Chapter 46
46 / 2060
9 min read
Chapter 46
Published Apr 3, 2026, 04:09 PM
บทที่ 46
'นักคัดลอก...'
ยูร่า แม่มดโลหิต ผู้เล่นอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ และอันดับ 5 ของการจัดอันดับโลกรวม แม้แต่เธอที่อยู่บนจุดสูงสุดของผู้เล่นกว่าสองพันล้านคน ยังจำเป็นต้องร่ายเวทมนตร์อันยาวนานเมื่อต้องการใช้มหาเวท แต่ยูเฟมินาที่บอกว่าเธอเป็นนักคัดลอก กลับสามารถใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังเทียบเท่ากับยูร่าได้โดยไม่ต้องร่ายเลยแม้แต่น้อย
'นักคัดลอก... ดูเหมือนจะเป็นคลาสสายเวทมนตร์ที่คัดลอกทักษะของคนอื่นมาใช้ได้ มันเป็นคลาสระดับมหากาพย์ แต่แบบนี้มันไม่โกงไปหน่อยเหรอ? มันทำลายสมดุลของเกมไปโดยสิ้นเชิงเลย'
อะไรคือข้อเสียของคลาสจอมเวทล่ะ?
ในขณะที่ความหลากหลายของเวทมนตร์ที่ใช้ได้ในหลายสถานการณ์คือข้อได้เปรียบ แต่พลังโจมตีที่รุนแรงและความเสียหายที่มหาศาลคือจุดเด่นที่สุดเหนือกว่าคลาสอื่น
นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดอาจกวาดล้างศัตรูนับสิบด้วยดาบและหอก แต่คาถาโจมตีที่รุนแรงที่สุดของจอมเวทสามารถทำลาย ‘กองทัพ’ ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว นั่นหมายความว่าจอมเวทมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ใช้เวทมนตร์พวเขาต้องร่ายคาถา ยิ่งเวทมนตร์ระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ คาถาก็จะยิ่งยาวขึ้นเท่านั้น และนี่คือข้อเสียร้ายแรงของจอมเวท แต่ยูเฟมินาไม่ต้องร่ายคาถาเวลาใช้เวทมนตร์ นั่นหมายความว่าเธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างต่อเนื่อง และข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของจอมเวทก็ใช้ไม่ได้กับเธอเลย
หากจะอธิบายคลาสนักคัดลอกอย่างสั้นๆ มันก็คือ ‘จอมเวทที่คัดลอกทักษะคนอื่นได้และไม่มีข้อเสียเลยงั้นเหรอ?’ เธอยังสามารถเรียนรู้ทักษะการตีเหล็กขั้นสูงได้อีกด้วย
"...อืม ถ้าอย่างนั้น นักคัดลอกก็สามารถคัดลอกทักษะได้ทุกรูปแบบและใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่มีบทลงโทษเลย... งั้นมันก็คือ... อ่า ผมไม่รู้แล้วล่ะ ยังไงมันก็เป็นคลาสที่โกงชัดๆ”
ผมพยายามจะคาดเดาความสามารถของคลาสนักคัดลอกให้ถูกต้อง แต่มันก็น่าปวดหัวเมื่อลองนึกถึงจุดนั้น ผมเลยหันไปจดจ่อกับการตามหาฮูรอยแทน
***
"มนุษย์ที่ไร้ยางอายคนนั้น...”
เพราะกริดวิ่งหนีไป ยูเฟมินาจึงถูกทิ้งไว้เพียงลำพังท่ามกลางเหล่าทหาร ทำไมเธอถึงมาอยู่ในดันเจี้ยนที่ทั้งเหม็นและอับชื้นแห่งนี้ล่ะ?
ก็เพราะเธอต้องมาช่วยกริด (เหตุผลที่ช่วยก็เพื่อเคลียร์เควสต์ที่ได้รับจากแรบบิท) แล้วทำไมเธอถึงเก็บกริชระดับยูนิคของกริดมาคืนให้เขาล่ะ? ก็เพราะมันเป็นบุญคุณที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงดีต่อไปในอดีต (พูดให้ชัดคือ เธออยากให้กริดสร้างลูกแก้วเวทมนตร์ระดับยูนิคให้เธอนั่นแหละ)
ด้วยเหตุนี้ ยูเฟมินาจึงปฏิบัติต่อกริดเป็นอย่างดี แต่เขากลับทำตัวแบบนี้ เขาใช้พลังของยูเฟมินาเพื่อเคลียร์เควสต์ของตัวเอง แล้วทิ้งเธอไว้กลางวงล้อมของศัตรู
"ข้ารู้นะว่ามันเป็นวิธีที่ฉลาดที่จะใช้อีกคนเป็นเหยื่อล่อในขณะที่อีกคนนึงไปช่วยเป้าหมายในเควสต์ ข้ารู้ดี แต่ว่า...” ความโกรธของยูเฟมินาพุ่งปรี๊ดจนระเบิดออกมาในที่สุด "ไอ้คนอกตัญญูนั่นกล้าใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อเหรอ? ถ้าข้าไม่ช่วยเขา เขาคงติดอยู่ในคุกไปตลอดกาลและโดนยึดกริชระดับยูนิคไปแล้วแท้ๆ!!"
ชู่ววว-
อากาศรอบตัวยูเฟมินาพลันเย็นยะเยือกขึ้นมา
“อะ-อะไรน่ะ?”
“ยัยนี่เป็นจอมเวท! อย่าเปิดช่องว่างให้เธอมร่ายเวทได้!”
ทหารที่ล้อมรอบยูเฟมินารู้สึกได้ถึงอันตราย เมื่อหมวกเหล็กและชุดเกราะของพวกเขาเริ่มมีน้ำแข็งเกาะ พวกเขารีบพุ่งเข้าโจมตียูเฟมินา แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
“ลมหายใจราชินีน้ำแข็ง (Frost Queen’s Breath)”
ครืด ครก!
ภาพที่น่าเหลือเชื่อปรากฏขึ้น เมื่อจู่ๆ พายุหิมะก็โหมกระหน่ำ และร่างกายของทหารก็เริ่มถูกแช่แข็งตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าลามขึ้นไปจนถึงศีรษะ
"กัววววากกก!"
“ฮี้ก! ร่างกาย... ร่างกายผมมันแข็งไปหมดแล้ว!”
“หะ-หนาว... หนาวเหลือเกิน!”
ทหารวิ่งหนีไม่ได้เพราะเท้าถูกแช่แข็งติดกับพื้น พวกเขาแข็งทื่ออยู่กับที่และต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอันแสนสาหัส หลังจากนั้นไม่นาน รูปปั้นน้ำแข็งกว่า 50 รูปที่มีสีหน้าหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้น
ยูเฟมินายืนสั่นอยู่ท่ามกลางรูปปั้นเหล่านั้น
"กริด... ถ้าคุณไม่สัญญาว่าจะสร้างลูกแก้วให้ล่ะก็ ฉันฆ่าคุณทิ้งไปแล้ว”
จากเวทมนตร์หลายสิบอย่างที่เธอคัดลอกมาเพื่อเตรียมจัดการกับปิอาโร ตอนนี้เหลือเพียง 11 อย่างเท่านั้น ในทางกลับกัน จำนวนศัตรดูกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเลย ทหารยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นสินค้าในโรงงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวตนของเหล่าอัศวิน เธอไม่เห็นอัศวินเลยแม้แต่คนเดียว นั่นหมายความว่าอัศวินทั้งห้าคนของเจ้าเมืองวินสตันยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งในปราสาท
มันเป็นไปได้เหรอที่จะจัดการกับอัศวินทั้งห้าคนและกองทัพทหารที่ดาหน้าเข้ามาเหมือนสึนามิด้วยเวทมนตร์เพียง 11 อย่าง? มันไม่มีทางเป็นไปได้ อัศวินที่เป็น NPC มีเลเวลอย่างน้อยคือ 180 ไม่ว่ายูเฟมินาจะเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถรับมือพวกมันทั้งหมดได้พร้อมกันหรอก
“เฮ้อ...”
ยูเฟมินารู้สึกเสียใจที่เห็นแก่รางวัลและอยากผูกมิตรกับกริดจนยอมรับเควสต์ของแรบบิทมา แต่น้ำที่หกไปแล้วก็ไม่สามารถเก็บกลับคืนได้ เธอไม่สามารถทิ้งเควสต์ไปได้ในตอนนี้
“เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่าควรจะมีสองคนเหรอ?”
"ถูกแล้ว ฉันได้ยินมาว่าเธอช่วยกริดออกมาแล้วร่วมมือกัน... นี่ไง! กริดแยกไปอีกทางแล้ว!”
“เขากำลังตามหาฮูรอย! เขาโดดลงไปชั้นสี่เพื่อช่วยฮูรอย แยกกำลังออกไปครึ่งหนึ่งเดี๋ยวนี้! ครึ่งหนึ่งอยู่รับมือนังผู้หญิงคนนี้ อีกครึ่งมุ่งหน้าไปชั้นสี่!”
ทหารยืนยันได้อย่างรวดเร็วว่ายูเฟมินาอยู่ตัวคนเดียว จากนั้นพวกเขาก็เคลื่อนกำลังไปตามล่ากริดอย่างเป็นระบบ เธอรู้สึกได้ตั้งแต่เริ่มแล้วว่าทหารทางเหนือนั้นมีฝีมือดีมาก แม้แต่ทหารระดับต่ำก็ยังรับมือกับสถานการณ์ได้ดี เป็นข้อพิสูจน์ว่าพวกเขารับการฝึกมาอย่างหนัก ถึงแม้จะอ่อนแอแต่ก็ไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวได้ง่ายๆ
ยูเฟมินาจึงต้องทำอย่างเต็มที่
"หางจอมปีศาจ... ไม่สิ การใช้เวทไฟที่นี่ก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย ดาบแห่งแสง (Sword of Light)"
ควาชิชิชิก!
ดาบสีขาวส่องประกายปรากฏขึ้นกลางอากาศ ยูเฟมินาเล็งดาบไปทางกลุ่มทหารที่แยกตัวออกไปไล่ตามกริด
ฉัวะ!
ดาบแห่งแสงฟาดฟันผ่านร่างของเหล่าทหาร ทิ้งนองเลือดไว้เบื้องหลัง หลังจากนั้นยูเฟมินาก็ใช้คาถาจัดการกับทหารที่เหลือ
ตอนนี้เธอเหลือเวทมนตร์เพียงเก้าอย่างเท่านั้น ยูเฟมินาอยากจะเก็บพลังเอาไว้ แต่ทหารก็ยังคงดาหน้าเข้ามาไม่หยุด
'ท่าจะไม่ดีแล้วล่ะ ในกรณีที่แย่ที่สุด ฉันอาจจะต้องใช้ Rolling Dice'
Rolling Dice เป็นสกิลที่จะให้เอฟเฟกต์แบบสุ่มแก่เป้าหมาย ถ้าโชคดีมันอาจจะเป็นอะไรที่ช่วยพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าโชคร้ายมันอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม ดังนั้นเธอจึงไม่อยากจะใช้มันจนกว่าค่าสถานะโชคของเธอจะสูงกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าเธอคงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
สิ่งแรกที่ต้องทำคือจัดการเหล่าอัศวิน ในขณะที่กริดไปช่วยฮูรอย
"...ปัญหาคือเขาเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ”
ความรู้สึกเย็นเยียบที่แสนอัปมงคลแล่นผ่านสันหลังของยูเฟมินา เธอคิดว่ากริดอาจจะหนีไปแล้วทิ้งเธอไว้คนเดียว
'ฉันจะเชื่อใจคนพรรค์นั้นได้เหรอ? ถ้าเขายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้างสักนิดล่ะก็...'
เธอพยายามจะคิดในแง่บวกเข้าไว้ แต่ว่า...
“ว้ากกก! ไอ้บ้านั่นไม่มีมโนธรรมหรอก! ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?”
ยูเฟมินาอยากจะร้องไห้ ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะย้อนเวลากลับไปแล้วปฏิเสธเควสต์ของแรบบิททิ้งซะ
***
สถานที่คุมขังอันโดดเดี่ยวที่ลึกที่สุดบนชั้นสี่
“อึก... อึก...”
เขามาถึงขีดจำกัดแล้ว จนไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นเปรี้ยวเน่าเสียของบ่อน้ำโสโครกได้อีกต่อไป เขาไม่ได้ยินและมองไม่เห็นอะไรเลย ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงความมืดมิดแห่งนี้ ฮูรอยจำไม่ได้แม้แต่ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำไมเขาถึงต้องมาอยู่ที่นี่ และแม้กระทั่งว่าเขาเป็นใคร
50 ชั่วโมงในโลกความจริง 200 ชั่วโมงในซาทิสฟาย เขาถูกขังอยู่ในความมืดมิดนั้นเพียงลำพัง
“คุโอออ... คัวาาาาห์!!”
เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังก้องไปทั่วใต้ดิน กริดได้ยินเสียงนั้น
“...ฮูรอย?”
มันเป็นเสียงที่คุ้นหูแต่ก็น่ารังเกลียด กริดรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากสุดทางเดินนั้นเป็นเสียงของฮูรอย
"โอเค ฉันมาแล้ว! ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะให้แกชดใช้ความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่ฉันได้รับมาเลย”
หลังจากเคลียร์เควสต์นี้ได้ เขาอยากจะต่อยฮูรอยให้คว่ำสัก 200 ครั้ง กริดวิ่งไปในทิศทางของเสียงกรีดร้อง แต่ขาของเขาก็ต้องหยุดชะงักอย่างรวดเร็ว
"ข้ากำลังรออยู่พอดี” นั่นคือเลโอ อัศวินหนุ่มที่ถูกกริดด่าในห้องสอบสวน! เขาขวางทางกริดเอาไว้
“อะ-อะไรนะ? ไอ้ผีโสด? แกมาทำอะไรที่นี่?”
กริดคาดการณ์ว่าอัศวินและทหารส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่ชั้นสามหรือคอยขวางทางออกกำแพงปราสาทไว้ ดังนั้นเขาจึงสับสนว่าทำไมอัศวินถึงลงมาอยู่ที่ชั้นสี่ได้
"ใครคือผีโสดกันหะ?” เลโอหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแล้วอธิบาย "เจ้าไม่ได้ร่วมมือกับฮูรอยหรอกเหรอ? ข้าเดาไว้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่มีทางหนีไปคนเดียวแน่ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมาช่วยฮูรอย ข้าเลยลงมารอรับแขกอยู่ที่นี่ไงล่ะ”
'อ่า ชิบหายละ ฉันคุยกับฮูรอยแค่ไม่กี่คำเองนะเนี่ย ยังไงพวก NPC พวกนี้ก็รู้จักใช้หัวคิดเหมือนกันแฮะ’
กริดมองไปรอบๆ แต่เขาไม่เห็นใครอื่นนอกจากเลโอ
เลโอมองมาที่เขาแล้วพูดเยาะเย้ย "หึ! คิดว่าข้าจะยกทัพทหารลงมาด้วยอย่างนั้นเหรอ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย! ทำไมข้าต้องพาคนอื่นมาช่วยฆ่ามดปลวกอย่างเจ้าด้วยล่ะ? แค่พลังของข้าคนเดียวก็พอที่จะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ได้แล้ว กริด...! เจ้าต้องชดใช้ที่กล้ามาดูหมิ่นข้า!”
เลโอมีสีหน้าที่ดูมีความสุขอย่างมาก นั่นหมายความว่าเขาแค้นกริดแบบฝังหุ่นเลยทีเดียว กริดอดไม่ได้ที่จะโทษการกระทำของตัวเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
'ฉันไปยั่วให้มันโกรธจนบ้าคลั่ง... ถ้าฉันรู้แบบนี้ ฉันคงไม่ปากเสียใส่ขนาดนั้นหรอก’
กริดตระหนักได้อีกครั้งว่าเขาไม่ควรสาปแช่งใครส่งเดช แต่ความเสียใจมันก็มักจะมาสายเกินไปเสมอ
ผ้าคลุมสีน้ำเงินของเลโอสะบัดพริ้วในขณะที่เขาพุ่งเข้าใส่
กริดใช้สกิลทันที
“ความโกรธของช่างตีเหล็ก (Blacksmith’s Rage), การเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว (Quick Movements)”
[ความโกรธของช่างตีเหล็ก (Blacksmith’s Rage) ถูกเปิดใช้งาน พลังโจมตีและความเร็วโจมตีจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเวลา 20 วินาที]
[การเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว (Quick Movements) ถูกเปิดใช้งาน ค่าความว่องไวและอัตราการหลบหลีกจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเวลา 1 นาที]
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.





