ตอนที่ 115
114 / 165
อ่าน 8 นาที
Chapter 115: The True Star Strike
เผยแพร่เมื่อ 21 มี.ค. 2569 16:42
บทที่ 115: สตาร์สไตรก์ที่แท้จริง
อาเซลกับไคโอน์ยืนอยู่กลางทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยเวทศักดิ์สิทธิ์
หญ้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็นประกายจางๆ ทุกใบเหมือนถูกแตะแต้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนส่องเรือง
ท้องฟ้าขาวโพลนเจิดจ้าไร้ดวงอาทิตย์ให้เห็น แต่กลับสว่างไสวไปทั้งผืนฟ้า
เทพธิดาทั้งสองคนเปลือยท่อนบนอยู่ตอนที่เขามาถึงครั้งแรก และอาเซลก็รีบจับพวกเธอแต่งตัวให้เรียบร้อยทันที
ตอนนี้ไคโอน์สวมเสื้อรัดรูปสีดำกับกางเกงขายาวเบาๆ ผมของเธอถูกรวบเป็นหางม้าสูงที่แกว่งไกวทุกครั้งยามขยับตัว
ยาลาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกางเกงสีเข้ม และไม่ไกลจากตรงที่พวกเขายืนอยู่ เธอกำลังเอนตัวนอนบนเก้าอี้ยาว ไขว่ห้างอย่างเกียจคร้าน
เธอดูเหมือนอยู่บ้านตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ฮึมฮัมเบาๆ พลางกินซองปลาน้ำแข็งที่เขาเอามาด้วยด้วยความเอร็ดอร่อย
นิ้วเรียวสวยของเธอคีบเศษเนื้อปลานุ่มเย็นที่แตกเป็นเกล็ดอย่างประณีต ดวงตาสีทองหรี่ลงด้วยความพึงใจ
แต่ไคโอน์กลับจดจ่ออย่างเต็มที่
“งั้นเรามาเริ่มกันจากการจับอาวุธไว้ก่อน” เธอพูดเสียงหนักแน่น
เพียงสะบัดมือ อาวุธก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นและลอยวนรอบอาเซลอย่างช้าๆ
ทั้งหมดถูกสลักขึ้นจากกระดูกสีขาว มีร่องรอยอักขระเรืองแสงจางๆ อยู่บนผิว
ดาบ หอก และค้อนลอยนิ่งอย่างไร้น้ำหนัก แต่ละชิ้นส่งเสียงหึ่งเบาๆ ราวกับมีเจตจำนงของตนเอง
อาเซลเอื้อมมือไปรับดาบเล่มหนึ่ง สัมผัสเย็นและเรียบของกระดูกแนบเข้ากับฝ่ามือ
เขาเริ่มคุ้นเคยกับของพวกนี้แล้ว ต่างจากเหล็กกล้า มันจะสั่นสะเทือนเบาๆ เมื่อถ่ายทอดพลังเข้าไป ราวกับตอบสนองกับออร่าของเขาเหมือนมีชีวิต
ไคโอน์หยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาจากกลางอากาศเช่นกัน แล้วลองชั่งน้ำหนักดู
เธอหมุนมันหนึ่งรอบ ก่อนจะปล่อยให้คมดาบแตะไหล่ แล้วจ้องเขาด้วยสายตาคมกริบ
“เริ่มกันเลย รูปแบบแรกของนาย ใช่ที่เรียกว่าสตาร์สไตรก์ใช่ไหม?”
เขาพยักหน้า “ใช่”
“แต่ฉันไม่เห็นมีดาวตรงไหนเลย”
เขากะพริบตาปริบๆ “...หืม?”
“นายเรียกมันว่าสตาร์สไตรก์ แต่สิ่งที่ทำก็แค่ฟันให้เร็วเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของไคโอน์เรียบสนิท สายตาไม่ไหวติง “ชื่อกับวิธีใช้มันไม่ตรงกัน”
เขาขมวดคิ้ว “หืม? ก็สอนกันมาแบบนั้นนี่”
“งั้นฉันจะให้ดู ว่ามันควรถูกใช้จริงๆ แบบไหน”
เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองเพิ่มขึ้น
สีหน้าของเธอคมกริบขึ้น ร่างกายผ่อนคลายลงสู่ท่วงท่าที่แตกต่างจากที่เขาคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง
เธอจับดาบกระดูกไว้ในมือข้างหนึ่ง ลดศูนย์ถ่วงลง ขณะที่ออร่ารอบกายเริ่มกระเพื่อม
อาเซลหรี่ตาลง
เขาอยากเห็นสิ่งนี้
ออร่าของเธอหมุนวนแผ่ออกมา ตอนแรกช้าๆ ก่อนจะหนาแน่นและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนอากาศรอบตัวสั่นไหว
พลังงานยกเส้นผมของเธอขึ้น ให้พลิ้วไหวเหมือนยืนอยู่กลางพายุ
“สตาร์สไตรก์” เธอพึมพำ
ทันทีที่คำพูดหลุดจากริมฝีปาก ร่างของเธอก็พร่าเลือน
ดวงตาของอาเซลเบิกกว้าง
เขาพยายามจับการเคลื่อนไหวของเธอ ระดมทุกประสาทสัมผัสที่มี แต่ก็ทำไม่ได้
เธอเร็วเกินไป
ราวกับโลกทั้งใบโค้งงอไปตามการเคลื่อนไหวของเธอ แสงสว่างแตกกระจายเป็นเส้นสาย
แล้วโดยไม่ทันตั้งตัว ความว่างเปล่าเหนือศีรษะของเขาก็เบ่งบานขึ้น
ดวงดาว
มันปรากฏขึ้นทีละดวง จุดแสงสีขาวเล็กๆ กระจายเต็มท้องฟ้าและผืนดิน เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของการฟันของเธอ
คมดาบของเธอทิ้งรัศมีส่องประกายเป็นแนวโค้งไว้เบื้องหลัง เงาซ้อนของการเคลื่อนที่ทอดยาวและค้างอยู่ จนดูราวกับกลุ่มดาว
หัวใจของอาเซลเต้นแรงขณะจ้องมอง
มันงดงาม น่าหวาดหวั่น และยิ่งใหญ่เกินรับไหว
ทุกการฟาดฟันไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่แบกรับน้ำหนักของความหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราวกับสวรรค์ทั้งปวงได้ร่วงลงมาฟันโลกใบนี้
กว่าที่เขาจะรู้ตัว คมดาบของเธอก็หยุดลงห่างจากลำคอเขาเพียงเส้นผม
“เห็นหรือยัง?” ไคโอน์ถามด้วยน้ำเสียงสงบ ดวงตานิ่งมั่น
อาเซลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คอแห้งผาก
“บ้าเอ๊ย... นั่นมันไม่เหมือนกับที่ฉันทำเลยสักนิด”
“ก็เพราะสิ่งที่นายทำอยู่มันเป็นแค่การเลียนแบบของเด็กน้อยไง ท่านสามีผู้ทรงเกียรติ” ไคโอน์พูดพลางยืนตัวตรงและลดดาบลง “วิชาของวีรบุรุษไม่ได้มีแค่ความเร็ว ดวงดาวไม่ใช่เครื่องประดับ พวกมันคือภาพสะท้อนของการฟาดฟันของเขา การเคลื่อนไหวของเขาเร็วและเด็ดขาดจนถึงขั้นบิดแสงได้ สิ่งที่นายเห็นคือเศษเสี้ยวของสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นพิภพ”
อาเซลยังคงละสายตาจากแสงที่ค่อยๆ เลือนหายไม่ได้ “...เข้าใจแล้ว นั่นบ้าเอามากๆ”
เธอปล่อยลมหายใจออกเบาๆ “ไม่แปลกเลยที่นายจะฝึกแล้วลำบาก แค่รูปแบบแรกก็เกินขอบเขตของมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว ถ้าอยากใช้มันได้ นายต้องทำลายขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ใช่ครั้งเดียว ไม่ใช่สองครั้ง แต่ต้องทำซ้ำๆ ตลอดเวลา นั่นแหละถึงจะทิ้งดวงดาวเอาไว้เบื้องหลังได้”
มือของเขากำดาบแน่นขึ้น “งั้นก็สอนฉัน ฉันอยากเรียนให้ถูกวิธี”
สายตาของเธออ่อนลงเพียงเล็กน้อย ก่อนจะคมกริบขึ้นอีกครั้ง “ได้ เตรียมตัวไว้ให้ดี”
การฝึกโหดร้ายมาก
ไคโอน์แยกทุกองค์ประกอบของท่วงท่าเขาออกเป็นส่วนๆ แล้วแก้ไขการทรงตัวของเขาด้วยความแม่นยำไร้ความปรานี
ถ้าการจับดาบของเขาหลุด เธอก็จะเอ็ดทันที
ถ้าน้ำหนักตัวเขาเอียงไปลงที่เท้าข้างเดียวมากเกินไป เธอจะบังคับให้เขาทำซ้ำจนขาแทบไหม้
ทุกการแก้ไขผลักร่างกายเขาเข้าใกล้จุดพังทลายทีละนิด
ราวกับเขาไม่ใช่สามีของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ไม่! ใหม่อีกครั้ง”
เขาฟันไปจนบ่าแทบกรีดร้อง จนดาบหนักราวหิน
เธอให้เขาปรับลมหายใจ จังหวะหัวใจให้ประสานกับออร่า แล้วก็ให้ทำทั้งหมดนั้นอีกครั้ง
การทำซ้ำแบบนี้ชวนให้คลุ้มคลั่ง แต่เขาไม่หยุด
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงในมิตินี้
เวลาในที่แห่งนี้บิดเบี้ยวแปลกประหลาด แต่ความปวดเมื่อยในร่างอาเซลกลับจริงเสียจนไม่อาจปฏิเสธ
เหงื่อไหลพรากเต็มใบหน้า ชุ่มจนเสื้อเปียกโชก
ทุกครั้งที่ฟันลงไปเหมือนกำลังเข้าสู่สงคราม
สุดท้ายไคโอน์ก็ยกมือขึ้น “ท่านสามีผู้ทรงเกียรติ พอแค่นี้ก่อนสำหรับการฝึกวันนี้... ฉันทำตามที่นายขอแล้ว ขอถุงของฉันได้ไหม?”
เขาหยิบมันออกมาแล้วยื่นให้เธอ และเธอก็จุมพิตแก้มเขา
“ฉันรักคุณนะ~”
อาเซลทรุดลงคุกเข่า หน้าอกกระเพื่อมแรง ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ก่อนสติจะดับวูบไป
...
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลับมาอยู่ในโลกของคนเป็นแล้ว
ความแตกต่างทำให้รู้สึกสะท้าน
ทุ่งศักดิ์สิทธิ์อันไร้ขอบเขตหายไป ถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยอบอุ่นของห้องพักเขา
สิ่งแรกที่เขารู้สึกคือความเจ็บปวด
ทั้งร่างปวดระบมไปหมด ราวกับกล้ามเนื้อทุกมัดถูกบิดจนแห้งและปล่อยให้คุกรุ่นอยู่เช่นนั้น
“อึก...” เขาครางออกมา
จากนั้นก็สังเกตได้ถึงความอุ่นที่แนบอยู่ข้างตัว
เขาหันหน้าไปเล็กน้อย แล้วพบเอ็ดน่าอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีมรกตของเธอเงยขึ้นมองเขา เต็มไปด้วยความโล่งใจและอ่อนโยน
“ไง ที่รัก” เขาพูดเสียงแหบพร่าเพราะความเหนื่อยล้า
“ยินดีต้อนรับกลับนะ” เธอพึมพำ พลางยิ้มออกมา “ช่วงนี้คุณนอนเยอะมากเลยนะ...”
คำพูดช่วงท้ายเลือนหายไปเป็นเสียงกระซิบเบาๆ แต่เขาก็ยังได้ยิน
อาเซลโอบเอวเธอด้วยแขนข้างหนึ่งแล้วดึงเธอเข้ามาแนบ พลางกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากเธอ
เอ็ดน่าคล้อยตามจูบอย่างอ่อนละมุนและตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
ริมฝีปากทั้งคู่แยกจากกันก็ตอนที่เขาถอนออกมาเพื่อหายใจ ทำให้เธอทำปากยื่นเล็กน้อย ริมฝีปากยังเม้มค้างด้วยความอาวรณ์
“เธอสวยเกินไป ฉันห้ามตัวเองไม่อยู่หรอก” เขาพึมพำ พลางซบศีรษะลงกับลำคอเธอ
แก้มของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย “ฉันชอบครอบครัวของคุณนะ” เธอกระซิบ “เอลลี่ แม่ของคุณ พ่อของคุณ... ทุกคนใจดีกับฉันมาก มันต่างจากจักรวรรดิ ที่นั่นไม่มีใครขออะไรตอบแทน พวกเขาแค่... ยอมรับฉันจริงๆ แล้วแม่ของคุณก็สอนเวทมนตร์ให้ฉัน แล้วยังชมฉันอีกว่าเรียนได้เร็ว”
อาเซลยิ้มบางๆ แนบกับผิวของเธอ “ฉันก็ชอบที่นี่เหมือนกัน และฉันดีใจที่เธอมาด้วยกัน”
คำพูดนั้นทำให้เธอสะท้าน
เธอเม้มปากแน่น แววตาอ่อนลงขณะมองเขา
เขาดูเหนื่อยมาก ทว่ากลับจริงใจเหลือเกิน ดวงตาที่ปรือค้างนั้นยิ่งทำให้เขาดูหล่ออันตรายเข้าไปอีก
ห้ามใจไม่อยู่ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม แล้วซบหน้ากับลำคอเขา
ช้าๆ เธอใชฟันเฉียดผิวเขา ก่อนจะกัดเบาๆ
“ไม่ได้ทำเครื่องหมายคุณมานานแล้วนะ” เธอพึมพำ พลางเลียตรงรอยนั้นอย่างเป็นเจ้าของ
ประตูถูกเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยด
“นายท่าน ข้าจัดเตรียมอาหารไว้แล้ว—” เสียงแจ่มใสของเมดูซ่าหยุดลงทันทีเมื่อเธอชะงักค้างอยู่ที่ธรณีประตู
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า “อ้อ... ข้าขัดจังหวะอยู่หรือเปล่า”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.