ตอนที่ 93
92 / 165
อ่าน 8 นาที
Chapter 93: The Winter Gate
เผยแพร่เมื่อ 21 มี.ค. 2569 16:38
บทที่ 93: ประตูแห่งฤดูหนาว
ลิงน้ำแข็ง
พวกมันมาเป็นฝูง วิ่งกรูข้ามภูมิประเทศที่กลายเป็นน้ำแข็ง ราวกับคลื่นเงาสีขาว เสียงกรีดร้องของพวกมันสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันอันว่างเปล่าของแดนเหนือ
พวกมันคล้ายกับพวกเรธที่เขาเคยเผชิญมาไม่นานก่อนหน้านี้
ร่างของพวกมันผอมยาว แขนขายาวเกินสัดส่วนของลำตัว และทุกการเคลื่อนไหวดูสะบัดกระตุกแบบสัตว์ป่า ทว่ากลับประสานกันอย่างน่าขนลุก
คนที่อ่อนแอกว่าย่อมต้องแข็งค้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดสีซีดมีเขี้ยวคมกริบหลายสิบตัวกำลังปิดล้อมเข้ามา
คนที่อ่อนแอกว่าย่อมต้องรู้สึกว่าหัวใจตะกุยกระหน่ำอยู่ในซี่โครง ขณะที่น้ำแข็งใต้เท้าร้าวทุกครั้งที่เขาขยับตัว
แต่อาเซลไม่ใช่คนอ่อนแอ
เขากระโดดลงจากแผ่นน้ำแข็งอันขรุขระ และในขณะเดียวกันนั้น แท่นน้ำแข็งก็แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ระเบิดออกจากแรงกดของขาทั้งสองข้างของเขา
ออร่าไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาราวกับเส้นเลือดอีกสายหนึ่ง เสริมพลังให้ทุกมัดกล้ามเนื้อ ทุกเส้นเอ็น และทุกปลายประสาท
มีดสั้นของเขาส่องประกายวาว
ลิงน้ำแข็งห้าตัวแรกยังไม่ทันได้กรีดร้องออกมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยซ้ำ ก่อนคมมีดของเขาจะตัดผ่านกระดูกสันหลังของพวกมัน
เสียงแหลมของพวกมันถูกกลบด้วยเสียงเนื้อฉีกขาด เลือดสาดกระจายลงบนหิมะ ย้อมมันให้กลายเป็นสีแดงฉาน
เขาลงสู่พื้นในท่ากึ่งย่อเข่า ดวงตาสีแดงเข้มของเขาเรืองแสงจางๆ ใต้แสงซีดของดวงอาทิตย์
ลิงอีกตัวพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง อ้าปากกว้างเล็งจะงับคอของเขา
อาเซลบิดตัวอย่างไม่ใส่ใจ เกือบจะเนิบเฉย แล้วมีดสั้นของเขาก็เฉือนผ่านลำคอของมัน
ศีรษะของมันหลุดออก กลิ้งไปบนหิมะ
แล้วจากนั้น—
[สายเลือดของคุณกำลังตอบสนองต่อฤดูหนาว]
[ค่าพลังของคุณทั้งหมดถูกคูณ 20]
การพุ่งทะยานครั้งนั้นมาในทันที
มันไม่ใช่เปลวไฟที่ค่อยๆ ลุก ไม่ใช่กระแสที่ไหลเพิ่มทีละน้อย
แต่มันเหมือนกลืนสายฟ้าเข้าไปทั้งก้อน
เลือดในกายของเขากรีดร้องอยู่ภายในเส้นเลือด
สายตาของเขาคมชัดขึ้น ร่างกายเบาลง เร็วขึ้น แข็งแกร่งขึ้น
ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยความเย็นจัดของน้ำแข็งกัดผิว ทว่าแทนที่จะทำให้เขาอ่อนแรง มันกลับปลุกเร้าพลังของเขาให้ยิ่งตื่นตัว
รอยยิ้มของอาเซลค่อยๆ แผ่ออก ช้าๆ และดุร้าย
‘งั้น... พอเป็นหน้าหนาวฉันก็แข็งแกร่งขึ้นสินะ?’
พวกลิงน้ำแข็งไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย
ถ้าจะพูดให้ถูก พลังที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหันของเขากลับยิ่งกระตุ้นความคลุ้มคลั่งของพวกมันเสียมากกว่า
พวกมันพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง เล็บครูดไปตามผิวน้ำแข็ง ดวงตาเรืองแสงด้วยความกระหายเลือด
พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งนักในระดับตัวต่อตัว แต่ด้วยจำนวนของพวกมัน — แค่เพียงไม่กี่ร้อยตัวก็สามารถบดขยี้กองทัพของเหล่านักผจญภัยที่ช่ำชองได้แล้ว
อาเซลพุ่งตัวไปข้างหน้า มีดสั้นหมุนวนอยู่ในมือ ทิ้งภาพติดตาไว้ทุกครั้งที่ฟาดฟัน
“กระบวนท่าที่หนึ่ง — ดาวพุ่งสังหาร”
คำพูดนั้นหลุดออกมาราวกับการหายใจ
คมมีดของเขากลายเป็นเส้นแสงดั่งดวงดาว พุ่งแทง เฉือน และฉีกกระชาก
พวกลิงกรีดร้อง เลือดของพวกมันระเหยเป็นไอเมื่อสาดกระเซ็นลงบนพื้นน้ำแข็ง
เขาเต้นรำอยู่ท่ามกลางพวกมัน ร่างไหววูบเป็นสายหนึ่ง ก่อนจะตัดหัวตัวหนึ่งขาดสะบั้น แล้วหมุนตัวเสียบมีดอีกเล่มทะลวงหัวใจอีกตัว
น้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าของเขาแตกร้าวและปริเป็นเสี่ยงทุกครั้งที่ก้าว ทว่าเขาไม่เคยเสียการทรงตัว
เขาอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์แบบ
ลิงตัวหนึ่งเหวี่ยงกรงเล็บเข้าหาแผ่นหลังของเขา — เขาบิดตัว ปัดป้องด้วยมีดสั้นมือซ้าย แล้วแทงมีดขวาเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของมัน ปิดเสียงกรีดร้องนั้นไปตลอดกาล
อีกตัวพยายามกระโจนข้ามศีรษะเขา เขากระโดดสูงยิ่งกว่า สูงกว่าที่มนุษย์คนใดควรจะทำได้ แล้วฟันมันขาดครึ่งกลางอากาศ เลือดร่วงพรั่งพรูลงมาเหมือนม่านอันน่าสยดสยอง
เหล่ามอนสเตอร์พุ่งเข้ามา และอาเซลก็สังหาร
ซ้ำแล้ว
ซ้ำอีก
ซ้ำแล้วซ้ำอีก
คมมีดของเขาย้อมหิมะด้วยเลือดและชิ้นเนื้อ จนความขาวกลายเป็นสีแดงฉาน
ดวงตาของเขาเรืองสว่างยิ่งขึ้นทุกครั้งที่สังหาร สายเลือดภายในกายของเขาร้องหวนด้วยความพึงพอใจ
เวลาผ่านไปหลาย นาที แม้มันจะรู้สึกเหมือนเพิ่งไม่กี่วินาทีก็ตาม
ลมหายใจของเขาไม่เคยสั่นคลอน
แขนของเขาไม่เคยช้าลง
หัวใจของเขาเต้นแรงเพราะความเร้าใจเท่านั้น
และไม่นานหลังจากนั้น...
[เควสต์ลับ: จอมสังหารหมู่ (II)]
[เป้าหมาย: สังหารมอนสเตอร์ประเภทน้ำแข็ง 200 / 50 ตัว]
[เควสต์ลับสำเร็จแล้ว... กำลังสร้างรางวัล...]
[คุณได้รับการ์ดอัญเชิญ]
[คุณได้รับ น้ำแข็งนิรันดร์ (ใช้ครั้งเดียว)]
อาเซลผ่อนลมหายใจช้าๆ ลดมีดสั้นลง แล้วกวาดสายตาไปทั่วพื้นที่
ศพนับร้อยเกลื่อนทับถมหิมะอยู่เต็มพื้น
พวกลิงน้ำแข็งหยุดโผล่มาแล้ว
ลิงน้ำแข็งระดับ 4 ที่เป็นคนคุมฝูงมันหนีไปตั้งแต่ตอนที่มันรู้แล้วว่ากำลังเผชิญหน้ากับอสูรร้ายประเภทใด
อาเซลยืนอยู่บนกองศพโดยแทบไม่ดูเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
เขาก้าวกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือด้วยท่าทีสงบนิ่งไม่ต่างจากคนที่เพิ่งไปวิ่งยามเช้ามา
‘เผ่าที่โกงชะมัด’ เขาคิด พลางมองมือตัวเองที่ยังสั่นพร่าด้วยพลัง
ดวงตาสีแดงเข้มของเขาเรืองแสงจางๆ ในเงาสะท้อนบนผืนน้ำแข็ง ‘ตราบใดที่ฉันอยู่ในฤดูหนาว... ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ยงคงกระพัน’
ความคิดนั้นไม่ได้ทำให้เขาหยิ่งผยองแต่อย่างใด
เขารู้ดีว่ายังมีมอนสเตอร์และนักผจญภัยอีกมากที่อยู่เหนือกว่าเขาไกลนัก ตัวอย่างเช่นพวกมอนาร์ก
แต่บัฟที่ได้รับทำให้มีสิ่งหนึ่งแน่ชัด — ดินแดนแห่งนี้คืออาณาเขตของเขา
เขาพิงราวเรือ ปล่อยให้ลมหนาวจัดพัดกระหน่ำใส่ใบหน้า
‘เนียลา’
[ค่ะ ที่รัก?]
เสียงขี้เล่นของเธอไหลเข้าสู่ความคิดของเขา หยดเยิ้มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
‘เธอคิดว่าฉันจะได้พบเทพธิดาแห่งน้ำแข็งไหม?’
เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะ—
[เอ๊ะ?! คุณกำลังคิดจะไปยั่วเธออีกคนเหรอ?!] เสียงของเธอแตกพร่าอย่างไม่พอใจ [ฉันยังไม่พอสำหรับคุณอีกหรือไง? คะ-คุณจะ—]
‘ไม่ได้หมายความแบบนั้น’ อาเซลถอนใจในใจ ‘ฉันแค่คิดว่าคนที่นี่... พวกเขาได้รับพรจากเธอ เหมือนกับที่ศาสนจักรใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ มันให้ความรู้สึกคล้ายกัน’
[อ้อออ...] เธอเว้นไปนิดหนึ่ง [ใช่แล้ว คนในภูมิภาคฤดูหนาวได้รับพรทางอ้อม นั่นแหละถึงทำให้คุณรู้สึกถึงการพุ่งทะยานเมื่อกี้ เทพธิดาของที่นี่ยังคอยเฝ้ามองดินแดนนี้อยู่ คุณเท่ากับสัมผัสถึงตัวตนของเธอโดยตรง]
‘แล้วทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก?’
[ก็คุณไม่ได้ถามนี่~] เธอร้องลากเสียงหยอกล้อ [อีกอย่าง คุณก็มาถึงจุดหมายแล้วนะ]
เขากะพริบตา มองไปข้างหน้า
เธอพูดถูก
เรือชะลอความเร็วลง
และตรงนั้น เบื้องหน้าเขา คือกำแพงน้ำแข็งที่ใหญ่โตมหึมาจนทำให้ภูเขาดูเล็กลงไปถนัดตา
มันสูงเสียดฟ้าไม่รู้จบ ราวกับหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ
ประตูแห่งฤดูหนาว
ตรงกลางของมันคือประตูขนาดมหึมาใหญ่พอที่กองเรือทั้งกองจะแล่นผ่านไปได้เคียงข้างกัน
บนประตูมีอักขระสลักไว้ เปล่งแสงสีน้ำเงินจางๆ เต้นเป็นจังหวะราวกับหัวใจ
อกของอาเซลกระตุกแน่นขึ้นเล็กน้อย
แม้แต่สำหรับคนอย่างเขา ภาพตรงหน้านี้ก็ยังน่าตะลึงอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด เขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในเกมมาก่อน เพราะภูมิภาคฤดูหนาวไม่ใช่สถานที่ที่สามารถเข้าไปเยือนได้
และที่ยืนอยู่ ณ ฐานของประตูนั้นคือกองกำลังทหารจำนวนมหาศาล
พวกเขาสวมชุดเกราะสีขาววาววับที่มีลายเกล็ดน้ำแข็งสลักอยู่บนผิว เกราะคลุมไหวพลิ้วตามลมหนาว
แต่ละคนถืออาวุธเหล็กเวทมนตร์ที่เรืองแสงเย็นเยียบจางๆ
ออร่าของพวกเขาช่างหนาวสั่น — ไม่ใช่แค่ในเชิงเปรียบเทียบ แต่หนาวจริงถึงกระดูก
เรือชะลอจนหยุดนิ่ง เมื่อหนึ่งในทหารยกมือขึ้น
จากนั้น เขาก็กระโดดเพียงครั้งเดียวลงมาบนดาดฟ้า ยืนอยู่ตรงหน้าอาเซลพอดี
แรงกระแทกทำให้ไม้ใต้รองเท้าของเขาแตกร้าวเล็กน้อย
การปรากฏตัวของเขาหนักอึ้งราวกับธารน้ำแข็งทั้งผืนกดทับลงมา
“ขอดูหลักฐานยืนยันตัวตนหน่อย”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ห้วน และเปี่ยมด้วยอำนาจ
‘นี่พวกเขากำลังปฏิบัติกับฉันเหมือนผู้บุกรุกที่อาจเป็นภัยสินะ’ อาเซลคิด หรี่ตาลง ‘พวกเขาจะฆ่าใครก็ตามที่โง่พอจะข้ามพรมแดนเข้ามาโดยไม่มีใบอนุญาตแน่’
เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมแล้วหยิบจดหมายของประมุขตระกูลออกมา
ชายคนนั้นรับไป กวาดดูเพียงครู่เดียว ก่อนจะส่งคืน
แต่แทนที่จะถอยกลับ — เขากลับโน้มตัวเข้ามา
ใกล้ขึ้น
แล้วเขาก็ฝังจมูกลงไปตรงซอกคอของอาเซล
อาเซลชะงักงัน
‘อะไรวะ?!’ เขาแทบจะตะโกนในใจ ‘นี่มันพฤติกรรมห่าอะไรกันวะเนี่ย?!’
ชายคนนั้นสูดลมหายใจลึก ก่อนจะถอยกลับ สีหน้าของเขาอ่อนลง
“ยินดีต้อนรับสู่ภูมิภาคฤดูหนาว เจ้าชายของข้า”
เขาโค้งคำนับลึก ก่อนยกมือขึ้น
ประตูบานมหึมาสั่นสะเทือน
อักขระเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า
ช้าๆ พร้อมเสียงเหมือนภูเขากำลังบดขยี้กันอยู่ ประตูแห่งฤดูหนาวก็เปิดออก
เรือแล่นไปข้างหน้า เข้าสู่ภูมิภาคฤดูหนาว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.