ตอนที่ 435
402 / 1914
อ่าน 5 นาที
Chapter 435: Studying Arrays
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 16:55
Chapter 435: การศึกษาค่ายกล
เกรย์และเอลลิสจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอยากรู้อยากเห็นซึ่งกันและกัน เอาเข้าจริงเกรย์ดูจะสนใจมากกว่าเพราะเขาเป็นพวกชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่แล้ว และความคิดที่จะได้รู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งอื่นที่ยอดเยี่ยมกว่าที่นี่ก็ช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน
“นายกลายเป็นผู้ใช้ธาตุมิติที่เก่งกาจขนาดนี้ได้ยังไง?” เอลลิสเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
“คงเป็นเพราะโชคละมั้ง ฉันเจออาจารย์ที่แปลกประหลาด น่าปวดหัว แต่น่ารักอยู่คนหนึ่งน่ะ” เกรย์ตอบพลางนึกถึงวอยด์ในยามที่พูดถึงเรื่องนี้
“โอ้ ที่นี่มีผู้ใช้ธาตุมิติคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ?” เอลลิสถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ เขาเก่งกว่าฉันมากเลยล่ะ” เกรย์พยักหน้า
“น่าทึ่งจริงๆ!” เอลลิสอุทาน
“เขาเป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จักกับธาตุมิติ” เกรย์กล่าวพลางถูแหวนมิติของตนไปมา
เอลลิสสังเกตเห็นความเศร้าในดวงตาและน้ำเสียงของเขา รวมถึงจังหวะที่เขากำลังถูแหวนมิติอยู่นั้นด้วย
“เดี๋ยวสิ นั่นแหวนมิติใช่ไหม?” เขาถามโดยหวังว่าจะดึงความสนใจของเกรย์ออกจากความคิดเศร้าๆ อะไรก็ตามที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ใช่ ฉันได้มันมาเพราะโชคช่วยอีกนั่นแหละ” เกรย์ตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ
หากไม่ใช่เพราะวอยด์ เขาก็คงไม่มีทางคิดเลยว่าแหวนที่ดูไร้ค่านั้นจะกลายเป็นแหวนมิติไปได้จริงๆ
“นายโชคดีจริงๆ ถึงแม้สถานที่ที่ฉันจากมาจะกว้างใหญ่กว่าที่นี่มากและมีผู้ใช้ธาตุมิติอยู่เยอะแยะ แต่การจะได้แหวนแบบนี้มาสักวงนั้นยากมาก ไม่นายต้องมาจากตระกูลใหญ่ก็ต้องแข็งแกร่งมาก และการจะได้ของดีๆ สักวงน่ะต้องใช้เงินมหาศาลเลยล่ะ!” เอลลิสกล่าวพลางชี้ไปที่แหวนบนนิ้วของเขา
“ทำไมฉันถึงไม่สัมผัสได้ถึงคลื่นมิติจากมันเลยล่ะ?” เกรย์ถาม
อันที่จริงเขาก็เห็นแหวนบนนิ้วของเอลลิสระหว่างการเดินทางมาด้วยกัน แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงอะไรที่ผิดปกติจากมันเลย
“มันมีค่ายกลที่ถูกติดตั้งไว้เพื่อทำให้มันดูธรรมดาน่ะ” เอลลิสตอบ
“ค่ายกลที่ซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอ ขอดูหน่อยได้ไหม?” เกรย์ถามด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
หนึ่งในสิ่งที่เขาชอบศึกษามากที่สุดคือค่ายกล ทุกครั้งที่เขาเห็นอะไรใหม่ๆ เขาจะตั้งใจศึกษามันอย่างละเอียดเพื่อนำมาบูรณาการเข้ากับความรู้เดิมของตน
เหตุผลที่เขายังไม่ออกจากถ้ำในตอนนี้ก็เพราะต้องการศึกษาว่าค่ายกลกับดักนี้ทำงานอย่างไร
เอลลิสไม่ได้คิดอะไรมาก เขาถอดแหวนออกจากนิ้วแล้วโยนให้เกรย์
เกรย์รับมันมาอย่างเบามือก่อนจะเริ่มศึกษา สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง
“นี่มันสุดยอดจริงๆ ถ้าฉันเรียนรู้วิธีการทำงานของมันได้ละก็ นี่จะต้องเป็นการก้าวกระโดดที่น่าทึ่งมากแน่ๆ” เขาพึมพำพลางพลิกแหวนไปมาในมือ
เมื่อเห็นสีหน้าของเกรย์ขณะศึกษาแหวน เอลลิสก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ต้องมีความสนใจในด้านค่ายกลอย่างลึกซึ้งแน่ๆ
หลังจากดูอยู่ครู่หนึ่ง เกรย์ก็จำใจคืนแหวนให้เอลลิส
เอลลิสรับแหวนมาแล้วสวมกลับคืนที่นิ้ว
มีหลายเรื่องที่เกรย์อยากถามเอลลิส แต่เขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนัก
“ไปกับฉันเถอะ อีกสองวันฉันก็จะกลับแล้ว” เอลลิสเอ่ยขึ้นกะทันหัน
“หือ?” เกรย์มองเอลลิสด้วยความงุนงง
“ฉันพยายามหาวิธีออกจากที่นี่มาตลอด จนในที่สุดฉันก็เจอค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ดูเหมือนจะสามารถส่งฉันกลับไปที่นั่นได้ ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แต่ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนพวกนั้นต้องมาจากที่เดียวกับฉันแน่ๆ” เอลลิสอธิบาย
“ถึงฉันจะอยากไปมากแค่ไหน แต่ฉันก็มีหลายอย่างที่ต้องจัดการที่นี่” เกรย์ส่ายหัวอย่างน่าเสียดาย
ถึงแม้เอลลิสจะไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับบ้านเกิดของเขามากนัก แต่เกรย์ก็รู้ดีว่าการไปที่นั่นคงช่วยให้เขาเติบโตได้เร็วกว่าการอยู่ที่ทวีปอาซูร์แห่งนี้
“เรื่องอะไรล่ะ? เผื่อฉันจะช่วยได้” เอลลิสเสนอ
เขาถูกใจเกรย์ และการได้เป็นเพื่อนกับอัจฉริยะแบบนี้นับเป็นเรื่องดีสำหรับเขา การที่เกรย์สามารถเติบโตจนแข็งแกร่งขนาดนี้ในที่แบบนี้ได้ ยิ่งคิดไม่ออกเลยว่าหากเขาร่วมทางกลับไปยังทวีปที่มีทรัพยากรเหนือกว่าพร้อมกับเขา เกรย์จะไปได้ไกลแค่ไหน
“ฉันกำลังตามหาสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นป่าไผ่เหมือนที่นี่แหละ นั่นคือสาเหตุที่ฉันทักนายตอนที่ได้ยินนายพูดถึงป่าไผ่” เกรย์กล่าว
ในเมื่อเอลลิสแข็งแกร่งและต้องการจะช่วยเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ เขาไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นเมื่อโอกาสดีๆ มาถึงแน่นอนว่าเขาต้องคว้ามันไว้
“อืม ป่าไผ่งั้นเหรอ นายกำลังตามหาอะไรล่ะ?” เอลลิสถาม
เกรย์อธิบายสิ่งที่เขากำลังตามหาในป่าไผ่ หลังจากฟังจบเอลลิสก็จมลงสู่ห้วงความคิด
“น่าเสียดายที่ฉันใช้ของที่มีติดตัวไปหมดแล้ว ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าป่าไผ่นั่นอยู่ที่ไหน แต่ในช่วงสองวันนี้ ฉันจะช่วยนายหาเอง หวังว่าเราจะเจอมันก่อนถึงเวลานั้นนะ” เอลลิสกล่าวเสริม
เกรย์พยักหน้าพลางขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แม้เขาจะยังพูดไม่ได้เต็มปากว่าเชื่อใจเอลลิส แต่เขาก็รู้ว่าคนคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้าย อย่างน้อยก็สำหรับตัวเขาเอง
‘หรือว่าพวกเขาจะไม่ได้มาจากทวีปนี้กันนะ?’
เกรย์นึกถึงพ่อแม่ของเขาขึ้นมาทันที ตามที่ชายชราเจอรัลด์บอก ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขาในทวีปอาซูร์เลย เขาบอกว่าพวกเขาทั้งคู่ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขามาจากไหน
ยิ่งคิดเกรย์ก็ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุด หากพวกเขาไม่ได้มาจากทวีปอาซูร์ ก็สมเหตุสมผลแล้วที่พวกเขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้ขนาดนั้น
หลังจากสงบความคิดที่พุ่งพล่านในหัว เกรย์ก็เริ่มศึกษาค่ายกลในทางเดินนั้น ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้โอกาสในการเรียนรู้ค่ายกลชุดนี้หลุดมือไปได้
เอลลิสที่ยืนรออยู่รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเกรย์นั่งลงกับพื้นใกล้ๆ กับทางเดิน
‘เขาทำอะไรของเขาน่ะ?’ เอลลิสคิด
ไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบเมื่อเห็นแววตาที่เป็นประกายคุ้นเคยในดวงตาของเกรย์ มันเป็นแววตาเดียวกับที่เขาเห็นตอนที่เกรย์กำลังศึกษาแหวนของเขานั่นเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.