ตอนที่ 119
118 / 165
อ่าน 7 นาที
Chapter 119: Star Strike
เผยแพร่เมื่อ 21 มี.ค. 2569 16:42
บทที่ 119: สตาร์สไตรก์
คโยเนะเม้มปากแน่นขณะมองอาเซลกำลังต่อสู้
“รีเวอร์ชัน...”
ร่างที่สองนั่น
ไอ้ร่างที่สองนั่นอีกแล้ว
มันเป็นเทคนิคที่น่าหงุดหงิดที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาตลอดชีวิต
ไม่ใช่แค่น่ารำคาญเท่านั้น แต่มันยังเป็นการดูหมิ่นต่อกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอีกด้วย
เทคนิคที่สะท้อนกระบวนท่าของเจ้ากลับคืนมาหาเจ้า ราวกับดาบกำลังเยาะเย้ยว่า ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรได้ ข้าก็ลบล้างมันได้
เธอสะดุ้งเบาๆ
ความทรงจำผุดย้อนเข้ามา ทุกฟันดาบที่เธอเคยเหวี่ยงออกไป ทุกกระบวนท่าที่อาบพลังน้ำแข็ง ต่างเด้งกลับมาหาเธอด้วยความเร็วเท่าเดิม ความแม่นยำเท่าเดิม พร้อมรอยยิ้มสมเพชบนใบหน้าของเขา
ไอ้หมอนั่นที่เรียกตัวเองว่า ฮีโร่
‘ฉันเกลียดไอ้หมอนั่นจริงๆ...’ เธอคิดอย่างขมขื่น กัดกรามแน่น
ถ้าเขายังไม่ถูกลบหายไปจากโลกนี้ เธอคงเป็นคนกระทืบหน้ามันด้วยตัวเอง
...
อาเซลสูดหายใจลึกช้าๆ สูดอากาศเข้าเต็มปอดเพื่อประคองจังหวะขึ้นลงของหน้าอกให้มั่นคง
การสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่ามีผลกับร่างกายแบบนั้นเสมอ
ดันเต้ยังคงโจมตีไม่ยั้งตลอดมา ดุร้าย เกลียดชัง และเสียงดัง ทว่ายังอยู่ในระดับที่อาเซลพอรับมือได้
อย่างน้อยก็ในตอนนี้ อาเซลมั่นใจว่าดันเต้ยังไม่ได้งัดฝีมือทั้งหมดออกมา
‘เท่าที่ผ่านมามันยังเป็นแค่ของที่ฉันรับไหว’ อาเซลคิด พลางยกดาบเข้าสู่ท่าของคโยเนะอีกครั้ง
มือของเขามั่นคง แต่สัญชาตญาณกลับกรีดร้อง
บางอย่างเกี่ยวกับความเงียบที่ตามมาทำให้หนังศีรษะของเขาชาวาบ
สัญชาตญาณในท้องบอกว่า การปะทะครั้งต่อไปนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะเดินออกจากห้องนี้ไปอย่างมีชีวิต หรือจะเหลือเป็นศพอยู่ตรงนี้
อีกฝั่งหนึ่ง ดันเต้ตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาล
ผมสีเงินของเขาแนบติดหน้าผากที่ชื้นเหงื่อ ดวงตาสีแดงฉานลุกโชนด้วยความอาฆาตราวกับสามารถหลอมธารน้ำแข็งให้ละลายได้
“ฉันเกลียดแก...” ดันเต้ขู่ลอดไรฟัน เสียงแหบพร่า ทุกถ้อยคำอาบไปด้วยพิษ “นั่นแหละเหตุผลที่ฉันกำจัดแกทิ้งไปตั้งหลายปีก่อน! ทำไมแกถึงต้องกลับมาด้วยวะ?!”
ถ้อยคำนั้นฟาดใส่ห้องฝึกเหมือนเสียงฟ้าร้อง
อาเซลกระพริบตา
‘หืม??? ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ’ เขาเกือบหัวเราะ ‘หมอนี่ไม่ลังเลจะระบายแผนชั่วของตัวเองเลยสักนิด ฉันนึกว่าอย่างน้อยมันคงพยายามเล่นบท “แกไม่สมควรอยู่ที่นี่” สักหน่อย อาจจะปั่นประสาทบ้าง แต่เปล่าเลย พุ่งมาสารภาพเองตรงๆ ซะงั้น’
เขาเกือบหลุดหัวเราะกับความตลกของสถานการณ์ ดูเหมือนพวกตัวร้ายต้องพัฒนาฝีมือให้มากกว่านี้
‘มันยังไม่คู่ควรจะเรียกว่าตัวร้ายระดับลูกน้องด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนแบบนี้มันกลับทำงานฉันง่ายขึ้นแฮะ’
ตอนนี้เขาฆ่ามันได้อย่างสบาย...
แล้วทันใดนั้นโลกทั้งใบก็พร่าเป็นสีแดง
ม่านตาของอาเซลหดวูบ — ดาบกระดูกของดันเต้จ่อมาถึงใบหน้าเขาแล้ว
ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาช่วยชีวิตไว้ทัน เขาเอียงศีรษะหลบไปเพียงเสี้ยวส่วน แต่คมดาบก็ยังเฉือนแก้มเขาอยู่ดี
เนื้อฉีกขาด เลือดสาดอุ่นๆ เคลือบผิวแก้ม
บาดแผลแสบวาบเพียงชั่วอึดใจ ก่อนแสงสีทองจะสว่างวาบจากภายใน ร่างกายของเขาเชื่อมเนื้อกลับเข้าหากัน
พรจากเทพธิดารักษาร่างของเขาโดยอัตโนมัติ
อาเซลปาดเลือดทิ้งแล้วผิวปากเบาๆ “เฉียดไปนิดเดียว”
พื้นไม้ลั่นสะเทือนใต้แรงกระแทกของดันเต้ขณะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ร่างของเขาเป็นเพียงเงาวูบสีเงินและแดง
อาเซลถอยกระโดด รองเท้าครูดไปกับพื้นไม้ขัดมัน
อากาศกรีดร้องตรงตำแหน่งที่คมดาบเพิ่งผ่านไป ก่อนจะเฉือนทะลุแม้แต่ช่องว่าง ทิ้งรอยแตกร้าวแผ่กระจายไปทั่วพื้น
‘เร็วเกินไป... ไอ้หมอนี่เร็วเกินไป’ อาเซลคิด ดวงตาหรี่ลงอย่างตึงเครียด
เขาทำได้แค่รับคมดาบของดันเต้ในจังหวะที่มันเข้ามาใกล้พอจะเฉือนตัวเขา และถ้าเขาพลาดแม้แต่วินาทีเดียว ตอนนั้นแหละที่เขาอาจโดนแทงทะลุเข้าตาได้
การเคลื่อนไหวที่เหลือของอีกฝ่ายเป็นเพียงเส้นเงาซ้อนทับกัน
เสียงกระทบกันระหว่างกระดูกปะทะกระดูกดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่อาเซลแทบจะปัดป้องทุกกระบวนท่าเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด แขนของเขาสั่นสะท้านจากน้ำหนักมหาศาลที่อัดมากับการหวดของดันเต้
‘ไอ้หมอนี่แข็งแกร่งจริงๆ’ อาเซลคิด
“ทำไมแกยังไม่ตายไปซะทีวะ?!” เสียงของดันเต้แตกพร่าไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
ทุกถ้อยคำถูกตอกย้ำด้วยการฟาดฟันสังหารอีกครั้ง
“ตาย! ตาย! ตายสิวะ! ให้ฉันได้เป็นปฐมบรรพชนซะ! ถ้าแกไม่อยู่ตรงนี้ ทุกอย่างมันก็คงเรียบร้อยไปแล้ว!”
ออร่าสีแดงฉานคำรามโอบล้อมร่างของเขา ดาบหยดความอาฆาตราวกับพิษ
“เทพธิดาต้องเลือกฉัน ไม่ใช่คนอย่างแก!”
‘ไอ้นี่แม่งฟังดูเหมือนตัวร้ายการ์ตูนที่โดนปฏิเสธชัดๆ’ อาเซลคิดอย่างเย็นชา ขณะบิดข้อมือให้ดาบรับอีกหนึ่งจังหวะโจมตี ‘เหลือก็แค่เสียงตะโกนว่า “แกจะต้องชดใช้!” เท่านั้นแหละ’
และราวกับตอบรับความคิดของอาเซล คำถัดมาของอีกฝ่ายก็คือ...
“แกจะต้องชดใช้!!!”
เขากลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ แล้วระเบิดหัวเราะออกมาทันที จนเกือบเสียหลัก
การปะทะยังคงดุเดือด ไม่มีใครยอมถอยแม้เพียงก้าวเดียว
ดาบทั้งสองพุ่งวูบจนแทบมองไม่เห็น เสียงกระดูกขานรับกลางอากาศ ประกายไฟสาดกระจาย ขณะที่ห้องฝึกสั่นสะเทือนจากแรงปะทะของการดวลครั้งนี้
แล้ว—
มีบางอย่างเย็นเฉียบแตะผิวของอาเซล
เกล็ดหิมะหนึ่งปลิวเอื่อยผ่านสายตาเขา
สัญชาตญาณของเขากรีดร้อง เขาก้มตัวต่ำลงพอดีกับที่ดาบของดันเต้กรีดอากาศผ่านตำแหน่งที่ใบหน้าเขาเคยอยู่ ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกระดับ
หิมะตกลงมาอีก
มันไม่ใช่หิมะตามธรรมชาติ แต่เป็นบางสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร้ทิศทาง ทว่าเขากลับสัมผัสได้ถึงแรงกระตุ้นนั้น ภาวะต่อสู้
พายุขนาดย่อมเริ่มก่อตัวขึ้นภายในห้อง ลมเย็นจับตัววนรอบดันเต้
น้ำค้างแข็งส่งเสียงฟู่เมื่อมันแผ่คลุมพื้นไม้ ไต่กระจายออกไปเป็นเส้นหยักแหลมคม
‘อ๋อ ถึงว่า ทำไมมันถึงเอาแต่ตะโกนแผนชั่วเหมือนคนโง่อยู่ตั้งนาน’ อาเซลเข้าใจ พลันยิ้มมุมปาก ‘มันกำลังถ่วงเวลา อยากเข้าสู่ภาวะต่อสู้งั้นเหรอ ฉลาดไม่เบานี่วะ งั้นฉันยอมให้’
ออร่าของดันเต้พุ่งทะลักราวประตูน้ำแตก สีแดงฉานห่อหุ้มดาบของเขาเอาไว้
ร่างของเขาพร่าเลือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เร็วกว่า คมกว่า และโหดเหี้ยมกว่าก่อนหน้า
ผมของอาเซลสะบัดเข้าปะทะดวงตาเมื่อแรงกดดันพุ่งสูง ลมพายุโถมใส่เขาเหมือนหมัดที่มองไม่เห็น และถ้าไม่ระวัง เขาอาจเสียหลักได้
ร่างของเขาหนักอึ้ง ทว่าพร้อมกันนั้น เขากลับยิ้มออกมา
‘ดี งั้นก็มาเท่ากันเลย’
ความอบอุ่นสีทองแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อขณะเขาเปิดใช้ภาวะต่อสู้ของตัวเอง
เลือดของเขาเดือดเร็วขึ้น แขนขาคลายตัว อากาศรอบประสาทสัมผัสคมชัดดั่งใบมีด
แต่ต่างจากดันเต้ จิตใจของเขายังคงสงบนิ่ง ใสกระจ่างราวกระจก
เขาถอยสร้างระยะห่างระหว่างทั้งคู่ แล้วเปลี่ยนเป็นท่าของคโยเนะอีกครั้ง — ยกดาบขึ้น ลดจุดศูนย์ถ่วงลง ทั้งร่างประสานอย่างงดงามไร้ที่ติ
เสียงกระซิบของคโยเนะเล็ดลอดเข้ามาแตะเขา
[ตั้งสติซะนะ ที่รักผู้น่าเคารพ ฟันแค่ครั้งเดียว ไม่มีสิ่งอื่นใดหลงเหลืออยู่]
ดันเต้กรีดร้องแล้วพุ่งเข้ามาราวกับกระสุนจากปืน
ดาบคู่ของเขาเฉือนเป็นเส้นโค้งสีแดงกลางพายุหิมะ
พื้นไม้แตกกระจายใต้ความเร็วของเขา ทุกก้าวราวกับระเบิดฟ้าร้อง
อาเซลไม่ขยับ
พายุคำราม หิมะและเศษน้ำแข็งหมุนวนรอบตัวเขา
เขาหลับตาลงเพียงเสี้ยววินาที สูดลมหายใจออกช้าๆ
แล้ว—
เขาก้าวไปข้างหน้า
ท่วงท่าเปลี่ยนไปอย่างไร้รอยต่อ ไหลลื่นเข้าสู่การเคลื่อนไหวที่คโยเนะหลอมลงในร่างของเขาแล้ว
คมดาบของเขาส่องสว่างยิ่งกว่าพายุเกล็ดน้ำแข็ง แหลมคมยิ่งกว่าความเกลียดชังของดันเต้
“สตาร์สไตรก์” อาเซลกระซิบ
โลกทั้งใบกระพริบเป็นสีขาว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.