Chapter 709
709 / 2060
11 min read
Chapter 709
Published Apr 3, 2026, 08:06 PM
‘ไยมันถึงมาปรากฏกายที่นี่?’
ในความเป็นจริง คำถามนี้ช่างไร้ความหมายสิ้นดี เพราะแอกนัสเองก็เป็นผู้เล่น และไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขามีภารกิจใดอยู่ในมือ การที่เขาจะปรากฏตัวขึ้นที่ใด เวลาใด หรือในรูปลักษณ์พิลึกพิลั่นเพียงไหน ย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เกริดเตือนตัวเองเสมอว่าต้องเตรียมใจรับมือกับการเผชิญหน้ากับชายผู้นี้ไว้ทุกเมื่อ แต่ในวินาทีนี้ สิ่งที่ควรจะติดค้างอยู่ในใจของเขาน่าจะเป็นข้อสงสัยอื่นมากกว่า
‘ทำไม... มันถึงช่วยข้า?’
เกริดถูกพันธนาการด้วยเงื้อมมือของยอดฝีมือลึกลับนามว่าไคล์ วิกฤตการณ์นี้แผ่ขยายวงกว้างจนคุกคามทุกคน กองกำลังของอารีสพยายามจะเข้าช่วยเหลือกษัตริย์เกริด ทว่ากลับถูกทหารแห่งจักรวรรดิสกัดกั้นไว้ด้วยการพลีชีพ ในจังหวะความเป็นความตายนั้นเอง แอกนัสกลับยื่นมือเข้าช่วย นี่มิอาจตีความความเป็นอื่นได้เลยนอกจาก ‘ความปรารถนาดี’ อย่างชัดแจ้ง ซึ่งนั่นทำให้เกริดยิ่งไม่เข้าใจ ต่อให้ไม่มีความแค้นส่วนตัว แต่ด้วยเส้นทางแห่งภารกิจ แอกนัสควรจะวางตัวเป็นศัตรูกับเขาไม่ใช่หรือ?
‘ในมุมของแอกนัส การตายของข้าน่าจะเป็นสิ่งที่มันยินดีที่สุดเสียด้วยซ้ำ’
แล้วเหตุใดกัน?
‘เหตุใดมันจึงช่วยข้า?’
ท่ามกลางความสับสนอลหม่านที่เกาะกินใจเกริดอยู่นั้น...
[ระดับเลเวลของศพที่คุณปลุกขึ้นมานั้นสูงเกินไป]
[ไม่สามารถคงการควบคุมไว้ได้อีกต่อไป]
อัศวินแห่งความตายลอเร็กซ์ สลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีเทาทันทีหลังจากจู่โจมเข้าที่เบื้องหลังของไคล์ มันปรากฏตัวขึ้นเพียงสามวินาทีเท่านั้น ทว่าบนใบหน้าของแอกนัสกลับผลิบานด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างวิปลาส
“ใช้ค่าครอบงำถึง 3,000 หน่วย เพื่อควบคุมมันแค่สามวินาทีเนี่ยนะ? คิกๆๆ! เกริด! แกเป็นคนล้มไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้งั้นเรอะ?”
“...”
“ราชาผู้กล้า...! ราชาผู้กล้า!! ข้าอยากเห็นนักว่าแกแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนแล้ว! คิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
“...!!”
เกริดรีบกระโดดถอยรั้งจังหวะอย่างรวดเร็ว แอกนัสระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติก่อนจะเปิดฉากจู่โจมเข้าใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อครู่เพิ่งช่วยชีวิต แต่ยามนี้กลับหมายจักสังหารทิ้งเสียอย่างนั้น!
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!”
เกริดแผดคำรามก้องพร้อมกับเบี่ยงกายหลบหลีกการโจมตี แอกนัสยังคงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ คมดาบกระดูกถูกแทงสวนเข้ามาอย่างรุนแรง
“คิก! คิกิ๊ก! ดิ้นรนเข้า! ทำเข้าสิ! มอบความสนุกให้ข้ามากกว่านี้! คิฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ไอ้ระยำเอ๊ย...!”
ในที่สุดเกริดก็ตระหนักได้ว่า การพยายามทำความเข้าใจคนอย่างแอกนัสนั้นเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ ใช่แล้ว... แอกนัสมันก็แค่คนบ้าเสียสติคนหนึ่ง เกริดไม่ควรพลาดพลั้งไปรู้สึกติดค้างหนี้ชีวิตกับชายผู้นี้เด็ดขาด
‘ที่มันช่วยข้า... ก็แค่ทำไปตามอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น!’
เกริดประเมินสถานการณ์ คมดาบกระดูกถากแก้มของเขาไปเพียงนิด ทิ้งรอยแผลที่มาพร้อมกับไอเย็นเยือก
[คุณต้องคำสาป]
[คุณต้านทานสำเร็จ]
‘อาวุธที่สร้างสถานะผิดปกติงั้นเหรอ...! มันได้ไอเทมใหม่มางั้นสิ?’
“คิกิ๊กๆ! มัวเหม่ออะไรของแก? อย่าหนีสิ! โจมตีข้ากลับมา! คูฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
แอกนัสยิ่งทวีความบ้าคลั่งจนถึงขีดสุด เขาไม่สนใจแม้แต่น้อยว่ากำลังถูกล้อมรอบด้วยเหล่าอัศวินสีชาดและไคล์ อัศวินลำดับที่ห้า ‘เดีย’ กัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล
“พวกแกเห็นพวกเราเป็นเพียงฉากกั้นรึอย่างไร...!”
เดียคือยอดนักรบที่เชี่ยวชาญการสังหารโดยเฉพาะ แม้ค่าสถานะโดยรวมจะด้อยกว่าอัศวินลำดับที่สามอย่างลอเร็กซ์ แต่ในการดวลตัวต่อตัว เขากลับเหนือชั้นกว่ามาก ในวินาทีที่เดียเตรียมจะพุ่งทะยานเข้าหาเกริดและแอกนัสด้วยความโกรธา...
“หยุดก่อน” ไคล์เอ่ยรั้งเดียไว้ “อย่างที่เจ้าเห็น ผู้สืบทอดของราชาไร้พ่ายคนนั้นแข็งแกร่ง และชายลึกลับที่เพิ่งปรากฏตัวก็น่าเกรงขามไม่แพ้กัน ปล่อยให้พวกมันขัดเกลากันเองย่อมประเสริฐกว่า”
“ชิ...!”
เดียไม่ใคร่จะพอใจไคล์นัก เพราะยามที่ลอเร็กซ์และอัศวินสีชาดตกอยู่ในวิกฤต ไคล์กลับหายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย และเพิ่งจะโผล่หัวออกมาตอนที่ผู้สืบทอดราชาไร้พ่ายอ่อนแรงลงแล้ว หากไคล์ลงมือเร็วกว่านี้ ลอเร็กซ์อาจจะยังมีชีวิตอยู่ ทว่า...
‘ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิมัน!’
เดียเองก็ล้มเหลวในการช่วยชีวิตลอเร็กซ์เช่นกัน เขาไม่ได้ต่างอะไรจากไคล์เลยแม้แต่น้อย เขาจึงต้องสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านและพยักหน้ายอมรับ
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ทั้งคู่ต่างเห็นพ้องว่าควรปล่อยให้เสือสองตัวกัดกันเองจนสิ้นฤทธิ์ ทว่าสถานการณ์กลับไม่ได้ดำเนินไปตามแผนที่พวกเขาวางไว้
“แอกนัส! ตั้งสติหน่อย!” เวราดินที่ตามมาถึงสมรภูมิเอ่ยเสียงกร้าวเพื่อดึงสติแอกนัส “แกจะสู้กับมันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่ใช่กับไคล์! หากพลาดโอกาสในวันนี้ แกอาจจะไม่มีทางได้เจอไคล์อีกเป็นครั้งที่สอง!”
แม้ไคล์และแอกนัสจะอยู่ต่างขั้วอำนาจ แต่ทั้งคู่ต่างก็สังกัดจักรวรรดิเดียวกัน โดยปกติแล้วพวกเขาไม่อาจเป็นศัตรูกันได้โดยตรง และมีความเป็นไปได้สูงว่าหากเนื้อเรื่องดำเนินต่อไป พวกเขาอาจจะต้องกลายเป็นพันธมิตรกันในการพบกันครั้งหน้า
“...คิหิ!”
แอกนัสที่กำลังไล่กวดเกริดชะงักฝีเท้าลงทันทีพร้อมกับเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ไคล์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม NPC ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกม สำหรับแอกนัสแล้ว การได้ประมือกับไคล์ย่อมมอบความหฤหรรษ์ได้มากกว่าการไล่ล่าไอ้คนขี้ขลาดที่เอาแต่หนีอย่างเกริดเป็นไหนๆ
“เอาเถอะ... ข้าเองก็อยากฟัดกับพวกหนังเหนียว มากกว่าพวกขี้แพ้ที่เหนื่อยหอบล่ะนะ... คิก”
“แฮก... แฮก...”
เกริดลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อแอกนัสหยุดไล่ล่า
‘เกือบตายไปแล้วไหมล่ะ’
ไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้า แต่เพราะที่นี่ เกริดไม่อาจเปิดเผยตัวตนในฐานะราชาโอเวอร์เกียร์ได้ หากไม่สามารถสู้กับแอกนัสด้วยพลังทั้งหมดที่มี เขาก็ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย เว้นเสียแต่ว่าแอกนัสจะอัญเชิญ ‘มูมุด’ ออกมา ซึ่งนั่นจะบีบให้เกริดต้องใช้ ‘สภาวะหลอมรวม’
‘แต่แอกนัสไม่ใช่คนโง่ มันไม่มีทางอัญเชิญมูมุดออกมาแน่’
หากมูมุดปรากฏตัว ภารกิจ ‘บราแฮม ปะทะ มูมุด’ จะถูกเปิดใช้งาน และเกริดจะได้รับบัฟปรับสมดุลเลเวล 400 ทันที อีกทั้งเกริดในร่างหลอมรวมกับลิชระดัับตำนานอย่างมูมุดจะถูกบังคับให้เข้าสู่การต่อสู้ล้างผลาญ ซึ่งแอกนัสย่อมตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ดี
และมันก็เป็นเช่นนั้น...
ครืนนนนน...
แอกนัสเริ่มอัญเชิญเหล่าอัศวินแห่งความตายและลิชออกมาจนเต็มสมรภูมิ ยกเว้นเพียงมูมุดเท่านั้น ก่อนจะสั่งให้พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมไคล์อย่างดุดัน แม้แต่ลิชที่เวราดินอัญเชิญมาก็ร่วมกระหน่ำโจมตีไคล์ด้วยเช่นกัน
‘อันตรายจริงๆ’
เกริดสวมใส่ ‘รองเท้าของบราแฮม’ ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาเพื่อเว้นระยะห่างจากใจกลางการต่อสู้ให้มากที่สุด พร้อมกับเฝ้าดูวิกฤตของไคล์ เขาซึ้งดีว่ากองทัพวิญญาณของแอกนัสนั้นทรงพลังเพียงใด
‘อย่างน้อยไคล์ก็น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับลอเร็กซ์’
แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่น่าจะต้านทานการรุมกินโต๊ะของสองยอดเนโครแมนเซอร์อย่างแอกนัสและเวราดินได้ ทั้งคู่คือสัตว์ประหลาดที่เคยสะกดได้ทั้งเกริดและกองทัพอารีส ทว่าไคล์กลับหัวเราะเยาะให้กับการประเมินนั้น
เปรี้ยง!
ครืนนนน!
ไคล์เรียกพายุอัสนีคลั่งออกมาห่อหุ้มกาย มันคือมหาเวทอันทรงพลังที่กวาดล้างเหล่าอัศวินแห่งความตายจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
‘นี่มันเหนือกว่าเวทมนตร์ของอาชูรเสียอีกงั้นหรือ?’
ยิ่งกว่ามหาจอมเวท! เกริดตกตะลึงเมื่อพบว่าพลังของไคล์นั้นเกินกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก ในหัวของเขานึกถึงขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิ... ขุมพลังที่อยู่เหนือกว่าเหล่าอัศวินลำดับเลขทั่วไป
“อย่าบอกนะว่า... หนึ่งในห้าเสาหลัก...!”
ในที่สุดเกริดก็นึกออกถึงตัวตนที่แท้จริงของไคล์
“ข้าไม่รู้ว่าใครส่งเจ้านักฆ่าอย่างพวกเจ้ามา แต่มันช่างโง่เขลานัก คิดหรือว่าฝีมือระดับนี้จะล้มข้าคนนี้ได้?”
เปรี้ยง!
ไคล์ที่อาบไปด้วยประกายสายฟ้าหายวับไปจากที่เดิมและปรากฏตัวขึ้นใหม่ในชั่วพริบตา เขาไปโผล่ที่เบื้องหลังของแอกนัสโดยที่ไม่มีใครในสมรภูมิมองทัน ในมือถือกริชเล่มคม เขาไม่ได้เป็นเพียงจอมเวท แต่เป็นยอดนักรบที่เจนจบในศาสตร์การสังหารอย่างแท้จริง!
ฉึก!
ฉึกๆๆๆ!
กริชของไคล์กระหน่ำแทงเข้าที่สีข้างของแอกนัสครั้งแล้วครั้งเล่า หกครั้งต่อวินาที! ความเร็วของไคล์นั้นอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เกริดในสภาวะรับบัฟเต็มพิกัดจะทำได้
“แอกนัส...!”
เกริดที่อยู่บนฟ้าถึงกับสะดุ้ง
‘ข้าควรช่วยมันไหม?’
เขาไม่ได้นับถือแอกนัส แอกนัสคือศัตรู และเกริดย่อมปรารถนาที่จะเห็นมันดับดิ้น ทว่าเขาก็รู้ดีว่าไคล์คือศัตรูที่คุกคามยิ่งกว่าแอกนัสหลายเท่าตัวนัก
‘ตราบใดที่ห้าเสาหลักยังคงอยู่ จักรวรรดิจะทรงอำนาจและกดขี่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ไปตลอดกาล’
หรือนี่จะเป็นโอกาสดี? โอกาสทองที่จะทำลายหนึ่งในเสาหลักเพื่อตัดกำลังของจักรวรรดิให้สิ้นซาก!
‘...ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณไอ้คนบ้านั่นหรอกนะ’
พลังชีวิต มานา และค่าความอึดของเขาฟื้นฟูขึ้นมาในระดับที่พอเหมาะแล้ว เกริดตรวจสอบสภาพร่างกายก่อนจะชัก ‘ดาบสายฟ้าแห่งการตื่นรู้’ ออกมา ในขณะเดียวกัน กองทัพของอารีสที่ฝ่าวงล้อมทหารจักรวรรดิมาได้ก็เข้าร่วมสมทบกับแอกนัส อารีสเองก็มีการตัดสินใจที่ไม่ต่างจากเกริด
“แอกนัส! ข้ารู้ว่าแกกำลังวางแผนอะไรอยู่! แต่ไม่เป็นไร! ข้าจะยอมถูกแกหลอกใช้! ถ้ามันหมายถึงการกำจัดหนึ่งในห้าเสาหลักได้ ข้าจะยอมจับมือกับหมาบ้าอย่างแก!”
เคร้งงง!
เหล่าอัศวินแห่งความตายที่ถูกพายุอัสนีซัดกระจัดกระจายไปได้รับอิสระอีกครั้ง เมื่อสมาชิกของอารีสพุ่งเข้าโจมตีแนวหลังของอัศวินสีชาดที่ขวางทางอยู่ แอกนัสจึงสบโอกาสโหมกระหน่ำการโจมตีเข้าใส่ไคล์ด้วยทุกวิถีทางที่มี เขาแผดเสียงหัวเราะก้องสมรภูมิ
“ดี! เยี่ยมมาก! พลังแห่งเฟอร์ฟู (Furfu)!”
ทันทีที่ชื่อของจอมปีศาจถูกเอ่ยออกมา...
ซ่าาาาาาา!
ท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงกลับถูกย้อมด้วยแสงสีขาวโพลน ทัศนียภาพรอบกายแปรเปลี่ยนไปในฉับพลันเมื่อเกล็ดน้ำแข็งเริ่มโปรยปรายลงมาดั่งห่าฝน
กี๊ซซซซซ!
โฮกกกกก!
นี่คืออำนาจแห่งจอมปีศาจเฟอร์ฟู! อัศวินแห่งความตายของแอกนัสทวีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล จนไคล์ที่ถูกล้อมกรอบเริ่มเดาะลิ้นด้วยความรำคาญ
‘น่ารำคาญเสียจริง’
อันที่จริง เป้าหมายของไคล์บรรลุผลตั้งแต่วินาทีที่ลอเร็กซ์ตายแล้ว
‘ผลจากการที่อัศวินลำดับที่สามนำทัพ กองทัพจักรวรรดิกลับปราชัยยับเยิน อัศวินสีชาดล้มตายเป็นผักปลา นี่คือหลักฐานความไร้น้ำยาของพวกอัศวินสีชาด... พวกมันไม่จำเป็นสำหรับจักรวรรดิอีกต่อไป’
เมื่อรายงานเรื่องนี้ถึงหูองค์จักรพรรดิ พระองค์จะต้องพอพระทัยเป็นแน่ ใช่แล้ว... ภารกิจที่แท้จริงของไคล์ในครั้งนี้คือการทำลายความน่าเชื่อถือของอัศวินสีชาด เพื่อบั่นทอนอำนาจของพระมเหสีลง
‘ถ้าเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะกำจัดผู้สืบทอดราชาไร้พ่ายที่นี่เสียเลย แต่...’
เจ้าเนโครแมนเซอร์สองคนนี้รับมือยากกว่าที่คิด โดยเฉพาะไอ้คนวิปลาสนั่น พลังของมันหลุดรอดจากสามัญสำนึกไปไกลนัก
‘พลังของจอมปีศาจงั้นรึ... ข้าควรจะถอนตัวออกไปในขณะที่พวกอัศวินสีชาดที่เหลือยังพอใช้เป็นโล่กำบังได้’
สำหรับจักรวรรดิแล้ว วัลฮัลล่าก็แค่หมู่บ้านบ้านนอก ไคล์ไม่อยากจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในที่พรรค์นี้ เขารู้สึกว่าเวทีนี้มันเล็กเกินไปสำหรับเกียรติยศของเขา คิดได้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจผละจากไป
“ระบำมังกรฟ้า”
เปรี้ยง!
เปรี้ยะๆๆๆ!
ไคล์ปลดปล่อยพลังที่ได้รับมาจาก ‘ทวีปตะวันออก’ เพื่อเร่งสมรรถภาพร่างกายถึงขีดสุด เขาเตรียมจะสะบัดให้พ้นจากเหล่าอัศวินแห่งความตายที่กัดไม่ปล่อย ทว่าแผนการนั้นกลับพังทลายลงเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“จงออกมา ลิช! มูมุด!”
“ไอ้บ้านี่ แกมันเสียสติไปแล้ว!”
“?!”
วินาทีที่แอกนัสอัญเชิญลิชมูมุดออกมา เกริดก็พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าเข้าหาไคล์ทันที พร้อมกับที่เส้นผมสีดำสนิทของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน!
“ฟายเออร์บอล (Fireball)!”
“กิ๊ซซซซซซ!”
ตูมมมมมมมม!
บราแฮมและมูมุดต่างระเบิดมหาเวทเข้าใส่กันในชั่วอึดใจ และแน่นอนว่าไคล์ที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างยอดศาสตราจารย์และศิษย์รักในอดีต... ย่อมต้องถูกกลืนกินไปในแรงระเบิดมหาศาลนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



