผ้าปิดตาของจอมเชือด’ นั้นดูธรรมดามาก มันเป็นเพียงผ้าปิดตาสีดำที่ทำจากหนัง ไม่มีสิ่งใดพิเศษที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากเป็นเกริดในอดีต เขาคงบ่นอุบไปแล้วก่อนจะเริ่มประเมินมันเสียอีก
“นี่มันขยะชัดๆ! ฉันเสียเวลาไปตั้ง 10 วันเพื่อไอ้ผ้าปิดตาเนี่ยนะ? บ้าเอ๊ย! นี่มันอะไรกัน? เลาเอล ไอ้เจ้า $%!#$!”
เขาคงจะพูดแบบนั้นและอาละวาดไปแล้ว แต่เกริดในตอนนี้ไม่ได้ไร้ชะตาขนาดนั้นอีกต่อไป
‘เลาเอลคงไม่แนะนำให้ฉันไปเอาเจ้านี่มาโดยไม่มีเหตุผลแน่’
มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในไอเทมชิ้นนี้ ไอเทมเป็นสิ่งที่ไม่อาจตัดสินได้จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว เกริดจึงคาดหวังไว้สูงมาก
“ประเมินโดยช่างตีเหล็กในตำนาน”
[ช่างตีเหล็กผู้กลายเป็นตำนานสามารถประเมินไอเทมด้วยสายตาอันเฉียบแหลม หากมีคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ในไอเทมเป้าหมาย มันจะถูกค้นพบ]
ตริ๊ง~
[ผ้าปิดตาของจอมเชือด]
ระดับ: ยูนิค (Unique)
ความทนทาน: 7/7
* ทักษะ ‘ตรวจหาจุดตาย’ (Vital Spot Detection) จะถูกสร้างขึ้น
จอมเชือดถูกทรมานมาเป็นเวลานาน และเขายังถูกบังคับให้ดูการทรมานผู้คนนับไม่ถ้วน
ส่งผลให้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับจุดตาย
ผ้าปิดตานี้ถูกใช้งานโดยจอมเชือดมาอย่างยาวนานจนได้รับความสามารถนี้มา
เงื่อนไขการใช้งาน: ไม่มี
น้ำหนัก: 0.1
[คุณได้ค้นพบคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ในไอเทม!]
[นี่คือไอเทมที่มีความแค้นฝังอยู่ ผู้สวมใส่จะถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณการฆ่าฟันและจะกลายเป็นฆาตกรที่ไร้สติ]
คำสาป... มันเป็นไอเทมต้องคำสาป หากเขากลายเป็นฆาตกรที่ไร้สติย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่นเกมตามปกติ แต่เกริดไม่ใส่ใจ คำสาปงั้นเหรอ? เขาก็แค่ต้านทานมันซะก็สิ้นเรื่อง
“เลาเอล นายมันคนดีจริงๆ”
เกริดรู้สึกตื้นตันใจ เขาอยากจะเรียกเลาเอลมาสวมกอดเสียเดี๋ยวนี้ ผ้าปิดตาของจอมเชือดเป็นไอเทมที่ดีมาก ไม่สิ มันไม่ใช่แค่ระดับที่ดี แต่มันเป็นไอเทมที่ช่วยให้ ‘ทายาทของแพ็กม่า’ ทะลายขีดจำกัดได้เลยต่างหาก
‘ไม่คิดเลยว่าจะได้ทักษะตรวจหาจุดตายมา’
ตรวจหาจุดตาย มันเป็นทักษะติดตัว (Passive) ระดับสูงสุดที่มีเพียงอาชีพสายต่อสู้จำนวนไม่มากนักจะได้รับมา หน้าที่ของมันนั้นเรียบง่าย ตามชื่อของมันเลย คือระบุจุดตายของคู่ต่อสู้
ทว่าหน้าที่อันเรียบง่ายนี้กลับมีพลังมหาศาล หากโจมตีเข้าจุดตายได้อย่างแม่นยำ โอกาสที่จะเกิดการโจมตีคริติคอลจะเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสถานะเลือดไหล อัมพาต และเงื่อนไขอื่นๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พลังโจมตีของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั่นเอง
‘เลาเอลคงได้อะไรดีๆ มาจากเฮย์เนสเยอะเลยสิ’
เฮย์เนส นักจำแนกมอนสเตอร์อันดับหนึ่ง เขาสามารถทำนายไอเทมที่มอนสเตอร์จะดรอปได้จากลักษณะเฉพาะของพวกมัน หากไมนอร์คือเครื่องตรวจจับแร่ เฮย์เนสก็คือเครื่องตรวจจับไอเทม
‘เลาเอลคงยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้ได้ข้อมูลนี้มาจากเฮย์เนส’
เกริดตระหนักได้ว่าความจงรักภักดีของเลาเอลนั้นลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยกลบจุดอ่อนของผู้เป็นเจ้านาย นั่นทำให้ความชื่นชอบที่เกริดมีต่อเขาสูงขึ้นตามไปด้วย
‘เลาเอลกำลังยุ่งอยู่กับการทำหน้าที่เป็นเจ้าเมือง... ฉันต้องตอบแทนความพยายามของเขาอย่างแน่นอน’
เกริดให้คำมั่นกับตัวเองอย่างมีความสุขในขณะที่สวมผ้าปิดตา จากนั้นบางอย่างที่น่าสนใจก็เกิดขึ้น ดวงตาซ้ายที่ถูกปิดไว้เริ่มส่องแสงสีแดงจางๆ ออกมา มันอ่อนมากจนแทบสังเกตไม่เห็นในที่สว่าง แต่ในพื้นที่มืดสลัวอย่างห้องใต้ดินนี้ มันกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ถ้าเลาเอลเห็นสิ่งนี้ เขาคงตื่นเต้นจนตัวสั่นแน่ๆ
[ความเกลียดชังมนุษย์ของคุณกำลังเพิ่มขึ้น คุณเต็มไปด้วยความกระหายที่จะฆ่าใครสักคน]
[คุณต้านทานสำเร็จ]
มุมมองใหม่ถูกมอบให้กับเกริด แรนดี้ยืนอยู่ข้างเขา และเกริดก็สามารถมองเห็น ‘แก่นกลาง’ ของดอปเพลแกงเกอร์ได้อย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้แม่นยำที่สุด แต่มันก็ทรงพลังพอที่จะระบุจุดสำคัญของเป้าหมายได้
‘ตอนแรกกังวลว่าทัศนวิสัยด้านหนึ่งจะถูกบดบัง โชคดีที่มันไม่เป็นอย่างนั้น’
มันเป็นไอเทมเสริม (Artifact) ที่สมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขาสามารถสะกดคำสาปกระหายเลือดไว้ได้ ความสุขของเกริดในตอนนี้เทียบได้กับตอนที่เขาเรดพระสันตะปาปาแล้วได้รับเซตแสงศักดิ์สิทธิ์ (Holy Light set) มาเลยทีเดียว
“แล้วก็...” เกริดมองไปที่โนเอะ มันมีหางที่น่ารักและมีความยาวพอเหมาะ ปลายหางที่เป็นสีขาวดูคล้ายกับดอกไม้ “หางของแกคือจุดอ่อนสินะ...”
“ข้าคือสุดยอดสัตว์อสูรแห่งขุมนรก ข้าไม่มีจุดอ่อนหรอกเมี๊ยว!”
โนเอะขู่ฟ่อและยกอุ้งเท้าขึ้นมา มันดูท่าทางเลิ่กลั่กที่จุดอ่อนถูกมองออก เกริดคิดว่าจะทำเกราะให้โนเอะเพื่อปกป้องหางของมัน จากนั้นเขาก็หันไปสนใจไอเทมอีกชิ้นที่ดรอปมาจากจอมเชือด
‘หน้ากากของจอมเชือด’ มันเป็นหน้ากากเหล็กที่ออกแบบมาเพื่อปิดบังใบหน้าฝั่งขวาซีกเดียว
‘วัสดุคือเหล็กดำ’
ต่างจากหน้ากากทั่วไป หน้ากากชิ้นนี้ทำจากแร่ชั้นดี แต่การออกแบบนั้นดูหม่นหมอง รูปทรงดวงตาที่กำลังร้องไห้นั้นดูขัดแย้งกับรูปปากที่กำลังยิ้มกริ่ม มันดูเหมือนหน้ากากตัวตลก และยังมีรูปหยดน้ำตาที่ถูกแกะสลักเอาไว้ด้วย
‘ฉันไม่เห็นได้ยินเรื่องหน้ากากนี่เลย’
มันคงเป็นไอเทมชิ้นเล็กๆ ที่ไม่สลักสำคัญพอจะเอ่ยถึง เกริดไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
“ประเมินโดยช่างตีเหล็กในตำนาน”
ตริ๊ง~
[หน้ากากของจอมเชือด]
ระดับ: เลเจนดารี (Legendary)
ความทนทาน: 39/39 พลังป้องกัน: 21
* ทักษะ ‘น้ำตาสีเลือดของวิญญาณร้าย’ จะถูกสร้างขึ้น
มันเป็นหน้ากากที่สะท้อนถึงความโศกเศร้าของจอมเชือด ตัวตนที่ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานก่อนที่จะถือกำเนิดใหม่ในฐานะครึ่งคนครึ่งสัตว์
เงื่อนไขการใช้งาน: ไม่มี
น้ำหนัก: 55
[คุณได้ค้นพบคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ในไอเทม!]
[นี่คือไอเทมที่มีความแค้นฝังอยู่ ผู้สวมใส่จะถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณการฆ่าฟันและจะกลายเป็นฆาตกรที่ไร้สติ]
[น้ำตาสีเลือดของวิญญาณร้าย] (Evil Spirit’s Bloody Tears)
เมื่อถูกโจมตี มีโอกาส 8% ที่จะปล่อยกระแสเลือดออกมา เลือดที่พุ่งออกมาจะย้อมหน้ากากของจอมเชือดให้เป็นสีเลือด เมื่อครบ 10 ครั้ง หน้ากากจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
ในตอนนั้น พลังโจมตีของผู้สวมใส่จะเพิ่มขึ้น 50% เป็นเวลา 5 วินาที
“บ้าไปแล้ว” เขาอุทานออกมาโดยสัญชาตญาณ
เกริดตกตะลึง ‘น้ำตาสีเลือดของวิญญาณร้าย’ แม้มันจะเป็นทักษะที่ทำงานตามเงื่อนไข แต่พลังของมันนั้นยอดเยี่ยมมาก มันเป็นทักษะที่โกงสุดๆ สมกับที่เป็นไอเทมเสริมระดับเลเจนดารี
‘ที่เลาเอลไม่ได้พูดถึงไอเทมชิ้นนี้ ก็เพราะเขาไม่รู้สินะ’
นี่คือข้อพิสูจน์ว่าเฮย์เนสยังคงขาดอะไรบางอย่างไป แต่นี่ถือเป็นกำไรมหาศาล เพราะถ้าเฮย์เนสรู้เรื่องการมีอยู่ของหน้ากากชิ้นนี้ เลาเอลคงต้องจ่ายค่าข้อมูลแพงกว่าเดิมแน่
“คุคุคุคุ”
เกริดอดหัวเราะไม่ได้ ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาถูกปิดทับด้วยหน้ากากสีดำและดวงตาข้างซ้ายส่องประกายสีแดง ทำให้เขาดูเหมือนปีศาจ แรงกดดันของเขาในตอนนี้สูงกว่าตอนที่เขาสวมหมวกหัวหน้าออร์คแสงน้ำค้างในอดีตเสียอีก
เลาเอลคงจะช็อกแน่ถ้าได้เห็นเขาในสภาพนี้
***
“นะ...นี่มัน...”
เอิร์ลเซบราวิ่งมาหลังจากทราบข่าว และเขาแทบไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จอมเชือดผู้ไม่เคยปราชัยบัดนี้ได้ตายลงแล้ว เหลือเพียงชิ้นส่วนร่างกายไม่กี่ชิ้นทิ้งไว้ และนี่คือฝีมือของคนเพียงคนเดียว!
“จะ...เจ้าเป็นใครกัน? เฮือก!”
นี่เป็นฝีมือของมนุษย์จริงๆ อย่างนั้นหรือ? เซบรากลืนน้ำลายอึกใหญ่หลังจากถามออกไป เขาหวาดกลัวเมื่อได้เห็นเกริดในชุดหน้ากากและผ้าปิดตาที่ดูประหลาด
‘มีแสงสีแดงอยู่ในตาของมัน...’
เขาดูไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด หรือว่าเขาจะเป็นปีศาจจริงๆ? เกริดยื่นมือออกไปทางเอิร์ลเซบรา
“เอาต่างหูมาให้ฉัน”
“ขะ...เข้าใจแล้ว!”
เอิร์ลเซบรายื่นสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขาให้เกริด ต่างหูควอตซ์ดำ (Black Quartz Earrings) ช่วยเพิ่มค่าสติปัญญาของผู้สวมใส่ 15% มันเป็นสมบัติอันงดงามที่ตกทอดมาในตระกูลของเขาหลายชั่วอายุคน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องมอบมันให้ใครจริงๆ แบบนี้ มันช่างน่าเสียดายนก
‘ข้ากะว่าจะเก็บสิ่งนี้ไว้ให้พวกอัศวินที่จะมาสังหารจอมเชือดแท้ๆ... บ้าเอ๊ย ข้าต้องส่งนักฆ่าตามไปเก็บมันซะแล้ว’
ความโลภของเอิร์ลเซบราทำให้เขาวางแผนชั่วร้าย แต่ใครกันแน่ที่โลภกว่ากัน? ก็เกริดอย่างไรล่ะ เกริดอ่านสายตาของเอิร์ลเซบราออกในทันที
‘ไอ้เจ้านี่ ตลกชะมัด’
หึ
เกริดแสยะยิ้ม ทำให้เอิร์ลเซบราถามออกมาอย่างประหม่า
“จะ...เจ้าจู่ๆ ก็ยิ้มทำไม?”
“น่ารักดีนะ”
“ว่าไงนะ...?”
ใบหน้าของเอิร์ลเซบราเต็มไปด้วยความโกรธ เขาเป็นถึงเอิร์ลแห่งมหาจักรวรรดิและอายุกว่า 40 ปีแล้ว แต่กลับถูกเรียกว่าน่ารักเนี่ยนะ? อย่างกับเขาเป็นสัตว์เลี้ยงงั้นแหละ? นี่มันเป็นการหยามกันชัดๆ
‘ไอ้สารเลวที่เสียสติคนนี้!’
เอิร์ลเซบราไม่ชอบเกริดเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่แรกเริ่ม ชายหนุ่มคนนี้ก็มีจิตใจที่น่าเกลียดชัง เอิร์ลเซบราอยากจะทรมานเกริดให้ตายอย่างทารุณที่สุด
“ขะ...ขอบใจ”
อย่างไรก็ตาม เอิร์ลเซบราก็ไม่กล้าสบตากับเกริด ผู้ซึ่งสามารถสังหารจอมเชือดได้เพียงลำพัง สิ่งแรกที่เขาต้องการตอนนี้คืออยากให้เกริดไสหัวไปซะ เกริดสวมต่างหูควอตซ์ดำทันที
[ค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้น 15%]
‘นี่คือรางวัลของเควสต์ระดับ S+’
ในความเป็นจริง เครื่องประดับที่เพิ่มค่าสติปัญญาถึง 15% นั้นมีค่ามาก นักเวทคนไหนก็ต้องอยากได้มัน แต่ด้วยผลของฉายาสารพัดที่มี ค่าสติปัญญาของเกริดนั้นเกิน 1,000 ไปแล้ว และเขาก็ไม่ได้ต้องการมันขนาดนั้น เขามีมานาเพียงพอที่จะใช้ทักษะทั้งหมด และเขาก็ไม่ได้ใช้ดาบดาอินสเลฟ (Dainsleif) อีกต่อไป พลังเวทจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด
‘จะใช้เจ้านี่ไปก่อน จนกว่าจะหาช่างฝีมือที่ทำเครื่องประดับจากบลูโอริคัลคุม (Blue Orichalcum) ได้’
เกริดตั้งคำถามกับเอิร์ลเซบราที่กำลังหลบสายตาเขา
“แกเคยนึกถึงพวกคนที่อ่อนแอบ้างไหม?”
“...?”
มันเป็นคำถามที่น่าสับสน เอิร์ลเซบราอยากให้ชายผู้น่าสยดสยองคนนี้หายไปใจจะขาด แต่เขาก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมา
“เรื่องนั้น... ข้าไม่รู้หรอก”
เขาเป็นผู้มีอำนาจ เกิดมาในตระกูลเอิร์ล ผู้คนนับหมื่นต้องก้มหัวให้เขา ทหารนับพันต้องเชื่อฟังเขา อ่อนแองั้นเหรอ? เขาไม่มีความสนใจในเรื่องพรรค์นั้นเลยสักนิด
เกริดพยักหน้า “นั่นสินะ แกไม่มีทางรู้เรื่องแบบนั้นหรอก”
เอิร์ลเซบราไม่เคยถูกรังแกฝ่ายเดียว เกริดรู้ดีว่าไม่มีอะไรจะเจ็บปวดและเลวร้ายไปกว่านั้นอีกแล้ว เขาไม่มีความปรารถนาที่จะช่วยเอิร์ลเซบรา ผู้ที่ก่ออาชญากรรมต่อประชาชนและทรมานผู้คนเพื่อความบันเทิงของตัวเอง
“แล้วแกน่ะ ไม่ได้อ่อนแอหรอกเหรอ?”
ดวงตาสีแดงกวาดมองไปทั่วร่างของเอิร์ลเซบรา สัญชาตญาณของเซบรากรีดร้องลั่นจนเขาต้องก้าวถอยหลัง
“วะ...ว่าไงนะ? เจ้าคิดจะทำอะไร?”
เกริดยักไหล่
“ฉันน่ะเหรอจะทำอะไร?”
แล้วเขาก็เดินจากไปเสียอย่างนั้น? เอิร์ลเซบราถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเกริดค่อยๆ ห่างออกไป เขารอจนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าอีก ก่อนจะรีบวิ่งไปหาคนอื่นทันที
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

