Chapter 255
255 / 2060
9 min read
Chapter 255
Published Apr 3, 2026, 05:35 PM
ตอนที่ 255
ความแข็งแกร่งนั้นเป็นสิ่งสัมพัทธ์
กิลด์โอเวอร์เกียร์อาจได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของผู้ยอดเยี่ยม แต่ถึงอย่างนั้นภายในกลุ่มก็ยังสามารถแบ่งแยกคนอ่อนแอและคนแข็งแกร่งออกจากกันได้ หากยึดตามมาตรฐานสมาชิกโอเวอร์เกียร์แล้ว เลาเอลถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้อ่อนแอ
ในตอนนี้ ทั้งเกริด, พอน, เรกัส, จิชูกะ, เฟเกอร์, ยูเฟมิน่า, ทูน และแวนต์เนอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดต่างก็ไม่อยู่
‘แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...’
15 ต่อ 1 หาวอดทนได้นานถึงห้านาที หากจะเจาะจงให้ชัดก็คือห้านาทีกับอีกสามวินาที ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่พอนหรือเรกัสก็ยังทำไม่ได้
‘ถ้าเป็นสองคนนั้น คงฆ่าพวกเราไปได้เกือบครึ่งภายในสามนาที จากนั้นพวกเขาก็คงตาย’
แล้วถ้าเป็นเกริดล่ะ?
‘...พวกเราคงถูกกวาดล้างจนเหี้ยนภายในไม่กี่นาที’
ความสามารถของเกริดพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่การเรดดอปเปลแกงเกอร์ เลาเอลไม่อยากจะจินตนาการถึงมันเลย เขาเดาะลิ้นเบา ๆ ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์หาว
‘ฉลาดมาก’
ผู้เล่นที่แปลงร่างเป็นครึ่งมังกร (Draconian) หาวใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะของเผ่าพันธุ์รวมถึงสภาพภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจงใจใช้ระเบิดเพลิง (Flame Explosion) ลงบนพื้นทรายทำให้เกิดพายุทรายขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อพรางตาบรรดาสมาชิกโอเวอร์เกียร์ นอกจากนี้เขายังใช้ความสามารถในการบินเพื่อหลบหลีกสกิลประหารที่รุนแรง
แทนที่จะเน้นฆ่าศัตรู เขาเลือกต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาอย่างเต็มที่ ความอึดและการควบคุมโซ่ที่พันธนาการสมาชิกโอเวอร์เกียร์เอาไว้นั้นยอดเยี่ยมจนน่าขนลุก
“ฆ่าฉันซะ” ในขณะที่เลาเอลกำลังจมอยู่ในความคิด หาวที่ถูกอิเบลลินจับกุมตัวไว้ได้ก็เอ่ยขึ้นอย่างทระนง เขาไม่เกรงกลัวต่อความตาย และรู้สึกพอใจที่สามารถช่วยให้สมาชิกกิลด์ของตนถอนตัวออกไปได้อย่างปลอดภัย
ในทางกลับกัน ใบหน้าของสมาชิกโอเวอร์เกียร์แต่ละคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว คน 15 คนกลับถูกคนเพียงคนเดียวถ่วงเวลาไว้ได้นานกว่าห้านาที ทำให้ศักดิ์ศรีของพวกเขาถูกขยี้จนป่นปี้ หาวกล่าวปลอบใจพวกเขา แต่มันเป็นท่าทีของผู้ชนะ
“พวกนายไม่ได้อ่อนแอหรอก พวกนายแข็งแกร่งกว่าข่าวลือเสียอีก เพียงแต่ว่าฉันน่ะ... ยอดเยี่ยมเกินไปหน่อยเท่านั้น”
ไม่ใช่ความโอหัง คำพูดของหาวไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลย สมาชิกโอเวอร์เกียร์แข็งแกร่งขึ้นกว่าในอดีตมากเพราะการฝึกฝนจากปิอาโร่ แต่หาวก็ยังเหนือกว่าพวกเขาอยู่ดี
‘หืม’
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเลาเอล ความจริงแล้วในศึกนี้ เลาเอลรู้สึกพ่ายแพ้ยิ่งกว่าใคร เพราะเขาเป็นผู้นำกลุ่มและภูมิใจในกลยุทธ์ที่ตนเองวางแผนไว้เสมอ
แต่เลาเอลในฐานะเสนาธิการ กลับไม่สามารถรับมือหาวได้อย่างเหมาะสม เขาพ่ายแพ้ต่อหาวในเชิงกลยุทธ์ ทว่า...
‘ผมชนะแล้ว’
รอยยิ้มของเลาเอลกว้างขึ้น เขาบอกความจริงกับหาว
“การถอนตัวของกิลด์เฮเดสล้มเหลวแล้วล่ะ”
“เหอะ จะมาโกหกตอนนี้ไปเพื่ออะไร?”
“ผมไม่ได้โกหก ลองเช็กแชตกิลด์ดูสิถ้าไม่เชื่อ”
ครู่ต่อมา แววตาของหาวก็เริ่มสั่นไหว
“แก..! ทำอะไรลงไป?”
เลาเอลอธิบาย “ผมคาดการณ์เส้นทางถอนตัวของกิลด์เฮเดสเอาไว้แล้ว เลยสั่งให้คนไปดักรอที่นั่น และผมยังสั่งให้ทีมที่กวาดล้างกิลด์โกลเด้นเสร็จแล้วตามไปสมทบด้วย”
กองกำลังแยกต่างหาก... มีเฟเกอร์ที่ฟื้นตัวจากการกวาดล้างกิลด์ไอซ์ฟลาวเวอร์รวมอยู่ด้วย ในตอนนี้กิลด์เฮเดสถูกปิดล้อมโดยเฟเกอร์และกลุ่มของฮูรอยที่บริเวณพรมแดนระหว่างจักรวรรดิกับส่วนตะวันตกของอาณาจักรเอเทอร์นัล
“บัดซบ...”
หาวรู้สึกท้อแท้ ถ้าจะต้องตายอยู่ดี อย่างน้อยเขาก็ควรจะลากศัตรูไปด้วยสักคนสองคน ในขณะที่เขากำลังเสียดาย เลาเอลก็เสนอขึ้นมาว่า “สนใจจะมารับใช้ดุ๊กเกริดไหม?”
“อะไรนะ?”
ผู้นำของหนึ่งในเจ็ดกิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้อยู่เหนือคนนับพันล้าน ทำไมเขาต้องไปเป็นลูกน้องใคร? แถมยังเป็นไอ้กระจอกที่เด่นแค่เรื่องคลาสในตำนานนั่นน่ะเหรอ?
“มังกรย่อมไม่รับใช้สุนัข” หาวปฏิเสธทันควัน
ใบหน้าของสมาชิกโอเวอร์เกียร์กลายเป็นสีแดงก่ำเมื่อเกริดถูกตราหน้าว่าเป็นสุนัข
“ไม่ต้องพล่ามอะไรไร้สาระ ฆ่าฉันซะเดี๋ยวนี้!”
อิเบลลินที่ต้องทนทุกข์จากการถูกโซ่ลากไปมาตลอดการต่อสู้รู้สึกโกรธแค้นยิ่งกว่าใคร เขาเตรียมจะแทงดาบฟลัมแบร์จ (Flamberge) ทะลุหัวใจของหาว แต่เลาเอลห้ามไว้ก่อน แล้วถามหาวอีกครั้ง
“เกริดคือผืนฟ้า ไม่ใช่สุนัข... ถ้าเขาพิสูจน์เรื่องนี้ได้ คุณจะยอมรับใช้เขาไหม?”
เลาเอลต้องการตัวหาว ไม่ใช่แค่เพราะความแข็งแกร่ง แต่รวมถึงจิตวิญญาณอันสูงส่งที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อลูกน้อง และความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสม ทั้งหมดคือสิ่งที่เลาเอลปรารถนา หาวคือบุคคลที่จำเป็นต่อกิลด์โอเวอร์เกียร์ที่มักจะมุ่งเน้นแต่พลังส่วนบุคคล
หาวพ่นลมหายใจออกทางจมูก “ผืนฟ้าน่ะมีอยู่แล้ว”
ใช่ ผืนฟ้า... ผืนฟ้าที่พวกเขาพูดถึงก็คือคราวเกิล เกริดไม่ใช่คู่ปรับของเขาเลยสักนิด เลาเอลหัวเราะให้คำพูดของหาว
“ตกลง ผมจะรอดู”
“...?”
หาวอึ้งไปเมื่อเลาเอลยอมปล่อยตัวเขา เขาไม่เข้าใจสถานการณ์เลยขณะที่เลาเอลพูดต่อ “ผมตั้งตารอวันที่เราจะได้พบกันใหม่ ผมจะปล่อยสมาชิกกิลด์ของคุณทุกคนไปอย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวล”
“ต่อให้ทำแบบนี้ ฉันก็ไม่มีวันยอมรับใช้เกริดหรอก”
“คุณจะรับใช้เกริดไหม ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเขาคือผืนฟ้า?”
“ก็ใช่ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง...”
สุนัขหรือวัวควายจะกลายเป็นผืนฟ้าได้ยังไงกัน? เลาเอลยิ้มอย่างมีชัยให้หาว
“จงเฝ้ามองเส้นทางของเขา แล้วในไม่ช้าคุณจะได้รู้ว่าเขาคือผืนฟ้าเพียงหนึ่งเดียว”
“...หึ” หาวหัวเราะ นี่มันระดับพวกคลั่งลัทธิแล้วหรือเปล่า? เหมือนกับว่ามีศาสนาจอมปลอมที่มีเกริดเป็นศูนย์กลางอย่างนั้นแหละ “ก็ได้ เข้าใจแล้ว ฉันจะรอดู”
หาวไม่ได้คาดหวังอะไร เขารับน้ำใจนั้นไว้และรีบจากไปทันที
อิเบลลินไม่พอใจและถามเลาเอลว่า “พวกมันคือพวกสารเลวที่บุกรุกเรย์ดันโดยไม่มีเหตุผลนะ! ทำไมพี่ถึงปล่อยมันไป? พี่บ้าไปแล้วเหรอ?”
“นายไม่ได้ยินรายงานจากฮูรอยเหรอ? ตามคำสารภาพของกิลด์โกลเด้น เรย์ดันยังปลอดภัยดีไม่ใช่หรือไง? นายควรคิดในเชิงปฏิบัติให้มากกว่านี้ แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบเข้าครอบงำ”
“โธ่เว้ย! แล้วถ้าพวกมันกลับมาลอบกัดเราอีกรอบล่ะ?”
“ถึงตอนนั้น...” แววตาสีฟ้าของเลาเอลเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง “หลังจากฆ่าพวกมันทิ้ง เราจะตามไปเหยียบย่ำดินแดนของพวกมันให้จมดิน”
เขาจะไม่ยอมให้มีการรุกรานเป็นครั้งที่สอง และจะไม่มีการให้อภัยอีกต่อไป
***
รุ่งเช้ามาถึง ณ ทุ่งนาของเมืองเรย์ดัน
ในตอนเช้าตรู่ สมาชิกโอเวอร์เกียร์เดินทางมายังที่ที่เหล่าเกษตรกรกำลังหลั่งเหงื่อชโลมกาย เลาเอลก้มหัวให้ปิอาโร่อย่างนอบน้อม “ขอบคุณท่านมากที่ช่วยปกป้องเรย์ดัน บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ข้าจะขอใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตเพื่อตอบแทน”
ปิอาโร่หัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็แค่ทำตัวให้คุ้มค่าอาหารเท่านั้น”
“คุ้มค่าอาหาร...”
ราคาค่าอาหารมื้อหนึ่งของเกษตรกรคือ 73 เงิน
‘เรย์ดันมีค่าเท่ากับ 73 เงินงั้นเหรอ...’
เลาเอลรู้สึกซับซ้อนในใจ เขามองไปรอบทุ่งนากว้างขวาง การเก็บเกี่ยวเริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ข้าวสาลีคุณภาพดีถูกผลิตออกมาในปริมาณมหาศาล ในอนาคต ชาวเมืองเรย์ดันจะได้กินขนมปัง ไม่ใช่แค่ประทังชีวิตด้วยมันฝรั่งอีกต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะปิอาโร่ เขาไม่ได้เพียงแค่ทำงานแทนคนร้อยคนได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เขายังหมั่นหาแหล่งน้ำและเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับทุ่งนาแห่งนี้ แม้จะเป็นมหาจอมดาบ (Great Swordsman) แต่เขากลับไม่เย่อหยิ่ง ทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์ และให้เกียรติผู้อื่นเสมอ
“แต่ว่า... ข้าได้ยินมาว่าศัตรูมีจำนวนมาก ท่านขับไล่พวกมันด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร?”
เลาเอลได้ยินมาจากฝ่ายศัตรู แต่เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อศัตรูมีคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างซีบาล, ซูรอน และหาว ปิอาโร่ขับไล่พวกเขาทั้งหมดได้จริงหรือ? มันเป็นไปไม่ได้เลยเว้นแต่ว่าปิอาโร่จะเป็นระดับตำนานเช่นเดียวกับพักม่าหรือมุลเลอร์
‘หรือว่าจะเป็น...’ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าข้อความ ‘การกำเนิดเกษตรกรในตำนาน’ ที่ปรากฏขึ้นเมื่อคืนจะหมายถึงปิอาโร่ ปิอาโร่ตั้งเป้าจะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ (Sword Saint) เขาไม่ใช่เกษตรกรเสียหน่อย ในขณะที่เลาเอลกำลังสับสน ปิอาโร่ก็ชี้ไปยังเกษตรกรสามคน
คนหนึ่งคือแบลนด์ ส่วนอีกสองคนสวมหมวกสานบังใบหน้า ทำให้มองไม่เห็นว่าเป็นใคร
“พวกเขาก็ช่วยข้าด้วยเช่นกัน”
“อย่างนั้นหรือ?”
ในเรย์ดันยังมีเกษตรกรที่เป็นยอดนักรบซ่อนอยู่อีกงั้นเหรอ? เลาเอลเดินเข้าไปหาพวกเขา เกษตรกรสองคนที่กำลังใช้เคียวเกี่ยวข้าวเริ่มทำตัวเลิ่กลั่ก
‘ฉันไม่อยากเจอพวกนายเลย...’
คราวเกิล อันดับ 1 ของโลก เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองมานั่งทำงานในทุ่งนาได้สองสัปดาห์แล้ว มันคงเป็นเรื่องน่ารำคาญใจไม่น้อย ดังนั้นเขาจึง...
“แม่เรียกน่ะ ฉันต้องไปแล้ว ล็อกเอาต์”
“...”
การล็อกเอาต์เพราะแม่เรียก... มันเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้เล่นซาทิสฟายหวาดกลัวกันมาก มีหลายคนที่ต้องจำใจเลิกเล่นระหว่างเรดเพราะแม่สั่งให้ไปกินข้าว ในกรณีเช่นนั้น ผู้เล่นจะถูกลงบันทึกในแบล็กลิสต์และยากที่จะได้เข้าร่วมกลุ่มเรดอีก แต่ในเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ดาเมียนจึงถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง
“เอ๊ะ? เมื่อกี้ใครกัน?”
เลาเอลประหลาดใจมากที่เห็นคนที่เขานึกว่าเป็น NPC ล็อกเอาต์ออกไป มีผู้เล่นมาทำงานเป็นเกษตรกรในเรย์ดันงั้นเหรอ? เขาต้องมีเลเวลสูงแน่ ๆ แล้วทำไมถึงมาทำงานเป็นเกษตรกรกันล่ะ...? ความสับสนและข้อสงสัยของเลาเอลพุ่งตรงไปที่ดาเมียน
“คุณเป็นใคร? ทำไมถึงมาทำงานในทุ่งนาที่นี่?”
“...”
ดาเมียนไม่ทันตั้งตัว เขารู้สึกอับอายที่จะเปิดเผยว่าพาลาดินระดับสูงกำลังสวมบทเกษตรกร เขาอยากจะล็อกเอาต์ตามไปเสียจริง ทว่าเขาก็เปลี่ยนใจในทันที
‘เขาคือคนที่ใกล้ชิดกับเกริดที่สุด’
หากเขาอธิบายให้เลาเอลฟังว่าทำไมเขาถึงต้องพบเกริด การขอนัดพบเกริดก็น่าจะง่ายขึ้น
ควับ
ดาเมียนถอดหมวกสานออก เส้นผมสีน้ำเงินเข้มปนม่วงดึงดูดสายตาของเลาเอล
“จะ... เจ้า...”
ดวงตาของเลาเอลสั่นไหวเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์อันโดดเด่นนั้น
ดาเมียน... บุคคลเหนือธรรมดาผู้ก้าวขึ้นเป็นพาลาดินอันดับสอง ทั้งที่เป็นพาลาดินแห่งศาสนจักรเรเบคก้า ทว่าวันหนึ่งเขากลับหายไปจากตารางอันดับอย่างกะทันหัน จนมีข่าวลือว่าเขาได้รับคลาสลับ และเขายังเป็นพวกโอตาคุอีกด้วย ทำไมคนดังระดับนี้ถึงมาทำงานในทุ่งนาที่นี่ได้ล่ะ?
ดาเมียนทักทายเลาเอลและสมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่ยืนอึ้งอยู่อย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“ว่าไงครับ”
“...”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.







