Chapter 336
338 / 4197
8 min read
Chapter 336 Trolls Part 1
Published Apr 9, 2026, 07:51 AM
บทที่ 336: โทรลล์ (ภาคต้น)
“เจ้าจะบอกว่าพวกมันไม่ใช่พวกพ้องของเจ้าอย่างนั้นรึ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็ช่วยไขข้อข้องใจให้ข้าได้มากทีเดียว!” ฟิลลาร์ดเอ่ยปาก พลางเร่งทะยานกายถอยห่างจากมัจจุราชเบื้องหน้าอย่างสุดกำลัง
“แน่นอนว่าพวกมันไม่ใช่เพื่อนข้า! ป่าทรอนไม่เคยมีโทรลล์ปรากฏตัวมาก่อน... แต่ที่สำคัญกว่านั้น ไอ้โทรลล์ที่เจ้าว่ามันคือตัวอะไรกันแน่?” รีพเพอร์ถามด้วยความฉงน
ฟิลลาร์ดนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง พยายามเค้นความทรงจำถึงถ้อยคำที่สการ์เล็ตเคยพร่ำสอนออกมาให้ถูกต้องที่สุด
“โทรลล์คือหนึ่งใน ‘เผ่าพันธุ์ผู้ล่มสลาย’ (Fallen races) กาลครั้งหนึ่งพวกมันเคยเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและมีอายุขัยยืนยาว เช่นเดียวกับพวกเราที่เป็นสัตว์อสูร พวกมันสามารถสื่อสารกับธาตุได้ถึงสองชนิด ทว่าน่าแปลกที่ทุกตนกลับมีธาตุเหมือนกันหมด นั่นคือธาตุแสงและธาตุมืด
ในขณะเดียวกัน พวกมันยังมีความสามารถเหมือนมนุษย์ คือสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ทุกแขนงได้อย่างอิสระ
ทว่าจุดอ่อนฉกาจของพวกมันคืออัตราการสืบพันธุ์ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน... เจ้าก็รู้เพื่อความสมดุลของโลกอะไรทำนองนั้นแหละ พวกมันเหนือกว่าพวกเราทุกด้าน แต่กลับมีจำนวนน้อยเกินกว่าจะขยายอาณาจักรได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกมันจึงตัดสินใจแก้ปัญหานี้ด้วยเวทมนตร์
พวกมันใช้มหาเวทแห่งแสงเพื่อบีบบังคับการวิวัฒนาการ หวังจะเพิ่มอัตราการขยายพันธุ์และเสริมสร้างพละกำลังทางกายภาพ ในคราแรกมันดูเหมือนความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ การดัดแปลงพลังชีวิตด้วยธาตุแสงทำให้พวกมันกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบ
แต่นั่นก็เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่ผลข้างเคียงอันเลวร้ายจะเริ่มปรากฏ... เพียงไม่กี่รุ่น ลูกหลานที่ถือกำเนิดมากลับเสียสติคลุ้มคลั่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และถูกครอบงำด้วยความหิวโหยอันไร้ก้นบึ้ง อารยธรรมที่สั่งสมมานับพันปีถูกทำลายพินาศย่อยยับลงในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์”
“เดี๋ยวก่อน... แค่เด็กไม่กี่คนจะทำลายอารยธรรมได้ในไม่กี่สัปดาห์เชียวรึ? แล้วทำไมพ่อแม่พวกมันถึงไม่กำจัดพวกมันทิ้งเสียล่ะ?” ความคิดที่ว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับป่าทรอนทำให้รีพเพอร์รู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมาในอก
“เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร!” ฟิลลาร์ดแค่นเสียงประชด “ข้าบอกแล้วไงว่าพวกมันขยายพันธุ์เร็วมาก ไอ้เด็กเปรตพวกนี้สามารถเติบโตเต็มวัยได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหากได้สารอาหารที่เพียงพอ พวกมันทั้งแข็งแกร่งและฆ่าให้ตายได้ยากยิ่ง เพราะเวทแห่งแสงในร่างกายพวกมันกำลังคลุ้มคลั่งจนเกินควบคุม
พวกมันสามารถฟื้นฟูบาดแผลทุกแห่งหนได้ในชั่วพริบตา หากเจ้าตัดแขนมันทิ้ง เพียงไม่กี่อึดใจเจ้าจะได้เผชิญกับหายนะคูณสอง... เพราะในขณะที่ร่างหลักกำลังงอกแขนใหม่ แขนที่ถูกตัดขาดนั้นก็จะงอกร่างขึ้นมากลายเป็นโทรลล์ตัวใหม่เช่นกัน!
ที่ร้ายกว่านั้น ร่างกายของพวกมันแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ‘ปาก’ ไปเสียทั้งหมด การโจมตีพวกมันด้วยมือเปล่าก็ไม่ต่างอะไรกับการกระโจนเข้าไปในขากรรไกรของปีศาจ ข้าเกือบจะถูกพวกมันงับตายมาสองรอบแล้วนะเว้ย! นั่นแหละคือเหตุผลที่ข้าต้องการขวานของข้าคืน!”
รีพเพอร์หยุดชะงักฝีเท้าลง พยายามประมวลข้อมูลสยองขวัญทั้งหมดที่ฟิลลาร์ดเพิ่งร่ายยาวมา
“เราเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่พวกมันจะล้นป่า?”
“หนึ่งสัปดาห์... หรืออาจจะสองถ้าเราโชคดีพอ” ฟิลลาร์ดคะเน “ขึ้นอยู่กับว่าพวกมันจะหาอาหารได้มากเพียงใด และต้องต่อสู้แย่งชิงมันลำบากแค่ไหน ไอ้พวกระยำนี่มันกินได้ทุกอย่าง เนื้อ ผลไม้ หญ้า หรือแม้แต่ต้นไม้ถ้ามันหิวจัดจริงๆ ตอนนี้พวกมันอาจจะมีแค่โหลเดียว แต่พรุ่งนี้พวกมันจะเพิ่มเป็นยี่สิบสี่ และวันถัดไปจะเป็นสี่สิบแปด!”
“พระแม่เจ้าเถอะ! ถ้าอย่างนั้นเราต้องลงมือเดี๋ยวนี้! จุดอ่อนของพวกมันคืออะไร?” รีพเพอร์เริ่มมีลางสังหรณ์ใจไม่ดี ขนาดฟิลลาร์ดที่วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงแล้วยังจ้องแต่จะโกยแน่บ แสดงว่าพวกมันต้องมีดีกว่าที่ตาเห็น
“แทบไม่มี... เผ่าพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบ จำได้ไหม? พวกมันอาจจะโง่เง่าบรม แต่ด้วยความสามารถระดับนี้ ความฉลาดก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น เวทมนตร์แทบจะไร้ผลกับพวกมัน มีเพียง ‘ไฟ’ และ ‘แสง’ เท่านั้นที่สามารถปลิดชีพพวกมันได้ถาวร พวกมันติดไฟง่ายเหมือนหญ้าแห้ง แต่หัวหน้าสการ์เล็ตมักจะใช้เวทแห่งแสงในการกวาดล้างพวกมันเสมอ”
รีพเพอร์ถึงกับอึ้งไป เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเวทแห่งแสงจะใช้ในการสังหารได้ นั่นทำให้เขาไม่เข้าใจกลยุทธ์ของสการ์เล็ตเลยแม้แต่น้อย อันที่จริงมันเรียบง่ายมาก ทว่าความตื่นตระหนกกำลังบดบังปัญญาของเขาไปจนสิ้น
การใช้ไฟในป่านั้นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะตราบเท่าที่การต่อสู้ยังไม่จบสิ้น เปลวเพลิงอาจลุกลามไปทั่วทุกทิศทาง อีกทั้งแรงระเบิดที่เกิดจากเวทไฟอาจพัดพาเศษเนื้อของโทรลล์กระเด็นออกไปในจุดที่ปลอดภัย
และหากเป็นเช่นนั้น เพียงเศษเนื้อชิ้นเดียวที่รอดพ้นไปได้ ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นที่มันจะงอกเงยกลายเป็นฝูงใหม่ขึ้นมา ซึ่งนี่คือสาเหตุที่โทรลล์มาปรากฏในป่าแห่งนี้... เหล่านักผจญภัยกลุ่มหนึ่งได้รับภารกิจให้กำจัดโทรลล์ฝูงเล็กๆ แต่กลับทำงานชุ่ย ทิ้งเศษซากของพวกมันเอาไว้ไม่หมด
“ตอนนี้เจ้าใช้ธาตุได้ครบทุกอย่างแล้วไม่ใช่รึ? การกวาดล้างพวกมันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้านะ”
“โธ่เพื่อน... ข้าเพิ่ง ‘ตื่น’ (Awakened) ได้ไม่กี่วัน แถมเวทมนตร์ก็ไม่ใช่ทางของข้าเลย ข้าใช้ได้แค่ดินกับน้ำ ซึ่งมันก็แค่ถ่วงเวลาได้เพียงชั่วครู่ ถ้าเจ้าไม่มีวิธีจัดการพวกมัน เราก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย ทางที่ดีคือโกยให้สุดชีวิต แล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่วันหลัง!”
คำพูดของฟิลลาร์ดแทบจะทำลายความหวังของรีพเพอร์จนหมดสิ้น สิ่งที่เจ้าลินด์เวิร์ม (Lindwurm) พูดนั้นถูกเป๊ะ ในช่วงวันสุดท้ายก่อนจากป่าไป ลิธได้อธิบายเพียงเรื่องการใช้ ‘อินวิกอเรชัน’ (Invigoration) และวิธีฝึกเวทมนตร์ขั้นต้นเท่านั้น เขาปฏิเสธที่จะสอนมหาเวทให้ฟิลลาร์ด เพื่อบีบบังคับให้เจ้ามังกรดินตัวนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการค้นคว้าเวทมนตร์ด้วยตนเอง
“หนีอย่างนั้นรึ? ถ้าที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริง เพียงหนึ่งสัปดาห์ป่าแห่งนี้จะกลายเป็นดินแดนรกร้าง และหลังจากนั้นพวกมันจะพุ่งเป้าไปที่หมู่บ้านลูเทีย ข้าเชื่อเหลือเกินว่า ‘ลิธ’ คงจะซาบซึ้งใจน่าดูที่เจ้ากล้าตระบัดสัตย์ และปล่อยให้ครอบครัวของเขาต้องถูกพวกมันรุมฉีกทึ้งจนตาย”
คำสวนกลับของรีพเพอร์ทำให้ฟิลลาร์ดถึงกับเยือกแข็งไปถึงขั้วหัวใจด้วยความหวาดกลัว
“เราต้องฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปตามพรรคพวกมาช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ส่วนเจ้าคอยเฝ้าดูพวกมันไว้ อย่าให้พวกมันกระจายตัวออกไปเด็ดขาด... ข้ามีแผนแล้ว”
หนึ่งชั่วโมงถัดมา เจ้าลินด์เวิร์มใช้เวลาเฝ้ามองความสยองขวัญของพวกโทรลล์อยู่ห่างๆ ในระยะที่ปลอดภัย พลางร่ายมนตร์เตรียมพร้อมไว้ให้มากที่สุดเพื่อความอุ่นใจ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฟิลลาร์ดนึกเสียใจที่ไม่ตั้งใจฟังยามที่สการ์เล็ตพยายามเคี่ยวเข็ญสอนเวทมนตร์ขั้นสูงให้
‘ขอบคุณพระแม่เจ้าที่ข้าไม่มีขาแล้ว ร่างใหม่นี้ทำให้ข้าเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบ ไม่ต้องเดินกระทืบเท้าหรือสะดุดล้มเหมือนร่างเก่า’ ขนาดตัวของฟิลลาร์ดไม่ใช่ปัญหา เพราะดวงตาของโทรลล์นั้นเป็นสีขาวโพลน ไร้ซึ่งลูกตาดำหรือม่านตา
จากประสบการณ์ของเขา พวกมันตาบอดสนิทและพึ่งพาเพียงการได้ยินกับกลิ่นในการแกะรอยเหยื่อ ฟิลลาร์ดไม่ใช่พวกจิตใจอ่อนโยนโดยสันดาน บ่อยครั้งเขายังนึกสนุกกับการหยอกล้อเหยื่อก่อนฆ่าเสียด้วยซ้ำ ทว่าในยามนี้เขากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเวทนาต่อการดำรงอยู่ อันแสนบิดเบี้ยวของพวกโทรลล์
พวกมันสูงตระหง่านกว่าสองเมตร ผิวหนังมีสีขาวซีดดูน่าสะอิดสะเอียน ไร้ซึ่งเปลือกตาและจมูก มีเพียงรูโหว่สองรูตรงกึ่งกลางใบหน้าเพื่อใช้หายใจ ริมฝีปากถูกลบเลือนหายไป เผยให้เห็นคมเขี้ยวเรียงรายอยู่ในปากอันกว้างขวางที่ฉีกยาวไปจนถึงใบหู
ร่างกายของพวกมันผอมเกร็งประดุจโครงกระดูกทว่ากลับมีหน้าท้องบวมโย้ ราวกับอดอยากมานานแสนนาน นิ้วมือยาวเฟื้อยปิดท้ายด้วยกรงเล็บแหลมคมดั่งมีดโกน และตามตัวก็ปกคลุมไปด้วยรอยแผลเป็นประหลาดที่ทำให้ฟิลลาร์ดรู้สึกขนลุกซู่
ฝูงโทรลล์ได้สวาปามทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมี 100 เมตรรอบตัวจนเกลี้ยงเกลา ยามนี้พวกมันจึงเล็มหญ้ากินอย่างเกียจคร้านเพื่อรอคอยให้เหยื่อรายถัดไปเดินเข้ามาติดกับ
เมื่อรีพเพอร์กลับมาพร้อมกับกำลังเสริม ฟิลลาร์ดก็สามารถถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่งอกเสียที ในกลุ่มนั้นประกอบด้วยเผ่าบิกส์ (สัตว์อสูรประเภทหมี), ไชฟส์ (เสือพูม่า), ไกลาดส์ (กวางมูส), ไรส์ (หมาป่า) และครอนส์ (เหยี่ยว)
แต่ละเผ่าส่งสมาชิกที่ทรงพลังที่สุดสี่ตนมาเข้าร่วม ทุกตนล้วนเป็นจ้าวป่าหรือผู้ท้าชิงตำแหน่งจ้าวป่าทั้งสิ้น พวกบิกส์นั้นกระหายที่จะพิสูจน์ฝีมืออย่างยิ่ง หลังจากที่ลิธสยบ ‘เออร์ทู’ ผู้นำคนก่อนของพวกมันลงได้ และสมาชิกที่พรสวรรค์ที่สุดในเผ่ากลับกลายเป็น ‘อโบมิเนชัน’ (Abomination) ตำแหน่งจ้าวแห่งทิศตะวันตกจึงตกไปอยู่ในมือของจ่าฝูงเผ่าครอนส์แทน ซึ่งนั่นถือเป็นการหยามเกียรติของพวกมันอย่างที่สุด
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.