ตอนที่ 337
337 / 2060
อ่าน 10 นาที
Chapter 337
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 17:49
บทที่ 337
ฮูเร็นต์เล่นเกมซาทิสฟายมาตั้งแต่ช่วงโคลสเบต้า เขาผ่านการผจญภัยมามากมาย จึงรู้ซึ้งยิ่งกว่าใครว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด ชาวนาที่แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างนั้นหรือ? เรื่องนี้เขายังพอรับได้
ใช่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยหากชาวนาในตำนานจะสามารถใช้ทักษะประเภทเมเทโอ (อุกกาบาต) ได้
‘ป่านนี้พวกนักตกปลาในตำนานคงกลายเป็นเพื่อนกับราชาเทพมังกรไปแล้วมั้ง’
โลกใบนี้มีพวกยอดฝีมือที่เร้นกายอยู่มากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฮูเร็นต์ยอมรับไม่ได้ ชาวนาในตำนานนั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่ทำไมเขาถึงกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเกริดได้ล่ะ?
‘เกริด ขีดจำกัดของแกมันอยู่ที่ตรงไหนกันแน่?’
เขาได้รับอาชีพในตำนานได้รวดเร็วกว่าใครเพื่อน และตอนนี้ยังมี NPC ระดับตำนานอยู่ในครอบครองอีก? แม้เกริดจะเป็นเป้าหมายแห่งความเกลียดชัง แต่ฮูเร็นต์ก็ต้องยอมรับในความสามารถที่เหนือชั้นของอีกฝ่าย พีอาโร่เอื้อมมือไปยังฮูเร็นต์ที่กำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง
“ตามข้ามา”
“...”
ไอ้ชาวนาวิปลาสคนนี้... เขายังไม่แม้แต่จะกระพริบตาหลังจากสังหารผู้คนไปนับพัน นั่นทำให้เขาดูประหลาดอย่างยิ่ง ฮูเร็นต์อยากจะขัดขืน ทว่าร่างกายของเขากลับไม่อยู่ในสภาพที่จะขยับเขยื้อนได้ สุดท้ายเขาก็ต้องยอมจำนน
“ก็ได้ ฉันจะตามไป จะลากตัวฉันไปหาเกริดเพื่อให้หมอนั่นต้มยำทำแกงยังไงก็ตามใจเลย”
“เปล่า เจ้าต้องมาทำฟาร์มกับข้า”
“หา?”
นี่เขาสติไม่ดีจริงๆ ใช่ไหม?
มันอาจจะฟังดูตลกหากต้องพูดด้วยปากตัวเอง แต่ฮูเร็นต์คือผู้นำกองทัพที่ตั้งใจจะมารุกรานเรย์ดัน ในมุมมองของเรย์ดัน เขาคืออาชญากรที่กุมข้อมูลสำคัญไว้มากมาย ในฐานะบุคคลสำคัญระดับสูง มันควรจะเป็นการถูกต้องแล้วที่ต้องปฏิบัติกับเขาอย่างระมัดระวัง
แต่จะให้ไปทำฟาร์มเนี่ยนะ? มันช่างดูเหนือจริงและทำลายศักดิ์ศรีของเขาเหลือเกิน พีอาโร่อ่านใจเขาออกหรืออย่างไร? เขาจึงส่งเสียงหัวเราะเยาะท่าทางของฮูเร็นต์
“ผู้นำกองทัพที่ตายก่อนจะเข้าถึงเขตเรย์ดันน่ะไม่มีค่าอะไรหรอก เจ้าแค่ตั้งใจทำฟาร์มก็พอแล้ว”
“หน็อย!”
ศักดิ์ศรีของฮูเร็นต์แตกสลาย เขาเริ่มลนลานจนเผลอทำพลาดไป
“ฉันมีข้อมูลลับเพียบเลยนะ! ถ้าพวกแกไม่เค้นข้อมูลจากฉัน เรย์ดันได้กลายเป็นทะเลเพลิงแน่! เพราะงั้นปฏิบัติกับฉันในฐานะนักโทษสำคัญเดี๋ยวนี้!”
“โอ้ งั้นรึ?”
สีหน้าของพีอาโร่เปลี่ยนไป ทันใดนั้นพีอาโร่ก็ได้เปลี่ยนจากชาวนากลายเป็นผู้บัญชาการแห่งเรย์ดัน ฮูเร็นต์เพิ่งจะตระหนักได้ว่าเขาพลาดไปเสียแล้ว
***
“คุเฮือก! แค่ก! แค่ก!”
การระเบิดของรวงข้าวนับไม่ถ้วนนั้นรุนแรงมหาศาล ทหารกว่าครึ่งจาก 2,000 นายเสียชีวิตลงทันที ส่วนที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพของบันนี่บันนี่นั้นอยู่กึ่งกลาง เขาเอาชีวิตรอดมาได้หวุดหวิดโดยเหลือพลังชีวิตเพียง 15% พร้อมกับความหวาดกลัวที่ไม่อาจสาธยายได้
‘ไอ้หมอนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!’
ชาวนาวิปลาสแห่งเรย์ดัน มีข่าวลือว่าเขาเคยกำราบจิบาลอันดับ 2 และคริสอันดับ 3 จนทำให้คริสต้องกลายเป็นทาสกสิกรรม ข่าวลือที่ว่าเขาหยุดยั้งเจ็ดกิลด์ได้ด้วยตัวคนเดียว(?) ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย
‘ตอนจิบาลสู้กับสัตว์ประหลาดตัวนี้ มันจะสยดสยองขนาดไหนกันนะ?’
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่และมีสัตว์ประหลาดอยู่เต็มไปหมด บันนี่บันนี่เกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะบันทึกภาพพวกเขาทั้งหมดด้วยกล้องของเขา เขาอยากจะกลายเป็นเศรษฐีด้วยการผูกขาดผู้ชมทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว
ทว่าการจะทำเช่นนั้นได้ เขาต้องรอดชีวิตเสียก่อน ความว่องไวคือสิ่งจำเป็นในการคว้าสกู๊ปข่าวทุกรูปแบบ ดังนั้นเขาจึงเพิ่มค่าความคล่องตัว (Agility) ทุกครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้น มันน่าจะเพียงพอที่จะทำให้เขาหนีพ้นความตาย
‘ต้องรอดไปให้ได้ก่อน’
แค่วิดีโอของชาวนาในข่าวลือที่เขาถ่ายไว้ได้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว ชาวนาที่สร้างทุ่งข้าวสาลีได้ในพริบตาและใช้มันระเบิดสังหารทหารเกือบ 2,000 นาย ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป
แล้วฮูเร็นต์ล่ะ? ฮูเร็นต์ไม่ได้จะมาแก้แค้นเกริดหรอกเหรอ?
ปึก!
“เฮือก!”
ปึก!
“อั้ก!”
ปึก!
“คุเฮือก!”
“...”
เมื่อมองไปที่ฮูเร็นต์ซึ่งถูก ‘เสียมมือ’ จามเข้าที่หน้าผากสามทีซ้อน ความปรารถนาจะแก้แค้นเกริดของเขาก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ
‘ทิ้งฮูเร็นต์ไปซะ!’
บันนี่บันนี่ตัดสินใจเด็ดขาด เขาสวม ‘รองเท้าติดสปีด’ และรีบเผ่นออกจากสนามรบทันที เขาตั้งใจจะไปสมทบกับองค์ชายเร็น องค์ชายเร็นยังมีผู้มีฝีมืออีกมากที่เหนือกว่าฮูเร็นต์ จะเป็นอย่างไรถ้าเขาถ่ายภาพการปะทะกันอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างพวกเขากับสมาชิกโอเวอร์เกียร์ได้?
‘ฉันจะได้นั่งทับกองเงินกองทอง! วันนี้ฉันต้องถ่ายวิดีโอที่มีมูลค่าแสนล้านดอลลาร์ให้ได้!’
ความทะเยอทะยานของบันนี่บันนี่นั้นช่างยิ่งใหญ่นัก
***
“พวกนั้นหายไปไหนกันหมด? ทำไมฉันไม่เห็นสมาชิกกิลด์คนไหนเลย?”
หลังจากเล่นกับลอร์ดเสร็จ เกริดก็แวะมาที่ห้องทำงานของเลาเอลก่อนจะไปที่โรงตีเหล็ก และเช่นเคย บนโต๊ะมีเอกสารกองพะเนินเป็นภูเขา
“ทุกคนยุ่งมากครับ พวกเขาไม่อยู่ในเมืองเพราะติดภารกิจไม่ก็ออกไปเก็บเลเวล”
“พวกเขาไม่ได้ล่าอยู่แค่ในนครแวมไพร์หรอกเหรอ?”
“นั่นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดครับ นอกจากค่าประสบการณ์แล้ว ยังได้ไอเทมแวมไพร์และยาเสริมสถานะ (Elixir) อีกด้วย ระบบนิเวศในทะเลทรายค่อนข้างคงที่ ดังนั้นที่นั่นจึงเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“มีใครเจอยาเสริมสถานะบ้างไหม?”
“ยังเลยครับ”
“อา...”
อัตราการดรอปมันยอดแย่จริงๆ สำหรับเกริดที่โหยหายาเสริมสถานะความคล่องตัวแล้ว มันน่าเสียดายยิ่งนัก
เลาเอลถามเขาขึ้นว่า
“ท่านจำได้ไหมว่าเมื่อ 10 ปีก่อน เจ้าเมืองคนก่อนของเรย์ดันเคยส่งกองทัพสำรวจไปยังนครแวมไพร์?”
“จำได้สิ ถามทำไมกะทันหันล่ะ?”
“มันน่ากังวลน่ะครับ เพราะสมาชิกโอเวอร์เกียร์ยังไม่พบร่องรอยของกองทัพสำรวจแวมไพร์เลย ทั้งที่ค้นหาไปทั่วทั้งนครแวมไพร์แล้ว”
“น่ากังวลยังไง? มันตั้ง 10 ปีมาแล้วนะ ไม่แปลกหรอกที่หลักฐานจะเลือนหายไปหมด”
“แปลกครับ บันทึกระบุไว้ว่ามีคนในกองทัพสำรวจแวมไพร์เกือบ 18,000 คน มันควรจะมีร่องรอยบางอย่างหลงเหลืออยู่บ้าง”
“ก็นะ ยังมีนครแวมไพร์อีกหลายแห่งที่เรายังไม่ได้ไป หลักฐานอาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่งนั่นแหละ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ในตอนนี้ ยังไม่ใช่ครับ”
“ในตอนนี้? งั้นแสดงว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องสำคัญในภายหลังสินะ?”
ในขณะที่เกริดกำลังถาม...
“เอิร์ลเลาเอล!”
อัศวินหนุ่มคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงาน การเข้ามาโดยไม่เคาะประตู? เลาเอลรู้สึกขุ่นเคือง ทว่าดูเหมือนสถานการณ์นี้มารยาทจะไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ร่างกายของอัศวินคนนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล
“ท่านไม่ใช่หนึ่งในอัศวินของมาร์ควิส สเตม หรอกหรือ? เกิดอะไรขึ้น?”
“คือว่า... แฮ่ก!”
อัศวินกำลังจะอธิบายให้เลาเอลฟัง แต่เขาก็ต้องชะงักด้วยความตกใจ เมื่อสังเกตเห็นเกริดที่นั่งอยู่บนโซฟา
“ขะ... ข้าน้อยขอคารวะท่านดุ๊กเกริด!”
เกริดโบกมือ
“ไม่มีเวลาทักทายแล้ว รายงานมาเร็วเข้า”
“ครับ! กองทัพศัตรู 5,000 นายกำลังมุ่งหน้ามายังเรย์ดันครับ!”
“5,000 นาย?”
ใบหน้าของอัศวินเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เป็นกองทัพหลวงครับ!”
“กองทัพหลวง? ของเอเทอร์นัลน่ะเหรอ?”
“ครับ! ท่านเลเด็นกำลังนำทหารฝ่ายเหนือ 1,000 นายเข้าไปถ่วงเวลาการเคลื่อนทัพของศัตรู แตาสถานการณ์ย่ำแย่มากครับ!”
“เอ๋?”
เกริดไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ทำไมกองทัพหลวงของอาณาจักรเอเทอร์นัลถึงมารุกรานเรย์ดันล่ะ? พวกเราไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันหรอกเหรอ?”
เลาเอลยิ้ม “ข้าวที่พวกเราหว่านไว้ ถูกกินเข้าแล้วครับ”
“หว่านข้าว...?”
หากเป็นเกริดในอดีต เขาคงไม่มีทางเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าจนถึงที่สุดแน่ แต่เลาเอลเป็นลูกน้องเขามานานถึง 9 เดือนในโลกจริง และ 27 เดือนในเวลาในเกม ผ่านมานานขนาดนี้ เกริดจะไม่เรียนรู้อะไรเลยได้อย่างไร?
“ราชาไวสบาเดนสิ้นพระชนม์แล้วงั้นเหรอ?”
“...!”
เลาเอลเบิกตากว้าง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเกริดจะเดาเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง
‘เขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงระดับนี้!’
เลาเอลที่กำลังตกตะลึงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“สถานการณ์นี้น่าสนใจดีนี่”
เกริดลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น
“เลาเอล ให้แอสโมเฟลรวมพลทหารซะ ถึงเวลาของพายุแล้ว”
เกริดมุ่งหน้าไปยังคลังเก็บของส่วนตัว คลังใบนั้นเต็มไปด้วย ‘เซตเกริดรุ่นผลิตจำนวนมาก’
***
“อ๊ากกก!”
“มะ... มาร์ควิส สเตม... ข้าต้านไว้จนถึงที่สุดไม่ไหว... ข้าขอโทษ... แค่ก! แค่ก!”
ทหาร 1,000 นายภายใต้การนำของเลเด็นและอัศวินอีก 10 นาย พวกเขาตกอยู่ในวิกฤตหลังจากกวาดล้างกองทัพสายลมเหล็กไปได้ นั่นเป็นเพราะเขาถูกขัดขวางโดยหน่วยที่นำโดยจอมดาบ ชักสลีย์
“เจ้าเก่งมาก”
จอมดาบชักสลีย์ ฝีมือของเขาเทียบได้กับพีอาโร่แห่งจักรวรรดิในอดีต เขาเอ่ยชมเลเด็นที่สามารถรับดาบของเขาได้ถึงสี่ครั้ง
“อีกสัก 20 ปี ไม่สิ... ถ้าผ่านไปสัก 10 ปี เจ้าอาจจะโจมตีข้าโดนก็ได้ ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีพรสวรรค์น่าทึ่งขนาดเจ้ามาก่อนเลย”
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
เลเด็นได้โค่นเบดาและผู้มีฝีมือคนอื่นๆ ลงด้วยตัวคนเดียว เขาเหนื่อยหอบและเสียเปรียบอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชักสลีย์ พูดตามตรง ต่อให้เขาล้มพับไปตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าเลเด็นยังคงไม่แสดงความอ่อนแอออกมาจนถึงที่สุด เขารู้ดีว่าหากเขาล้มลง ทหาร 1,000 นายที่เขาหวงแหนจะต้องถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
‘ข้าต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อนายท่าน’
เขารู้สึกผิดหวังและสิ้นหวังที่ไม่สามารถทำตามความคาดหวังได้
กริ๊ก!
เลเด็นกระชับดาบในมือแน่น เขาเพิกเฉยต่อเลือดที่กบปากและหัวเราะออกมา
“มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? ข้าไม่ต้องการถึง 10 ปีหรอก แค่ 5 ปี... ไม่สิ อีกแค่ 3 ปีข้าจะก้าวข้ามเจ้าไปให้ดู”
“...”
ใบหน้าของชักสลีย์บิดเบี้ยว เขาไม่สามารถปฏิเสธคำพูดอวดดีของเลเด็นได้ นั่นทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์
“นั่นมันก็ต่อเมื่อเจ้ามีชีวิตรอดไปได้ไม่ใช่รึ?”
“...นั่นก็จริง”
“ใช่ งั้นก็ลองมีชีวิตรอดให้ได้ดูสิ”
ตระกูลของชักสลีย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์มาหลายชั่วอายุคน สำหรับเขาแล้ว มาร์ควิส สเตม คือตัวอันตรายที่อาจสั่นคลอนราชวงศ์ได้ ยิ่งหลังจากที่ลูกเขยของเขากลายเป็นดุ๊กเกริด ยิ่งต้องระวังมากขึ้น
แต่ตอนนี้ มันคือโอกาสทองที่จะกำจัดทั้งมาร์ควิส สเตม และดุ๊กเกริด ช่างโชคดีที่เขาได้พบกับกองทัพฝ่ายเหนือโดยบังเอิญในทะเลทรายแห่งนี้ นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่ามาร์ควิส สเตม อยู่ที่เรย์ดัน!
เคร้ง!
“อึ้ก!”
วิชาดาบของชักสลีย์นั้นประณีตและไร้ซึ่งจุดบอด เขาซื่อตรงต่อพื้นฐานซึ่งตัดตัวแปรที่ผิดพลาดออกไปทั้งหมด มันไม่ใช่สิ่งที่เลเด็นซึ่งยังขาดการฝึกฝนและประสบการณ์จะต่อกรได้เลย
เคร้ง! เคร้ง!
ฉึก!
“อ๊ากกกก!”
ขณะที่การปะทะดำเนินต่อไป บาดแผลของเลเด็นก็เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เทคนิคของชักสลีย์แหลมคมขึ้นเรื่อยๆ กองทัพฝ่ายเหนือและหน่วยทมิฬของชักสลีย์ต่างมองดูการต่อสู้ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน
‘พวกเราชนะแล้ว’
‘จบสิ้นแล้ว’
หน่วยทมิฬโห่ร้องยินดี ในขณะที่ทหารฝ่ายเหนือต่างสิ้นหวัง ในวินาทีนั้นเอง กองทหาร 5,000 นายก็ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า หรือว่านี่จะเป็นปาฏิหาริย์ที่มิตรมาช่วย? ไม่มีทาง... ตัวจริงของกองทัพขนาดใหญ่นั้นคือกองพลหลักขององค์ชายเร็น... ศัตรูของพวกเขานั่นเอง
น้ำตาไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือดและฝุ่นดินของเลเด็นเมื่อเห็นภาพนั้น
‘นายท่าน...’
เขารู้สึกผิดเหลือเกิน... ที่ตัวเองไร้กำลังถึงเพียงนี้
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


