ตอนที่ 3594
3605 / 4197
อ่าน 9 นาที
Chapter 3594 Misdirection (Part 1)
เผยแพร่เมื่อ 10 เม.ย. 2569 04:16
**บทที่ 3594 การล่อลวงให้หลงทาง (ส่วนที่ 1)**
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น นาลรอนด์และพรรคพวกได้บอกลากาบาช พวกเขากล่าวขอบคุณจิงซ์อย่างสุดซึ้งสำหรับไมตรีจิตที่คอยต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
ลิธยังมอบรูนสื่อสารของเขาให้แก่หัวหน้าหมู่บ้าน เผื่อในกรณีที่เหล่าศิษย์ผู้ตื่นรู้หน้าใหม่เข้ามาก่อความวุ่นวาย
"ข้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าไอ้เครื่องมือสื่อสารพวกนี้หรอกนะ แล้วหมู่บ้านของเราก็เล็กเกินกว่าที่ทางอาณาจักรจะแจกให้ฟรีๆ ด้วย... ต้องขออภัยด้วยจริงๆ" บอร์ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ด้วยความขัดเขิน
"ถ้าอย่างนั้น อีกสองสามวันฉันจะกลับมาที่นี่" ลิธกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "หากพวกมันยังกบดานอยู่ที่นี่ หรือกล้าเข้ามาระรานการใช้ชีวิตของพวกคุณ... ฉันจะจัดการพวกมันเอง"
"ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เมกัสเวอร์เฮน" บอร์จับมือของลิธเขย่าเบาๆ ขณะที่สายตาของเขาตวัดมองฝูงผู้ตื่นรู้ด้วยแววตาขุ่นเคือง "แม้การมาเยือนของท่านจะแสนสั้น ทว่ามันกลับเป็นดั่งพรสวรรค์ที่ประทานลงมาสู่กาบาช หากวันใดที่ท่านตัดสินใจหวนกลับมาที่นี่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ท่านและมิตรสหายทุกคน จะเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของเราเสมอ"
"มิเป็นไร และขอบคุณสำหรับคำเชิญนั้น" ลิธพยักหน้ารับคำ
จากนั้น เขาและพรรคพวกที่เหลือก็ทะยานขึ้นสู่ผืนนภา พุ่งทะลวงอากาศมุ่งหน้าไปยังเมืองขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่สุด
'ฉันไม่ชอบเลยที่ต้องทิ้งชาวบ้านตาดำๆ พวกนั้นไว้ตามลำพัง' ฟรียาเอ่ยผ่านโทรจิตสื่อสาร 'ถ้าพวกผู้ตื่นรู้กลั่นแกล้งรังแกพวกเขาตอนที่เราไม่อยู่ล่ะ?'
'ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก' โปรเทคเตอร์ตอบกลับ 'พวกเราเดินทางมาถึงกาบาชหลังจากที่การไล่ล่าเริ่มต้นขึ้นกว่าหนึ่งสัปดาห์ และหมู่บ้านก็ยังคงอยู่รอดปลอดภัยดี หากพวกผู้ตื่นรู้คิดจะใช้กำลังเพื่อรีดเค้นความจริงจากพยาน พวกมันคงลงมือทำไปนานแล้ว'
'อย่าลืมสิว่าพวกผู้ตื่นรู้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดเลยว่ามีเรซาร์ตัวจริงอยู่ที่กาบาช พวกมันเพียงแค่ปฏิบัติกับเรื่องนี้ราวกับการงมเข็มในมหาสมุทรเท่านั้น'
'จริงด้วย' นาลรอนด์สั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น 'พวกผู้ตื่นรู้คงไม่มีทางปรานีแน่ หากพวกมันรู้ว่าซัลแมนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ใครก็ตามที่ค้นพบเบาะแสของซัลแมน ย่อมไม่มีทางหลงเหลือร่องรอยใดๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อคู่แข่งของพวกมันอย่างเด็ดขาด'
'เราคงไม่ได้พบผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว และกาบาชคงถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้ว... แผนต่อไปของเราคืออะไรล่ะ?'
'นายคือเรซาร์ประจำกลุ่มของเรานะ นั่นควรจะเป็นคำถามจากพวกเรามากกว่า' โซลัสตอบกลับ 'นายควรจะบอกพวกเราว่า ถ้านายตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับซัลแมน นายจะทำอย่างไร แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราต้องสลัดพวกที่ตามสะกดรอยเราอยู่ให้หลุดเสียก่อน'
'พวกมันยังตามเรามาอยู่อีกงั้นเหรอ?' ลิธประหลาดใจอย่างไม่สบอารมณ์นัก 'ทำได้อย่างไรกัน?'
'ฉันเองก็ไม่มีคำตอบ' โซลัสยักไหล่ 'ไม่มีใครประทับตราเวทมนตร์ใดๆ ไว้บนร่างของเรา และพวกผู้ตื่นรู้ก็ไม่ได้แอบวางยาอะไรในอาหารของเราด้วย มิเช่นนั้นสัมผัสแห่งเนตรย่อมตรวจจับได้ไปแล้ว ไม่แน่ว่าอาจมีใครสักคนในกลุ่มผู้ตื่นรู้ที่มีประสาทดมกลิ่นเป็นเลิศจนตามกลิ่นเราได้จากระยะไกล หรือไม่พวกมันก็อาจมีอุปกรณ์สะกดรอยอยู่กับตัว'
'พวกมันอาจจะเก็บเส้นผม เศษน้ำลาย หรือชิ้นส่วนใดๆ จากใครสักคนในพวกเรา ไปใช้เป็นสื่อกลางสำหรับอุปกรณ์เวทมนตร์ของพวกมัน'
'ว่าไงไรแมน?' ลิธถามหยั่งเชิง
'พวกมันตามกลิ่นเราไม่ได้หรอก' เขาส่ายหน้าปฏิเสธผ่านโทรจิต 'เราอยู่ห่างเกินไป แถมการเดินทางด้วยความเร็วระดับนี้ยังทิ้งร่องรอยกลิ่นไว้เพียงเบาบาง ซึ่งจะเลือนหายไปในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ข้าเคยสนทนากับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมามากมายระหว่างที่ทำงานให้ฟาลูเอล แต่กลับไม่เคยพบผู้ใดที่มีความสามารถถึงขั้นนี้มาก่อน... มันต้องเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์อย่างแน่นอน'
'ฉันเห็นด้วย' โซลัสตอบ 'แต่ข่าวดีก็คือ มันน่าจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่าเนตรของเรามาก ไอ้พวกหางเครื่องนี่เว้นระยะห่างจากเราประมาณหนึ่งกิโลเมตรเสมอ... ซึ่งไกลพอที่จะหลบหลีกแม้กระทั่งเนตรเทียแมตของนายได้'
'ฉันว่ามันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะ' ฟรียาครุ่นคิด 'จอมเวทสามารถใช้วาร์ปสเต็ปได้ และอุปกรณ์สะกดรอยที่สูญเสียเป้าหมายไปทันทีที่เป้าหมายใช้เวทมนตร์มิติเพียงครั้งเดียว ย่อมไร้ประโยชน์สิ้นดี ฉันพนันได้เลยว่าระยะทำการของมันต้องไกลกว่าหนึ่งกิโลเมตรมาก'
'นั่นน่าจะเป็นระยะปลอดภัยขั้นต่ำสุด ที่ครอบคลุมระยะทางเฉลี่ยของการใช้วาร์ปสเต็ปในแต่ละครั้งด้วย'
'มาทดสอบสมมติฐานของเธอดีกว่า' ลิธวาดมือเบื้องหน้า เปิดใช้งานวาร์ปสเต็ปที่เชื่อมโยงไปยังจุดหมายปลายทางอย่างเป็นทางการของพวกเขา
ทว่ากลุ่มของพวกเขาไม่ได้พุ่งพรวดเข้าไปในประตูมิติ กลับยังคงทะยานบินตรงไปเบื้องหน้า เสมือนว่าไม่ได้ระแคะระคายสิ่งใด
'ฟรียาพูดถูก' โซลัสเอ่ยขึ้นหลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที 'พวกมันยังคงตามประกบเราอยู่ พวกมันใช้วาร์ปสเต็ปไปยังตำแหน่งเดิมของเราก่อน จากนั้นจึงเปิดวาร์ปสเต็ปครั้งที่สอง ให้มาโผล่ตามหลังเราในระยะหนึ่งกิโลเมตรพอดี'
'อุปกรณ์สะกดรอยมันมีระยะไกลได้ขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?' ดวงตาของลิธหรี่แคบลงอย่างตึงเครียด
'นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยเจออะไรแบบนี้ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน' ฟรียายักไหล่ผ่านห้วงความคิด 'แต่ลองคิดดูสิ ในขณะที่ประตูมิติของเราเปิดออก พวกที่สะกดรอยตามเราสามารถติดตามตำแหน่งของเราได้ผ่านทางความบิดเบี้ยวของมิติ บางทีเราอาจจะสลัดพวกมันหลุดได้ ถ้าเราปิดประตูมิติลงแล้วรีบเปิดบานใหม่ในทันที...'
'แต่การทำเช่นนั้น ก็เท่ากับการแหวกหญ้าให้งูตื่น ทำให้พวกผู้ตื่นรู้รู้ตัวว่าเราตระหนักถึงการสะกดรอยของพวกมัน และนั่นจะกระตุ้นให้เกิดการไล่ล่าอย่างเต็มรูปแบบ' ลิธต่อประโยคของเธอจนจบ 'เอาเถอะ... งั้นเราก็มาเล่นละครตบตาพวกมันต่อไป'
ลิธดำเนินตาม 'แผนการ' ที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เขาเข้าจองห้องพักจำนวนสี่ห้องในโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งเมืองคีเดม
"ไอ้เวอร์เฮนมันเป็นพวกจอมอู้งานจริงๆ!" ชาล่ากล้าที่จะขยับเข้าใกล้เป้าหมายของตนมากขึ้น ก็ต่อเมื่อพบว่าตำแหน่งของพวกเขาหยุดนิ่งสนิทอยู่กับที่นานกว่าครึ่งชั่วโมง "จากคำบอกเล่าของเด็กรับใช้ในร้านที่ฉันยัดเงินให้ พวกมันสวาปามอาหารไปเกือบครึ่งร้าน แล้วก็พากันไปเสวยสุขต่อที่สปา"
"จะไปโทษมันได้ยังไงเล่า?" ชายหนุ่มรูปงามเอ่ยถาม "ถึงมันจะทำภารกิจสำเร็จ มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรอยู่ดี แถมเวอร์เฮนเองก็ไม่พบร่องรอยของคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเรซาร์เลยด้วยซ้ำ เธออยากจะแฝงตัวเข้าไปดูใกล้ๆ กว่านี้ไหมล่ะ?"
"ไม่ล่ะ ทาเรน" เธอส่ายหน้าปฏิเสธ "โรงแรมดรายแอดขับขานนั่นแทบจะร้างผู้คน มันไม่พลุกพล่านเหมือนร้านอาหารเมื่อวานหรอกนะ สิ่งที่เวอร์เฮนต้องทำ ก็แค่ปรายตามองด้วยเนตรสัมผัสชีวิตเพียงครั้งเดียว มันก็จะจดจำพวกเราได้ และเค้นคอถามทันทีว่าพวกเราสะกดรอยตามมันมาทำไม"
"แล้วเราต้องทนยืนอยู่ตรงนี้ไปอีกนานแค่ไหน?"
"จนกว่าจะถึงมื้อเที่ยง" เธอคำรามฮึดฮัดในลำคอ "ฉันไม่มียอมทนหมกตัวอยู่ในตรอกเหม็นโฉ่นี่ทั้งวัน ในขณะที่พวกมันกำลังเสวยสุขราวกับราชาหรอกนะ"
***
หลังจากได้รับเบาะแสเพิ่มเติมที่ยืนยันให้ผู้ตื่นรู้ทั้งสองทราบว่า กลุ่มของลิธได้ย้ายกลับเข้าห้องพักเพื่อล้มตัวลงนอนพักผ่อน และอุปกรณ์สะกดรอยของชาล่าก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าพวกมันไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลยนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ความอดทนของเธอก็ขาดผึงลงในที่สุด
"หมดความอดทนแล้วโว้ย!" เธอแยกเขี้ยวคำรามดุดัน "ช่างหัวมื้อเที่ยงมันเถอะ พวกเราจะไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
"ตอนนี้เลยเหรอ? มันไม่เร็วไปหน่อยหรือไง?" ทาเรนถามด้วยความแปลกใจ
"ใช่ แล้วจะทำไมล่ะ?" ชาล่ายักไหล่อย่างไม่แยแส "นี่เราจะต้องมาทนยืนดูพวกมันนอนกรอกหูไปเป็นชั่วโมงๆ จริงๆ งั้นเหรอ? แล้วถ้าพวกมันไม่ตื่นขึ้นมาตามเวลาล่ะ? ถ้าพวกมันแค่สั่งรูมเซอร์วิสมากินล่ะ? ทำไมพวกเราต้องมายืนทนหิวไส้กิ่ว ในขณะที่พวกมันจัดปาร์ตี้กินเลี้ยงกันอย่างสราญใจด้วย!"
"ใจเย็นๆ ก่อนชาล่า แล้วลองใช้สมองคิดดู" ทาเรนคว้าไหล่ของเธอไว้แน่น "ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนลวงล่ะ? บางทีเวอร์เฮนอาจจะสงสัยแล้วว่ามีใครกำลังสะกดรอยตามเขาอยู่ และนี่ก็เป็นแค่อุบายเพื่อสลัดพวกเราให้หลุดพ้น"
"แล้วมันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?" เธอแค่นเสียงเย้ยหยัน "เราต่างหากที่เป็นผู้ครอบครองอุปกรณ์สะกดรอยของท่านอาจารย์ ซึ่งมันเป็นของวิเศษเพียงชิ้นเดียวที่หาได้ยากยิ่ง มีผู้ตื่นรู้เพียงหยิบมือบนผืนโลกโม่การ์แห่งนี้เท่านั้นที่มีมันไว้ในครอบครอง บางทีเวอร์เฮนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีของพรรค์นี้อยู่บนโลก"
"ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เราแอบเก็บเส้นผมของมันมาได้เมื่อวาน เราก็คอยสะกดรอยตามมันในระยะปลอดภัยมาโดยตลอด แถมยังสวมใส่อุปกรณ์อำพรางกายในขณะที่ตามรอยอีกต่างหาก ไม่มีทางเลยที่มันจะล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของเราได้"
ทาเรนจนด้วยคำพูด และเหตุผลประการถัดมาของชาล่า ก็เป็นดั่งการตอกฝาโลงยุติข้อโต้แย้งทั้งปวง
"และลองคิดดูสิ ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ความงกของเวอร์เฮนเป็นอย่างดี มันจะยอมทุ่มเงินพักในโรงแรมระดับสี่ดาวเพียงเพื่อสลัดเราให้หลุดงั้นเหรอ? นายก็เพิ่งได้ยินเด็กรับใช้พูดไปนี่ มันยอมจ่ายเงินเลี้ยงทั้งตัวเอง ญาติสาวสุดฮอตของมัน แล้วก็สหายเผ่าสกอลล์ของมันด้วย"
"ก็จริง... แค่บิลค่าอาหารมื้อเดียวก็แทบจะทำเอามันช็อกตายคาที่แล้ว" ทาเรนหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เมื่อนึกย้อนไปถึงสีหน้าตื่นตะลึงของเด็กรับใช้ตอนที่เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
"แถมตอนนี้มันยังจองห้องรอยัลสวีทถึงสามห้อง และทุ่มเงินไปกับสปาทรีตเมนต์ล่วงหน้าถึงสองวันเต็มๆ อีก" ชาล่าพยักหน้าอย่างมั่นใจ "การที่มันทำแบบนี้แปลว่ามันตั้งใจจะพักอยู่ที่นี่จริงๆ ซึ่งหมายความว่า... ถึงเวลาที่เราต้องไปกันแล้ว"
ทาเรนวาดมือเปิดวาร์ปสเต็ป เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังกาบาช
***
"พวกมันเพิ่งจะจากไป" ฟรียาผู้สวมใส่หนึ่งในแว่นตาข้างเดียวแห่งเมนาเดียน เอ่ยขึ้นขณะที่ดวงตาของเธอจับจ้องทะลุไปยังทิศทางที่ผู้ตื่นรู้ทั้งสองเคยเร้นกายอยู่ "พวกมันกำลังมุ่งหน้ากลับไปที่กาบาช"
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.