ตอนที่ 421
388 / 1914
อ่าน 5 นาที
Chapter 421: Bamboo Forest’s Whereabouts
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 16:54
Chapter 421: ที่ตั้งของป่าไผ่
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
ชายหนุ่มคนเดิมยังคงแผดเสียงร้องขณะวิ่งหน้าตั้งตรงมาทางเกรย์
‘พิลึกดี แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนักหรอก’ เกรย์คิดในใจพลางมองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะมีเสียงแหลมสูงราวกับผู้หญิง
สิ่งที่ทำให้เกรย์รู้สึกขบขันมากกว่าคือ ชายหนุ่มคนนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแมนสุดๆ ทั้งเคราครึ้มและร่างกายที่กำยำสมส่วน แต่เสียงของเขากลับหวานหยดซึ่งขัดกับใบหน้าอย่างสิ้นเชิง
เรื่องแบบนี้พบเห็นได้ยาก แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว ตอนแรกเขารู้สึกแปลกใจเพราะไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน แต่หลังจากได้ยินอยู่สองสามครั้งเขาก็แค่ยักไหล่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนเราก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไป
เขาลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว แล้วร่างก็นเลือนหายไป
“ห๊ะ?!” ชายหนุ่มที่กำลังวิ่งมาทางเกรย์ถึงกับหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายหายวับไปกับตา
เขาเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว แต่ต้องเก็บเรี่ยวแรงไว้สำหรับวิ่งต่อ การร้องไห้ระหว่างวิ่งมีแต่จะทำให้เสียพลังงานเปล่าๆ อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั้น
ตู้ม!
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอยู่ด้านหลัง แต่เขาไม่ได้หันไปมองในทันที กลับเลือกที่จะวิ่งมุ่งหน้าต่อไป
“เอ๊ะ? ยังวิ่งต่ออีกเรอะ?” เกรย์อดไม่ได้ที่จะพึมพำด้วยความประหลาดใจเมื่อมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งอยู่
หลังจากวิ่งต่อไปได้อีกสองสามเมตรโดยไม่ได้ยินเสียงของสัตว์เวทตัวนั้นตามมาแล้ว ชายหนุ่มก็หยุดกึก หันกลับไปมองอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เขากลับต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคนที่สวมเสื้อคลุมคนนั้นกำลังยืนอยู่ในจุดที่เขาเพิ่งวิ่งผ่านมา ส่วนหมีที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่นั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ห่างออกไปราวๆ ยี่สิบเมตร
“คุณ... คุณจัดการมันแล้วงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มถามด้วยความกังวล
“ก็เห็นมีใครคนอื่นอยู่นี่อีกไหมล่ะ?” เกรย์ถามกลับก่อนจะเดินกลับไปที่ต้นไม้ที่เขาเคยนั่งพัก
“อ่า... ขอโทษครับ” ชายหนุ่มเกาหัวอย่างเคอะเขิน “ขอบคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนะครับ”
เขาโค้งคำนับเกรย์เพื่อแสดงความขอบคุณ
“ไม่เป็นไร เสียงมันรบกวนเวลาพักผ่อนของฉันน่ะ” เกรย์โบกมืออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งใต้ต้นไม้อีกครั้ง
“โอ้ ผมขอโทษด้วยจริงๆ ครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษที่รบกวน
เกรย์ไม่ได้ตอบโต้และหลับตาลงเพื่อทำสมาธิต่อ เขาไม่ค่อยชอบสุงสิงกับผู้คนเท่าไรนัก โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จัก
“เอ่อ... ผมขอนั่งพักกับคุณด้วยได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
เกรย์ไม่ตอบ ยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม
ชายหนุ่มมองดูเกรย์แล้วรู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือเฒ่าผู้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
อันที่จริง ยิ่งเขาได้คุยกับเกรย์ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเกรย์เป็นยอดฝีมือที่อาวุโสกว่า ซึ่งไม่สนใจเรื่องราวทางโลกภายนอก
สัตว์เวทที่ไล่ล่าเขาอยู่ตัวนั้นมีระดับพลังอยู่ในขั้นต้นของระดับต้นกำเนิด (Origin Plane) แต่เกรย์กลับจัดการมันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่เพียงเท่านั้น ความเร็วของเกรย์ยังเหลือเชื่อสุดๆ
‘คนคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือระดับเหนือราชา (Overlord Plane) แน่ๆ!’ ชายหนุ่มคิดในใจ
หลังจากยืนรออยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้รับคำตอบใดๆ เขาก็ตัดสินใจนั่งลงใกล้ๆ กับเกรย์
เดิมทีเกรย์คิดว่าชายหนุ่มจะเดินจากไป แต่เขากลับประหลาดใจที่เห็นอีกฝ่ายมานั่งข้างๆ
“ต้องการอะไร?” เขาอดไม่ได้ที่จะถามเมื่อชายหนุ่มหย่อนก้นลงนั่ง
“สวัสดีครับ ผมชื่อเอลลิส ผมเดินทางเข้ามาในป่าสัตว์เวทเพื่อฝึกฝน...” เอลลิสเริ่มเล่าเหตุผลที่เข้ามาในป่าสัตว์เวทให้เกรย์ฟังทันที แถมยังไม่ลืมที่จะสาธยายถึงความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญมา
“เดี๋ยวๆๆๆ เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันถามล่ะ?” เกรย์รีบขัดจังหวะเพื่อหยุดการพูดของอีกฝ่าย
“โอ้ ขอโทษทีครับ” เอลลิสกล่าวขอโทษ
“ตกลงว่าคุณมาทำอะไรที่นี่?” เขาถามซ้ำทันทีหลังจากอีกฝ่ายขอโทษ
เกรย์มองเอลลิสด้วยความมึนงง
‘หมอนี่ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าฉันไม่อยากให้เขาอยู่ตรงนี้?’ เขาคิดขณะจ้องมองอีกฝ่าย
เขาไม่ได้อยากจะไล่เอลลิสไปตรงๆ แต่จากพฤติกรรมที่พูดไม่หยุดแบบนี้ เขารู้สึกว่าการไล่ไปก็น่าจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
เมื่อเห็นว่าเกรย์ไม่ตอบคำถาม เอลลิสก็พูดต่อทันที เขาเล่าเรื่องราวที่ไปเผชิญหน้ากับหมีตัวที่ไล่ล่าเขามา
ถึงแม้เกรย์จะมีเวลาว่างมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เขาก็ไม่มีเวลามานั่งฟังเรื่องราวของคนแปลกหน้าหรอก ต่อให้เขาอยากจะใช้เวลาให้เสียเปล่า ก็ไม่ใช่เรื่องนี้ที่เขาอยากจะเสียเวลาด้วย
“ป่าไผ่นั่นค่อนข้างกว้างใหญ่ แล้วก็...”
“คุณกำลังรบกวนฉันนะ” เสียงรำคาญของเกรย์ขัดจังหวะขึ้น
“ขอโทษครับท่านอาวุโส” เอลลิสรีบขอโทษทันควัน
“ท่านอาวุโส?” เกรย์ถามอย่างแปลกใจ
‘หืม ดูเหมือนท่านอาวุโสจะไม่ชอบให้ใครเรียกว่าท่านอาวุโสนะเนี่ย’ เอลลิสคิดในใจ
“ไม่ๆ ที่ผมหมายถึงคือ ผมอยากจะขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ” เอลลิสกล่าว
เอลลิสลุกขึ้นยืนหลังจากพูดจบ ทำท่าจะเดินจากไป
“เดี๋ยว” เกรย์ร้องเรียก
“ครับ ท่านอาวุโส?” เอลลิสรีบหันกลับมาทันควันจนเกือบจะชนเกรย์ที่ยังนั่งอยู่
ท่าทีที่กระตือรือร้นของเขาทำให้เกรย์ถึงกับอึ้ง
‘นี่เขาเรียกใครว่าอาวุโส? ไอ้นี่อายุมากกว่าฉันอย่างน้อยห้าปีด้วยซ้ำ!’ เกรย์คิดอย่างหงุดหงิด
“อย่างแรกเลยนะ ฉันไม่ใช่ท่านอาวุโส และอย่างที่สอง ไอ้ป่าไผ่ที่คุณว่านั่นมันคืออะไร?” เกรย์ถามเพื่อยุติความเข้าใจผิด
เหตุผลเดียวที่เขาไม่ยอมบอกชื่อตัวเองกับเอลลิสก็เพราะเขากำลังถูกจักรพรรดิไล่ล่า และจากการที่ได้คุยกับเอลลิส เขาก็พอดูออกว่าหมอนี่เป็นพวกช่างพูด พูดเยอะสุดๆ
มีความเป็นไปได้สูงมากที่เอลลิสจะเอาประสบการณ์นี้ไปเล่าต่อให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ฟัง
‘คนที่เป็นพวกช่างพูดขนาดนี้รอดชีวิตมาได้ยังไงในสถานที่ที่ผู้คนหักหลังกันเองแบบนี้?’ เกรย์อดไม่ได้ที่จะสงสัย
“อ๋อ ป่าไผ่น่ะเหรอครับ มันอยู่ห่างจากตรงนี้ไปแค่ไม่กี่กิโลเมตรเอง ผมยังจำเส้นทางไปได้อยู่เลย” เอลลิสตอบอย่างกระตือรือร้น
“ไม่ต้องไปหรอก แค่ชี้ตำแหน่งบนแผนที่ให้ฉันก็พอ” เกรย์กล่าว ก่อนจะหยิบแผนที่ป่าสัตว์เวทที่เขามีออกมา
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.