ตอนที่ 337
315 / 531
อ่าน 8 นาที
Chapter 337: To Accept Is To Be Reborn [Part 1]
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 09:16
Chapter 337: การยอมรับคือการได้เกิดใหม่ [ตอนที่ 1]
“เขามันประมูลอะไรมาอีกแล้วนะ?!” ลาติฟ่าถามพลางมองดูลูมิ ร่างแยกของเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ขณะนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เหล่าสาว ๆ แห่งกลุ่ม Endless Horizon รวมถึงวาน ต่างมารวมตัวกันที่หอคอยนาฬิกาเพื่อจัดงานค้างคืนด้วยกัน
พวกเธอนั่งอยู่บนพื้นพรมกันหมด ยกเว้นเนสเซียที่กำลังจารึกรูนอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้อง แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังคอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาอยู่เป็นระยะ เพราะรู้สึกสนใจวีรกรรมล่าสุดของอเล็กซ์
ลูมิมาถึงได้สักพักและเริ่มเล่าเรื่องราวที่ทำเอาทุกคนต้องหันมาสนใจ ในฐานะคนที่ภูมิใจในพลังการสังเกตของตัวเอง เนสเซียเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างสมาชิกในกลุ่มของเธอเป็นอย่างดี
“เขาประมูลชุดชั้นในมาจากโรงประมูลค่ะ” ลูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แถมยังเป็นชุดที่เซ็กซี่มากด้วย”
ร่างแยกที่สามของลาติฟ่ามีนิสัยชอบคอยเฝ้าสังเกตอเล็กซ์ในวันว่างช่วงที่ลอตเต้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คุ้มกันลาติฟ่า เธอติดตามอเล็กซ์ไปจนถึงโรงประมูล Velvet Vault และคอยจับตาดูเขาทุกฝีก้าวโดยไม่ให้คลาดสายตา
“เดี๋ยวขอฉันเรียบเรียงใหม่นะ” ลาวิเนียกอดอก “อเล็กซ์ไปที่ Velvet Vault แล้วจากนั้นเขาก็เจอท่านหญิงแอริสตอนที่เธอเดินเข้าไปหาเขาในห้องวีไอพี ถูกต้องไหม?”
“ถูกต้องค่ะ” ลูมิพยักหน้า
“งั้นหมายความว่าพวกเขาก็ไม่ได้นัดแนะกันว่าจะไปเจอที่โรงประมูลสินะ?”
“จากปฏิกิริยาของอเล็กซ์ รวมไปถึงวิธีที่เขาจัดการกับสถานการณ์นั้น ฉันมั่นใจว่าทั้งคู่บังเอิญเจอกันที่โรงประมูลค่ะ แต่ฉันเชื่อว่าท่านหญิงแอริสน่าจะทราบอยู่ก่อนแล้วว่าอเล็กซ์อยู่ที่นั่น”
ลอตเต้เหลือบมองลาติฟ่าก่อนจะถามลูมิ
“อเล็กซ์ได้บอกไหมว่าเขาจะเอาชุดชั้นในนั่นไปทำอะไร?” ลอตเต้ถาม
ลูมิชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองวานที่นั่งอยู่ข้างๆ
“จริงๆ แล้วท่านหญิงแอริสก็ถามคำถามนั้นกับเขาเหมือนกันค่ะ” ลูมิตอบ “อเล็กซ์ไม่ได้ตอบทันที เขาดูทำตัวไม่ถูกมากในตอนนั้น แต่พอถูกคาดคั้นคำตอบเข้า อเล็กซ์ก็บอกว่าเขาวางแผนจะซื้อมันไปเป็นของขวัญให้วาน”
ทันใดนั้น พวกเธอก็ได้ยินเสียงที่ก้ำกึ่งระหว่างการสำลักกับการไอ
ที่โต๊ะทำงาน เนสเซียกำลังตัวงอราวกับกำลังเจ็บปวด หญิงสาวไอออกมาอีกสองสามครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลออกมา ทว่านั่นไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเศร้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความขบขัน เธอกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลั้นทั้งน้ำตาและเสียงหัวเราะเอาไว้เพราะยังเกรงใจประธานกลุ่มอยู่นิดหน่อย
หลังจากที่ตระหนักได้ว่าเนสเซียไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใดๆ นอกเสียจากจะขำจนตาย เหล่าสาวๆ ก็หันความสนใจไปที่วาน ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในชุดนอนสีขาวดูบอบบางและไร้เดียงสาดั่งหญิงสาวผู้อ่อนโยน
วานกะพริบตาถี่ๆ สองครั้งก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏบนใบหน้า เขามองเพื่อนๆ อย่างเย่อหยิ่งราวกับรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกคน ทำเอาพวกสาวๆ พากันจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด
“ชิ!”
เนสเซียอาจจะไม่อยากให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม เลยเอ่ยปากปกป้องอเล็กซ์... อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่ทุกคนคิด
“เดี๋ยวค่ะ” เนสเซียพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นเหตุเป็นผล “ฉันคิดว่าอเล็กซ์โกหกตอนที่บอกว่าจะเอาชุดชั้นในนั่นไปให้วานค่ะ” เธอรู้ดีว่าวานจริงๆ แล้วเป็นผู้ชาย ซึ่งหมายความว่าชุดชั้นในนั่นไม่มีทางเป็นของเขาแน่ๆ
“หมายความว่ายังไงคะ?” ลูมิขมวดคิ้ว “ฉันไม่ได้โกหกนะคะ อเล็กซ์บอกแบบนั้นจริงๆ ว่าเขาวางแผนจะให้มันกับวาน”
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอโกหกค่ะ” เนสเซียตอบอย่างใจเย็น “สิ่งที่ฉันจะบอกคือ สถานการณ์มันบีบให้เขาต้องหาชื่อใครสักคนมาอ้าง ดูสิคะ ในเมื่อดูจากลักษณะของสิ่งที่เขาซื้อ มันชัดเจนมากว่าเขาตั้งใจจะซื้อมันไปเป็นของขวัญ”
“ถึงเขาจะบอกว่าเป็นของวาน แต่นั่นก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการโกหกเพื่อหยุดไม่ให้ท่านหญิงแอริสคอยตามตื๊อเอาคำตอบจากเขา”
สาวๆ เริ่มคิดว่ามีความเป็นไปได้ เลยพากันคาดคั้นคำตอบจากเนสเซีย
“ถ้าอย่างนั้น ใครกันล่ะคือคนที่เขาตั้งใจจะมอบให้?” ลาติฟ่าสอบถาม
เนสเซียขยับแว่นของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนนักสืบที่เพิ่งเจอหลักฐานสำคัญในการไขคดีปริศนา
“คำตอบง่ายมากค่ะ ใครในกลุ่มเราที่กำลังจะถึงวันเกิดในเร็วๆ นี้บ้าง?” เนสเซียถาม
ในฐานะคนที่จัดการดูแลเรื่องต่างๆ ภายในห้องชมรม เนสเซียย่อมรู้วันเกิดของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม
วินาทีนั้น ลอตเต้ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลาพิซนี่นา” ลอตเต้กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่า...”
“ถูกต้องค่ะ” เนสเซียพยักหน้า “ไอเทมชิ้นนั้นต้องเป็นของขวัญที่เขามอบให้ลาพิซแน่ๆ”
“อะไรนะ?!”
เหล่าสาวๆ แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แน่นอนว่าในเมื่ออเล็กซ์ซื้อชุดชั้นในมา เขาก็ต้องให้ใครสักคน และคงไม่มีทางที่เขาจะใส่มันเองแน่ (หวังว่านะ) พวกเธอจึงเชื่อโดยสนิทใจว่านั่นต้องเป็นของขวัญสำหรับผู้หญิงสักคน
แต่หลังจากตระหนักได้ว่าเขากำลังจะให้ใคร ลาติฟ่า, ลาวิเนีย, ลอตเต้ และลูมิ ต่างก็จ้องมองเนสเซียด้วยแววตาซับซ้อน พวกเธอกำลังลังเลว่าจะจัดการกับคนส่งข่าวอย่างเธอดีไหม
“ลองคิดดูสิคะ” เนสเซียกล่าวพร้อมรอยยิ้มโดยไม่สนใจจิตสังหารที่เริ่มอบอวลไปทั่วห้องชมรม “อเล็กซ์ไม่มีทางบอกท่านหญิงแอริสได้หรอกว่าเขาวางแผนจะให้ของชิ้นนั้นกับน้องสาวของเธอ ถ้าเขาทำแบบนั้น ฉันก็สงสัยเหลือเกินว่าประธานของเราจะยังคงมีชีวิตอยู่รอดจนถึงตอนนี้ไหม”
“ฉันคงไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อบีบให้ลาพิซออกจากกลุ่มเราและห้ามไม่ให้มาเจอหน้าอเล็กซ์อีก ในเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่มีทางตอบความจริงได้หรอกค่ะ”
แน่นอนว่าเนสเซียเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอเล็กซ์วางแผนจะทำอย่างไรกับชุดชั้นในชุดนั้น เธอแค่กำลังสุมไฟเพราะอยากเห็นโลกาวินาศ! นี่เป็นการแก้แค้นที่เขาใช้งานเธอจนต้องทำโอทีหัวหมุนต่างหาก!
อเล็กซ์ควรจะมอบโชว์ที่สนุกสนานให้เธอเป็นการตอบแทนรูนทั้งหมดที่เธอต้องจารึกลงบนยันต์ หินเวทมนตร์ และสารพัดสิ่งของที่เขาจัดหามา "เผื่อไว้ในยามฉุกเฉิน"! เนสเซียอาจจะดูเป็นผู้ใหญ่และพึ่งพาได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะปล่อยโอกาสในการเอาคืนอเล็กซ์ให้หลุดมือไป
และก็เป็นไปตามคาด ลาติฟ่า, ลาวิเนีย, ลูมิ และลอตเต้ ต่างดูพร้อมที่จะรุมทึ้งชายหนุ่มและเฆี่ยนตีเขาจนกว่าจะยอมสารภาพความผิด
ในขณะเดียวกัน วานยกมือขึ้นปิดปากเพื่อซ่อนรอยยิ้ม เช่นเดียวกับเนสเซีย เขาต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่ระเบิดหัวเราะออกมา
สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วครู่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเนสเซีย มันนานพอที่จะทำให้วานเห็น
ไม่ว่าพวกเธอจะคาดเดาถูกหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าอเล็กซ์คงต้องเจอกับเรื่องปวดหัวไปอีกหลายวันแน่...
วันต่อมา...
“สุขสันต์วันเกิดนะ พี่สาว!” เจ้าชายเคเลนกล่าวพลางยื่นแหวนเก็บของให้ลาพิซ “นี่เป็นของขวัญจากพี่ ท่านพ่อ และท่านแม่ครับ ทั้งสองท่านอยากจะมาฉลองวันเกิดกับพี่ด้วยตัวเอง แต่เพราะไม่สามารถออกจากอาณาจักรได้ พวกท่านเลยฝากให้ผมเอามาให้พี่แทนครับ”
“ขอบคุณนะ เคเลน” ลาพิซตอบพลางกุมแหวนไว้ด้วยความทะนุถนอมแล้วแนบไว้ที่หน้าอก “พี่จะเก็บรักษามันไว้อย่างดี”
“และนี่คือของขวัญจากฉัน” แอริสเรียกทรงกลมสีเงินออกมาจากแหวนเก็บของของเธอ ภายในนั้นมีรูนสีทองเต้นตุบๆ อยู่ตรงกลาง “สุขสันต์วันเกิดนะ ลาพิซ”
“ขอบคุณค่ะพี่” ลาพิซรับทรงกลมสีเงินนั้นมาด้วยความสงสัย “พี่คะ นี่คืออะไรเหรอ?”
“มันคืออาวุธระดับกึ่งตำนาน” แอริสตอบ “มันมีชื่อว่าเอนิกม่า มันจะแปรสภาพเป็นอาวุธที่เหมาะสมกับผู้ใช้ที่สุด เธอต้องใช้เลือดของตัวเองหยดลงไปเพื่อปลุกพลังมัน แล้วมันก็จะกลายร่างเป็นอาวุธ ลองดูสิ”
“อาวุธระดับกึ่งตำนานเหรอคะ?” ดวงตาของลาพิซเบิกกว้างด้วยความตกใจ “พี่คะ ของแบบนี้ต้องแพงมากแน่ๆ”
“ไม่แพงขนาดนั้นหรอก” แอริสตอบ “ฉันซื้อมันมาได้ในราคาลดพิเศษน่ะ”
แอริสไม่มีความคิดที่จะให้ลาพิซรู้เลยว่าเธอจ่ายค่าเอนิกม่าไปเท่าไหร่ ถ้าลาพิซรู้ว่ามันราคาตั้งสองหมื่นเหรียญทอง เธออาจจะไม่ยอมรับมันเป็นของขวัญวันเกิดก็ได้!
ใช่แล้ว แอริสซื้อเอนิกม่ามาเป็นของขวัญให้น้องสาวที่เพิ่งอายุครบสิบแปดปี และนั่นคือเหตุผลที่เธอประมูลของอย่างบ้าคลั่งที่โรงประมูล Velvet Vault เธอเชื่อว่าลาพิซจำเป็นต้องมีอาวุธชิ้นนี้ในการสำรวจดันเจี้ยนที่จะถึงนี้ และไม่มีทางที่เธอจะยอมให้น้องสาวตัวเองเตรียมตัวมาไม่พร้อมเด็ดขาด
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.