Chapter 625
628 / 2551
8 min read
Chapter 625 กลุ่มสามสหายสุดแปลก
Published Mar 6, 2026, 06:40 PM
Chapter 625 กลุ่มสามสหายสุดแปลก
ซิลยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ในมุมห้องเรียน นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะเมินเขา พวกเขาต่างเตรียมตัวสำหรับคลาสเรียนที่กำลังจะเริ่มและทบทวนสิ่งที่ทำค้างไว้ในวันก่อนหน้า
คนเดียวที่เดินเข้าไปหาเขาก็คือวอร์เดน อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจดีว่าทำไมคนอื่นถึงเลิกพยายามจะช่วยเหลือ เพราะนี่กลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน พูดง่ายๆ ก็คือซิลเป็นพวกขี้แยที่เอาเรื่องเล็กน้อยที่สุดไปขยายใหญ่โตในหัวของเขาเอง
วอร์เดนเข้าไปนั่งข้างๆ โดยหันหลังพิงกำแพงเลียนแบบท่าทางของซิล พยายามปลอบใจเขา “เอาล่ะ ทำไมไม่บอกฉันล่ะว่าทำไมราเทนถึงบอกว่านายตัวเหม็น?”
ราเทนที่นั่งประจำที่อยู่ไม่ไกลจากหลังห้องมองข้ามมาที่พวกเขา วอร์เดนสังเกตเห็นเขาชะโงกหน้ามองมาทางนี้
“เมื่อวานนี้ ตอนที่ผลการเรียนออกมา เขาก็หันมาบอกฉันว่าฉันตัวเหม็น” ซิลตอบพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากการร้องไห้ “วันนี้ตอนตื่นนอน ฉันเลยอาบน้ำอย่างละเอียดกว่าปกติ ใช้สบู่ขัดทุกที่เลย แต่พอมาถึงเช้านี้ เขาก็หาว่าฉันตัวเหม็นอีก”
“ฉันก็แค่ทักทายเฉยๆ!” ราเทนตะโกน “ฉันมีฉายาให้ทุกคนแหละ หน้าเหลี่ยม, เจ้าหนูไม่เอาไหน, พวกสองหน้า, ไอ้ตาหนู, พุงกะทิ แล้วก็ไอ้ไข่ฝ่อที่นั่งข้างๆ นายนั่นไง”
“ไข่ฝ่อ?” วอร์เดนหัวเราะเบาๆ เขาไม่รู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริงไหม เพราะไม่เคยได้ยินราเทนเรียกเขาแบบนั้นมาก่อน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้า หรือบางทีราเทนอาจจะแค่เสียใจกับสิ่งที่พูดไปและหวังว่าซิลจะร่าเริงขึ้น
“จริงเหรอ งั้นก็ปกติสินะ” ซิลพูดพลางเช็ดน้ำตา “แล้วฉันควรเรียกนายว่าอะไรดีล่ะ?”
ราเทนลุกขึ้นยืนแล้ววางเท้าข้างหนึ่งบนเก้าอี้พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“เบอร์หนึ่ง เพราะฉันน่ะเก่งที่สุดในห้องนี้”
“ไม่ใช่ว่านายเป็นเบอร์สองหรอกเหรอ?” เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งพูดแทรก
“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่นายเรียกเขาว่าตัวเหม็นตั้งแต่แรกหรอกเหรอ”
“ฮ่า แล้วผลสอบข้อเขียนเนี่ย เขาก็รั้งท้ายสุดเลยนะ” เพื่อนคนอื่นรุมวิจารณ์
ใบหน้าของราเทนแดงก่ำ เขาเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองทันที เขาก้มหน้าลงจนมีหยดน้ำกระเด็นลงบนโต๊ะจากใบหน้าของเขา
“นี่ร้องไห้เหรอ?” เพื่อนร่วมชั้นที่นั่งข้างๆ พูด “คนหัวสูงขนาดนั้นจะอ่อนแอได้ยังไงกัน ฉันว่านายต่างหากที่เป็นพวกขี้แยตัวจริง”
“หุบปากไปเลย!” ราเทนพูดขณะหันไปหาเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น เขาคว้าท้ายทอยของอีกฝ่ายแล้วกระแทกลงกับโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น หัวของเพื่อนคนนั้นสะบัดกลับขึ้นมาพร้อมกับเลือดกำเดาที่พุ่งกระจายไปทั่ว
วอร์เดนและซิลรีบลุกออกจากมุมห้องทันทีเพื่อไปรั้งแขนราเทนไว้ไม่ให้เขาทำอะไรไปมากกว่านี้
“ฉันจะฆ่ามัน ฉันจะฆ่ามัน! เป็นบ้าอะไรของมันนักหนา ทำไมถึงไม่รู้จักอยู่เฉยๆ แล้วหุบปากไปซะบ้าง คนเราต้องวิจารณ์ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นรอบตัวเลยหรือไง?”
ในที่สุดอาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้องและทำให้พวกเขาสงบลง ทั้งสามคน ซิล ราเทน และวอร์เดน ถูกเชิญให้ออกไปนอกห้องเรียน ในขณะที่อาจารย์กำลังไต่ถามคนในห้องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับทั้งสามคน ซิลไม่มีเพื่อนเพราะนิสัยขี้แยของเขา ส่วนราเทนนั้นมีปัญหาอยู่บ้าง ราเทนมีทักษะในการต่อสู้และการใช้พลังสูงมาก ซึ่งนั่นทำให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเป็นพวกหลงตัวเอง
แต่เขาก็มีความคับข้องใจติดตัวอยู่ตลอด นั่นคือมีคนคนหนึ่งที่ทำคะแนนสอบพลังได้ดีกว่าเขาเสมอ และคนนั้นคือซิล การถูกเพื่อนร่วมชั้นล้อเลียนอย่างต่อเนื่องรวมกับความคับข้องใจนี้ นำไปสู่ปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ และการระเบิดอารมณ์อย่างเมื่อครู่ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น
ส่วนวอร์เดน เป็นพวกช่างพูด เขาสามารถคุยกับใครก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับใครเลย ตอนแรกเขาคิดว่าเขาพอจะมีเพื่อนบ้าง แต่ไม่นานเขาก็พบว่าคนเหล่านั้นไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน
สาเหตุเพราะเขาก็เป็นพวกที่ถูกกีดกันในห้องเรียนเหมือนกัน และเหตุผลนี้อาจเป็นที่มาของฉายาที่ราเทนตั้งให้ สำหรับวอร์เดน เขาทำคะแนนได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกคน เขาเป็นพวกขี้แพ้
พวกเขายังเป็นเด็ก และวิหารให้ความสำคัญอย่างมากกับการพยายามเป็นที่หนึ่ง โดยมีการแสดงอันดับในด้านต่างๆ อยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะเริ่มรู้สึกว่าหากคบหากับวอร์เดน คนคนนี้ก็จะฉุดรั้งพวกเขาลงไปด้วย
นั่นนำมาสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน แม้จะเรียกได้ยากว่าเป็นเพื่อนสนิท แต่ทั้งสามคนก็กลายเป็นคนรู้จักที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันมากกว่าใครเพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ราเทนยืนพิงกำแพง ขาของเขาเริ่มล้าเพราะอะดรีนาลีนที่กำลังลดระดับลง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะโดนกักบริเวณเพราะไอ้ไข่ฝ่อกับไอ้ตัวเหม็น”
“ก็นะ เราไม่อยากให้เบอร์หนึ่งต้องมาเดือดร้อนนี่นา” ซิลพูด
ราเทนหันไปมองซิล เขาเริ่มขบกราม แต่แล้วความโกรธก็จางหายไปเฉยๆ ซิลเป็นคนเดียวที่เขาโกรธไม่ลงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะยังเป็นเด็ก แต่ดูเหมือนซิลจะทำตัวเด็กกว่าใครเพื่อน ไร้เดียงสาจนถึงขั้นไม่เข้าใจอะไรเลย
“เลิกเรียกชื่อพวกนี้กันเถอะ” วอร์เดนพูด “ฉันไม่ค่อยชอบฉายาของฉันเท่าไหร่”
ทั้งสามหัวเราะออกมา และในที่สุดอาจารย์ก็เดินออกมาที่โถงทางเดินเพื่อคุยกับพวกเขา พูดตามตรงคือสิ่งที่ราเทนทำนั้นเขาแทบจะไม่ได้รับโทษอะไรเลย พวกเขาแค่ตักเตือนแต่ไม่มีการลงโทษจริงจัง
พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก และก็ไม่อยากจะขัดขวางทักษะหรือการฝึกฝนของราเทนในทางใดทางหนึ่ง เด็กคนอื่นๆ รู้ว่าเขารอดตัวไปได้เพราะเขามีพรสวรรค์ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเกลียดเขายิ่งขึ้นไปอีก
บทเรียนในวันนี้คือการสร้างทักษะของตนเอง หลังจากเชี่ยวชาญในพลังแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องพยายามสร้างทักษะเฉพาะตัวขึ้นมาเอง ไม่ใช่พึ่งพาแค่ทักษะในตำราเท่านั้น สำหรับเรื่องนี้พวกเขาต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
พวกเขาเรียนวิชาต่างๆ มากมาย โดยปกติแล้ววิชาทฤษฎีมักจะเรียนในช่วงเช้า เมื่อจบคลาสนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องไปทานอาหารในโถงรวม
ทั้งสามนั่งทานอาหารและพูดคุยกันตามลำพัง สนิทสนมกันมากขึ้นทุกวัน แต่บทเรียนช่วงบ่ายเป็นสิ่งที่ราเทนตั้งตารอมากที่สุด
นั่นคือเวลาของคลาสการต่อสู้ โดยทั่วไปแล้วคลาสการต่อสู้จะมีสอนอยู่สองประเภท คือทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าขั้นพื้นฐานโดยไม่ใช้พลัง และบางครั้งก็จะมีการใช้ร่วมกับอาวุธ
อีกประเภทคือคลาสพลัง ซึ่งพวกเขาจะได้ฝึกการใช้พลังของตัวเอง ในคลาสนี้มักจะมีการนำตัวคนที่ถูกมัดและปิดตา รวมทั้งปิดปากไม่ให้พูดอะไรได้ออกมาด้วย
ไม่มีการอธิบายมากนักว่าคนเหล่านี้เป็นใคร รู้เพียงแต่ว่าหากพวกเขาทำได้ไม่ดีพอ พวกเขาก็อาจจะลงเอยเหมือนคนเหล่านี้ในอนาคต ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ขู่เด็กๆ
บทเรียนในวันนี้เป็นการต่อสู้มือเปล่าแบบสบายๆ และวันนี้เป็นวันศุกร์ ทุกวันศุกร์จะเป็นคืนแห่งการประลองที่นักเรียนจะต้องมาดวลกันเอง
กิจกรรมนี้จัดขึ้นด้านนอกภายใต้การดูแลของอาจารย์หลายคน ทั้งสามเฝ้าดูคนอื่นต่อสู้ไปสองสามคู่ จนกระทั่งถึงตาของซิล ซิลดูเหมือนปกติ แต่เมื่อพูดถึงการต่อสู้เขาก็ไม่ได้แย่นัก
มักจะเริ่มแบบเดิมเสมอ คือซิลโดนอัดก่อน แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความไม่อยากเจ็บอีกต่อไป ซิลก็จะสวนกลับคู่ต่อสู้จนอีกฝ่ายหมดสภาพเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องถูกทำร้ายอีก
จากนั้นก็ถึงตาของวอร์เดน นักเรียนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกำปั้น วอร์เดนคิดว่ามันชัดเจนมากว่าอีกฝ่ายจะชกเขา เขาจึงพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่เขากลับถูกคว้าเสื้อแล้วกระชากเข้าไปหาอีกฝ่าย
เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีพยายามถีบเข้าที่หน้าท้องของอีกคน แต่ก็ไร้ผลและไม่มีแรงพอ จากนั้นก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว เขาก็ถูกต่อยที่หน้าจนกระทั่งการต่อสู้จบลง
และสุดท้ายก็ถึงตาของราเทน เขามีรอยยิ้มบนใบหน้าและพร้อมที่จะจัดการกับใครก็ตาม เขาชี้นิ้วไปที่นักเรียนคนที่เพิ่งต่อสู้ไปเมื่อครู่
“แกน่ะ เพิ่งต่อสู้เสร็จไม่ใช่เหรอ? ยังไม่เจ็บตัวจากศึกที่แล้วนี่ งั้นมาต่อกันเลย!” ราเทนตะโกน
อย่างไรก็ตาม คำขอของเขาถูกปฏิเสธ เพราะเหล่าอาจารย์รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น หากปล่อยให้ราเทนสู้ เขาคงไม่หยุดทำร้ายอีกฝ่ายจนกว่าจะมีคนมาลากตัวออกไป เพราะถึงแม้ราเทนจะไม่รู้ แต่อาจารย์ทุกคนรู้ดีว่าราเทนแคร์เพื่อนทั้งสองคนของเขามาก
เขาจึงถูกจับคู่กับนักเรียนคนอื่นแทน และเขาก็เอาชนะการต่อสู้ไปได้อย่างง่ายดาย
หลังจากช่วงการต่อสู้สิ้นสุดลง นักเรียนก็ได้รับอนุญาตให้พักผ่อน พวกเขาอาศัยอยู่ในวิหาร และนี่ถือเป็นเวลาว่างที่สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ในช่วงเวลานี้ พวกเขาจะถูกเรียกตัวไปทีละคนเพื่อเข้ารับการประเมินส่วนบุคคล
ที่นี่พวกเขาจะได้พูดคุยกับอาจารย์เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญถือเป็นภาระหนักหนาสำหรับเด็กวัยประมาณแปดขวบ นั่นคือเหตุผลที่ต้องมีอาจารย์คอยดูแลสุขภาพจิตและสภาวะจิตใจของพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง
“ซิล ตาของเธอแล้ว รู้นะว่าต้องไปที่ห้องไหน”
ซิลลุกขึ้นแล้วยิ้มก่อนจะเดินตรงไปที่ห้อง เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ชายหนุ่มผมหยิกสีดำนั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับโต๊ะเล็กๆ
“ดีใจที่ได้เจอนะ ซิล”
“คาเซอร์!” ซิลตะโกนก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดชายคนนั้นแน่น แน่นอนว่าซิลมีเพื่อนและเขาก็ห่วงใยพวกเขา แต่ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้คือคนที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.