Chapter 2222
2222 / 5804
11 min read
Chapter 2222 - Demon Insects
Published Apr 11, 2026, 07:28 AM
**บทที่ 2222 - แมลงปีศาจ**
**‘ผนึกมังกรลี้ลับ’** คือทักษะลับแห่งการตั้งรับอันเป็นผลึกจากการบ่มเพาะทั้งชีวิตของปั้นชิง มันคือวิชาที่เขาเพาะบ่มและขัดเกลาด้วยตัวเองมาอย่างยาวนานหลายปีดีดัก
นับตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิ เขาเคยเรียกใช้ทักษะลับนี้เพียงสามครั้งเท่านั้น และทุกครั้งที่มันปรากฏ คู่ต่อสู้ของเขาก็ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือในขอบเขตจักรพรรดิด้วยกันทั้งสิ้น
ทว่าในยามนี้ เขากลับถูกบีบคั้นจนต้องงัดสุดยอดวิชาตั้งรับนี้ออกมาใช้ต่อหน้าผู้บ่มเพาะขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าอย่างหยางไค่
สัญชาตญาณร้องเตือนเขาว่า หากไม่ใช้ทักษะนี้ เขาต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน!
มันเป็นความรู้สึกที่ไร้หลักการรองรับ ทว่าเขาเชื่อมั่นในประสาทสัมผัสของตนเองอย่างลึกซึ้ง
เงามังกรทะยานร่างปรากฏขึ้น ม้วนพันรอบกายเขาเพียงชั่วพริบตา ม่านแสงที่ดูคล้ายโล่กำบังก็พลันก่อตัวขึ้น บนพื้นผิวของโล่นั้นมีลวดลายมังกรจางๆ ที่แลดูราวกับมีชีวิตกำลังแหวกว่ายอยู่
หลังจากปั้นชิงร่ายทักษะนี้ออกมา ความรู้สึกกังวลในใจก็เริ่มมลายหายไป ความตื่นตระหนกที่เคยเกาะกุมจิตใจเริ่มสงบลง
ทว่า...
คมดาบตวัดผ่านด้วยท่วงท่าอันเรียบง่าย ไร้ซึ่งความวิจิตรพิสดารใดๆ ทว่า ‘ผนึกมังกรลี้ลับ’ ที่สามารถต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิได้ กลับแลดูอ่อนนุ่มราวกับเต้าหู้ต่อหน้าหยางไค่ เพียงชั่วอึดใจ พลังตั้งรับอันแข็งแกร่งก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกโดยไร้ซึ้งเสียงใดๆ คมดาบยังคงพุ่งทะยานเข้าหาทรวงอกของปั้นชิงอย่างไม่ลดละ
หากการโจมตีนี้เข้าเป้า ด้วยอานุภาพอันพิลึกพิลั่นของดาบเล่มนี้ แม้แต่คนที่มีตบะแก่กล้าอย่างปั้นชิงก็คงไม่พ้นต้องถูกผ่าครึ่งร่างเป็นแน่
สีหน้าของปั้นชิงพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาไม่กล้าลังเลอีกต่อไป พลังวิญญาณถูกรีดเร้นออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อใช้แรงระเบิดนั้นพุ่งถอยหลังหนีอย่างสุดกำลัง
*ฉัวะ...*
เสียงแผ่วเบาดังขึ้น ปั้นชิงพยายามสลัดหลุดจากพันธนาการของกฎเกณฑ์แห่งห้วงอวกาศอย่างยากลำบาก และหลบเลี่ยงคมดาบสังหารที่หมายเอาชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิด
อย่างไรก็ตาม บาดแผลฉกรรจ์ก็ปรากฏขึ้นยาวตั้งแต่ไหล่ลากผ่านทรวงอกไปจนถึงหน้าท้อง เกือบจะพรากแขนข้างหนึ่งของเขาไปในพริบตา
ไม่มีโลหิตไหลซึมออกมาจากบาดแผล และไม่มีร่องรอยของเนื้อหนังที่ฉีกขาด แม้แต่กระดูกก็มองไม่เห็น มีเพียงพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับควันธาตุที่ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ
“น่าเสียดายนัก!” หยางไค่อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาขณะจ้องมองปั้นชิง ก่อนหน้านี้เขาจงใจพุ่งเข้าใส่ปั้นชิงอย่างบุ่มบ่ามถึงสองครั้ง เพื่อล่อลวงให้อีกฝ่ายลดการระแวดระวังลง และรอคอยจังหวะที่จะปลิดชีพในดาบเดียว
อย่างไรก็ดี แผนการของหยางไค่ก็ถือว่าประสบผลในระดับหนึ่ง การกระทำที่ดูไร้หัวคิดก่อนหน้านี้ทำให้ปั้นชิงสบประมาทเขา จนยอมเข้าใกล้เพื่อโจมตีปิดฉาก นั่นจึงเป็นโอกาสให้หยางไค่ได้สวนกลับด้วยพลังทำลายล้างสวรรค์ ทว่าจักรพรรดิก็ยังคงเป็นจักรพรรดิ ในเสี้ยววินาทีที่ความตายมาเยือน ปฏิกิริยาโต้ตอบของปั้นชิงนั้นรวดเร็วเหลือเชื่อจนสามารถหลบหลีกการลอบจู่โจมในระยะประชิดเช่นนี้ไปได้
ในระยะที่ไม่ไกลนัก ปั้นชิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีดวงตาสั่นระริก สีหน้าเปลี่ยนไปมาหลายครา เขาจ้องมองดาบในมือของหยางไค่พร้อมกับแผดคำราม “นั่นมันตัวประหลาดอะไรกัน!?”
“ดาบแยกวิญญาณ!” หยางไค่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางกวัดแกว่งดาบในมือและชี้ไปที่ปั้นชิง “มันไม่ทำลายสังขาร มุ่งสังหารเพียงวิญญาณ!”
ในยามที่ก้าวเข้าสู่โลกภายในกระจกส่องสวรรค์ หยางไค่นำติดตัวมาเพียงสามสิ่งพร้อมกับร่างจำลองวิญญาณของเขา
สิ่งแรกคือ ‘ข่ายมนต์แสงม่วงลี้ลับ’ ที่เกาเสวี่ยถิงมอบให้ สิ่งที่สองคือ ‘ปทุมารักษาจิตเจ็ดสี’ ในทะเลความรู้ และสิ่งที่สามก็คือ ‘ดาบแยกวิญญาณ’ เล่มนี้นี่เอง
ดาบเล่มนี้คือของล้ำค่าที่เขาชิงมาจากจักรพรรดิแมลง
เมื่อครั้งอยู่บนดาวเงามืด จักรพรรดิแมลงได้ก่อความวุ่นวายไปทั่ว แต่หลังจากหยางไค่สังหารมันลง เขาก็ได้รับ ‘กำไลสยบแมลง’ และ ‘ดาบแยกวิญญาณ’ ซึ่งเป็นศาสตราจักรพรรดิมาไว้ในครอบครอง
กำไลสยบแมลงนั้นมีอานุภาพพิเศษในการสะกดข่มแมลงนานาชนิด ซึ่งเคยช่วยชีวิตหยางไค่ให้พ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชมาแล้วหลายครา ส่วนดาบแยกวิญญาณนั้น เขาแทบไม่เคยหยิบออกมาใช้และยังมิได้ขัดเกลามันอย่างสมบูรณ์
นั่นคือเหตุผลที่หยางไค่รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าดาบแยกวิญญาณเล่มนี้สามารถนำออกมาใช้ในโลกแห่งนี้ได้
แม้เขาจะยังมิได้ขัดเกลาศาสตราจักรพรรดิชิ้นนี้อย่างถ่องแท้ ทว่าไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันมีอานุภาพทำลายล้างวิญญาณที่เข้มแข็งยิ่งนัก ด้วยดาบในมือ หยางไค่สามารถทำร้ายยอดฝีมืออย่างปั้นชิงจนบาดเจ็บสาหัสได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากเขาขัดเกลามันให้ดีกว่านี้ การสังหารปั้นชิงในโลกพิเศษอย่างกระจกส่องสวรรค์คงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
หยางไค่ได้รับบทเรียนล้ำค่า เขาตัดสินใจลอบสาบานกับตนเองว่า เมื่อกลับไปยังโลกภายนอก เขาจะหาโอกาสขัดเกลาศาสตราจักรพรรดิที่อยู่ในครอบครองให้สมบูรณ์
ก่อนหน้านี้เขามิได้ขัดเกลาพวกมันเพราะพลังฝีมือยังไม่เพียงพอ แต่ในยามนี้ เขาคือนักสู้ขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าแล้ว อีกทั้งพลังวิญญาณยังทัดเทียมกับยอดฝีมือขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าระดับสูงสุด การขัดเกลาศาสตราเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นดาบแยกวิญญาณหรือกำไลสยบแมลง พวกมันล้วนมีประโยชน์มหาศาลในสถานการณ์พิเศษบางประการ
“บัดซบ!” ปั้นชิงกัดฟันกรอดพลางคำรามเสียงต่ำ แม้เขาจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไม่ทำลายสังขาร’ แต่เขารู้ซึ้งแล้วว่าดาบเล่มนี้คือภัยคุกคามถึงชีวิตจากบาดแผลที่ได้รับมา
ยามนี้เขาบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่หยางไค่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน อีกทั้งดูเหมือนหยางไค่จะมีความสามารถประหลาดอีกมากมาย ปั้นชิงจึงเริ่มมีความคิดที่จะล่าถอย
แม้การที่ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิเช่นเขาต้องวิ่งหนีรุ่นเยาว์ขอบเขตต้นกำเนิดเต๋าจะเป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสูเพียงใดหากข่าวนี้แพร่งพรายออกไป ทว่าในเวลานี้ปั้นชิงหาได้ใส่ใจไม่ ชีวิตของเขานั้นสำคัญที่สุด ส่วนหน้าตาหรือเกียรติยศล้วนเป็นเพียงเรื่องรอง!
ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะลับที่ปั้นชิงบ่มเพาะล้วนเป็นวิชาสายลอบสังหาร โดยปกติแล้ว ผู้ที่บ่มเพาะวิชาประเภทนี้มักจะถูกเรียกว่าเป็นคนรอบคอบหากจะมองในแง่ดี หรือหากจะพูดตรงๆ ก็คือพวกขี้ขลาด คนประเภทนี้มักจะเผ่นหนีไปไกลนับพันลี้ทันทีหากการลงมือครั้งแรกล้มเหลว พวกเขาจะไม่รั้งรอเพื่อสู้ศึกยืดเยื้อ เพราะความสามารถในการต่อสู้จะลดลงอย่างมากในการปะทะกันซึ่งหน้า
หากยอดฝีมืออย่างเหลียนเยี่ยนยืนอยู่ตรงหน้าหยางไค่ในตอนนี้ ต่อให้เขาจะพลาดท่าจนบาดเจ็บ เขาก็จะไม่มีวันล่าถอยในทันทีเด็ดขาด
อาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยย่อมมิอาจทดแทนช่องว่างของพลังที่ต่างชั้นกันระหว่างขอบเขตได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากปั้นชิงสบถออกมา ร่างของเขาก็วาบผ่านเพื่อเตรียมจะหลบหนีไปตั้งหลัก
ทว่าในวินาทีนั้น เขากลับสูญเสียร่องรอยของหยางไค่ไปจากสายตา เมื่อครู่นี้ไอ้เด็กขอบเขตต้นกำเนิดเต๋ายังยืนอยู่ไม่ไกลแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเลือนหายไปเพียงชั่วพริบตา
“อะไรกัน?” ปั้นชิงตกตะลึง เขาคือยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญการเร้นกายเป็นเลิศ ทว่ากลับพบว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ
การหายตัวไปอย่างกะทันหันของหยางไค่นั้นเหนือชั้นกว่าวิชาของเขาอย่างเห็นได้ชัด หยางไค่สามารถใช้กฎเกณฑ์แห่งห้วงอวกาศได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทำให้เขาสามารถเพิกเฉยต่อข้อจำกัดของมิติได้อย่างแท้จริง
ปั้นชิงรีบแผ่ขยายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เพื่อค้นหาตำแหน่งของหยางไค่ ทว่าในทันใดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นเยือกที่พุ่งเข้าใส่ท้ายทอย ความเย็นนี้ช่างเยือกเย็นราวกับลมที่พัดมาจากก้นบึ้งของขุมนรก มันเย็นเสียจนวิญญาณแทบจะแข็งตัว
ปั้นชิงเบิกตากว้าง เขารู้ตำแหน่งของศัตรูแล้ว เขาไม่รอช้า รีบหันขวับไปพร้อมกับซัดพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าออกไปอย่างรุนแรง
*ตู้ม...*
พลังมหาศาลเข้าปะทะกัน ส่งร่างของหยางไค่กระเด็นถอยหลังไป แสงสว่างบนร่างของเขาวูบวาบไม่มั่นคงขณะลอยอยู่กลางอากาศ ในขณะที่ปั้นชิงยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ช่องว่างระหว่างขอบเขตยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจก้าวข้ามได้โดยง่าย แม้หยางไค่จะใช้การเคลื่อนย้ายมิติเพื่อลอบโจมตี แต่มันก็ยังไม่บรรลุผลตามที่คาดหวัง
ดูเหมือนว่าหากปั้นชิงไม่ประมาทจนเกินไปและไม่ขาดความรู้เรื่องศาสตราวิญญาณ เขาคงไม่มีวันถูกดาบของหยางไค่ทำร้ายได้ ขอเพียงเขามีความระแวดระวังต่อดาบแยกวิญญาณแม้เพียงนิด หยางไค่ก็คงไม่มีทางสร้างบาดแผลให้เขาได้เลย
“หึ!” หยางไค่ร่อนลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงครางด้วยความเจ็บปวด สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อย การปะทะกันระหว่างดวงวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะทนรับได้ ความเจ็บปวดนี้รุนแรงและรับมือได้ยากกว่าความเจ็บปวดทางกายหลายเท่าตัว
เขารู้สึกราวกับวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชาก และไม่มีทางใดที่จะสะกดความเจ็บนี้ได้เลย นอกเสียจากต้องอดทนรับมันไว้เพียงอย่างเดียว
ทว่าหยางไค่ยังคงเผยยิ้มจางๆ...
เพราะแผนการของเขาสัมฤทธิ์ผลอีกครั้งแล้ว
*หึ่งๆ...*
เสียงกระพือปีกที่ชวนให้ขนลุกดังขึ้น ปั้นชิงชะงักไปด้วยความประหลาดใจ ทว่าในไม่ช้าเขาก็รู้ว่าเสียงนั้นมาจากที่ใด
เขารีบก้มลงมองและพบว่าบาดแผลบนร่างกายของเขากลับถูกปกคลุมไปด้วยจุดดำเล็กๆ ที่เกาะกันเป็นพรืด เมื่อเพ่งมองให้ชัดเจน ปั้นชิงก็รู้สึกชาวาบไปถึงสมอง
เพราะจุดดำเหล่านั้นคือแมลงขนาดจิ๋วที่รวมตัวกันหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน!
ไม่ว่าใครที่เห็นร่างกายตนเองถูกปกคลุมด้วยแมลงย่อมต้องรู้สึกสะอิดสะเอียน ทว่าสิ่งที่ทำให้ปั้นชิงหวาดกลัวจนสุดขีดก็คือ แมลงจิ๋วเหล่านี้กำลังมุดเข้าไปในบาดแผลของเขา และเกือบครึ่งหนึ่งของพวกมันได้ชอนไชเข้าสู่ร่างกายเขาไปแล้วเพียงชั่วพริบตา
ใบหน้าของปั้นชิงซีดเผือดราวกับคนตาย
ด้วยตบะขอบเขตจักรพรรดิ เขาสามารถสัมผัสได้ทันทีว่าแมลงเหล่านี้กำลังเริ่มกัดกินแก่นแท้ภายในร่างกายของเขาอย่างตะกละตะกลาม
ปั้นชิงสัมผัสได้ว่าพละกำลังของเขากำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว!
“นี่มันตัวอะไรกัน!?” ปั้นชิงอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปหลายก้าวพลางก้มมองร่างกายตนเอง และแผดคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัว “มันคือตัวอะไรกันแน่!?”
เขาถามคำถามนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่ได้เผชิญหน้ากับหยางไค่
สำหรับผู้บ่มเพาะอย่างปั้นชิงที่เกิดและเติบโตในโลกกระจกส่องสวรรค์ วิชาและสิ่งของที่หยางไค่สำแดงออกมาในวันนี้ล้วนอยู่เหนือสามัญสำนึกของเขาไปไกลลิบ
ที่สำคัญที่สุดคือ แม้ปั้นชิงจะไม่รู้จัก ‘แมลงปีศาจกลืนวิญญาณ’ แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณยามที่จ้องมองพวกมัน ความกลัวนี้สลักลึกมาจากก้นบึ้งของดวงวิญญาณ มันเป็นความกลัวตามธรรมชาติที่ไม่อาจขัดขืนได้ เหมือนดั่งกบที่พบกับอสรพิษ หรือกระต่ายที่เผชิญหน้ากับพญาอินทรี...
ปั้นชิงแผดคำรามด้วยความโกรธแค้น เขาเขย่าร่างและรีบสร้างม่านพลังที่มองไม่เห็นเข้าโอบล้อมกายตนเอง
แมลงปีศาจกลืนวิญญาณที่ยังไม่ทันมุดเข้าร่างถูกแรงกระแทกจนกระเด็นออกไปข้างนอก
ทว่า พลังวิญญาณบริสุทธิ์ยังคงพุ่งพล่านออกมาจากบาดแผลของปั้นชิงไม่หยุดหย่อน พลังเหล่านี้คือโอชะอันเลิศรสที่สุดสำหรับแมลงปีศาจกลืนวิญญาณ มีหรือที่พวกมันจะยอมรามือ
ฝูงแมลงไม่รอคำสั่งจากหยางไค่ พวกมันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนดำทมิฬราวกับเมฆหมอกและพุ่งเข้ากลุ้มรุมปั้นชิงอีกครั้ง
และปั้นชิงก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้สิ้นหวังที่สุดในชีวิต
ม่านพลังป้องกันขอบเขตจักรพรรดิของเขา กลับมิอาจสกัดกั้นแมลงเหล่านี้ได้เลย พวกมันสามารถกัดแทะม่านพลังนั้นจนพังทลายลงได้อย่างง่ายดาย เพียงชั่วครู่ รูกว้างบนม่านพลังก็ปรากฏขึ้น และฝูงแมลงก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอีกครั้งเพื่อชอนไชเข้าสู่บาดแผลที่เปิดอ้าอยู่
“แมลงปีศาจ!” ปั้นชิงดูเหมือนจะระลึกบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงพลางแผดคำรามอย่างตื่นตระหนก “นี่มันคือแมลงปีศาจ!”
ในดวงตาของเขายามนี้เปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด
เขาไม่เคยรู้สึกไร้ทางสู้เช่นนี้มาก่อนแม้ในยามที่เผชิญหน้ากับดาบแยกวิญญาณ ทว่ายามนี้ ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิผู้เกรียงไกร กลับแสดงความอเนจอนาถใจออกมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงแมลงปีศาจกลืนวิญญาณเหล่านี้
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.