ตอนที่ 443
410 / 1914
อ่าน 5 นาที
Chapter 443: Floating Red Bead
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 16:55
Chapter 443: ลูกแก้วสีแดงลอยตัว
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาเป็นเวลาสองสามวินาที ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน เอาเข้าจริงกลุ่มคนเหล่านั้นดูจะได้เปรียบในการจ้องมองมากกว่าเพราะมีจำนวนมากกว่า และพวกเขาทุกคนต่างกำลังถลึงตาใส่เกรย์ด้วยความโกรธจัด
หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ เกรย์คงตายไปหลายรอบแล้ว
“พอได้แล้ว ข้าแนะนำให้พวกเจ้าเดินหน้าต่อไปดีกว่า” ชายชราเดินแทรกระหว่างกลุ่มคนเหล่านั้นกับเกรย์ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เป็นไปไม่ได้ ไม่พวกเราก็ต้องไปด้วยกัน ไม่ก็พวกท่านต้องล่วงหน้าไปก่อน” เกรย์กล่าว
ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ได้ งั้นก็รีบหน่อย เราไม่มีเวลาทั้งวันหรอกนะ”
“ท่านครับ!”
คนอื่นๆ ในกลุ่มร้องเรียกชายชราพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม
“ไม่ต้องห่วง เขามีประโยชน์ของเขา ไม่เขาก็พวกเจ้าคนใดคนหนึ่ง?” ชายชรากระซิบตอบคนอื่นๆ
เมื่อได้ยินคำถามนั้น พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าประโยชน์ที่เกรย์มีนั้นไม่ใช่สิ่งที่ส่งผลดีต่อตัวเกรย์แน่ สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกยิ่งกว่าคือคำพูดของชายชราที่บอกว่า “ไม่เขาก็พวกเจ้าคนใดคนหนึ่ง” ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเกรย์ไม่ได้ก้าวเข้ามาพัวพัน หนึ่งในพวกเขาจะต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยแทน
พวกเขาทุกคนมองเกรย์ด้วยดวงตาเป็นประกาย ราวกับว่ากำลังจ้องมองผู้ช่วยชีวิตของตนอยู่
เมื่อเห็นสายตาเหล่านั้น เกรย์อดไม่ได้ที่จะขนลุกด้วยความสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาถึงมองเขาด้วยสายตาเช่นนั้น
เขาไม่คิดว่าชายชราจะยอมตกลงตามคำขอของเขาได้ง่ายดายขนาดนี้ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายคงวางแผนบางอย่างไว้สำหรับเขาแน่ หากไม่ติดว่าการต่อสู้กับกลุ่มนี้จะค่อนข้างน่ารำคาญ และเขายังต้องการให้พวกเขานำทางไปยังเป้าหมายที่ตามหาอยู่ เขาคงฆ่าพวกนั้นทิ้งไปนานแล้ว
ด้วยพลังธาตุมิติ เป็นไปไม่ได้เลยที่คนเหล่านี้ในทวีปอาซูร์จะต่อกรกับเขาได้ แม้แต่เอลลิสที่คุ้นเคยกับธาตุมิติยังบอกว่าการต่อสู้กับผู้ใช้ธาตุมิตินั้นเป็นเรื่องยาก
ทักษะการสลับตำแหน่งของเขายิ่งทำให้เขามีพลังเหนือชั้นกว่าผู้ใช้ธาตุมิติคนอื่นๆ เข้าไปอีก
‘ใครก็ตามที่สร้างเทคนิคนี้ขึ้นมาต้องเป็นอัจฉริยะตัวจริง โชคดีที่ข้าคว้ามันมาได้’ เขาคิดในใจ
...
เกรย์และกลุ่มคนเหล่านั้นเริ่มเดินหน้าต่อไป เขาเดินไปมาอย่างไม่ยี่หระจนกลุ่มคนเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเขาสติสตางค์ยังดีอยู่หรือเปล่า
คนปกติคงไม่หาเรื่องใส่ตัวด้วยการท้าทายคนกลุ่มใหญ่ถึงเก้าคน และคงไม่ร่วมเดินทางไปกับกลุ่มคนที่ตัวเองอยากจะสู้ด้วย ทั้งหมดมีความคิดเดียวกันเมื่อมองเกรย์ ไม่เขาก็ต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจในฝีมือตัวเองอย่างสูง หรือไม่ก็เป็นพวกจิตหลุดที่ไม่สนแม้แต่ชีวิตของตัวเอง
ระหว่างทาง พวกเขามาถึงทางแยกใหม่
เกรย์เฝ้าดูชายชราและเห็นเขาหยิบของบางอย่างออกมาจากเสื้อผ้า เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็เดินตรงไปยังเส้นทางหนึ่ง
‘ใครกันที่เป็นคนสร้างที่นี่ขึ้นมา?’ เขาถามตัวเองด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินระยะไกล
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงต้องวางกับดักสังหารเหล่านี้ไว้หากต้องการให้คนอื่นได้รับสิ่งที่ทิ้งไว้ในถ้ำ แต่เขากลับพบว่าถ้ำแรกที่เขาเข้าไปดูจะเข้าท่ากว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางยาวนานขนาดนี้เพื่อไปถึงจุดที่สมบัติซ่อนอยู่
ชายชราสามารถปลดกับดักทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าชายชราคนนี้เคยมาที่นี่มาก่อน หรือได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นี้มาจากผู้สร้างกันแน่
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เกรย์อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
‘นี่มันกับดักชัดๆ!’ เขาลงความเห็น
ด้วยความซับซ้อนของสถานที่แห่งนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินทางผ่านไปได้หากปราศจากความช่วยเหลือจากคนที่สร้างมันขึ้นมา
หลังจากเดินมาเกือบหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปลายสุดของถ้ำ ความเย็นยะเยือกที่ทำให้ขนลุกซู่แล่นผ่านร่างของทุกคนที่ก้าวเข้าสู่ส่วนสุดท้ายของถ้ำ
ลาวาไหลผ่านพื้นดิน ตรงใจกลางพื้นที่โล่งกว้างดูเหมือนจะเป็นวิหารแห่งหนึ่ง มีโซ่ตรวนและโครงกระดูกวางระเกะระกะอยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังมีลูกแก้วสีแดงลอยตัวอยู่กลางวิหาร ซึ่งแผ่ไอความร้อนที่แฝงความรู้สึกประหลาดออกมา
“พวกเรามาถึงแล้ว!” ชายชรากล่าวกับคนอื่นๆ
“นั่นมันอะไร?” หนึ่งในหญิงสาวกลุ่มนั้นก้าวไปข้างหน้าเพื่อถาม
“มันเป็นของพิเศษมาก เอาล่ะ ไปกันต่อเถอะ” ชายชรากล่าวพลางกระโดดข้ามลาวาไปยังตัววิหาร
เกรย์มองดูลูกแก้วและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างบอกไม่ถูก
คนในกลุ่มมองหน้ากันก่อนจะกระโดดตามไปยังวิหารเช่นกัน ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว จะลังเลไปทำไม
ในขณะที่เกรย์กำลังจะเดินตามไป เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง เส้นสีแดงบางๆ ที่ลากยาวมาจากผนังถ้ำและพุ่งเข้าสู่วิหาร เมื่อพิจารณาให้ดีเขาก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นของเลือด
‘การบูชายัญด้วยเลือดงั้นรึ?’ เขาตั้งคำถาม
เขามองไปยังวิหารและตระหนักว่าเส้นสายบางๆ นั้นสิ้นสุดลงใต้ลูกแก้วสีแดงที่ลอยตัวอยู่
‘นั่นไง มันคือลูกแก้วต้นกำเนิด!’ เขาแทบจะเสียหลักเมื่อรู้ว่าลูกแก้วนั้นคืออะไร
มีเพียงยอดฝีมือระดับเหนือจอมราชันเท่านั้นที่สามารถสร้างลูกแก้วต้นกำเนิดได้ สิ่งที่น่าพูดถึงคือแม้ผู้เชี่ยวชาญบางคนจะตัดสินใจทิ้งลูกแก้วต้นกำเนิดไว้เมื่อพวกเขาเสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่กลับต้องการให้มันดับสูญไปพร้อมกับพวกเขา เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นได้รับประโยชน์จากสิ่งที่ตนบำเพ็ญเพียรมานานหลายปี
หากผู้ใช้ธาตุระดับจอมเวทได้ดูดซับลูกแก้วต้นกำเนิดนี้ เขาจะต้องเลื่อนระดับสู่ระดับเหนือจอมราชันภายในเวลาไม่เกินหนึ่งปีอย่างแน่นอน บางคนอาจเลื่อนระดับได้ภายในสามเดือนด้วยซ้ำ
ลูกแก้วนี้เรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่มันกลับมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว อย่างไรก็ตาม เกรย์ไม่ได้โลภอยากจะขโมยมัน แต่เขากลับนั่งขัดสมาธิลงและจับจ้องไปที่วิหารด้วยความสนใจ
หลังจากคนอื่นๆ ก้าวเข้าสู่ตัววิหาร พวกเขาทุกคนก็เดินตรงไปยังลูกแก้วต้นกำเนิด ท้ายที่สุดแล้วนอกจากโครงกระดูกพวกนั้น ที่นั่นก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกเลย
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.