ตอนที่ 346
346 / 2060
อ่าน 11 นาที
Chapter 346
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 17:50
บทที่ 346
เมื่อพวกเขากลับมาถึงเรย์ดัน
ความแตกต่างด้านเลเวลระหว่างกองทัพเรย์ดันและกองทัพฝ่ายเหนือเห็นได้ชัดเจนในระหว่างการเดินทัพ ทหารของเรย์ดันไม่มีอาการหอบเหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่กองทัพฝ่ายเหนือที่อ่อนล้ากลับอยู่ในสภาพปางตาย
กองทหารฝ่ายเหนือต้องเสียสละอย่างหนักในสงคราม เป็นเพราะสภาพจิตใจที่อ่อนแอหรือเปล่าที่ทำให้พวกเขาหมดแรงขนาดนี้?
ไม่ใช่เลย
มันคือความแตกต่างของค่าสถานะพื้นฐาน กองทัพฝ่ายเหนือได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองทัพที่เก่งที่สุดในอาณาจักรเอเทอร์นัล แต่ก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้กับกองทัพเรย์ดันที่ผ่านการฝึกฝนนรกแตกโดยเพียโรและอัสมอเฟล
ทหารของเรย์ดันไม่เพียงแต่มีเลเวลสูงเท่านั้น แต่พละกำลังและความอึดของพวกเขายังสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศยังสูงเสียจนยากจะเชื่อว่าพวกเขาเป็นเพียงทหารทั่วไป
‘ข้าอยากจะได้สำเนาวิธีการฝึกทหารของเรย์ดันเหลือเกิน’
ขณะที่ลาเดนกำลังรู้สึกประทับใจกับกองทัพเรย์ดัน เกริดก็ได้เอ่ยปากพูดกับอัสมอเฟลที่เดินนำอยู่ข้างหน้า
“อัสมอเฟล เจ้าเหนื่อยกับการฝึกกองทัพมามาก ขอบคุณในความทุ่มเทของเจ้าที่ทำให้ข้าเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้ง่ายขึ้น”
“ท่านชมข้าเกินไปแล้วนายท่าน อีกอย่าง การฝึกทหารไม่ได้ทำโดยข้าเพียงคนเดียว”
“ไม่หรอก ไม่ใช่คำชมที่เกินจริงเลย ความแตกต่างระหว่างกองทัพหลวงและกองทัพเรย์ดันนั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว นี่เป็นโอกาสที่ข้าจะได้รู้จักความสามารถของเจ้า แล้วเพียโรล่ะ? ปกติเขามักจะใช้เวลาทั้งวันอยู่ในทุ่งนาไม่ใช่หรือ? เจ้าเก่งกว่าเขาเป็นร้อยเท่าเลยละ”
“นายท่าน...!”
หลังจากรับใช้เกริด อัสมอเฟลก็ทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอดโดยไม่มีผลงานโดดเด่น เขาเคยกลัวว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากเกริด แต่นั่นเป็นความกังวลที่ไร้มูลเหตุ เกริดรับรู้ถึงความพยายามและยอมรับในความสามารถของเขา
อัสมอเฟลรู้สึกตื้นตันและอุทานออกมา “ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายของท่านในอนาคต!”
“อืม ดีมาก ตั้งใจฝึกฝนกองทัพต่อไปเถอะ”
“...หือ?”
ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของอัสมอเฟลคือหัวหน้ากองอัศวินโอเวอร์เกียร์หน่วยที่ 2 ซึ่งตามจริงแล้วนั่นไม่ได้หมายถึงการฝึกทหาร ผู้นำหน่วยอัศวินควรจะปฏิบัติภารกิจระดับสูง โดยเฉพาะอัสมอเฟลที่มีบทบาทสำคัญในจักรวรรดิซาฮารันซึ่งเป็นประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
‘เขาต้องการให้ข้าฝึกทหารต่อไปในอนาคตงั้นหรือ?’
ปัญหาคืออัสมอเฟลยังไม่มีบทบาทเชิงรุก
‘นายท่านยังคงไม่ตระหนักถึงฝีมือของข้า’
ตำแหน่งของเขาถูกลดระดับลงมาเป็นเพียงครูฝึกงั้นหรือ? เกริดถามอัสมอเฟลที่กำลังกังวลและหงุดหงิดว่า “ว่าแต่ เจ้าได้ของดรอปมาเท่าไหร่?”
“...กองทัพหลวงดรอปดาบ 933 เล่ม, หอก 712 เล่ม, ธนู 250 คัน, โล่ 195 อัน และชิ้นส่วนเกราะ 141 ชิ้นครับ”
“หมดแค่นี้เหรอ?”
“ครับ...”
“ทำไมล่ะ?”
“เอ๋? คือ... นั่นคือไอเทมทั้งหมดที่ดรอปจากทหารกองทัพหลวงครับ”
“ไม่ใช่ว่ามีคนตายตั้ง 4,000 คนหรอกเหรอ? งั้นก็น่าจะมีไอเทมดรอปอย่างน้อย 4,000 ชิ้นสิ?”
“...”
เช่นเดียวกับมอนสเตอร์และผู้เล่น NPC ไม่ได้ดรอปไอเทมทุกครั้งที่ตาย เป็นเรื่องปกติที่จะมีหลายกรณีที่มือเปล่า เกริดรู้เรื่องนี้ดี แต่เขาก็ยังคิดว่ามันน้อยเกินไป อัสมอเฟลเงียบไป เกริดจึงหันไปถามเลาเอล
“เลาเอล เราได้เงินมาเท่าไหร่? เจ้าบอกว่าเราจะนั่งบนกองเงินกองทองถ้าเรายึดของกลางมาได้ไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่มันอะไร? หรือข้าคาดหวังสูงไป?”
“มีอุปกรณ์เลเวล 130 เกรดทั่วไปทั้งหมด 2,090 ชิ้น เกราะเกรดทั่วไป 141 ชิ้น ถ้าข้าคำนวณจากราคาขั้นต่ำ มันคือกำไร 25,000 โกลด์... ในไม่ช้าท่านจะได้เป็นเจ้าของตึกแน่ ท่านจะมองข้ามเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้จริงๆ หรือ?”
“เฮือก?”
25,000 โกลด์นั้นประมาณ 30 ล้านวอน (ราว 8 แสนบาท) กำไรที่ได้จากการต่อสู้เพียงครึ่งวันนั้นช่างมหาศาล
“มันจะเป็นเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง?”
“อาวุธเลเวล 130 เกรดทั่วไปมีราคาอย่างน้อย 10 โกลด์ ส่วนเกราะราคา 30 โกลด์ ท่านจะมองข้ามจำนวนไม่ได้หรอก หากท่านหลอมพวกมันทั้งหมดและใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างไอเทม ท่านจะสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้อีก”
“...สงครามนี่มันดีจริงๆ”
“แน่นอนครับ หากท่านฉวยโอกาสจากสงคราม ไม่เพียงแต่ท่านจะได้ของดรอป แต่ท่านยังสามารถสร้างธุรกิจขนส่งเสบียงได้ด้วย มันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างมาก นี่คือเหตุผลที่จักรวรรดิต่อสู้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายร้อยปี”
“งั้นเราควรสู้กันทุกวันตั้งแต่นี้เลยดีไหม?”
“มันง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน? แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรย์ดันเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานทัพในสงคราม มีทะเลทรายอยู่ทุกหนแห่งและมีมอนสเตอร์โผล่ออกมาเป็นจำนวนมาก เรายังสามารถผลิตอาหารได้มหาศาลต้องขอบคุณเพียโร มันจะมีประโยชน์เมื่อถึงเวลา”
“เพียโร...”
ใบหน้าของเกริดบิดเบี้ยวเมื่อได้ยินชื่อนั้น คนที่มีบทบาทเป็นผู้บัญชาการกลับไม่เข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเรื่องอื้อฉาว
“ทำไมเขาถึงไปที่เทือกเขาอัลเทสก่อนที่จะเกิดสงครามไม่นาน? เขาใช้อ้างว่าจะไปฝึกทหารแค่คนเดียว จังหวะของเขามันยอดเยี่ยมจริงๆ”
ที่จริงแล้วเพียโรได้บดขี้กองกำลังแยกที่นำโดยฮูเรนท์ที่ลอบโจมตีจากด้านหลัง เขายังได้เกษตรกรใหม่มาอีก 850 คน... ไม่สิ เขาได้เชลยศึกมาต่างหาก เรียกได้ว่าเพียโรมีผลงานดีที่สุดในสงครามครั้งนี้ แต่เกริดกลับไม่รู้เรื่องนี้เลย
***
“ฝ่าบาท...! ฝ่าบาท!”
ค่ำคืนที่เหน็บหนาวในทะเลทราย บุคคลผู้มีเชื้อสายสูงส่งสิ้นใจโดยไม่ได้ทิ้งพินัยกรรมเอาไว้
ชัคสลีย์สวมกอดศพของเจ้าชายเรนพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน สีหน้าของอัสลันดูเปี่ยมด้วยเมตตาขณะมองมาที่ชัคสลีย์
“ท่านชัคสลีย์ ข้ามั่นใจในความจงรักภักดีของท่านที่มีต่อราชวงศ์ ตอนนี้จงรับมือข้าไว้ จงรับใช้ข้าไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“...”
ชัคสลีย์ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษใดๆ ต่อเจ้าชายเรน เขาเทิดทูนสมาชิกราชวงศ์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในขณะนี้ เขารู้สึกเป็นศัตรูต่ออัสลัน ความโหดเหี้ยมของชายคนนี้ที่แม้แต่ตอนฆ่าพี่ชายตัวเองยังไม่กะพริบตา เป็นสิ่งที่ชัคสลีย์ยอมรับไม่ได้
‘เขาน่ากลัวเกินไป!’
นอกจากนี้ คุณค่าในตัวตนของชัคสลีย์ยังลดลงด้วย เขารู้สึกไร้ความสามารถที่ไม่สามารถปกป้องเจ้าชายเรนได้ ชัคสลีย์กลืนกินความกลัว ความโกรธ และความสิ้นหวังลงไปพร้อมกับก้มหัวให้อัสลัน
“...ข้าจะตามท่านไป”
นี่คือหน้าที่ของเขา ไม่ว่าอัสลันจะเป็นอย่างไร ชัคสลีย์ก็ต้องทำตามเพราะเขาคือผู้รับใช้ราชวงศ์แห่งอาณาจักรเอเทอร์นัล
ทว่า...
‘คนที่ตาบอดเพราะบัลลังก์และยืมมือต่างชาติมาฆ่าพี่ชายตัวเอง ข้าไม่อาจจงรักภักดีต่อท่านได้อย่างแท้จริง’
เขาจะเพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ไปเท่านั้น ความจงรักภักดีที่เคยร้อนรุ่มต่อราชวงศ์ของชัคสลีย์ได้เย็นชากลง อย่างไรก็ตาม เจ้าชายอัสลันไม่ได้ล่วงรู้ถึงความคิดภายในใจและกำลังมีความสุข
“วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีจริงๆ”
เจ้าชายอัสลัน ผู้ซึ่งถูกกำหนดมาว่าไม่ได้เป็นกษัตริย์เพียงเพราะเกิดช้ากว่าเจ้าชายเรนสองปี เขาเฝ้าสาปแช่งโชคชะตาของตัวเองมาตลอด ในฐานะเจ้าชายที่ไม่อาจเป็นกษัตริย์ได้ เขาเกลียดชังชีวิตที่เน่าเฟะของตัวเอง ตอนนี้โชคชะตาของเขาเปลี่ยนไปแล้วต้องขอบคุณความโง่เขลาของเจ้าชายเรน
“เอาละ กลับกันเถอะ ข้าจะจัดการเรื่องพี่ชายของข้าที่ถูกดยุกเกริดสังหารเอง”
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปีที่ 406 แห่งอาณาจักรเอเทอร์นัล
เจ้าชายลำดับที่ 1 เรน เริ่มต้นการรุกรานเรย์ดันด้วยกองทัพเพียง 7,000 นาย
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปีที่ 406 แห่งอาณาจักรเอเทอร์นัล
กษัตริย์ลำดับที่ 13 วีสบาเดนสวรรคต และเจ้าชายลำดับที่ 2 อัสลัน ขึ้นครองราชย์
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปีที่ 406 แห่งอาณาจักรเอเทอร์นัล
กษัตริย์ลำดับที่ 14 อัสลัน ประกาศในที่ประชุม
“ดยุกเกริดอาจสังหารเจ้าชาย แต่เขาไม่มีความผิด เจ้าชายเรนลืมเลือนความดีความชอบของดยุกเกริดและบุกโจมตีโดยไม่มีความชอบธรรม เขาเป็นฝ่ายผิดอย่างชัดเจน และดยุกเกริดเพียงแต่ป้องกันตัวเท่านั้น”
หลังจากนั้น เกริดจึงสามารถรักษาตำแหน่งของเขาและใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิม แม้จะถูกตั้งข้อหาว่าฆ่าเจ้าชายเรนก็ตาม ตำแหน่งของเขาในฐานะหนึ่งในเจ้านครผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเอเทอร์นัลยังคงแข็งแกร่ง
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เลาเอลต้องการ
‘ในแผนเดิมของข้า ตำแหน่งของเกริดควรจะอยู่เหนือราชวงศ์ไปแล้ว’
เขาตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากเจ้าชายเรน อย่างไรก็ตาม แผนการทั้งหมดไร้ความหมายหลังจากที่มีคนฆ่าเจ้าชายเรนเสียก่อน ตัวการที่ฆ่าเจ้าชายเรนงั้นหรือ? เลาเอลมั่นใจว่าเป็นราชาอัสลัน แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่เขาจะหยิบยกขึ้นมาพูดในที่แจ้งได้ เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดและไม่มีความชอบธรรม ราชาอัสลันกำลังแสดงความเป็นมิตรต่อเกริด
‘ฉลาดนักนะ’
ด้วยการทำเช่นนี้ เขาจึงยับยั้งการเติบโตของเกริด ในขณะที่ก็สร้างมิตรภาพกับเกริดไปพร้อมกัน อีกด้านหนึ่ง กษัตริย์ได้ร่วมมือกับจักรวรรดิและสามารถขยายอำนาจทางเศรษฐกิจและทางการทหารได้
‘มีท่าทีของการร่วมมือกับจักรวรรดิอย่างชัดเจนทันทีหลังจากที่อัสลันขึ้นครองราชย์ นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าราชวงศ์ของจักรวรรดิอยู่เบื้องหลังอัสลัน อัสลันจะสามารถวางรากฐานของตัวเองได้ขอบคุณจักรวรรดิ ในขณะที่จักรวรรดิก็สามารถควบคุมอาณาจักรเอเทอร์นัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขาทั้งคู่’
อัสลัน เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ยุ่งยาก แทนที่จะขมวดคิ้ว เลาเอลกลับหัวเราะให้กับความคิดนั้น
“คึคึคึ...! ราชาอัสลัน ทำได้ดีมาก เจ้าเป็นคู่ต่อสู้คนแรกที่กระตุ้นความคลั่งไคล้ของข้าได้ รอยหยักในสมองของข้าสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นแล้ว”
เลาเอลยกมือใหญ่ขึ้นมาปิดใบหน้าส่วนหนึ่งของเขา เขาพิงขอบหน้าต่างและยกแก้วใสขึ้นมา
“ข้าแทบรอไม่ไหวแล้ว เจ้าของแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความขมขื่นจะเป็นข้าเอง”
ในขณะที่...
เกริดกำลังปลาบปลื้มในขณะที่เลาเอลกำลังจมอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น
“ราชาอัสลันส่งของขวัญมาให้อีกแล้วเหรอ? เฮ้ เขาเป็นคนดีจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า! เขาดีกว่ากษัตริย์องค์ก่อนตั้งเยอะ!”
หลังจากสงคราม
เขาได้รับของดรอปมากมาย และราชาอัสลันยังส่งทองคำและสมบัติมาให้อีก ทำให้เรย์ดันมั่งคั่งขึ้นมาทันตา นี่จะเป็นรากฐานให้ทหารทั้ง 1,000 นายของเรย์ดันสามารถสวมชุดเกริดเซตฉบับผลิตจำนวนมากได้ ทหารของเรย์ดันกำลังเกิดใหม่ในฐานะยอดฝีมือที่แท้จริง
***
“เอ๊ะ?”
เกริดกำลังยุ่งกับการสร้างเกริดเซตฉบับผลิตจำนวนมากด้วยหัตถ์เทวะทั้งสี่ข้าง เขาออกไปเดินเล่นและใช้เวลากับลอร์ด แต่ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้าง สาเหตุมาจากจำนวนเกษตรกรจำนวนมหาศาลที่ทำงานอยู่ในทุ่งนา ดูเหมือนว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 1,000 คน
‘คนพวกนี้มาจากไหนกันหมด?’
เรย์ดันกำลังประสบปัญหาด้านประชากร แล้วทำไมถึงมีเกษตรกรมากมายขนาดนี้? เพียโรเดินเข้ามาหาเกริดที่กำลังพึมพำและอธิบายว่า
“ข้าเก็บพวกเขามาได้โดยบังเอิญที่เทือกเขาอัลเทสครับ”
“...”
เก็บคนได้ในภูเขางั้นเหรอ? แถมยังมากกว่า 800 คนเนี่ยนะ? มันเป็นคำอธิบายที่ไร้เหตุผลสิ้นดี อย่างไรก็ตาม เกริดเชื่อเพราะเขามีประวัติเคยพาเผ่าอูลมาที่นี่
“สงสัยจะมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ในเทือกเขาอัลเทสสินะ ดีมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมข้าถึงไม่เห็นเจ้าในระหว่างสงคราม”
มันเป็นช่วงเวลาที่ทหารของอาณาจักรเอเทอร์นัลถูกปฏิบัติราวกับเป็นชนกลุ่มน้อย
รอยแมนมีคำถาม เธอรอจนมั่นใจว่าเกริดกำลังยุ่งอยู่กับการอุ้มลอร์ดและถามเพียโร
“เพียโร ทำไมท่านไม่บอกความจริงกับดยุกละ? พวกเขาไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยนะ แต่เป็นคนจากอาณาจักรเอเทอร์นัลเหมือนกับพวกเรา”
“ข้าไม่อยากให้แรงงานที่ข้าได้มาถูกดึงตัวไปเข้ากองทัพ นี่ไม่ใช่การกระทำเพื่อหลอกลวงนายท่าน การเกษตรคืออำนาจของชาติ ดังนั้นในท้ายที่สุด ข้าจึงเลือกทำเพื่อนายท่าน และข้าจะฝึกซ้อมทางทหารให้พวกเขาด้วย”
“เข้าใจแล้วค่ะ!”
รอยแมนได้เห็นทักษะอันล้นเหลือของเพียโรและชื่นชมเขาอย่างจริงใจ ทุกสิ่งที่เพียโรพูดฟังดูถูกต้องไปหมด อย่างไรก็ตาม เกษตรกร 850 คนถูกเพิ่มเข้ามาในเรย์ดัน พวกเขาทำงานในทุ่งนาตอนเช้าและรับการฝึกทหารในตอนกลางคืน ท่ามกลางพวกเขานั้นมีผู้ใช้พลังออร่า ฮูเรนท์ ปะปนอยู่ด้วย
‘นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?’
มันน่าสับสนและน่าอับอายมาก แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะปรารถนาผลลัพธ์ของ ‘★ เควสลับ ★ การฝึกฝนที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น’ เรย์ดันกำลังแข็งแกร่งขึ้นวันต่อวัน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



