Chapter 271
271 / 2060
10 min read
Chapter 271
Published Apr 3, 2026, 05:37 PM
บทที่ 271
การต่อสู้ โดยเฉพาะการทบทวนการต่อสู้ที่ตนเองพ่ายแพ้ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการเติบโต
คามิยันหลับตาลงและย้อนภาพการต่อสู้อีกครั้ง
‘ตอนที่เกริดตัดสินใจแทงเข้ามา...’
ถ้าตอนนั้นเขาไม่เลือกป้องกัน แต่ตัดสินใจสวนกลับไปล่ะ?
‘เราก็คงถูกแทงอยู่ดี ถ้าเกริดโจมตีจากด้านข้าง ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน’
แล้วถ้าถอยหลบออกมาล่ะ?
‘ก็ยังคงถูกแทงอยู่ดี ในตอนนั้น เกริดย่นระยะห่างระหว่างเราด้วยก้าวที่ยาวที่สุดแล้ว’
ไม่ว่าจะมองมุมไหน การป้องกันคือทางเลือกที่ดีที่สุด ทว่าปัญหาคือวิชาดาบของคามิยันไม่สามารถป้องกันมันได้
‘มันใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวที่วิถีแทงตรงจะเปลี่ยนเป็นวงกลม’
หอกที่พุ่งมาเป็นเส้นตรงเปลี่ยนวิถีเป็นวงกลมก่อนจะปะทะเข้ากับดาบของเขา บอกตามตรงว่ามันทำให้คามิยันขนลุกซู่ เขาสัมผัสได้เลยว่าเกริดคือผู้เชี่ยวชาญการใช้หอกระดับยอดฝีมือ
‘เราควรจะโต้กลับด้วยสกิล’
หากเขาใช้ ‘ซูเปอร์อาร์เมอร์’ (Super Armor) เขาก็จะป้องกันการโจมตีนั้นได้ และสามารถสวนกลับในตอนที่เกริดเสียจังหวะจากการถูกแรงปะทะดีดกลับ
‘ถ้าทำแบบนั้น เราคงเป็นฝ่ายชนะไปแล้ว’
เขาลังเลที่จะใช้ท่าไม้ตายในการต่อสู้ครั้งแรก ผลจากการไม่ยอมใช้สกิลคือความพ่ายแพ้
“บ้าเอ๊ย... ไม่คิดเลยว่ามันจะเจ็บขนาดนี้”
แม้เขาจะสวม ‘ชุดเกราะสีชาด’ (Red Armor) แต่กลับไม่สามารถทนการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้ พลังโจมตีของหอกไรเฟลนั้นเกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก มันคือเทวภัณฑ์ที่แท้จริง
‘มันเป็นการต่อสู้ที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น’
คามิยันไม่คาดคิดว่าเกริดจะสามารถใช้หอกไรเฟลได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ระแวดระวังและไม่ได้ตอบโต้อะไรตอนที่เกริดเรียกหอกไรเฟลกลับมา จากจุดนั้นเองที่รูปเกมตกเป็นของเกริด มันช่างไม่ยุติธรรมเลย
‘หมอนั่นเป็นนักดาบไม่ใช่เหรอ?’
สมาชิกศาสนจักรหลายคนเคยเห็นเกริดสู้กับเดรวิโก้ ในกลุ่มนั้นมีพวกผู้อาวุโสอยู่ด้วย ซึ่งพวกเขาก็อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกริดใช้ดาบยักษ์ แล้วหมอนั่นจะมาใช้หอกได้ยังไง?
‘แถมยังเป็นหอกไรเฟลอีกต่างหาก!’
หอกไรเฟลไม่ใช่ว่ามีเพียง ‘สตรี’ ไม่กี่คนเท่านั้นหรือที่ได้รับบัญชาจากเทพธิดาให้ใช้งานได้?
“น่าหงุดหงิดชะมัด”
สาเหตุหลักที่ทำให้เขาพ่ายแพ้คือ ‘ข้อมูลที่ผิดพลาด’ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้ทำให้เขามีอคติที่ไร้ประโยชน์จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้
‘เราควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเกริดอาจใช้หอกไรเฟลได้’
ถ้าคิดแบบนั้นแต่แรก เขาคงไม่โดนหนักขนาดนี้!
กรอด!
คามิยันกัดฟันแน่น มันแทบจะทำให้เขาคลั่ง โทสะของเขากำลังเดือดพล่าน ความโกรธแค้นถูกปลดปล่อยผ่านดาบในขณะที่เขาฝึกซ้อม
“เกริด! คราวหน้ามันจะไม่เหมือนเดิม! ข้าจะระวังตัวมากกว่านี้! ข้าจะแสดงให้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของอัศวินสีชาด!”
ศัตรูต่างประเมินว่าอัศวินสีชาดในปัจจุบันอ่อนแอกว่าในอดีต ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ เพราะอัศวินสีชาดรุ่นก่อนมีมหาจอมดาบเพียโร่อยู่ด้วย อัศวินสีชาดชุดปัจจุบันที่ไร้เพียโร่จึงถูกมองว่าด้อยกว่าระดับหนึ่ง ดยุคลิมิตเองก็ไม่เคยชนะเพียโร่ได้เลยสักครั้ง แต่นั่นมันเรื่องในอดีต
‘ตอนนี้ท่านลิมิตเหนือกว่าเพียโร่ไปแล้ว’
เป็นที่แน่ชัดว่าเหล่าอัศวินสีชาดที่ฝึกฝนภายใต้การดูแลของดยุคลิมิตเองก็ก้าวข้ามรุ่นก่อนไปแล้วเช่นกัน เพื่อที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ อัศวินสีชาดจะต้องไม่พ่ายแพ้ คามิยันมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเกริดให้ได้
“เดี๋ยวเจ้าจะได้เห็นดีกัน!”
เปรี้ยง!
ดาบของคามิยันถูกปกคลุมด้วยออร่าและฟาดฟันจนหินก้อนใหญ่แตกละเอียด เขาแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นแล้ว
***
“แพ็กม่า”
ช่างตีเหล็กในตำนานและนักดาบที่เก่งที่สุดรองจากนักบุญดาบมุลเลอร์ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่สามารถใช้อาวุธได้ทุกประเภท เกริดที่สืบทอดพลังของเขาก็เช่นกัน แต่การที่ถึงขนาดใช้สามเทวภัณฑ์ของศาสนจักรได้ด้วยนั้น...
“นี่มันน่าหงุดหงิดมาก”
ปาสคาลจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกผู้สืบทอดของอิซาเบลโดยเร็ว เขาตั้งใจจะยกระดับสถานะของตัวเองด้วยการแต่งตั้งเด็กสาวที่เขาแอบฟูมฟักไว้ให้เป็น ‘ธิดาแห่งเรเบ็กก้า’ คนใหม่ แต่ปัญหาก็คือเกริดไม่มีทางยอมคืนหอกไรเฟลให้ง่ายๆ แน่
“...เดเมี่ยน ไอ้สารเลวนั่น”
นี่ต้องเป็นแผนของเดเมี่ยนแน่นอน มันขอให้เกริดช่วยปกป้องหอกไรเฟลเพื่อขัดขวางเขา
“ข้าไม่หลงกลตื้นๆ แบบนั้นหรอก” ปาสคาลไปพบพวกผู้อาวุโส เขาบังคับให้พวกนั้นเขียนคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกริดคืนหอกไรเฟล "เกริด ต่อให้เป็นเจ้า ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งอย่างเป็นทางการของศาสนจักรเราได้”
ถ้าฝ่าฝืนคำสั่งล่ะ?
‘ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ เจ้าจะถูกถือว่าเป็นศัตรู... หือ?’
ปาสคาลถือใบสั่งยา เอ้ย ใบคำสั่งขณะมุ่งหน้าไปยังโรงตีเหล็ก
“ปาสคาล?”
“เดเมี่ยน!”
ปาสคาลบังเอิญเจอเดเมี่ยนที่กำลังหาเสียงอยู่พอดี เดเมี่ยนกำลังสร้างบรรยากาศโดยมีเจ้าหมอที่ชื่อ ‘ฮูรอย’ ซึ่งดูเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎคอยช่วย ปาสคาลรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่เห็นหน้าเดเมี่ยน
“เจ้า! หอกไรเฟลเป็นเทวภัณฑ์ของศาสนจักรเรา! เจ้ากล้ามอบมันให้เกริดอย่างผิดกฎหมายได้ยังไง? เจ้าต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเจ้าจะต้องถูกลงโทษ!”
เดเมี่ยนทำหน้าไม่เข้าใจ “ท่านพูดเรื่องอะไร? เจ้าของหอกไรเฟลคนปัจจุบันคืออิซาเบลจัง เธอเป็นคนฝากมันไว้กับเกริดโดยตรง...”
“หุบปาก!”
“...”
“อิซาเบลตายไปแล้ว! ดังนั้นกรรมสิทธิ์ของหอกไรเฟลจึงต้องกลับคืนสู่เหล่าผู้อาวุโส... เฮือก?”
จู่ๆ ปาสคาลก็เงียบกริบ เขาทำหน้าเหมือนเห็นผี สีหน้าดูแย่ยิ่งกว่าตอนที่เขาสงสัยว่าเกริดเป็นผู้หญิงเสียอีก นั่นเป็นเพราะเขาเห็นหญิงสาวที่มีเส้นผมสีบลอนด์ขาวเป็นประกายกำลังเดินตรงมา
“เอะอะโวยวายอะไรกัน?” หญิงสาวถามขึ้น เธอคืออิซาเบลนั่นเอง
“น-นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
อิซาเบลยังไม่ตาย? แทนที่จะตาย สีหน้าของเธอกลับดูมีเลือดฝาดสมบูรณ์และเดินเหินได้เองอย่างคล่องแคล่ว? เดเมี่ยนถามปาสคาลที่กำลังตกตะลึงว่า "อิซาเบลจังตายแล้วงั้นเหรอ? ท่านคงจะเริ่มเลอะเลือนแล้วสินะ?”
“เหลือเชื่อ!”
เธอกลับมาแข็งแรงกะทันหันขนาดนี้ได้ยังไงหลังจากที่ใกล้ตาย?
‘ทุกอย่างกำลังผิดแผนไปหมด!’
มีการกระทำบางอย่างที่เขาไม่รู้เห็นเกิดขึ้นลับหลัง นี่คือปัญหาใหญ่ ปาสคาลกุมขมับขณะพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ จากนั้นเขาก็เห็นบางอย่างร่วงลงมา มันคือเส้นผม ความเครียดสะสมตั้งแต่ที่เกริดปรากฏตัวนำไปสู่อาการผมร่วง
ร่วง... ร่วงกราว...
“...”
ผมกระจุกหนึ่งร่วงติดมือทุกครั้งที่เขาสัมผัสศีรษะ ทำให้โทสะของปาสคาลระเบิดออกมา
“เกริดดดดด!”
ไอ้หมอนี่ พอมาปรากฏตัวปุ๊บ ทุกอย่างก็เริ่มบิดเบี้ยวไปหมด ปาสคาลไม่สามารถทนต่อการมีอยู่ของเกริดได้อีกต่อไป เขาฉีกคำสั่งที่เพิ่งเขียนมาทิ้งด้วยความแค้น
‘เกริด! ต่อจากนี้เจ้าคือศัตรูของข้า!’
เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เดเมี่ยนและอิซาเบลที่เห็นสภาพของปาสคาลต่างรู้สึกสะใจจนเผลอปรบมือออกมา
***
[กงล้อแห่งแสง (Light Wheel)]
การแทง, การฟัน, การตัด และอื่นๆ
การโจมตีทุกประเภทจะถูกเชื่อมโยงกับการโจมตีเป็นวงกลม เป้าหมายจะไม่สามารถหลบหนีการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้นี้ได้
* อัตราการโจมตีสำเร็จคือ 100%
* มีคุณสมบัติธาตุแสง
สกิลนี้ทำให้หอกไรเฟลมีอัตราการโจมตีสำเร็จ 100% โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรและไม่มีคูลดาวน์ สกิลนี้มีโอกาส ‘สูง’ ที่จะแสดงผลระหว่างการโจมตีปกติ และพลังของมันช่างโกงอย่างแท้จริง
‘ตอนแรกเรานึกว่ามันไม่ดีเพราะไม่มีโบนัสความเสียหายเพิ่มเติม’
นับว่าเขาคำนวณพลาด ด้วยความที่หอกไรเฟลมีพลังโจมตีพื้นฐานที่สูงล้ำอยู่แล้ว ออปชันโจมตีสำเร็จ 100% จึงส่งผลมหาศาล มันเพียงพอที่จะล้มอัศวินสีชาดชื่อดังได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันเป็นผลลัพธ์ที่เกินคาดแม้แต่สำหรับเกริดเอง
‘หอกไรเฟล นี่สินะอานุภาพของอาวุธระดับเทวตำนาน’
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดาย
“หอกไม่ค่อยเข้ากับเราเท่าไหร่”
สกิลเพลงดาบแพ็กม่า เลเวล 3 เมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน จะเพิ่มพลังโจมตีให้เกริด 32%, โอกาสคริติคอล 22% และความเสียหายคริติคอล 15% เมื่อเปิดใช้งาน จะทำให้เขาสามารถใช้สกิลกดใช้ (Active Skills) อย่าง สังหาร (Kill), เชื่อมสัมพันธ์ (Link) และก้าวข้าม (Transcend) ได้
ทว่าเงื่อนไขคือต้องเป็นอาวุธประเภท ‘ดาบ’ เท่านั้น สกิลจะไม่ทำงานหากสวมใส่อาวุธประเภทอื่น นี่เป็นข้อเท็จจริงที่น่าเศร้าสำหรับเกริด
‘เราคงต้องล้มเลิกความคิดที่จะใช้หอกไรเฟลเป็นอาวุธหลักของตัวเอง’
อย่างไรก็ตาม เขาได้วางแผนที่จะรวบรวมมันไว้ใน ‘เซตเกริด’ (Grid’s set) เพื่อพอน, สมาชิกกิลด์ และเหล่าทหารที่ใช้หอกเป็นอาวุธหลัก ใช่แล้ว เกริดวางแผนไปถึงวันที่สมาชิกกิลด์และเหล่าทหารจะสวมใส่เซตเกริดกันถ้วนหน้า
“คึคึคึ! พูฮ่าฮ่าฮ่า!”
อาณาจักรโอเวอร์เกียร์! เกริดรู้สึกตื่นเต้นเมื่อจินตนาการถึงผู้คนที่ยกย่องชื่ออันแสนเท่ และเหล่าทหารในอาณาจักรสุดมหัศจรรย์ของเขาที่สวมใส่ชุดเซตเกริด
“คนคนนั้น... ดูน่ากลัวชะมัดเลยว่าไหม?”
“ใช่ไหมล่ะ? ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“เขาดูไม่เหมือนคนปกติเลย...”
ในโรงตีเหล็กภายในนครวาติกัน เหล่าช่างตีเหล็กต่างซุบซิบกันเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานด้านลบที่แผ่ออกมาจากตัวเกริด สายตาที่พวกเขามองเกริดนั้นดูไม่ค่อยดีนัก แต่เกริดไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่น ไม่สิ จะพูดให้ถูกคือเขาไม่มีเวลาไปใส่ใจต่างหาก จิตใจของเขามุ่งสมาธิไปที่หอกไรเฟลเพียงอย่างเดียว
แกร่ง! แกร่ง!
หอกไรเฟลถูกชำแหละออกเป็นชิ้นๆ อย่างสมบูรณ์ตลอดสองวันที่ผ่านมา เกริดพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ของหอกผ่านกระบวนการประกอบกลับคืน เขาใช้เวลาหลายวันศึกษาหอกในโรงตีเหล็ก
กระบวนการสังเกต, การถอดประกอบ และการประกอบซ้ำ ถูกทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้วยพรสวรรค์ตามธรรมชาติอย่าง ‘ความมุมานะ’ และ ‘สมาธิ’ เกริดจึงสามารถจมดิ่งอยู่กับกระบวนการที่แสนน่าเบื่อนี้ได้โดยไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน และผลลัพธ์ก็คือ...
[ความเข้าใจในหอกไรเฟลของคุณถึง 100% แล้ว!]
[คุณได้รับพิมพ์เขียว: หอกไรเฟล]
[การได้สัมผัสทุกรายละเอียดของอาวุธระดับเทวตำนาน จะช่วยยกระดับทักษะของคุณขึ้นไปอีกขั้น!]
[ระดับเลเวลของสกิลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1 เลเวล]
[(ประจักษ์พยานแห่งอาวุธของพระเจ้า) สกิลฝีมือช่างตีเหล็กในตำนาน ได้วิวัฒนาการเป็น (ความเข้าใจในอาวุธของเหล่าเทพ) สกิลฝีมือช่างตีเหล็กในตำนาน]
“เยี่ยม!”
รวมเวลาที่เขาใช้ไปในห้องของอิซาเบลด้วย เขาทำสำเร็จในเวลาเพียง 11 วัน แม้ความสามารถที่ซ่อนอยู่จะไม่ปรากฏออกมาตามที่เขาคาดไว้ แต่เขาก็เข้าใจวิธีใช้ ‘แก่นแท้แห่งเทพธิดา’ และสกิลต่างๆ ก็ได้รับการเสริมพลัง ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น เขายังได้รับแบบแปลนของไอเทมระดับเทวตำนานมาครองอีกด้วย
เกริดมีความสุขมากพอๆ กับตอนที่เขาได้เพียโร่และอัสโมเฟลมาเป็นพวกเลยทีเดียว
“ก่อนอื่นเลย”
ตอนนี้เขายังไม่มีวัตถุดิบในการสร้างหอกไรเฟล แต่ถึงอย่างนั้น...
เกริดเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัยและหยิบค้อนขึ้นมาอีกครั้ง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




