Chapter 2234
2234 / 5804
10 min read
Chapter 2234 - Counterattack
Published Apr 11, 2026, 07:29 AM
บทที่ 2234: การโต้กลับ
หยางไค่ยังไม่ทันหายจากความตระหนก เสียงหวานใสอันนุ่มนวลก็ดังแว่วมาจากเบื้องหลังม่านแพรสีชมพู น้ำเสียงนั้นราวกับมีอำนาจทะลุทะลวงผ่านจิตใจและวิญญาณ ก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นที่ทำให้สติของเขาพร่าเลือนไปชั่วขณะ เขาต้องสูดลมหายใจลึกหลายครั้งเพื่อรวบรวมสมาธิให้กลับมาคงมั่นอีกครั้ง
“ชายสวมหน้ากากงั้นรึ...”
“การที่เจ้าเรียกขานข้าเช่นนี้... ก็มิใช่ว่าจะรับไม่ได้” สตรีหลังม่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ราวกับไม่ถือสา
“หรือว่า... ท่านผู้อาวุโสคือองค์ราชา... ไม่ใช่สิ องค์ราชินีแห่งอาณาจักรวิญญาณสวรรค์แห่งนี้?” หยางไค่ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
“ถูกต้อง!” นางยอมรับอย่างเปิดเผย “ทว่าหามีผู้ใดเคยยลโฉมหน้าที่แท้จริงของข้าไม่ แม้แต่โจวเตี่ยนก็ยังไม่เคยเห็น”
หยางไค่ชะงักงัน ความรู้สึกสังหรณ์ใจอันเลวร้ายพลันก่อตัวขึ้นในอก แม้คำพูดของนางจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญใดๆ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเพิ่งได้รับรู้ความลับที่ยิ่งใหญ่เกินตัว ความลับที่อาจต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง...
หยางไค่หัวเราะฝืดๆ อย่างช่วยไม่ได้ “นับเป็นเกียรติของผู้น้อยยิ่งนัก ทว่าผู้น้อยอดสงสัยมิได้... เหตุใดท่านผู้อาวุโสถึงต้องปฏิบัติต่อข้าดีถึงเพียงนี้?”
ในขณะที่พูด สมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบ แต่กลับไม่พบร่องรอยใดที่สมเหตุสมผลเลย
“เพราะว่า... ข้าจำเป็นต้องทำอย่างไรเล่า” ร่างระหงที่เอนกายอย่างเกียจคร้านบนเตียงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งตัวตรง นางกวักมือเรียกหยางไค่ผ่านม่านมัสลิน “เข้ามาใกล้ๆ สิ!”
หยางไค่ขมวดคิ้ว แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขณะเอ่ยถามเสียงเรียบ “ผู้น้อยคงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธสินะ?”
“เจ้าจะลองดููก็ได้!”
หยางไค่ถอนหายใจยาวก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปอย่างเชื่องช้า ในทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าใกล้ เขาขสัมผัสได้ถึงความผันผวนของวิญญาณในตัวสตรีผู้นั้นชั่วขณะ มันเป็นความคาดหวัง... และความปรารถนาที่แรงกล้าจนสั่นคลอนรากฐานวิญญาณของยอดฝีมือระดับนางได้
ทว่าหยางไค่ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะคิดว่านางพึงตาต้องใจในตัวเขา หากเป็นเช่นนั้นจริงนางคงไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้ ด้วยพลังที่นางแสดงออกมาก่อนหน้า นางสามารถบังคับให้เขาทำตามใจชอบได้อย่างง่ายดาย
หากเป้าหมายไม่ใช่ตัวเขา... ก็ต้องเป็น ‘สิ่งที่เขาครอบครอง’ อยู่แน่นอน!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หัวใจของหยางไค่พลันบีบคั้นด้วยความเคร่งเครียด
เมื่อถึงหน้าม่าน หยางไค่สูดลมหายใจลึกก่อนจะเอื้อมมือไปเลิกม่านขึ้น ภาพใบหน้าของสตรีเบื้องหน้าพลันประทับเข้าสู่ครรลองสายตาในระยะประชิด
หยางไค่ถึงกับตกตะลึงจนมึนงง นางงดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง เป็นความงามที่ไร้ที่ติจนดูราวกับไม่ควรมีอยู่จริงภายใต้ใต้หล้านี้ ทว่า... ในพริบตาที่ได้สบตา หยางไค่กลับมีความรู้สึกประหลาดที่แล่นผ่านเข้ามาในหัว... เขาเหมือนเคยเห็นใบหน้านี้ที่ไหนมาก่อน?
เขาพยายามนึกย้อนถึงยอดฝีมือระดับขอบเขตจักรพรรดิทุกคนที่เคยพบเจอ แต่กลับไม่มีใครที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับนางเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความงุนงงให้แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
ในชั่วพริบตาที่ดวงตาประสานกัน ดวงเนตรคู่งามของสตรีผู้นั้นพลันระเบิดแสงแห่งแรงกดดันอันมหาศาลออกมาโอบล้อมร่างของหยางไค่ไว้
ร่างกายของหยางไค่แข็งท้างราวกับถูกแช่แข็ง เขารู้สึกเหมือนกำลังดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของเหวที่ไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยความตื่นตระหนก เขาจึงโพล่งออกมา “ผู้อาวุโส...”
ทว่าสตรีผู้นั้นไม่ได้สนใจคำทัดทานของเขา นางพึมพำด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น “เจ้าคือคนสุดท้าย... สิ่งนั้นต้องอยู่ในตัวเจ้าแน่ๆ! หากข้าได้ครอบครองสมบัตินั่น ข้าจะสามารถหลอมรวมโลกใบนี้และกลายเป็นนายเหนือหัวที่แท้จริง! จงเชื่อฟังและร่วมมือเสียแต่โดยดี แล้วข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า มอบความมั่งคั่งและเกียรติยศให้ไปชั่วชีวิต แต่หากเจ้ากล้าขัดขืน... ข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องขอความตาย!”
ประโยคสุดท้าย ใบหน้าที่เคยงดงามกลับกลายเป็นบิดเบี้ยวสยดสยอง น้ำเสียงของนางเยือกเย็นเสียดกระดูกราวกับคนกำลังเสียสติ
ในขณะที่หยางไค่รับฟังด้วยความมึนงง [คนสุดท้าย... สมบัติที่จะใช้หลอมรวมโลก...] เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่านางกำลังพูดถึงเรื่องอะไร
เขาคิดจะขัดขืน แต่ภายใต้แรงกดดันวิญญาณอันหนักหน่วง แม้แต่การขยับสมองเพื่อคิดยังเป็นเรื่องยากลำบาก นับประสาอะไรกับการขยับร่างกาย
สตรีผู้นั้นลุกขึ้นยืน ร่างอรชรโอนเอนขณะเยื้องกรายมาหยุดตรงหน้าหยางไค่ นางยกนิ้วเรียวงามดุจหยกขึ้นประทับลงบนหน้าผากของเขาโดยตรง
ในพริบตาต่อมา พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพลันไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของหยางไค่ผ่านนิ้วมือนั้น
ร่างของหยางไค่สั่นสะท้าน ดวงตาพร่าเลือนไร้แวว เขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกทัณฑ์ทรมานที่มิอาจต้านทานได้ ร่างทั้งร่างสั่นเกร็งและกระตุกไม่หยุดหย่อน สติสัมปชัญญะหนักอึ้งและความคิดที่สับสนปนเปล้วนเป็นปฏิกิริยาปกติเมื่อวิญญาณถูกรุกราน
ในที่สุดหยางไค่ก็เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยเซิ่งและคนอื่นๆ ถึงมีสภาพเช่นนั้น
พวกเขาทุกคนล้วนถูกกระทำแบบเดียวกัน! ลำพังผู้ฝึกตนขอบเขตต้นกำเนิดโด (Dao Source) จะต้านทานการรุกรานวิญญาณจากยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิระดับสามได้อย่างไร? การที่วิญญาณของพวกเขายังไม่แตกสลายไปเสียก่อนก็นับว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งที่ยอดเยี่ยมแล้ว
สตรีผู้นั้นยังคงค้นหาบางอย่างภายในร่างของหยางไค่ สีหน้าของนางเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดเวลา ในขณะที่สติของหยางไค่เริ่มพร่าเลือนกึ่งหลับกึ่งตื่น
ท่ามกลางความเลือนลาง เขาได้ยินเสียงนางเอ่ยชม “พลังวิญญาณช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก เจ้ามันไม่ธรรมดาจริงๆ ไอ้หนู แม้จะมีตบะเพียงขอบเขตต้นกำเนิดโดระดับหนึ่ง แต่กลับมีพลังวิญญาณมหาศาลถึงเพียงนี้ ในอนาคตเจ้าต้องกลายเป็นยอดศาสตราที่ยิ่งใหญ่แน่นอน!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง สตรีผู้นั้นพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “เจอแล้ว! ฮ่าๆๆๆ ที่แท้มันคือบัวอุ่นวิญญาณจริงๆ ด้วย! บัวอุ่นวิญญาณ! ข้าดูไม่ผิดจริงๆ! แถมมันยังวิวัฒนาการจนถึงระดับเจ็ดสีแล้วด้วย... เหวินจื่อซาน! เมื่อข้าหลอมรวมโลกใบนี้เสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ข้าจะชำระแค้นกับเจ้าแน่!”
สิ้นคำ แววตาอำมหิตพลันวาบผ่านดวงเนตรคู่สวย ร่างระหงกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงเข้าสู่ระหว่างคิ้วของหยางไค่ แทรกซึมเข้าสู่ร่างวิญญาณของเขา ราวกับนางได้กลายเป็นสิ่งไร้สภาพไปในทันที
หากใครมาเห็นภาพนี้เข้าคงต้องตกใจจนขวัญผวา เพราะการกระทำเช่นนี้เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต วิญญาณที่ต่างกันสองดวงมิอาจหลอมรวมกันได้โดยง่าย หากเกิดข้อผิดพลาดเพียงนิดอาจนำไปสู่การแตกสลายของวิญญาณทั้งคู่ ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีการควบคุมที่เหนือชั้น มิเช่นนั้นถึงจะสำเร็จก็อาจถูกเจตจำนงของอีกฝ่ายปนเปื้อนจนสูญเสียตัวตนไป
ทว่าสตรีผู้นี้มีความมั่นใจในการควบคุมของตนเองอย่างยิ่ง นางไม่กังวลเลยว่าจิตใจของหยางไค่จะส่งผลกระทบต่อนางได้
เมื่อพุ่งเข้าสู่ร่างวิญญาณของหยางไค่ นางก็ตรงดิ่งไปยังบัวอุ่นวิญญาณเจ็ดสี และร่อนลงตรงใจกลางของมันในพริบตา
พลังอันบริสุทธิ์โอบล้อมร่างนางไว้ ความรู้สึกนุ่มนวลและอ่อนโยนนั้นทำให้นางถึงกับครางออกมาอย่างพึงพอใจ
บัวอุ่นวิญญาณคือสมบัติล้ำค่าที่ช่วยบำรุงวิญญาณ เป็นตัวตนหนึ่งเดียวที่หาได้ยากยิ่งในดินแดนดารา แม้จะมีบันทึกอยู่ในตำราโบราณ แต่มันกลับปรากฏขึ้นเพียงสองสามครั้งเท่านั้นในหน้าประวัติศาสตร์
หากไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญเช่นนี้ นางคงไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าหยางไค่มีบัวอุ่นวิญญาณซ่อนอยู่ภายในร่าง
นางหัวเราะด้วยความรื่นรมย์ ราวกับมองเห็นเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ทว่า...
ในขณะที่นางกำลังจะเริ่มกลั่นหลอมบัวอุ่นวิญญาณนั้นเอง แสงเจ็ดสีพลันระเบิดออกซ่านมาจากสมบัติล้ำค่า กลายเป็นวงแหวนพลังที่ทรงอำนาจมหาศาล
วงแหวนแสงนั้นดูราวกับมีพลังที่มิอาจหยุดยั้งได้ แรงกระแทกที่ปะทะเข้ากับร่างวิญญาณของสตรีผู้นั้นทำให้นางถึงกับหน้าซีดเผือด
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันควัน นางกรีดร้องออกมาพร้อมพยายามต้านทานแรงผลักดันจากบัวอุ่นวิญญาณ
แต่ก่อนที่นางจะทันได้ทำอะไร เสียงหึ่งๆ อันน่าขนลุกก็ดังระงมไปทั่วโสตประสาท เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็ต้องพบกับเมฆหมอกสีดำมืดมิดที่ประกอบไปด้วยแมลงขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้าใส่ราวกับฝูงตั๊กแตนถล่มทุ่งนา
“แมลงกลืนวิญญาณ!” นางใบหน้าซีดเผือดพลางกรีดร้องสุดเสียง “ทำไมถึงมีแมลงกลืนวิญญาณอยู่ที่นี่ได้!?”
ในพริบตาต่อมา นางพลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดและคำรามออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ “ไอ้เด็กเหลือขอนั่น... มันเลี้ยงแมลงกลืนวิญญาณไว้ในบัวอุ่นวิญญาณงั้นรึ? มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! บ้าไปแล้ว!”
*ตูม ตูม...*
สิ้นคำ วงแหวนแสงเจ็ดสีจากบัวอุ่นวิญญาณก็พุ่งเข้าใส่นางอีกครั้ง แม้จะมีพลังมหาศาลเพียงใด นางก็ถูกบีบให้ต้องล่าถอย นางมิอาจต่อกรกับมันได้เลย เพราะนี่คือแรงปฏิกิริยาจากสมบัติล้ำค่าเอง ซึ่งเป็นกลิ่นอายแห่งการขับไล่ทุกคนที่ไม่ใช่เจ้านายของมัน
แสงรอบกายของสตรีผู้นั้นหม่นแสงลง เมื่อเห็นว่าแสงเจ็ดสีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และฝูงแมลงกลืนวิญญาณก็เริ่มบ้าคลั่งขึ้นทุกที นางจึงตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นและจำต้องถอนตัวออกมาจากร่างของเขา
แสงสว่างวาบขึ้นภายในห้อง ร่างของสตรีผู้นั้นปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ทว่าเมื่อเทียบกับความเยือกเย็นก่อนหน้า ในยามนี้นางกลับดูซูบเซียวและกระเซอะกระเซิงยิ่งนัก
แต่ก่อนที่นางจะทันตั้งหลักได้ ความเย็นเยียบอันแหลมคมพลันดิ่งวูบลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้าจู่โจมนางอย่างจัง
ไอสังหารที่แหลมคมนี้รุนแรงจนทำให้นางรู้สึกถึงภยันตรายถึงชีวิต!
ด้วยความตกใจ ร่างอรชรของนางถูกกระแทกด้วยพลังไร้สภาพที่พุ่งเข้าใส่หน้าอกเต็มๆ
หยางไค่ส่งเสียงครางในลำคอ ร่างของเขาปลิวถอยหลังไปตามแรงกระแทก
*หึ่ง หึ่ง หึ่ง...*
ฝูงแมลงกลืนวิญญาณบินทะลักออกมาจากร่างของหยางไค่ พุ่งตรงเข้าหาโอบล้อมสตรีผู้นั้นไว้ในทันที สำหรับพวกมันแล้ว วิญญาณที่ทรงพลังระดับนี้คืออาหารที่เลิศรสที่สุดในโลก
ดังนั้นแม้หยางไค่จะไม่ได้สั่งการ แมลงกลืนวิญญาณก็รุมล้อมสตรีผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง ห่อหุ้มร่างนางไว้หลายต่อหลายชั้นจนไร้ช่องโหว่
สตรีผู้นั้นไม่กล้าชักช้า นางสะบัดกายสร้างม่านพลังคุ้มกันขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงเหล่านี้ทำร้ายวิญญาณของนางได้
แมลงกลืนวิญญาณคือศัตรูคู่อาฆาตของวิญญาณทั้งมวล ต่อให้มีตบะสูงส่งเพียงใด นางก็มิอาจฆ่าพวกมันได้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงกดข่มและป้องกันไม่ให้พวกมันโจมตีเท่านั้น
แต่นี่ไม่ใช่ทางออกในระยะยาว เพราะม่านพลังที่สร้างขึ้นล้วนทำมาจากพลังวิญญาณ เมื่อแมลงกลืนวิญญาณกัดกินมันไปเรื่อยๆ พลังป้องกันก็จะอ่อนแอลง
นางต้องปลดปล่อยพลังออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาม่านพลังนั้นไว้
นางหันขวับไปมองหยางไค่ด้วยสายตาอาฆาต ดวงเนตรคู่งามจับจ้องไปที่ดาบยาวในมือของเขา ทันใดนั้นนางก็ตะโกนออกมาด้วยความหวาดหวั่น “ศาสตราจักรพรรดิ! ศาสตราจักรพรรดิสายวิญญาณ!”
ไอสังหารอันเยือกเย็นที่นางสัมผัสได้เมื่อครู่ ชัดเจนว่ามาจากศาสตราจักรพรรดิเล่มนี้ มีเพียงสมบัติระดับนี้เท่านั้นที่สามารถทำให้นางรู้สึกถึงภัยคุกคามได้
นางแค่นเสียงหัวเราะเยาะขณะมองหยางไค่ “เจ้ามีฝีมือไม่เบาเลยไอ้หนู แถมยังมีสมบัติแปลกประหลาดมากมายที่คอยคุ้มกาย เจ้าถึงขั้นคลายผนึกได้ต่อหน้าต่อตาข้า... ช่างน่าประทับใจจริงๆ!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.