Chapter 270
270 / 2060
10 min read
Chapter 270
Published Apr 3, 2026, 05:37 PM
บทที่ 270
“ดยุกเกริด! วันนี้ท่านออกมาทำอะไรข้างนอกหรือ?”
นั่นคือปาสกาลที่มาพร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม หากคนเราต้องการจะได้สิ่งใหญ่โตมาครอบครองก็ย่อมต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ปาสกาลตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องดึงตัวเกริดมาให้ได้ เขาจึงละทิ้งศักดิ์ศรีไปจนหมดสิ้น เขาเก็บซ่อนความอัปยศไว้ลึกสุดหัวใจและแสดงท่าทีสุภาพต่อเกริด ทั้งยังไม่ลืมที่จะประดับรอยยิ้มสดใสไว้บนใบหน้า
“หืม...?”
ปาสกาลสั่งให้ลูกน้องวางหีบสมบัติลง ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที เพราะเขาสังเกตเห็น ‘หอกลิฟาเอล’
“นี่มัน...”
รอยยิ้มจอมปลอมที่พยายามปกปิดโทสะอยู่ภายใน พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความยินดีอย่างแท้จริง
‘ในที่สุดไอซาเบลก็ตายเสียที’
ยัยนั่นอึดเหมือนแมลงสาบไม่มีผิด ถ้าตายไปเสียได้แบบนี้เขาก็คงสบายใจขึ้นเยอะ
‘รู้สึกเหมือนความอึดอัดที่ติดค้างมาสิบปีมลายหายไปสิ้น’
เหล่าธิดาแห่งเรเบกก้าถูกสร้างมาเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่ง พวกเธอควรจะถูกควบคุมได้ง่าย ในแง่นั้น ทั้งไอซาเบล ริน และลูน่า ต่างก็เป็นตัวปัญหาอย่างยิ่ง อดีตพระสันตะปาปารุยส์ผู้ชี้นำคริสตจักรไปสู่แสงสว่าง และอดีตพระสันตะปาปาเดรวิโกผู้ทำให้คริสตจักรเสื่อมทราม... เด็กสาวพวกนี้รับใช้ทั้งคู่ จนเติบโตขึ้นจนถึงระดับที่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้เอง แทนที่จะเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไข พวกเธอกลับเริ่มตั้งคำถาม
มันเป็นเรื่องร้ายแรงมาก
‘พวกเธอเป็นแค่เครื่องมือ’
สำหรับปาสกาล ผู้วางแผนจะทำให้คริสตจักรเรเบกก้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซาฮารัน เหล่าธิดาแห่งเรเบกก้าในปัจจุบันคือหนามยอกอก แต่ตอนนี้ไอซาเบลตายแล้ว ความกังวลของเขาก็หมดไป เขาจะมอบหอกลิฟาเอลให้แก่เจ้าของคนใหม่ จากนั้นก็สั่งกำจัดรินและลูน่าทิ้งไปตามลำดับ
‘ในที่สุด โลกของข้าก็กำลังจะมาถึง’
เขาพองโตด้วยความดีใจจนแทบจะตัวลอย หัวใจของปาสกาลเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมา แต่เขาก็ต้องยับยั้งชั่งใจเมื่อเหลือบไปเห็นเกริด เกริดกำลังมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เด็กสาวที่ถูกสูบเค้นชีวิตเพื่อเทพีเรเบกก้าและคริสตจักรเพิ่งจะตายไป ทำไมท่านถึงได้ดูมีความสุขนัก?”
‘สูบเค้นชีวิตงั้นหรือ?’
ใบหน้าของปาสกาลบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่ง เขาอยากจะเข้าไปซัดหน้าเกริดนักที่ใช้คำพูดทำนองนั้นลดทอนคุณค่าของการปรนนิบัติเทพีผู้สูงส่ง แต่ที่เขาอดทนมาทั้งหมดล่ะ?
ปาสกาลข่มอารมณ์โกรธไว้และเริ่มเอ่ยปาก “อย่างที่ท่านว่า ไอซาเบลคือเด็กที่รับใช้เทพีและคริสตจักรมาตลอดชีวิต ตอนนี้เด็กคนนั้นได้ไปอยู่เคียงข้างเทพีแล้ว... นางจะได้ปรนนิบัติเทพีชั่วนิรันดร์ในดินแดนแห่งเทพและอยู่อย่างมีความสุขตลอดไป ข้าทั้งดีใจและภูมิใจแทนเหลือเกิน จนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องนี้”
‘ไร้สาระสิ้นดี’
เกริดทนฟังคำตอแหลไม่ไหว ปาสกาลยื่นหีบสมบัติมาให้เขา
“ข้าหวังว่าวันนี้ท่านจะยอมรับสิ่งนี้ไว้”
[ปาสกาลต้องการมอบเงิน 1.8 ล้านโกลด์ให้แก่คุณ คุณต้องการรับของขวัญจากปาสกาลหรือไม่?]
[หากคุณรับของขวัญ คุณต้องยอมรับคำขอของปาสกาลหนึ่งอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข]
“อย่างไรเสียดาเมียนก็ไม่มีทางได้เป็นพระสันตะปาปา ต่อให้เขาจะได้ใจมวลชนไปแล้วจะทำอะไรได้? มีนักบวชอาวุโสเพียง 100 ท่านเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลงคะแนน และอย่างน้อย 80% ในนั้นก็เป็นคนของข้าแล้ว ดยุกเกริด โปรดมองไปที่อนาคตและเลือกทางที่ชาญฉลาดเถิด...”
“ผมไม่เอา” เกริดพูดแทรกขึ้นมา “ผมไม่มีความคิดจะร่วมมือกับคนอย่างท่าน แค่เห็นหน้าท่านผมก็นึกคลื่นไส้แล้ว”
เกริดเกลียดปาสกาล เพราะปาสกาลช่างเหมือนกับพวกที่เคยรังแกเขาในอดีต ภาพที่ปาสกาลข่มเหงดาเมียนและไอซาเบลยังติดตาเขาอยู่ เขาจะไม่มีวันร่วมมือกับปาสกาลเด็ดขาด ต่อให้ต้องเอาเงิน 100 ล้านโกลด์มาฟาดหัวก็ตาม อีกอย่าง มันยังมีเรื่องปัญหาทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“น่าเสียดายจริงๆ”
รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าของปาสกาล ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น ข้าคงไม่ต้องพูดดีด้วยแล้วสินะ? ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ข้าพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเป็นมิตรกับท่าน แต่ท่านกลับเอาแต่ดูถูกความพยายามและหยามเกียรติข้า ท่านไม่รู้จักความหมายของคำว่ามารยาทหรืออย่างไร?”
“ทำไมผมต้องสุภาพกับท่านด้วย? ปกติท่านเองก็ชอบดูถูกและหยามเกียรติคนอื่นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“อึก...!”
ท่าทางของเกริดแสดงชัดเจนว่าเขาจะไม่มีวันถูกเกลี้ยกล่อม ปาสกาลเริ่มกระวนกระวายและโพล่งออกมา
“บอกมาว่าท่านต้องการอะไร! ข้ายินดีจะมอบทุกสิ่งที่ท่านต้องการ ขอเพียงแค่ท่านมาอยู่ข้างขวาของข้า! ต้องใช้อะไรถึงจะทำให้ท่านยอมจับมือกับข้าได้?”
“ให้ทุกอย่างเลยเหรอ?”
“ใช่!”
“โห ฟังดูน่าสนใจแฮะ”
ในที่สุดปลาก็ติดเบ็ด ปาสกาลดีใจและเตรียมพร้อมจะฟังข้อเสนอของเกริด ซึ่งเกริดก็บอกเขาว่า “หนึ่งพันล้านล้าน”
“...?”
หนึ่งพันล้านล้าน? นั่นมันชื่อสมบัติอะไรหรือเปล่า?
‘ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย?’
เกริดพูดซ้ำอีกครั้งกับปาสกาลที่กำลังทำหน้ามึนตึบ
“เอาเงินมาให้ผมหนึ่งพันล้านล้านโกลด์ แล้วผมจะเป็นเพื่อนแท้ของท่านให้เอง”
“แกเสียสติไปแล้ว!”
เขาอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ เงินหนึ่งพันล้านล้านโกลด์นั่นมันคืองบประมาณทั้งหมดในคลังของจักรวรรดิ... ไม่สิ มันคือจำนวนเงินมหาศาลที่ต่อให้รวมคลังสมบัติของทุกประเทศในทวีปเข้าด้วยกันก็ยังมีไม่ถึง การที่เกริดเรียกร้องจำนวนเงินที่บ้าบอขนาดนี้ แสดงว่าเขาต้องไม่ปกติแน่ๆ
“อะไรนะ? เสียสติงั้นเหรอ? ไหนท่านบอกว่าจะให้ทุกอย่างที่ผมต้องการไง พอผมขอก็หาว่าผมบ้าซะงั้น?”
“อะ... ไม่ใช่ ข้าแค่ตกใจจนเผลอพูดจาเลอะเทอะไปหน่อย...”
เกริดโบกมือไล่ปาสกาล เขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
“การเจรจาล่มแล้ว งั้นเราก็ต่างคนต่างไปเถอะ”
เกริดเอื้อมมือไปจับหอกลิฟาเอลเพื่อจะย้ายไปยังโรงตีเหล็ก ทันใดนั้น คามิยันที่ยืนดูอยู่เงียบๆ ก็จ่อดาบมาที่ลำคอของเกริด
“วางหอกลิฟาเอลลงซะ คนนอกอย่างแกจะถือครองสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ของคริสตจักรไปถึงเมื่อไหร่?”
“...”
แววตาของเกริดหม่นแสงลงขณะมองไปยังคมดาบที่วาววับ
“ครั้งที่สอง”
“อะไรนะ?”
“นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่แกจ่อดาบใส่คอผม ผมเป็นถึงดยุกของอาณาจักรนะ”
คามิยันหัวเราะเยาะ “แล้วไง? แกจะวิ่งไปหาเทพวิสบาเด็น ราชาของแก เพื่อฟ้องเรื่องนี้งั้นเหรอ?”
อัศวินของชาติอื่นกำลังดูถูกราชาของเขา เกริดจะโกรธแค่ไหนกันนะ? คามิยันจงใจยั่วยุเกริดเพื่อให้เขาฟิวส์ขาดจนไม่สามารถใช้ทักษะได้อย่างเหมาะสม แต่ความตั้งใจของเขากลับสูญเปล่า เพราะตั้งแต่แรกเกริดก็ไม่ได้มีความจงรักภักดีต่อราชามากมายขนาดนั้นอยู่แล้ว
“ดีจังที่แกเรียกชื่อราชาของผมเหมือนเรียกชื่อหมาข้างบ้านแบบนั้น”
เกริดกระชับหอกลิฟาเอล
[การแปลงโฉมสีขาว (White Transformation) ทำงาน]
[คุณไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ การแปลงโฉมสีขาวล้มเหลว จะเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายของคุณ]
[คุณต้านทานได้]
“แกมันยังห่างชั้นเกินกว่าจะมาเล่นกับผม”
เหตุผลที่เกริดไม่สามารถโจมตีเหล่าผู้อาวุโสและปาสกาลได้ เป็นเพราะ ‘คำสาปแห่งเทพี’ แต่ในทางกลับกัน คามิยันล่ะ? เขาไม่ใช่ทั้งนักบวชหรือคนของคริสตจักรเรเบกก้า
ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยั้งมืออีก
“ไปตายซะ”
ชึ่ก!
เกริดรู้จักกับพอนซึ่งเป็นนักหอกที่เก่งที่สุด เขาเคยดูพอนสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ความจริงพวกเขาเคยประลองกันหลายครั้งด้วยซ้ำ เกริดจึงได้พัฒนาวิชาหอกของพอนในรูปแบบที่ยังไม่สมบูรณ์ขึ้นมา
เคร้ง!
หอกถูกวาดออกไปในแนวทะแยง ส่งผลให้ดาบของคามิยันถูกปัดออกไปด้านล่าง
“แก!”
คามิยันตกใจกับกระบวนท่าหอกที่ไหลลื่นเป็นธรรมชาติจนต้องก้าวถอยหลัง เกริดอาศัยจังหวะนั้นก้าวเท้าขวาไปข้างหลังแล้วแทงหอกออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
เปรี้ยงงงง!
[ผลของออปชั่นหอกลิฟาเอลทำงาน ทักษะ ‘วงล้อแสง’ ถูกใช้งาน]
[ผลของออปชั่นหอกลิฟาเอลทำงาน สร้างความเสียหายเพิ่มเติม 5,000 หน่วยแก่เป้าหมาย]
“อั่ก!”
คามิยันแทบไม่อยากเชื่อสายตา การแทงของเกริดเปลี่ยนทิศทางเป็นวงกลมกะทันหัน มันคือการโจมตีที่คาดเดาไม่ได้จนแม้แต่ผู้ที่มี ‘สัมผัสเฉียบคม’ ก็ยังตอบโต้ไม่ทัน
“แคก! แคก!”
คามิยันถูกกระแทกเข้าที่เอวอย่างจังจนล้มกลิ้งไปกับพื้นพร้อมกับกระอักเลือดออกมา
‘พลังอะไรกันขนาดนี้...!’
คามิยันมึนงงไปหมด ความเจ็บปวดรุนแรงราวกับกระดูกหักป่น ในขณะที่อวัยวะภายในรู้สึกเหมือนจะฉีกขาด นี่คืออานุภาพของอาวุธระดับตำนาน (Myth) และทักษะที่มากับมัน
“มะ... เป็นไปไม่ได้...”
ปาสกาลยืนตะลึงขณะมองคามิยัน อัศวินสีแดง หนึ่งในอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป กลับพ่ายแพ้อย่างง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ? แต่ยังมีสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น
“ทะ... ทำไมแกถึงใช้หอกลิฟาเอลได้!”
สามศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งคริสตจักรเรเบกก้าจะยอมให้ผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นใช้งานได้ พวกเขาเหล่านั้นต้องมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหนือชั้นมาแต่กำเนิด ต้องสวดภาวนาต่อเทพีเรเบกก้าอย่างน้อยเก้าปี และสุดท้าย...
‘พวกเขาต้องเป็นผู้หญิง!’
ปาสกาลตะโกนออกมา
“แก... เกริด แก!” ปาสกาลหน้าถอดสีเป็นสีฟ้าซีด “แกเป็นผู้หญิงงั้นเหรอ?!”
“...”
นั่นเป็นประโยคที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เกริดเคยได้ยินมาตั้งแต่เกิด มันไม่มีค่าพอจะให้โต้แย้งด้วยซ้ำ เกริดผู้มีส่วนสูง 181 เซนติเมตรและร่างกายกำยำกระชับหอกลิฟาเอลแน่นขึ้น เขาตั้งใจจะฆ่าคามิยันจริงๆ
ปาสกาลไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้จึงรีบใช้ฮีล (Heal) คามิยันฟื้นตัวขึ้นมาได้เพราะเหตุนั้นและรีบลุกขึ้นยืน เขาตั้งท่าดาบอีกครั้งด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
‘ไม่ได้เห็นท่าฮีลมานานแล้วแฮะ’
ฮีลในเกม Satisfy นั้นทรงประสิทธิภาพกว่าเกมทั่วไปมาก นั่นเพราะผู้ที่จะเป็นนักบวชแห่งเรเบกก้าได้ต้องยอมเสียสละอะไรไปมากมาย จึงมีผู้เล่นน้อยมากที่เลือกอาชีพนี้
‘มีสายตาหลายคู่กำลังมองดูอยู่’
ผู้คนเริ่มมารวมตัวกันที่สวน เกริดเชื่อว่าการฆ่าคามิยันตอนนี้อาจส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งของดาเมียน เขาจึงตัดสินใจถอยออกมา
“วันนี้จะยอมปล่อยไปก่อนแล้วกัน”
สายตาของคามิยันจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของเกริดที่เดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
‘ฆ่า...! ข้าจะฆ่าแกให้ได้ เกริด!’
เหตุผลที่เขาพ่ายแพ้ในวันนี้เป็นเพราะความประมาท เขาไม่เคยฝันมาก่อนว่าเกริดจะสามารถใช้งานอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้
‘ไอ้สารเลว!’
บาดแผลที่สีข้างยังคงสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนเขารู้สึกคลื่นไส้ คามิยันสาบานกับตัวเองว่าเขาจะทำให้เกริดต้องคุกเข่าลงให้ได้ในสัปดาห์หน้า เมื่อท่านเอิร์ลชิริต้ากลับมา
“เอาล่ะ ไปลุยกันต่อ”
ภายในโรงตีเหล็กของนครรัฐวาติกัน อาวุธสำหรับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ถูกผลิตขึ้นที่นี่ เกริดถือ ‘ค้อนของช่างตีเหล็กตำนาน’ ไว้ในมือ
“เริ่มเลยดีไหม?”
ตึง! ตึง!
หอกลิฟาเอล อาวุธที่พระเจ้าสร้างขึ้น กำลังจะถูกตีความใหม่ด้วยน้ำมือของมนุษย์
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

