ตอนที่ 1268
1268 / 1340
อ่าน 4 นาที
Chapter 1268, Madness
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 14:38
**บทที่ 1269: ความคลุ้มคลั่ง**
ผู้แปล: StarReader
บรรณาธิการ: CutieBinkie
พิสูจน์อักษร: Papatonks
ประมุขหุบเขาเหอไม่ได้สนใจหญิงสาวที่กำลังหลบหนีไป เขาจมดิ่งอยู่กับห้วงความคิดของตนเอง ทันใดนั้น เสียงตะโกนก้องก็แผดดังขึ้นท่ามกลางความจอแจของท้องถนน “ดูนั่น! ตระกูลลั่วประกาศข่าวออกมาแล้ว!”
ฝูงชนต่างกรูไปทางนั้นด้วยความตื่นเต้น ทิ้งให้ประมุขหุบเขาเหอยืนงุนงงอยู่เพียงลำพัง
[ในแปดจักรพรรดิไม่มีใครแซ่ลั่วสักคน...]
ประมุขหุบเขาเหอก้าวเดินเข้าไปดู และเห็นประกาศแผ่นทองคำติดอยู่ที่ป้อมหน้าประตู ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ชื่อของ 'จั๋วฟ่าน'
“ชื่อนี้... ข้าเคยได้ยินที่ไหนกันนะ...” เขาพึมพำ “จักรพรรดินีเสน่หาเคยบอกว่า จักรพรรดิมารมีคนฉลาดหลักแหลมคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับฉู่ชิงเฉิง ทว่าในเมื่อเขาทำงานให้จักรพรรดิมาร แล้วเขามาทำอะไรในดินแดนของนาง?”
ขณะที่เขากำลังสับสน ถ้อยคำของผู้คนรอบข้างก็คลายความสงสัยให้แก่เขา
“ตระกูลลั่วนั้นทรงคุณธรรมยิ่ง พวกเขาดูแลพวกเราในยามยากลำบาก และตอนนี้ยังประกาศว่าจะใช้ทรัพย์สินของตนเองช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนของเราอีก ช่างเป็นบุญวาสนาเหลือเกินที่เราได้พวกเขามาปกครอง”
“พวกแปดจักรพรรดิในอดีตเอาแต่สู้รบไม่หยุดหย่อน พวกเราต้องทนทุกข์ทรมาน แต่พอตระกูลลั่วเข้ามาดูแลดินแดนทั้งหมด และด้วยสถานะอันสูงส่งของพ่อบ้านจั๋ว โลกก็สงบสุขเสียที ฮ่าฮ่าฮ่า...”
“ตระกูลลั่วปกครองแปดดินแดนงั้นหรือ?”
ประมุขหุบเขาเหอคว้าคอเสื้อชายคนหนึ่งแล้วแผดเสียงถาม “แกพ่นเรื่องเหลวไหลอะไรออกมา? พวกมันไม่ได้อยู่ใต้สังกัดแปดจักรพรรดิหรอกรึ? ตระกูลลั่วจะยึดครองได้อย่างไร?”
ชายผู้นั้นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดและมองเขาด้วยความหวาดระแวง “แกมุดหัวอยู่ที่ไหนมา? นั่นมันเรื่องเก่าแล้ว! หนึ่งปีก่อน จักรพรรดิสามคนตาย และที่เหลือก็หายสาบสูญไปหมด ตอนนี้ไม่มีแปดจักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว”
“แล้วจักรพรรดิองค์ใหม่จากเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์เล่า? พวกมันหนีไปแล้วรึ?”
“พวกนั้นน่ะหรือ?”
เมื่อกล่าวถึงพวกมัน ชายคนนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะทั้งที่ยังเจ็บตัว “แกเรียกพวกปีศาจนั่นว่าจักรพรรดิรึ? พวกมันทำดินแดนปั่นป่วนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาปกครอง มีคนตายมากกว่าสมัยสงครามแปดจักรพรรดิเสียอีก แถมพวกมันยังไร้เหตุผลสุดๆ หากไม่ได้ความเมตตาของตระกูลลั่วและคำชี้แนะอันชาญฉลาดของพ่อบ้านจั๋ว ป่านนี้ดินแดนพวกนี้คงกลายเป็นเมืองร้าง และผู้คนคงต้องหนีเข้าป่าไปหมดแล้ว”
“ไปถามใครก็ได้ ทุกคนเกลียดไอ้พวกนั้นเข้าไส้ หากไม่ใช่เพราะพวกมันมีเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์หนุนหลัง พวกเราคงก่อกบฏไปนานแล้ว”
มือของประมุขหุบเขาเหอสั่นระริกก่อนจะปล่อยชายคนนั้นไป “แล้วตอนนี้ไอ้พวกโง่นั่นอยู่ที่ไหน?”
“ใครจะไปรู้? ช่างมันเถอะ พวกเราติดตามตระกูลลั่วกันหมดแล้ว ไม่มีใครสนพวกมันหรอก สงสัยคงทนอับอายไม่ได้เลยหนีกลับเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วกระมัง”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น ชายผู้นั้นร่วงลงไปกองกับพื้น ปากเต็มไปด้วยเลือดและฟันที่แตกหัก
“แกกล้าตบข้าทำไม!”
“การที่ข้าแค่ตบแกหลังจากที่แกดูหมิ่นศิษย์แห่งเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ก็นับว่าเมตตามากแล้ว!” ประมุขหุบเขาเหอถลึงตาใส่ “ไสหัวไป!”
ชายผู้นั้นตัวสั่นเทาและรีบคลานหนีไป ฝูงชนต่างกระจัดกระจายด้วยความหวาดกลัว
หลงเหลือไว้เพียงประมุขหุบเขาเหอกับประกาศแผ่นทองคำที่บาดตา เขาฉีกประกาศทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะเดินจากไปด้วยความทะนงตน
[หึ ข้าจะไปดูสำนักเมฆารุจีก่อน แล้วค่อยจัดการตระกูลลั่วทีหลัง]
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ประมุขหุบเขาเหอมาถึงสำนักเมฆารุจี พบว่ามันทรุดโทรมและไร้ผู้คน เขาแผดเสียงก้อง “จักรพรรดินีเสน่หา ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงอันทรงพลังเขย่าผืนฟ้าและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ทว่าไม่มีใครตอบรับ
ประมุขหุบเขาเหอใบหน้ามืดครึ้ม
[นังนั่นซ่อนตัวอยู่ แต่ไปไหนเสียล่ะ?]
แกรก!
เมื่อได้ยินเสียง ประมุขหุบเขาเหอก็พุ่งตัวไปยังลำธารที่อยู่ใกล้ๆ พบร่างหนึ่งกำลังสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม
เขากระชากไหล่หญิงสาวคนนั้น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.