ตอนที่ 161
162 / 552
อ่าน 11 นาที
Chapter 161 - Tomb of the Scenario (5)
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 13:51
**บทที่ 161: ตอนที่ 31 – สุสานแห่งซินาริโอ (5)**
‘ข้าจะตาย และพาราไดซ์จะถูกทำลายงั้นหรือ?’
หลังจากคิมดกจาจากไป ไรน์ไฮต์ก็ได้แต่ทอดสายตามองลงไปยังเชิงเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ในคราแรกเขาหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินคำประกาศนั้น ทว่าเสียงหัวเราะกลับต้องมลายหายไปเมื่อได้เห็นสีหน้าที่เรียบเฉยไม่ไหวติงของอีกฝ่าย
ไรน์ไฮต์รู้สึกขุ่นเคืองใจยิ่งนัก
แม้คิมดกจาจะเป็นถึง ‘กลุ่มดาว’ แต่คำพูดนั้นนับว่าข้ามเส้นเกินไป เขาไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในสตาร์สตรีมเพียงเพราะเป็นกลุ่มดาวเสียหน่อย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่า 72 จอมปีศาจจะกลืนกินกลุ่มดาวที่เพิ่งกำเนิดใหม่ในกระแสธารแห่งดวงดาวนี้
ยิ่งไปกว่านั้น คิมดกจายังเป็นเพียงกึ่งกลุ่มดาวเท่านั้น
**[กลุ่มดาว ‘มังกรเพลิงทมิฬแห่งอเวจี’ กำลังเตือนให้เจ้าอย่าได้ดูแคลนคำพูดของ ‘คิมดกจา’]**
นั่นคือเหตุผลที่ไรน์ไฮต์ต้องประหลาดใจ เมื่อมังกรเพลิงทมิฬแห่งอเวจีถึงกับออกโรงปกป้องคิมดกจาด้วยตนเอง
มังกรเพลิงทมิฬแห่งอเวจีคือใครกัน? เขาคือตัวตนที่เลื่องชื่อที่สุดในระบบความชั่วร้ายสัมบูรณ์ แม้แต่เหล่า 72 จอมปีศาจยังไม่อยากจะเข้าไปพัวพันด้วย
ไรน์ไฮต์มองไปยังทัศนียภาพเบื้องล่างเนินเขา ความกังวลเริ่มเกาะกินใจอย่างไม่อาจเลี่ยง ทว่าเขายังคงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง
‘พาราไดซ์ไม่มีวันพินาศ’
ไรน์ไฮต์นั้นแก่ชราทว่ายังคงเปี่ยมด้วยชีวิต เขาเฝ้ามองสถานที่แห่งนี้เพียงลำพังมานานถึง 700 ปี ดังนั้นในภายภาคหน้า ที่แห่งนี้จะยังคงอยู่ดี ซินาริโอนี้อาจจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ร้ายกาจประดุจยาพิษ แต่เขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้หากได้สู้ในพาราไดซ์แห่งนี้
‘ทว่า สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่านั้น...’
คิมดกจายังไม่รู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของ ‘เรื่องเล่า’ ที่ไหลเวียนเข้ามาในปราสาทมืด
ผลไม้เน่าเฟะของต้นไม้แห่งการเคลื่อนที่นิรันดร์ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน และร่างของไรน์ไฮต์ก็เลือนหายไป
***
ผมไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากการปะทะระเบิดขึ้น ณ ตรงนั้น แต่ยังโชคดีที่ไรน์ไฮต์ไม่ได้จู่โจมเข้ามา มันชัดเจนอยู่แล้วว่าพาราไดซ์คงได้พินาศย่อยยับหากพวกเราเริ่มต่อสู้กัน
แน่นอนว่าผมเองก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะสู้แต่แรก เรื่องราวอาจจะง่ายกว่านี้หากผมกำจัดไรน์ไฮต์ลงได้เสียที่นี่ แต่ผมจะต้องบาดเจ็บสาหัส และเหล่าร่างอวตารแห่งพาราไดซ์คงจะผูกใจเจ็บกับผมไปชั่วชีวิต
ผมยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ หากพาราไดซ์จะต้องล่มสลาย มันต้องเกิดจากความโกรธแค้นของตัวพาราไดซ์เอง ไม่ใช่จากศัตรูภายนอก หากผมลงมือโดยไม่เปิดโปงความโสมมให้เป็นที่ประจักษ์ เหล่าร่างอวตารก็คงต้องลงเอยในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“...จบแล้วเหรอคะ?”
“ครับ”
จองฮีวอนรอผมอยู่เบื้องล่างเนินเขา สีหน้าของเธอยังคงดูสับสนกังวลใจ บางทีเธออาจจะกำลังต่อสู้กับความขัดแย้งระหว่างความภักดีที่มีต่อผม กับความสุขสบายที่ได้รับจากพาราไดซ์
ผมจึงตัดสินใจที่จะช่วยคลายความกังวลให้เธอเสียหน่อย “คุณฮีวอนครับ อยากจะไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันสักพักไหม?”
พวกเราออกเดินไปตามท้องถนน เสียงจอกแจกจอแจดังมาจากย่านการค้าที่คึกคัก
“...ไม่ได้เดินแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันนะคะ”
“ผมก็เหมือนกันครับ”
ท่ามกลางความเงียบที่น่าอัดอัด จองฮีวอนเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน “คุณมีอะไรอยากจะถามฉันไหมคะ?”
“อยากให้ผมถามอะไรล่ะครับ?”
ผมรู้ดีว่าเธอต้องการให้ผมถามอะไร แต่มีบางเรื่องที่ผมจงใจไม่เอ่ยปาก เพราะผมรู้คำตอบอยู่ก่อนแล้ว
“อืม... อย่างเช่นสีที่ชอบ หรืออาหารที่ชอบน่ะค่ะ” จองฮีวอนตอบ
“นั่นมันคำถามที่เขาไม่ใช้แม้แต่ในการนัดบอดเลยนะครับ”
“...คุณดกจาเคยไปนัดบอดด้วยเหรอคะ?”
ผมแสร้งทำเป็นมองข้ามความภูมิใจที่โดนสะกิดไปเล็กน้อยก่อนจะย้อนถาม “นี่คุณดูถูกผมเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ... แค่ดูไม่เหมือนสไตล์ของคุณดกจาเลย ฉันรู้สึกว่าคุณน่าจะเป็นพวกที่โหยหาการพบเจอที่เป็นพรหมลิขิตอะไรทำนองนั้นมากกว่า”
ผมรู้สึกเหมือนโดนแทงใจดำอย่างไม่คาดคิด ความจริงคือผมไม่เคยไปนัดบอดเลยสักครั้ง จองฮีวอนยังคงพูดต่อไป “พวกเราไม่เคยคุยเรื่องในอดีตกันเลยนะคะ คุณไม่สงสัยบ้างเหรอ?”
“...”
“ก่อนหน้านี้คุณใช้ชีวิตยังไง เรียนที่ไหน?”
ผมเงียบฟังเสียงของเธออย่างสงบ
“เบอร์โทรศัพท์ของคุณคืออะไร แล้วคุณอาศัยอยู่ที่ไหน นอกจากนี้ยังมี...”
ภาพทิวทัศน์รอบกายเคลื่อนผ่านไป และเสียงของจองฮีวอนก็ค่อยๆ แผ่วลง ในขณะที่เธอกำลังพูด เธอคงจะเริ่มตระหนักได้เอง ว่าวันเวลาที่ผ่านมามันเนิ่นนานเกินกว่าจะหยิบยกเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าขานเสียแล้ว
สถานที่ที่เธอเคยอยู่คงจะพังทลายไปหมดแล้ว และเหล่าผู้คนที่จดจำประวัติศาสตร์ของเธอได้... ก็คงไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นกับพวกเราภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
จองฮีวอนเงียบไปนานแสนนานก่อนจะพึมพำออกมา “ต่อให้เรากลับไปได้... มันก็คงไม่ใช่กรุงโซลที่พวกเรารู้จักอีกต่อไปแล้ว ใช่ไหมคะ?”
“ครับ ไม่ใช่แน่นอน”
เมื่อสิ้นสุดซินาริโอที่ 10 โซลโดมจะถูกทำลาย และเหล่าร่างอวตารจะได้รับอิสระ
ทว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของขุมนรกอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น มันหมายความว่าซินาริโอที่เคยถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในเมืองหลวง จะขยายขอบเขตออกไปทั่วทั้งโลก
“ถ้าอย่างนั้น... ทำไมเราต้องดำเนินซินาริโอต่อไปด้วยล่ะคะ? ในเมื่อสิ่งที่พวกเรารู้จักไม่เหลืออยู่อีกแล้ว มันไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว”
นี่คือเหตุผลที่เธออยากจะรั้งอยู่ที่พาราไดซ์ ผู้หญิงจากสถานีคึมโฮ, เจ้าหนูชมพู คิมยงพัล... พาราไดซ์คือสถานที่ที่เหล่าผู้สูญสิ้นมารวมตัวกัน
จองฮีวอนก้มหน้าต่ำ ผมเริ่มขยับปากพูดโดยจงใจไม่มองหน้าเธอตรงๆ “คุณฮีวอนเป็นดาบที่ดีนะครับ”
เสียงลมหายใจแผ่วเบาดังแว่วมา
“คุณเยือกเย็นกว่าใครเมื่ออยู่ต่อหน้ากองเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณไวต่อการกดขี่ของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ”
ผมค่อยๆ เล่า ‘เรื่องราว’ ที่ผมรู้จักออกไป
เพียงเพราะจองฮีวอนไม่ปรากฏตัวในนิยายต้นฉบับ ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่รู้จักตัวตนของเธอ แต่มันกลับทำให้ผมพยายามยิ่งกว่าเดิมที่จะ ‘อ่าน’ ตัวเธอให้ถ่องแท้
“คุณต่อสู้เป็นแนวหน้าของกลุ่มเสมอ และไม่เคยปริปากบ่นว่ามันยากลำบากเพียงใด”
จองฮีวอนนิ่งฟังผมโดยไม่เอ่ยคำใด ผมพูดต่อ “คุณไม่เคยบอกใครยามที่ได้รับบาดเจ็บ และแม้จะมีเรื่องน่าสงสัย แต่คุณก็เลือกที่จะเชื่อใจคนคนนั้น”
ผมคิดถึงจองฮีวอน จองฮีวอนที่เชื่อมั่นในตัวผมแม้ว่าการกระทำของผมจะดูน่าสงสัยเพียงใด จองฮีวอนที่ต่อสู้เพื่อผมที่สถานีคึมโฮ
“คุณอาจจะดูเหมือนไม่ไว้วางใจมนุษย์มากกว่าใครๆ แต่ความจริงแล้วคุณกลับเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ คุณคือคนแรกที่วิ่งเข้ามาหาเสมอเมื่อพรรคพวกตกอยู่ในอันตราย”
จองฮีวอนคือคนที่ออกตามหาเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อยามที่โดเกบีแยกพวกเขาออกจากกัน จองฮีวอนมักจะพูดเล่นหัวเราะไปเรื่อย แต่เธอกลับระมัดระวังเสมอที่จะไม่ให้มุกตลกเล็กๆ น้อยๆ นั้นไปทำร้ายจิตใจใคร
“...”
“ถ้าเป็นแบบนั้น ผมก็ถือว่ารู้จักคุณฮีวอนอยู่พอตัวเลยไม่ใช่เหรอครับ?”
จองฮีวอนยังคงก้มหน้าขณะที่เอ่ยออกมา “ฉันไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“นี่คือจองฮีวอนในสายตาของผมครับ”
จองฮีวอนจงใจหลบสายตาของผมอย่างระมัดระวัง
“ไม่เคยมีใครพูดกับฉันแบบนี้เลย... คุณดกจาน่าจะไปนัดบอดรุ่งนะคะเนี่ย ว่าแต่ ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะคะ?”
จองฮีวอนเงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมรอยยิ้มบางๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่เธอควรจะยิ้มเลย
“นี่คือจองฮีวอนที่ผมมองเห็น เพราะคุณดำเนินซินาริโอต่อไปยังไงล่ะครับ” ริมฝีปากที่เผยอค้างของจองฮีวอนหยุดนิ่งไป “นั่นคือเหตุผลที่ผมเชื่อว่า คุณควรจะก้าวต่อไปในซินาริโอนี้”
ไม่มีที่ให้พวกเรากลับไป และอาจจะไม่มีสถานที่ให้พวกเราหยุดพัก แต่อย่างน้อยที่สุด เรื่องราวก็ยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่เรื่องราวยังไม่จบสิ้น มันก็ยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่พวกเราจะได้พบเห็น
จองฮีวอนค่อยๆ ขยับปากพูด “...ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ มันยากเกินไป ฉันเคยบอกคุณแล้วไงว่าฉันเรียนไม่เก่ง...”
“ผมไม่ได้พูดเพื่อให้คุณฮีวอนต้องทำอะไรหรอกครับ คุณควรจะใช้ชีวิตในแบบของตัวเองต่อไป”
ผมเปิดหน้าต่างแลกเปลี่ยนไอเทมขึ้นมาขณะที่พูด
**[ไอเทมที่คุณว่าจ้างให้ผลิตได้มาถึงแล้ว]**
จังหวะช่างประจวบเหมาะ ไอเทมที่ผมสั่งทำไว้ถูกส่งมาถึงมือ มันถูกสร้างขึ้นจากกระดูกของมังกรเพลิง หัวใจของปีศาจ และแกนกลางของเหล่ามอนสเตอร์
มันคือไอเทมที่มีเพียงจองฮีวอนเท่านั้นที่ใช้ได้ ในนิยายต้นฉบับ มีเพียง ‘สามตุลาการดั้งเดิม’ เท่านั้นที่สามารถครอบครองมัน ผมยอมจ่ายถึง 100,000 คอยน์เพื่อแลกกับมันมา
**[คุณได้มอบ ‘ดาบแห่งการพิพากษา’ ให้แก่จองฮีวอน]**
จองฮีวอนรับดาบไปด้วยความตื่นตระหนก
“นี่มัน...?”
“พวกเราตกลงกันว่าจะมาเดินช้อปปิ้งไม่ใช่เหรอครับ? นี่คือของขวัญจากผม ดาบเล่มเก่าของคุณมันหักไปแล้วนี่นา”
“ฉันไม่คู่ควรกับของชิ้นนี้หรอกค่ะ”
ผมส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่ครับ มีเพียงคุณฮีวอนเท่านั้นที่คู่ควรกับดาบเล่มนี้”
***
“คิมดกจานี่นิสัยเสียจริงๆ เลยนะ นายจะจากไปทั้งอย่างนี้จริงๆ เหรอ?”
พวกเราปลีกตัวออกมาจากพาราไดซ์ ฮันซูยองคอยเหลียวหลังกลับไปมองขณะที่พูด
ผมตอบกลับโดยไม่หันไปมอง “เรื่องที่นี่จบลงแล้ว”
“อะไรที่จบลง?”
หากเป็นไปตามนิยายต้นฉบับ พาราไดซ์คงจะถูกทำลายในไม่ช้า ความสงบสุขของเหล่าร่างอวตารจะถูกขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ผมควรจะหยุดมันไหม? ผมทำไม่ได้หรอก ซินาริโอนี้จะไม่มีวันสิ้นสุดตราบใดที่พาราไดซ์ยังคงดำรงอยู่
“พาราไดซ์ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องเข้าไปก้าวก่าย”
“อา... นายจะปล่อยให้มันไหลไปตามเนื้อเรื่องเดิมสินะ... ทำไมไม่ลงมือเองเสียเลยล่ะ?”
“ไรน์ไฮต์รับมือยากเกินไปในตอนนี้ และผมจะได้รับ ‘เรื่องราว’ ที่เลวร้ายหากฆ่าเขา เขามีผู้สนับสนุนมากเกินไป”
‘เรื่องราว’ ไม่ได้ให้เพียงผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป เรื่องราวบางอย่างอาจทำให้พละกำลังของคุณลดฮวบลงได้
ฮันซูยองรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี เธอจึงได้แต่ขบเม้มริมฝีปาก “นั่นสินะ แล้วสภาพจิตใจของพรรคพวกที่ถูกทิ้งไว้ล่ะ?”
“พวกเขาควรจะได้พักผ่อนบ้าง”
“ว่าไงนะ? พักผ่อนเหรอ? บอกมาตามตรงเถอะ นายไม่ได้กำลังโกรธอยู่จริงๆ ใช่ไหม? นายอุตส่าห์ทำเพื่อพวกเขาแทบตาย แต่พวกเขากลับไปหลงคารมปีศาจที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรก โดยเฉพาะจองฮีวอน...”
“...จองฮีวอนคู่ควรกับมันแล้ว ที่ผ่านมาเธอลำบากมามากพอแล้วครับ”
ฮันซูยองแค่นหัวเราะ “อย่ามาทำให้ฉันขำหน่อยเลย นายไม่รู้เหรอว่าตัวเองทำอะไรลงไป? พาราไดซ์กำลังจะพินาศในไม่ช้า แต่เธอกลับรับดาบเล่มนั้นไปแล้วก็ยังชื่นชมนายโดยไม่รู้อะไรเลย”
“เธอเป็นคนเลือกเอง ดังนั้นเธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบตัวเอง”
“นายนี่มันปีศาจชัดๆ...”
บาดแผลบางอย่างอาจทำลายพวกเรา แต่บาดแผลบางอย่างก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น มันช่วยไม่ได้ ต่อให้ผมจะถูกตราหน้าว่าเป็นปีศาจก็ตาม แต่นี่คือวิถีของผม ฮันซูยองบ่นพึมพำอยู่นานก่อนจะโพล่งขึ้นมา “หืม... ว่าแต่ คิมดกจา”
“อะไรเหรอ?”
“ทำไมถึงเอาฉันมาด้วยล่ะ?”
“เพราะเธอจะช่วยผมยังไงล่ะ”
ฮันซูยองกัดริมฝีปากก่อนจะเรียกอวตารร่างแยกออกมาในทันใด
...ใบหน้าของพวกมันดูละม้ายคล้ายกับผม นั่นย้ำเตือนผมว่าเธอสามารถเปลี่ยนใบหน้าของร่างแยกได้ตามใจชอบ
“ทำอะไรของเธอน่ะ?”
“ฝึกซ้อมไง”
มันดูเหมือนการรุมทำร้ายฝ่ายเดียวมากกว่าการฝึกซ้อมเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังจงใจเล็งจุดที่เจ็บปวดที่สุด ฮันซูยองซ้อมผมอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากถาม “แล้วนายจะทำยังไงต่อ?”
“ผมจะพักซินาริโอไว้สักสามสี่วัน แล้วออกไปเก็บสะสมเรื่องราวพร้อมกับตามหา ‘ฮิดเดนพีซ’ (Hidden Pieces) ที่ซ่อนอยู่”
ฮันซูยองยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินคำว่าฮิดเดนพีซ
“ทำไมล่ะ? ปกตินายไม่ใช่พวกที่จดจ่ออยู่แต่กับซินาริโอหลักหรอกเหรอ?”
“คราวนี้ผมจะทิ้งมันไว้ให้คนอื่นทำบ้าง ที่ผ่านมาผมเหนื่อยคนเดียวมามากพอแล้ว”
พอนึกดูแล้ว ผมพยายามมากเกินไปที่จะทำทุกอย่างเพียงลำพัง เจ้าหมอเลวนั่น ยูจงฮยอก ดูเหมือนจะพยายามอยู่นะ แต่มันไม่เคยช่วยอะไรได้เลยในจังหวะสำคัญ เรื่องราวคงจบลงไปตั้งแต่ ‘ภัยพิบัติแห่งอุทกภัย’ หรือไม่ก็ ‘พีซแลนด์’ ไปแล้วหากไม่มีผมช่วย ในขณะที่ผมอาบเหงื่อต่างน้ำจัดการซินาริโอ หมอนั่นกลับเดินชิลล์หาฮิดเดนพีซไปทั่ว
ดังนั้น มันถึงเวลาที่หมอนั่นควรจะทำงานทำการอย่างจริงจังสักที ผมยิ้มออกมาพรางเอ่ย “คราวนี้ พวกเราจะมาสวมรอยเป็น ‘ผู้ย้อนกลับ’ กันบ้าง”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.