Chapter 266
266 / 2060
10 min read
Chapter 266
Published Apr 3, 2026, 05:36 PM
**บทที่ 266**
‘น่าเหลือเชื่อจริงๆ’
เกริด... เขาคือบุคคลที่พิเศษมากสำหรับศาสนจักรเรเบ็กกา เขาคือวีรบุรุษผู้กอบกู้ศาสนจักรด้วยการลงทัณฑ์อดีตพระสันตะปาปาดรีวิโกผู้ฉ้อฉล
สมาชิกส่วนใหญ่ต่างยกย่องในวีรกรรมของเกริด หากเขาประกาศตัวว่าเป็นผู้พิทักษ์ของดามิอาน ย่อมเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สมาชิกจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะหันไปสนับสนุนดามิอาน
‘เจ้าดามิอานนั่น มันเตรียมการรับมือความพ่ายแพ้มาอย่างดีเลยสินะ’
นี่เป็นหมากที่อันตรายมาก เหล่าอาวุโสไม่เคยคาดคิดเลยว่าเจ้าคนเซ่อซ่าแบบนั้นจะเรียกตัวตนระดับเกริดมาช่วยเหลือ
‘วิกฤตแล้วสิ’
การเลือกตั้งไม่ใช่หนทางเดียวที่เกริดจะช่วยดามิอานได้ เพราะหากเกริดช่วยผนึกหอกแห่งลิฟาเอล เขาก็จะสามารถขจัดจุดอ่อนของดามิอานให้หมดไป
‘อา ช่างเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ’
ทว่าใบหน้าของปาสกาลกลับดูผ่อนคลาย ต่างจากเหล่าอาวุโสคนอื่นๆ เขาเคยมีประสบการณ์กับเกริดมาก่อน และเขาสามารถเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้
‘เกริดไม่ใช่วีรบุรุษหรอก’
เหตุผลที่เกริดปราบดรีวิโก ไม่ใช่เพื่อศาสนจักรเรเบ็กกา แต่เพื่อตัวของเกริดเอง ปาสกาลรู้ความจริงในข้อนี้ดี
‘เขาบอกว่าที่ฆ่าดรีวิโก เพราะต้องการบัฟอวยพรให้กับแร่ประหลาดที่ชื่อว่าพาเวราเนียม’
เกริดนั้นทั้งเห็นแก่ตัวและรุนแรง ในตอนที่พาเวราเนียมได้รับพรจากเทพจูดาร์ ปาสกาลได้แอบมองเห็นธาตุแท้ของเกริดมาแล้ว
‘ยิ่งคนเห็นแก่ตัวเท่าไหร่ ก็ยิ่งจัดการง่ายเท่านั้น’
ทำไมเกริดถึงประกาศตัวว่าเป็นผู้พิทักษ์ของดามิอาน? ก็เพราะว่ามันมีผลประโยชน์บางอย่างสำหรับเขาน่ะสิ
ซี่ดดด
ปาสกาลยิ้มกว้าง
‘เกริด ฉันสามารถมอบให้แกได้มากกว่าที่ดามิอานให้เสียอีก’
ทั้งความมั่งคั่ง อำนาจ และสาวงาม เขาจะประเคนทุกอย่างที่เกริดต้องการให้
‘เพราะฉะนั้น ทิ้งดามิอานแล้วมาหาฉันซะ’
หากเขาดึงเกริดมาเป็นพวกได้ เขาจะสามารถคลายผนึกเทวัตถุทั้งสามชิ้นรวมถึงชนะการเลือกตั้งได้ด้วย มันเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นพระสันตะปาปาพร้อมกับมีเหล่านางแห่งเรเบ็กกาที่แข็งแกร่งที่สุดในครอบครอง ปาสกาลคิดเช่นนั้นก่อนจะทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดลง
“โอ้โห! นี่ใครกันล่ะเนี่ย? ผู้กอบกู้ศาสนจักรเรเบ็กกา! วีรบุรุษเหนือวีรบุรุษ! ท่านเกริดนี่เอง!”
ปาสกาลอุทานพร้อมรอยยิ้มที่เบิกบานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขายกยอเกริดด้วยถ้อยคำเกินจริงและยื่นมือไปจับ
“ยินดีเหลือเกินที่ได้พบท่านอีกครั้ง”
เกริดรู้สึกสับสน
‘หมอนี่... มันยังยิ้มได้แทนที่จะโกรธหลังจากโดนฉันยั่วยุต่อหน้าเนี่ยนะ?’
มันเป็นการตอบสนองที่เหนือความคาดหมาย
‘เมื่อก่อนมันก็เป็นแบบนี้’
เกริดเคยแย่งชุดแสงศักดิ์สิทธิ์ (Holy Light set) ที่ปาสกาลต้องการไป แต่แทนที่จะเป็นศัตรูกับเกริด ปาสกาลกลับต้อนรับเขาอย่างดี
เขาขอบคุณเกริดที่ลงทัณฑ์ดรีวิโก จัดงานเลี้ยงฉลอง และมอบพรแห่งเทพจูดาร์ให้โดยไม่มีเงื่อนไข หมอนี่เป็นคนที่ต้องระวังให้ดี ปาสกาลเป็นพวกที่ไม่ยอมสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งโดยไม่จำเป็น
‘ต้องยั่วยุมันเพิ่มอีกหน่อย’
เกริดคิดเช่นนั้นและตอบรับการจับมือ
“ยินดีที่ได้พบเช่นกัน”
ใจของปาสกาลพองโตเมื่อได้รับการตอบรับจากเกริด
‘มันต้องอย่างนี้สิ ฉันไม่รู้หรอกนะว่ากับพวกอาวุโสคนอื่นจะเป็นยังไง แต่เขาไม่ควรเสียมารยาทกับฉัน’
เกริดเองก็ควรจะตระหนักได้แล้ว ว่าปาสกาลมีประโยชน์มากกว่าดามิอาน ปาสกาลเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและรีบเข้าคุมสถานการณ์ทันที
“ท่านเป็นถึงดุ๊กแห่งอาณาจักรเอเทอร์นัลเชียวหรือ? ท่านคือวีรบุรุษตัวจริง ความสามารถอันโดดเด่นของท่านได้รับการยอมรับแล้ว เอาละ เราเปลี่ยนสถานที่กันเถอะ ผมจะเตรียมงานเลี้ยงฉลองการกลับมาพบกันอีกครั้งให้ พวกเราจะได้คุยกันหลังจากไม่ได้เจอกันนาน”
ดามิอานหน้าถอดสีเมื่อเห็นสถานการณ์
‘เกริดกับปาสกาลรู้จักกันงั้นเหรอ?’
นี่มันเรื่องใหญ่แล้ว ปาสกาลรวยมหาศาล เกริดอาจจะถูกล่อลวงด้วยเงินทองก็ได้ ขณะที่ดามิอานกำลังกังวล ปาสกาลก็ตอกลิ่มสุดท้ายลงไป
“ท่านเกริด วันนี้ผมเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านมากมายเลยล่ะ”
“โฮ่ ของขวัญงั้นเหรอ ชักจะตั้งตารอซะแล้วสิ”
เกริดเริ่มแสดงท่าทีสนใจ ดามิอานรู้สึกท้อแท้ ขณะที่ปาสกาลยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ทว่าในตอนนั้นเอง
“แต่ว่านะปาสกาล ฉันเป็นถึงดุ๊กเลยนะ จริงไหม?”
กรึ่บ!
เกริดเพิ่มแรงบีบที่มือที่กำลังจับกันอยู่ ใบหน้าของปาสกาลบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว
‘อะไรกัน...?’
มันเป็นแรงบีบที่มหาศาล ปาสกาลเริ่มรู้สึกเจ็บที่มือ เขาพยายามดิ้นรน แต่เกริดไม่ยอมปล่อย
“นายยังไม่ได้เป็นพระสันตะปาปาด้วยซ้ำ แค่ผู้สมัครรับเลือกตั้งกลับกล้ายื่นมือมาขอจับแทนที่จะทำความเคารพฉันอย่างสุภาพงั้นเหรอ? ดูเหมือนนายจะล้อเล่นกับฉันนะปาสกาล ที่นายยกยอว่าฉันเป็นวีรบุรุษนั่นคงเป็นเรื่องโกหกสินะ?”
‘แกมันก็แค่ดุ๊กของอาณาจักรเล็กๆ!’
ปาสกาลเป็นขุนนางแห่งจักรวรรดิซาฮารัน เขามองว่าทุกประเทศนอกจากจักรวรรดินั้นเป็นเพียงประเทศเล็กๆ และป่าเถื่อน เขาเป็นพวกชาตินิยมที่เชื่อว่ามีเพียงจักรวรรดิเท่านั้นที่ควรได้รับพรจากเทพีเรเบ็กกา สำหรับปาสกาลแล้ว ไม่มีอะไรน่าอับยศไปกว่าการถูกปฏิบัติเช่นนี้โดยขุนนางจากอาณาจักรเล็กๆ อีกแล้ว
“นี่มันใช้กำลังกันนี่? เฮือก!”
ปาสกาลตะโกนขึ้น แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้สบตาของเกริด
‘แก...!’
เขาไม่สามารถอ่านอารมณ์หรือประเมินความลึกในดวงตาของเกริดได้เลย เขาไม่รู้เจตนา แต่ดวงตาของเกริดช่างลึกล้ำยิ่งนัก และดวงตาคู่นั้นกำลังสื่อความหมายชัดเจน
มันคือการยั่วยุ... ‘เข้ามาเลยปาสกาล ฉันอยากจะขยี้แกจะแย่อยู่แล้ว’ แววตาของเกริดบอกเช่นนั้น
‘เจ้าสัตว์ป่า!’
ในขณะที่ปาสกาลกำลังสับสนวุ่นวาย ใครบางคนก็กระโดดลงมาจากเพดาน อัศวินในชุดเกราะสีแดง เขาชื่อคามิยัน อัศวินลำดับที่ 30 แห่งกองอัศวินสีชาด (Red Knights) จักรพรรดิส่งเขามาให้ปาสกาลด้วยความหวังว่าปาสกาลจะได้เป็นพระสันตะปาปา
“ปล่อยมือซะ”
คามิยันเอ่ยเตือนพร้อมกับพาดดาบลงบนคอของเกริด เกริดแค่นเสียงในลำคอ
“แล้วถ้าฉันไม่อยากปล่อยล่ะ?”
“ฉันก็จะตัดมือแกซะ”
คามิยันไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ดาบของเขาเคลื่อนที่ไปยังมือที่บีบปาสกาลอยู่
ปาสกาลตะโกนขึ้น “หยุดนะ!”
ดาบของคามิยันหยุดกึกอยู่เหนือข้อมือของเกริดเพียงนิดเดียว เกริดหรี่ตาลงหลังจากที่เขาเกือบจะเรียกเฟลเลอร์ (Failure) ออกมาจากคลังสัมภาระ
‘น่าเสียดายแฮะ’
ปาสกาลดิ้นรนหลุดพ้นจากมือของเกริดมาได้ในที่สุด
“ท่านเกริด วันนี้ผมจะทำเป็นไม่เห็นความเสียมารยาทของท่านก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องก็ได้นี่? ฉันบอกนายไปแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรก็ก้าวออกมาเลย เข้ามาสิ”
“...”
ความโกรธแค้นเดือดพล่านในใจของปาสกาล
เขาเป็นลูกชายขุนนางซาฮารัน ผู้มีสถานะสูงส่งหลังจากเข้าร่วมศาสนจักรเรเบ็กกา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกปฏิบัติเช่นนี้ ปาสกาลไม่สามารถมีเหตุผลหรือรอบคอบได้อีกต่อไป ในใจเขาอยากจะสั่งให้คามิยันบั่นคอเกริดทิ้งเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องอดทนไว้ เขาต้องการพลังของเกริดเพื่อคลายผนึกเทวัตถุทั้งสามชิ้น
“ผมหวังว่าเราจะหัวเราะให้กันได้เมื่อเราพบกันใหม่ในเร็วๆ นี้ ผมจะมีของขวัญเตรียมไว้ให้ท่านเสมอ”
ปาสกาลถอยทัพกลับไปด้วยใบหน้าแดงฉาน คามิยันและเหล่าอาวุโสเดินตามเขาไป เกริดมองตามไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
‘ความอดทนสูงชะมัด’
เกริดไม่สามารถเปิดฉากโจมตีพวกนักบวช NPC ระดับสูงก่อนได้ ตราบใดที่พวกเขายังไม่ถูกทอดทิ้งโดยเทพีเหมือนดรีวิโก พวกเขาจะได้รับความคุ้มครองจากเทพีเสมอ หากเขาโจมตีก่อน เทพีจะสาปแช่งเขา
[คำสาปแห่งเทพี]
- ค่าสถานะ ‘อัปโชค’ (Unlucky stat) จะถูกสร้างขึ้น
ค่าสถานะอัปโชคนั้นคลุมเครือเพราะมันไม่ใช่สถานะผิดปกติทั่วไป เกริดจึงไม่อยากถูกเทพีสาปแช่งสักเท่าไหร่ นั่นคือเหตุผลที่เขาพยายามยั่วยุปาสกาล แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว
‘ช่างเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน แค่รอไปก่อน’
ในมุมมองของปาสกาล เกริดคือหนามยอกอก ในที่สุดมันก็ต้องเป็นฝ่ายโจมตีเกริดก่อนแน่ๆ
หลังจากปาสกาลและเหล่าอาวุโสจากไป
อิซาเบลที่เงียบมาตลอดก็เดินเข้ามาหาเกริด
“ไม่ได้เจอกันนานนะ”
น้ำเสียงของเธอดูไม่ค่อยพอใจนัก ดูเหมือนเธอจะมีเรื่องอยากจะตัดพ้อ
‘ฉันเกลียดนายจริงๆ’
อิซาเบลต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอันแสนสาหัสก็เพราะเกริด สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะเกริดลืมผนึกหอกแห่งลิฟาเอล
“ฉันขอโทษ” เกริดกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ
อิซาเบลกัดฟันแน่นเมื่อเห็นท่าทางของเขา “ขอโทษเรื่องอะไร? ขอโทษที่คลายผนึกหอกแห่งลิฟาเอลงั้นเหรอ? อย่ามาตลกหน่อยเลย ฉันช่วยเพื่อนๆ ไว้ได้ก็เพราะนายคลายผนึกนั่นแหละ และศาสนจักรทั้งหมดรอดมาได้ก็เพราะนาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาขอโทษ”
เธอรู้สึกขอบคุณเขาจริงๆ
‘แล้วทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?’
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของอิซาเบลขณะที่เกริดกำลังงุนงง
“นายเป็นแบบนี้เสมอ ทำไมต้องโผล่มาตอนที่ฉันเข้าตาจนทุกที? ทำตัวเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวไปได้”
อิซาเบลแอบชอบเกริด อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านเพราะเธอได้รับการช่วยเหลือในวินาทีสุดท้ายก่อนจะตกลงสู่ขุมนรก แต่เกริดเคยเพิกเฉยต่อเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มันก็คงจะเหมือนเดิม
“ถ้านายจะไม่ยอมรับฉันอยู่แล้ว แล้วจะทำแบบนี้ไปทำไมกัน...?” อิซาเบลพึมพำขณะก้มหน้าลง เสียงของเธอเบาเกินกว่าที่เกริดจะได้ยิน
‘อาการของเธอแปลกๆ แฮะ สงสัยคงจะเจ็บมากจริงๆ สินะ’
เกริดจ้องมองอิซาเบล ผมสีบลอนด์เงินที่เคยสวยงามของเธอตอนนี้กลายเป็นสีหม่นเกือบเทาและไร้ความเงางาม ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มซีดเซียว และร่างกายที่ซูบผอมจนดูเหมือนมัมมี่ แต่มีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น
‘หน้าอกของเธอเล็กลงแฮะ’
มันเป็นผลจากการที่น้ำหนักลดลง หน้าอกคัพ B เดิมของเธอตอนนี้เหลือเพียงคัพ A เท่านั้น มันช่างน่าเสียดายจริงๆ
“นะ... นายมองตรงไหนกันน่ะ! คนลามก!” อิซาเบลรีบยกแขนขึ้นมาปิดหน้าอกแล้วตะโกนใส่
“ก็มันมีอะไรให้มองซะที่ไหนเล่า?”
“มีอะไรให้มองซะที่ไหน? หมายความว่ายังไงยะ!”
“ต้องให้ฉันอธิบายด้วยเหรอ?”
“ไม่ต้องเลย!”
นานมากแล้วที่อิซาเบลไม่ได้ดูร่าเริงแบบนี้ ดามิอานมองดูทั้งสองคนแล้วยิ้มออกมา
‘อิซาเบลจัง เธอคิดถึงเกริดมาตลอดเลยสินะ’
เขาหวังว่าความรู้สึกของเธอจะส่งไปถึงเกริด เขาเอาใจช่วยเธอจริงๆ ดามิอานไม่ได้มองเกริดเป็นคู่แข่งเลยสักนิด
‘มันเป็นเรื่องธรรมดาที่นางเอกจะต้องคู่กับพระเอก’
ส่วนเขาเป็นแค่ตัวประกอบ เขาไร้ความสามารถเกินไป แค่ได้เฝ้าดูเหล่านางแห่งเรเบ็กกาอยู่ข้างๆ เขาก็พอใจแล้ว ฮูโรยเดินเข้ามาหาดามิอานแล้วกระซิบ
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เธอไม่ใช่สเปกของนายท่านหรอก”
“...”
อิซาเบลจังที่แสนสวยเนี่ยนะ ไม่ใช่สเปกของเกริด? ฟังแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด ดามิอานทำสีหน้าปั้นยากขณะที่เกริดเร่งเขา
“เราจะยืนบื้อตรงนี้อีกนานไหม? นำทางฉันไปที่ที่เหมาะสมสักทีสิ”
ได้เวลาหาวิธีสร้างและผนึกหอกแห่งลิฟาเอลกันแล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


